
....อวี้ปิงตบถุงสมบัติหยิบ วงแหวนเคลื่อนย้ายโบราณ ขึ้นมา เป็นวงแหวนโลหะเก่าแก่ลวดลายอักขระสวรรค์แกะสลักลงบนผิว ดวงไฟปราณจางๆ ลอดผ่านรอยแกะสลัก เปล่งประกายแสงวาววับราวกับมีชีวิต
"เคลื่อนย้าย!"
แสงปราณโบราณแตกกระจายเป็นลวดลายสวรรค์กลางอากาศ ร่างทั้งสองถูกโอบล้อมด้วยม่านแสงวาร์ป เสี้ยวพริบตาเดียวพื้นดินรอบกายก็พลันหายไป
เมื่อสติคืนกลับมา หานเหวินลืมตาขึ้น พบว่าตนอยู่เบื้องหน้า ม่านพลังสีทองยิ่งใหญ่ ที่ทอดคลุมหุบเขา ดุจสายน้ำแห่งดวงดาวไหลริน
ปราณสวรรค์กระเพื่อมวาววับเป็นเส้นมังกรทองสีน้ำเงิน วนรอบหุบเขาราวกับสวรรค์ทั้งมวลกำลังคุ้มครองและที่กลางหุบเขานั้น ปรากฏ ตำหนักโบราณตระหง่าน หลังคาครามแก่ เสาหินสลักอักษรทวยเทพ ทุกอิฐหินขับกลิ่นอายพลังโบราณที่ไม่เคยเสื่อมสลาย บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก
"ขอต้อนรับสู่บ้านบรรพชนตระกูลอวี้"
หานเหวินตะลึงเพราะเขาฟังจากอาจารย์มาว่าดวงดาวนี้มีราชาเซียนสูงสุดคือระดับที่ 8 หลอมกายาเท่านั้น ไม่เคยมีระดับสูงกว่านั้นมากเช่นเซียนสวรรค์หรือระดับเต๋าเหนือสวรรค์อยู่ที่นี่เลย แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นคือพลังที่ยิ่งใหญ่ระดับเซียนสวรรค์ไม่ผิดแน่
....หานเหวินและอวี้ปิงยืนอยู่เบื้องหน้าประตูบ้านตระกูลอวี้ เป็นประตูไม้โบราณสูงใหญ่ แกะสลักอักขระเก่าแก่และลวดลายเมฆหมอก พลังปราณระดับเซียนสวรรค์ไหลเวียนรอบตัว ราวกับประตูนั้นมีชีวิตคอยตรวจสอบผู้มาเยือน
อวี้ปิงหยิบ ป้ายหยกโบราณ ขึ้น มือของเขาโอบรอบหยกเก่าแก่สั่นสะท้าน แสงปราณวาววับลอดผ่านลวดลายอักขระ แผ่ซ่านไปทั่วม่านพลังรอบประตู
“ตามข้ามมาอย่างระมัดระวัง” เสียงเขาเรียบเย็น แต่เต็มไปด้วยอำนาจ
เพียงสัมผัสแรกของวงแหวน ม่านพลังปราณมหึมาที่ปกคลุมบ้านตระกูลอวี้ก็สั่นสะเทือน แสงสีฟ้าและทองสลับไหลเวียนเป็นเส้นมังกร พัดพาร่างทั้งสองลอยขึ้นและดิ่งผ่านพลังปราณราวกับตกผ่านสายน้ำสวรรค์
....เมื่อสติคืนกลับ หานเหวินรู้สึกถึงความเงียบสงัดที่หนักหน่วง เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ ภายในตำหนักกลางบ้านตระกูลอวี้ แสงปราณจากเสาหินสลักอักขระโบราณสาดส่องลงมาจางๆ เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่แต่ทรงพลัง
ทุกหลังคาเรียงรายอย่างประณีต เสาหินแกะสลักอักษรทวยเทพทุกต้นประดับด้วยลวดลายหมุนวนคล้ายพลังปราณกำลังเคลื่อนไหว อาคารแต่ละหลังมีขนาดและรูปทรงไม่ซ้ำกัน แต่รวมกันแล้วกลายเป็น หมู่ตึกโบราณที่งดงามราวสวรรค์บนโลก
ทางเดินปูด้วยหินสีครามเข้ม แสงปราณสะท้อนให้เห็นลวดลายโบราณที่แกะสลักลงบนพื้นเป็นลายคลื่นไหว ทั้งผนังและประตูไม้เก่าแก่ประดับด้วยกระจกสีเจือทอง ทุกอาคารส่งเสียงกระดิ่งลมเบาๆ เมื่อกระแสปราณพัดผ่าน
ระหว่างอาคารมีสะพานหินโค้งข้ามลำธารเล็ก และสวนหินซ่อนตัวอยู่ในเงาม่านหมอก ปลูกต้นไม้โบราณที่ปลายกิ่งส่องประกายแสงประหลาด ราวกับธรรมชาติและมนตราโบราณหลอมรวมเป็นหนึ่ง
"ใบเงาราตรี!!"
หลี่หานเหวินตะลึง เพราะนี่คือสมุนไพรระดับ 5 สูงสุดที่มีเพียงในตำรา ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นของจริงมาก่อน มันมีสรรพคุณล้างพิษและป้องกันพลังมืดในระดับสูงสุด เขาคิดในใจว่าหากอวี้ปิงอนุญาตเขาอยากเด็ดมันกลับไปด้วยสักกิ่ง คงมีเซียนระดับผู้นำแคว้นมากมายมาแย่งซื้อในราคาสูงลิ่วเป็นแน่แท้
สายตาของหานเหวินเริ่มซุกซนและตื่นเต้น เขามองไปยัง ตำหนักกลางที่ใหญ่ที่สุด หลังคาสีครามแก่ เสาไม้แกะสลักอักขระโบราณแผ่พลังปราณรอบตัว
อวี้ปิงเปิดประตูออกเข้าไปภายในห้องใหญ่ มี ป้ายบรรพชนตระกูลอวี้เรียงรายหลายร้อยป้าย แต่ละป้ายสลักชื่อและตราประจำตัว แผ่แสงริบหรี่สะท้อนกับลมปราณภายใน
เหนือป้ายบรรพชนทั้งหมด บนแท่นสูงสุด มี รูปปั้นเทพสวรรค์องค์หนึ่ง ยืนสง่า มือหนึ่งถือดาบปลายแหลมชี้ฟ้า ดวงตาของเทพจ้องลงมาราวกับอ่านจิตใจผู้มาเยือน
แสงจากรูปปั้นกระจายส่องมายังป้ายบรรพชนรอบตัว ทำให้หานเหวินรู้สึกทั้ง เล็กน้อยและสงบนิ่ง ในขณะเดียวกันก็สัมผัสถึง พลังลึกลับเหนือจินตนาการที่คุ้มครองตระกูลอวี้อยู่
อวี้ปิงเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"หลี่หานเหวิน คำนับเหล่าบรรพชน”
หานเหวินเชื่อฟังแต่โดยดี เขาก้มศรีษะลงต่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพและความอ่อนน้อม จนร่างกายรู้สึกถึงพลังโบราณที่สถิตอยู่รอบตัวป้ายบรรพชนทุกป้าย
จู่ๆ ลำแสงสีทองอมฟ้าจาก รูปปั้นเทพสวรรค์ บนแท่นสูงสุดแผ่ลงมาจากดวงตาและปลายดาบ
แสงนั้นสว่างเจิดจ้าแต่ไม่แสบตา กลับอบอุ่นราวกับพลังแห่งสวรรค์กำลังโอบกอด
มันค่อยๆ เคลื่อนลงมาห่อหุ้มตัว หานเหวิน ให้ร่างกายทั้งตัวสว่างไสวเบาๆ
ขอบเขตของแสงดึงดูดสายตาและจิตใจของเขา ราวกับบรรพชนและเทพองค์นั้นกำลังสื่อสารโดยไม่ใช้ถ้อยคำ
หานเหวินรู้สึกถึงพลังโบราณไหลเวียนเข้ามา ทั้งอบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่เรียกความทรงจำเก่าๆ กลับคืนมา
"ใช่เจ้าจริงๆด้วย ที่เป็นคำพยากรณ์บรรพชน"