เมื่อชายชุดขาวช่วยเช็ดตัวให้คุณชายรองจนเสร็จ แผลที่ถูกเย็บก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความเหลือเชื่อ การรักษาโดยการเย็บแผลเช่นนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ใครกันนะช่างมีฝีมือยอดเยี่ยมขนาดนี้
ในใจคิดเช่นนั้น แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาต้องใส่ยารักษาาแที่ดีที่สุดให้คุณชายรองเสียก่อน ไว้รอหลังจากคุณชายรองหายดีแล้วค่อยถามเขา
ผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป[1] ชายชุดขาวพันแผลเสร็จแล้ว พร้อมกล่าวอย่างวางมาดว่า “มีหมอเทวดาเช่นข้า คุณชายรองก็สามารถลุกจากเตียงได้ในสามวัน ในเจ็ดวันสามารถกินอาหาร มากสุดครึ่งเดือนสามารถะโไปมาได้แล้ว ฮ่าฮ่า” แต่แท้จริงแล้ว ในใจรู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะการเย็บแผลนี้ คุณชายรองไหนเลยจะหายดีภายในครึ่งเดือน ความสนใจในบุคคลลึกลับผู้นั้นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ชายชุดเทาและหญิงงามก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที ยังจะคุยโวโอ้อวดว่าตนเป็หมอเทวดาอีก ตอนแรกบอกหนึ่งเดือนจะหาย ตอนนี้กลายมาเป็ครึ่งเดือนแล้ว คำพูดของหมอเทวดาท่านนี้เชื่อถือได้หรือไม่
ชายชุดขาวไม่สนใจสายตาทั้งสองคู่ที่จ้องมองมา กล่าวอย่างมีความสุขว่า “ข้ากลับไปนอนต่อแล้ว คุณชายรองก็รบกวนให้พวกเ้าดูแลไปก่อน ข้าไปแล้ว” กล่าวจบก็หายไปในชั่วพริบตา
วรยุทธ์ที่ชายชุดขาวใช้นั้น คนที่ตามีแววหน่อยก็จะรู้ว่านั่นคือความสามารถอันไร้เทียมทานของหมอเทวดาตัวจริงนามอู๋ซวีจื่อ---วิชาเท้าทะยานคลื่น และชายผู้นี้ก็เป็หมอเทวดาฝึกหัดลูกศิษย์ของอู๋ซวีจื่อ---นามว่าจวินอีชวน
หลังจากที่หญิงงามคนนั้นเห็นว่าจวินอีชวนจากไปแล้ว ก็หันไปกล่าวกับชายชุดเทาอย่างจริงจังว่า “เฉิน เ้ามีความคิดเห็นเช่นไรกับเื่นี้” ชายชุดเทาที่ถูกเรียกว่า ‘เฉิน’ ซึ่งเป็แขกประจำของหอจุ้ยเซียงนี้ ขณะเดียวกันก็ได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเอ้าอวี่อีกด้วย--นามของเขาคือจูเก๋อเฉิน และเขายังมีอีกสถานะหนึ่งคือ ลูกน้องคนสำคัญของคุณชายรอง
จูเก๋อเฉินขมวดคิ้วแน่น นึกถึงคุณชายรองที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้ บางทีอาจจะไม่พ้นว่าเกี่ยวข้องกับตน เดิมทีวันนี้ตอนกลางวันเขาและคุณชายรองปรึกษากันอยู่ภายในหอจุ้ยเซียง จนถึงยามเย็นก็แยกย้ายกันกลับ เมื่อเขาเดินมาได้ครึ่งทางก็พบว่าคุณชายรองเหาะผ่านหน้าเขาไป เห็นเพียงด้านหลังที่ดูเร่งรีบ
จูเก๋อเฉินรู้สึกแปลกใจ คุณชายรองผู้นี้แม้ว่ายามปกติจะไม่ค่อยกล่าววาจาอันใดมาก แต่คงไม่ถึงกับเมินเขาหรอกกระมัง อีกทั้งพวกเขาก็เพิ่งจะหารือแล้วแยกย้ายกัน จึงติดตามไปด้วยความประหลาดใจเพื่อสอบถามให้กระจ่าง ไล่ตามไปเกือบหนึ่งเค่อ คุณชายสองก็หายเข้าไปในตรอกที่มืดสนิท
จูเก๋อเฉินนึกว่าตามจนหลงแล้ว จู่ๆ รอบด้านก็ปรากฏเงาแผ่นหลังของคุณชายรองหลายต่อหลายร่างโฉบผ่านไปทั่วทุกสารทิศ จูเก๋อเฉินรู้สึกตื่นตัว เอ่ยเสียงหลง แย่แล้ว! กับดัก! จากนั้นรีบหันกายใช้วิชาตัวเบาเหาะกลับไปที่หอจุ้ยเซียง แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเค่อ ไปกลับใช้เวลาครึ่งชั่วยาม เมื่อกลับมาถึงหอกลับไม่พบคุณชายรอง ถ้าหากเขาเดาไม่ผิด คุณชายรองคงหลงอุบายนี้เช่นกัน
จูเก๋อเฉินไม่รอช้า รีบเรียกแม่เล้าของหอจุ้ยเซียง ก็คือหญิงงามผู้นั้น นางมีนามว่า ‘ฮ่วนอู่เย่ว์’ เคยเป็หญิงคณิกาดาวเด่นของหอจุ้ยเซียงนี้ ตอนนี้ได้ปลดตนเองมาอยู่เื้ัแล้ว แท้ที่จริงนางเป็หนึ่งในผู้รับใช้ของคุณชายรอง หลังจากอู่เย่ว์รีบเข้ามาตามคำเรียกและได้เห็นจูเก๋อเฉิน นางรู้สึกประหลาดใจ ถามออกไปว่า “เฉิน เมื่อครู่มีคนเห็นเ้าออกจากเรือนคุณชายรองท่าทางรีบร้อน คุณชายรองเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้า เลยเร่งรีบไล่ตามเ้าไป แล้วทำไมตอนนี้เ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
หลังจากที่จูเก๋อเฉินได้ฟัง ะโร้องอย่างใอยู่ภายในใจ รีบเรียกรวมตัวองครักษ์เงาและหน่วยข่าวกรองทั้งหมดเพื่อค้นหาคุณชายรอง เขาทำได้แค่เพียงรออยู่ที่นี่ อู่เย่ว์เป็หญิงฉลาด ดูจากสถานการณ์ก็พอจะรู้ว่าเื่นี้เป็เื่ใหญ่ที่ไม่น่ายินดี ในใจคิดว่าคนที่ทำให้เฉินผู้เยือกเย็นกลายเป็ตื่นตระหนกเช่นนี้ได้ บนโลกนี้เกรงว่าจะมีแต่คุณชายรองเท่านั้น!
กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเที่ยงคืน องครักษ์เงาเข้ามารายงานว่า “หัวหน้า ที่ป่าไผ่ฝั่งตะวันออกประมาณสองสามลี้[2] พบศพคนชุดดำจำนวนมากแต่ไม่พบคุณชายรอง หัวหน้าหน่วยข่าวกรองชิวเฟิงและหัวหน้าหน่วยองครักษ์เงาลั่วเยี่ยยังคงอยู่ที่ป่าไผ่ค้นหาคุณชายรองต่อไปขอรับ”
จูเก๋อเฉินได้แต่กำหมัดแน่น คิดเพียงว่า ‘ถ้าหากคุณชายรองเป็อะไรไป เขาจะไม่ยกโทษให้คนบงการที่อยู่เื้ัแน่!’ จนกระทั่งเกือบถึงยามสาม ชิวเฟิงและลั่วเยี่ยก็ประคองคุณชายรองที่ได้รับาเ็หนักจนสลบไสลเข้ามาตรงหน้าเขา จูเก๋อเฉินถอนใจด้วยความโล่งอก
แต่อาการของคุณชายรองดูไม่ดีเท่าไรนัก เขาเรียกองครักษ์เงากลับมาช่วยกันเสาะหาจวินอีชวนลูกศิษย์ของหมอเทวดาอู๋ซวีจื่อมารักษาคุณชายรอง จากนั้นจวินอีชวนก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
จวินอีชวนผู้นี้เพิ่งจบจากสำนักหมอเทวดา เขายังเป็เพียงคนหนุ่มผู้หนึ่ง ประสบการณ์ในยุทธจักรยังมีไม่เพียงพอ ตอนเช้าเขาออกจากป่ามาด้วยความดีใจ ชั่วพริบตาก็ถึงกลางวันแล้ว วิ่งมาจนถึงโรงเตี๊ยมหรูหราโอ่อ่า กินดื่มเต็มที่จนอิ่มไปหนึ่งมื้อ ทว่าตอนที่เตรียมคิดเงินกลับพบว่ากระเป๋าเงินได้หายไปแล้ว เมื่อลองนึกดูจึงรู้ว่าเป็ตอนที่ถูกใครบางคนชนที่ถนน เขาไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไรนัก แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว เขาต้องโดนล้วงกระเป๋าเงินไปตอนนั้นแน่ๆ
หลงจู๊คาดการณ์ออกว่าจวินอีชวนไม่มีเงินจ่าย จึงส่งสัญญาณด้วยสายตา ฉับพลันจวินอีชวนก็ถูกล้อมรอบอย่างแ่าด้วยคนงานเจ็ดถึงแปดคนที่มีท่าทางปราดเปรียวและห้าวหาญ คนพวกนี้มักจะสั่งสอนพวกลูกค้าที่กินแล้วไม่จ่ายโดยเฉพาะ
ตอนที่กำลังจะโดนรุม ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของใครบางคน “เงินเล็กน้อยเพียงสองตำลึงต้องทำขนาดนี้เลยหรือ”
หลงจู๊มองไปยังคนที่ตรงเข้ามา ก็พลันตัวสั่นกล่าวไปว่า “คุณชายรอง เ้าหนุ่มนี่กินแล้วไม่มีเงินจ่าย ข้าน้อยเพียงแค่คิดจะสั่งสอนเขาขอรับ”
ผู้ที่ถูกเรียกว่าคุณชายรองนั้น ชำเลืองมองไปยังจวินอีชวนที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คิดใคร่ครวญแล้วกล่าวว่า “ผู้นี้คือสหายของข้า ต่อไปถ้าเขามากินอาหารที่โรงเตี๊ยมนี้ก็ไม่ต้องคิดเงินอีก”
เมื่อกล่าวจบประโยค ชายหนุ่มชุดเทาที่อยู่ข้างๆ ก็ดึงเสื้อของคุณชายรอง มองไปที่นายของตนด้วยความไม่เข้าใจ แต่ผู้เป็นายเพียงแต่ส่งยิ้มให้เขาเป็คำตอบ ชายชุดเทาคนนี้ก็คือจูเก๋อเฉินเมื่อเจ็ดปีก่อน และชายที่ถูกเรียกว่าคุณชายรอง ตอนนี้ก็ยังคงเป็นายของเขา
ในปีนั้น จูเก๋อเฉินไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายรองถึงช่วยเ้าหนุ่มที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนผู้นั้น ตอนนี้มาคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าคุณชายรองตัดสินใจได้ฉลาดมาก ถ้าไม่ใช่เพราะ้าตอบแทนบุญคุณอาหารมื้อนั้น ก็คงไม่ทำให้จวินอีชวนติดตามคุณชายรองมาจนถึงตอนนี้ได้กระมัง
แม้ว่าเขาจะอยู่ข้างกายคุณชายรองมาสิบปีแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ จูเก๋อเฉินก็ยังคงไม่เข้าใจความคิดของนายตนเองเลยสักนิด
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922
[1] หนึ่งก้านธูป หมายถึง ระยะเวลาประมาณ 15 หรือ 30 นาที (ตามความยาวของก้านธูป)
[2] ลี้ หรือ หลี่ เป็หน่วยวัดระยะทาง โดย 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร