ตอนที่ 23 าที่กำลังจะมาถึง
ในตอนนี้ข่าวเื่เมืองเซนต์จูรี่ได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีได้ถูกแผ่ออกไปทั่วดินแดนเซนต์จูรี่แห่งนี้แล้วรวมถึงดินแดนที่อยู่รอบๆข้างด้วย ทุกเมืองที่อยู่รอบๆนี้ต่างก็รู้สึกสงสัยเป็อย่างมากกับข่าวนี้ว่าเป็เื่จริงหรือเื่โกหกของพวกโจรในดินแดน.....
ดังนั้นเมืองรอบๆจึงได้ส่งคนของพวกเขาออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเื่นี้และหากว่าเื่นี้เป็เื่จริงและเห็นว่าเมืองเซนต์จูรี่ไม่ได้แข็งแกร่งมากพวกเขาก็พร้อมจะส่งคนมายึดอำนาจของเมืองนี้เอาไว้เพื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจของพวกเขา......
นอกจากเมืองเหล่านี้แล้ว พวกกลุ่มโจรที่อยู่รอบๆเองต่างก็ส่งคนของพวกมันออกมาสืบข่าวเช่นกันว่าข่าวเป็จริงอย่างที่พวกมันได้ยินมาหรือไม่แต่ช่างน่าเสียดายที่สายสืบเ่าั้ต่างก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ข้อมูลใดๆกลับไปเพราะรอบๆ เมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้มีนักฆ่าระดับหนึ่งกว่าสิบคนที่พึ่งถูกจ้างมากใหม่โดยมีลอลิและเจนนี่เป็หัวหน้าทีม.......
นักฆ่าทั้งสิบสองคนนี้เปรียบได้ดั่งฝันร้ายของสายสืบเลยหากคิดจะมาสืบข่าวของเมืองเซนต์จูรี่และคิดที่จะกลับไปอย่างมีชีวิตถึงแม้ว่าสายสืบที่ถูกส่งมานั้นจะเป็นักฆ่าเหมือนกันแต่พวกมันก็อยู่เพียงขั้นที่หนึ่งเท่านั้นจะเป็เทียบได้กับลอลิกับเจนนี่ที่อยู่ในขั้นที่สองและสามได้ยังไง......
อีกหนึ่งเดือนผ่านไป.....
วันเวลาได้ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วซึ่งในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นมีกลุ่มโจรมากกว่ายี่สิบกลุ่มขนาดเล็กและกลุ่มโจรสิบกลุ่มขนาดกลางได้ถูกกวาดล้างไปโดยฝีมือของอากอร์นกับสามอัศวินบ้าเืและเหล่าทหารคลั่งของเขา......
และใน่เวลานั้นเหล่าเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบๆดินแดนเซนต์จูรี่แห่งนี้ก็ได้ส่งตัวแทนของพวกเขามาเพื่อเจรจาการต่างๆกับอากอร์นด้วย ซึ่งหัวข้อหลักในการเจรจานั้นก็คือการให้อากอร์นยอมเป็เมืองใต้บัญชาของพวกเขาแต่แน่นอนว่าคำตอบที่พวกเขาได้รับกลับไปคือไม่......
และคำตอบที่พวกเขาได้รับกลับไปนั้นมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกโกรธเป็อย่างมากบางเมืองถึงกับคิดที่จะยกกำลังคนมาเพื่อสั่งสอนอากอร์นเลยทีเดียวแต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้เมืองเซนต์จูรี่มีหอคอยรบถึงยี่สิบหอคอยแล้วและยังเริ่มซ่อมและสร้างกำแพงเมืองในชั้นที่สองแล้วด้วย.....
ทำให้เมืองเซนต์จูรี่กลายเป็เมืองป้อมปราการที่อยากจะตีหักได้อย่างง่ายๆบวกกับสถานที่ตั้งของเมืองที่มีูเาสูงชันอยู่ด้านหลังเมืองและูเาขนาดย่อมรายล้อมเมืองเอาไว้เป็เหมือนกับกำแพงเมืองที่เกิดจากธรรมชาติดีๆนี่เอง......
ส่วนกองกำลังทหารนั้นตอนนี้ก็มีมากถึงหกพันคนเข้าไปแล้วหากว่าพวกเขาต้องพบเจอกับการบุกลุกของกลุ่มโจรขนาดใหญ่เข้าอากอร์นก็มั่นใจว่าพวกเขาสามารถป้องกันและสู้ได้ ถึงแม้มันจะหนักมือไปบ้างก็ตามเพราะอีกฝ่ายก็น่าจะมีบุคคลระดับสูงอยู่ด้วย.....
ภายในห้องนอนของอากอร์น.....
“ในระยะเวลาอันสั้นนี้พวกมันคงไม่บุกมาแน่การจะบุกเมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้ไม่ใช่เื่ง่ายๆ และจำเป็ต้องเตรียมตัวอย่างดีและด้วยหอคอยรบทั้งยี่สิบมันยังไม่มากพอดังนั้นเราจำเป็ต้องเร่งการก่อสร้างกำแพงชั้นที่สองให้เร็วขึ้นและเพิ่มหอคอยรบอีก”
อากอร์นกล่าวพร้อมกับจ้องมองแผนที่ขนาดใหญ่ที่ถูกทำขึ้นโดยช่างภาพฝีมือดีในตอนที่เมืองแห่งนี้ยังรุ่งเรืองอยู่ด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดเป็อย่างมากกับสถานการณ์ในอนาคตของเมือง.....
การบริหารเมืองไม่ใช่ง่ายๆ เลยสำหรับเขา ตัวเขาที่คิดแต่การสู้รบมาตลอดนั้นไม่ค่อยคุ้นชินกับเื่พวกนี้หากไม่ได้ตำราและหนังสือเก่าๆ ที่มีอยู่รวมถึงตอนที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนทหารละก็มันคงเป็ไปไม่ได้แน่ที่เขาจะสามารถบริหารเมืองให้ดีขึ้นได้.....
แต่การพัฒนาเมืองในตอนนี้ก็มีแต่ด้านการทหารเท่านั้นที่ดูเหมือนจะดีกว่าด้านอื่นๆที่ดูเหมือนจะค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆโชคดีที่มีผู้ใหญ่บ้านที่เคยอยู่ที่นี่ช่วยแนะนำเื่การเกษตรให้กับเขาส่วนเื่เหมืองนั้นก็มีพวกฮอล์สันและแรมโบ้ที่รู้เื่ช่วยบอก......
หากเขาไม่มีคนเหล่านี้คอยช่วยละก็อากอร์นก็ไม่อาจที่จะมาถึงจุดจุดนี้ได้ และในระหว่างที่รอกำแพงเมืองชั้นที่สองนั้นอากอร์นก็ได้นำทหารและสามอัศวินเดือดของเขาบุกทำลายรังโจรขนาดเล็กและกลางไปอีกจำนวนมาก......
หนึ่งเดือนผ่านไป.......
ณ คฤหาสน์เ้าเมืองภายในห้องโถงประชุม.......
“รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกำแพงเมืองในชั้นที่สองขอรับตอนนี้กำแพงเมืองเสร็จสิ้นไปแล้วมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ส่วนหอคอยรบนั้นก็เสร็จไปแล้วกว่าสิบหอคอยด้วยกัน”เจมส์วิชที่รับหน้าที่ออกไปดูแลเื่การก่อสร้างใน่นี้ได้กล่าวรายงานความคืบหน้าให้อากอร์นฟัง......
“เยี่ยมไปเลยอีกแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้ก็จะมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นเป็สองเท่าแล้วทหารใหม่ละเป็อย่างไรบ้าง?” อากอร์นรู้สึกยินดีกับความคืบหน้านี้อย่างมากและถามเื่ทหารใหม่ที่กำลังฝึกอยู่ว่าเป็อย่างไรบ้าง......
“รายงานเกี่ยวกับทหารใหม่ที่กำลังการจัดรูปแบบทัพนั้นตอนนี้ทุกคนต่างก็สามารถทำตามคำสั่งและจัดรูปแบบทัพได้ดีมากยิ่งขึ้นแล้วขอรับคาดว่าในอีกหนึ่งเดือนนี้คงจะกลายเป็ทหารชั้นยอดได้อย่าแน่นอน”เรเว่นที่รับหน้าที่ฝึกทหารใหม่ได้พูดรายงานขึ้น......
“เช่นนั้นก็ดีหากว่ามีเวลามากกว่านี้ข้าก็อยากให้พวกเขาฝึกมากกว่านี้แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะเมื่อวานลอลิได้ตรวจพบกองกำลังของเมืองแซนดี่มากถึงหมื่นคนกำลังเคลื่อนทัพมาทางเมืองของเขาคาดว่าคงอีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์น่าจะมาถึง” อากอร์นกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังเมื่อพูดถึงกองกำลังทหารนับหมื่นที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเมืองของเขา......
ซึ่งเมืองแซนดี่นั้นเป็เมืองระดับต่ำเหมือนเมืองเซนต์จูรี่ในตอนนี้เพียงแต่ว่าเมืองแซนดี่นั้นอยู่รอดมายาวนานแล้วสิ่งก่อสร้างและผู้คนก็ล้วนแต่ถูกพัฒนามาอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งภายในเมืองมีประชากรมากถึงสามหมื่นห้าพันคนและมีทหารประจำการอยู่ถึงสองหมื่นนายทีเดียว......
และการที่เ้าเมืองแซนดี่ตัดสินใจเคลื่อนทัพมาในครั้งนี้ก็เพราะการที่อากอร์นได้ปฏิเสธความหวังดีของมันไปในตอนนั้นทำให้เ้าเมืองแซนดี่โกรธมากจนถึงที่สุดที่มันถูกหักหน้าโดยเ้าเมืองอายุน้อยแบบอากอร์น.......
“หมื่นคน? มันจะพออย่างนั้นเหรอมากันแค่นั้นพวกมันคิดว่าจะสามารถตีเมืองเราให้แตกได้อย่างนั้นรึ?ช่างฝันกลางวันเกินไปแล้ว!!” แรมโบ้ที่กำลังกระหายการต่อสู้ได้พูดขึ้นอย่างคึกคักพร้อมกับตัวของเขาที่สั่นเพราะความ้าสู้.......
“ให้พวกมันมาเลยข้าจะบดหัวพวกมันให้แหลกด้วยลูกตุ้มของข้าเนี่ยแหละ!!” วิลเลี่ยมเองก็มีความรู้สึกเดียวกันกับแรมโบ้เลยเขาเองก็้าที่จะสู้กับทหารจริงๆมากกว่าสู้กับพวกโจรที่ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้ดีๆ อยู่แล้ว......
“จริงอย่างที่พี่แรมโบ้กับพี่วิลเลี่ยมพูดให้พวกมันมาเลยพวกเราจะได้ทดสอบกำแพงและหอคอยรบอันใหม่ของพวกเราด้วย”เจมส์วิชเองก็้าที่จะสู้เช่นกันเพราะั้แ่เขาเลื่อนระดับมายังไม่ได้ออกไปทดสอบฝีมือที่ไหนเลย.......
“ข้าเองก็ไม่ได้กลัวกองทัพของเ้าอ้วนนั้นหรอกนะข้าเองก็คิดว่ามันดีเสียอีกที่พวกมันมาเป็คู่ซ้อมให้กับทหารและทดสอบหอคอยรบของพวกเราแต่ที่ข้ากังวลคือมันไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่จู่ๆ พวกมันก็ยกทัพมาตั้งหมื่นคนทั้งๆที่เมืองของพวกมันมีทหารแต่สองหมื่นเท่านั้นอีกอย่างเมืองแซนดี่ก็เป็เมืองที่ถูกหมายตาโดยเมืองรอบๆ ด้วย”
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของอากอร์นสีหน้าของพวกเขาก็แสดงออกถึงความเข้าใจบางอย่างได้เพราะมันแปลกมากที่เมืองแซนดี่เลือกที่จะโจมตีพวกเขา.....
“แต่เมื่อคิดอีกมุมหนึ่งมันก็อาจจะเป็ไปได้ว่าเ้าเมืองแซนดี่อาจจะมั่นใจในกองกำลังของตนเองว่าสามารถตีเมืองของพวกเราแตกได้ภายในเวลาอันสั้น”การ์เวลที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ได้พูดความคิดของเขาออกมา........
หือ.....? !
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของการ์เวลทุกคนต่างก็หันไปมองที่การ์เวลเป็ตาเดียวกันเลยเพราะคำพูดของการ์เวลนั้นก็มีความเป็ไปได้เช่นกันว่าเ้าเมืองแซนดี่นั้นมีความมั่นใจกับกองกำลังของตนเองมากเลยไม่สนใจการบุกของเมืองรอบข้าง........
“ถ้าเป็อย่างนั้นมันก็ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามพวกเราก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมเสมอกับสถานการณ์ไม่คาดฝันท่านเรเว่น ท่านรับหน้าที่ดูแลฝึกทหารต่อไป”
ขอรับ!!
“ส่วนเจมส์วิชและฮอล์สันทั้งคนรับหน้าที่ดูแลการก่อสร้างกำแพงเมืองชั้นที่สองเร่งการก่อสร้างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ขอรับ!!
“ส่วนแรมโบ้และวิลเลี่ยมพวกเ้าสองคนรับหน้าที่ดูแลป้องกันอยู่บนกำแพงเมืองขั้นที่สอง”
ขอรับ!!
“ลอลิ เจนนี่พวกเ้าทั้งสองและหน่วยล่าสังหารรับหน้าที่ตรวจดูพวกสายสืบรอบๆ เมืองนี้ให้ดีอย่าให้มีสายสืบคนใดสามารถสืบข่าวเมืองของเราได้”
เ้าค่ะ!!
“ส่วนเ้าเจสสิก้าข้าอยากให้เ้าช่วยข้าร่ายเวทเสริมพลังและเสริมความคงทนให้กับหอคอยทั้งหมดที่มีอยู่”
“ได้เลยเ้าค่ะท่านอากอร์น!!”
“และสุดท้าย ท่านการ์เวล ท่านวีต้าท่านเฮ้าร์และการ์ลอส ทั้งสี่คนข้าอยากให้ทุกคนเต็มที่กับการฝึกของตัวเองไปก่อนรอให้ถึงเวลาาจริงๆ ค่อยออกมาสู้รบกับข้าและเมื่อถึงเวลานั้นข้าหวังว่าทั้งสี่คนจะช่วยข้าอย่างเต็มที่”
“พวกเราจะทำให้ดีที่สุดไม่ว่าศัตรูจะเป็ใครพวกเราก็ไม่กลัว!!” การ์เวลพูดขึ้นพร้อมกับทุบไปที่อกของตัวเองอย่างมั่นใจ......
“พวกเราเองก็ด้วย”ทั้งเฮ้าร์และวีต้าเองก็กล่าวอย่างหนักแน่นออกมาเช่นกัน.......
“ข้าน้อยขอสาบานต่อหน้าพระผู้เป็เ้าว่าข้าการ์ลอสจะไม่ทำให้ท่านอากอร์นผิดหวัง” การ์ลอสถึงกับกล่าวปฏิญาณสาบานต่อหน้าพระเ้าเลยว่าเขาจะทำให้ดีที่สุด.......
“ขอบใจเ้ามากการ์ลอสแต่การรบที่ดีนั้นควรรู้จักสู้และรู้จักถอย การถอยไม่ใช้สิ่งที่เสียเกียรติแต่การถอยนั้นมันนำมาซึ่งการอยู่รอดของคนข้างหลังเราจงจำเอาไว้หากว่าสู้ไม่ไหวอย่าฝืนตนเองมากนักให้รีบถอยกลับมาตั้งหลักก่อน”อากอร์นรู้ว่าชายหนุ่มนี้กำลังเืร้อนร้อนวิชานักเขาจึงได้พูดเตือนสติชายหนุ่มเอาไว้ว่าอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็......
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”