“ ว้ากกกกกกกก !!!!!!!” เขาทำได้แค่ะโเพื่อระบายความโกรธแค้นอัดอั้นใจทั้งหมดออกมา ฟงหยวนเห็นท่าไม่ดีเตรียมที่จะะโลงไปในสนามสอบ
“ ช้าก่อน ” เตียววูห้ามฟงหยวนเอาไว้
“ ข้าเข้าใจดี แต่เขาต้องผ่านมันไปให้ได้ ” เตียววูกล่าวกับฟงหยวนด้วยความหวังดี
“ขอรับ” ฟงหยวนกล่าวตอบ
.
..
.
“ ว่ายังไงละอี้หยุน เ้าทำได้แค่นั้นเองหรือ เ้าอุตส่าห์ลำบากตรากตรำฝึกฝนฝีมือมาแต่ ไหงได้ ถึงเป็ได้แค่ลูกไก่ที่อยู่ในกำมือข้าเองหรือ ช่างน่าขันเสียจริง !!! อุวะ ฮ่าๆๆๆๆ ” แม้แต่เสียงหัวเราะ หรือเสียงของกรรมการ ทั้งท่าทางและลีลาการเดิน มันดูคล้ายกับโจรชั่วที่สังหารพี่ชายและพี่สาวไม่มีผิด
“ มึงว่ายังไงนะ !!!!! ” อี้หยุนเริ่มถึงขีดจำกัดอีกรอบ
“ ไอลูกไก่ ยังไงล่ะ ! ” กรรมการยังคงไม่เลิกเย้ยหยัน
“ กรอดดดดด !!! ” อี้หยุนส่งเสียงคำราม
ฟงหยวนมองลงมาหาอี้หยุนและพยายามทำให้อี้หยุนสบตาเขาให้ได้ ซึ่งในตอนนั้นอี้หยุนได้ถูกล่อลวงให้อยู่กับภาพลวงตาเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ตัวอี้หยุนเท่านั้นที่จะสามารถอดทนต่อภาพมายาเหล่านี้ไปได้หรือไม่..
..
.
อี้หยุนสติหลุดจนมันสร้างภาพเงาออกมามากมายราวกับมันกำลังะเิโทสะออกมาด้วยความแค้น
อี้หยุน : กูจะฆ่ามึงง !!!!
ในตอนนั้นอี้หยุนได้เหลือบไปมองเห็นฟงหยวนกำลังมองมาที่มันอย่างเคร่งขรึม ฟงหยวนใช้นิ้วชี้ไปที่ตาของมันเป็การบ่งบอกสัญญาณอะไรสักอย่าง
“ …. ” จู่ๆ อี้หยุนก็หยุดนิ่งไปราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ เดี๋ยวนะ...ข้าจำได้ว่าอาจารย์ฟงหยวนเคยพูดถึงการใช้ภาพมายาของกรรมการในระหว่างสอบ..*เคล็ดเนตรเบิกมายา* นั่นอาจจะช่วยได้ ”เขาพูดกับตัวเอง
“ เห เห จู่ๆ ก็เงียบไป ยอมรับแล้วสินะว่าตัวเองเป็แค่ลูกไก่ในเล้า ” กรรมการยังคงกวนประสาทอี้หยุนไม่หยุด
อี้หยุนได้รีดเค้นลมปราณที่มีทั้งหมดไปไว้ที่ดวงตา เขาััได้ถึงมวลลมปราณมากมายได้ถูกส่งผ่านจากลิ้นปี่ ส่งไปยังม่านดวงตา และนั่นทำให้เขาสามารถมองทะลุภาพลวงตาที่กรรมการสร้างขึ้นมาได้
“ อย่างนี้นี่เอง ” อี้หยุนได้ล่วงรู้ความลับแล้วว่าแท้จริง รอยสักรูปงูนั้นถูกสร้างขึ้นโดยกรรมการ
“ เอาละเ้ามีอะไรจะสั่งเสียกับคนบนโลกนี้ไหม เพราะข้าจะส่งเ้าไปอยู่กับพี่ชายพี่สาวเ้าในยมโลกแล้วยังไงละ !! ”
กรรมการใช้คำพูดตัดสินหากอี้หยุนไม่สามารถทนได้เขาจะถูกไล่ออกจากสำนักทันที
“ คงต้องเล่นตามบทไปสินะ !! ไม่นะ อย่าฆ่าข้าเลยท่านฆาตรกร ”
อี้หยุนร้องขอชีวิตเสียงหลง ราวกับกำลังล้อเลียนกรรมการ
“จะมาร้องขอชีวิตตอนนี้มันก็ยากไปหน่อย...เอ้ะ เดี๋ยวนะ เ้าไม่คิดหรือว่าข้าคือฆาตรกรคนนั้นหร... *เคล็ดเนตรเบิกมายา* ...ร้ายกาจจริงๆ หนุ่มคนนี้ ”
กรรมการได้หันไปยิ้มให้ฟงหยวน และไม่นานรอยสักรูปงูที่คอของกรรมการก็ได้หายไป นั่นเป็เพียงเคล็ดวิชาสร้างภาพเงาของกรรมการเท่านั้น
“ หมดเวลา เ้าทำได้ดีมากอี้หยุน เ้าผ่านเข้าสู่การทดสอบรอบถัดไป ”
กรรมการกล่าวกับอี้หยุน
“ ไชโย !!!! ”
ในด่านสุดท้าย การทดสอบลมปราณ โดยการสร้างเงากระบี่ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ผู้ใช้เงากระบี่ จะต้องสร้างเงากระบี่จากสิ่งที่ กรรมการเลือกมาให้ อาทิ กิ่งไม้ ไม้กวาด หรือ ใบไม้
คำโบราณกล่าวโดยเซียนกระบี่ผิงจื่อว่า "คมกระบี่อยู่ที่ผู้ใช้กระบี่" ใช่ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะต้องทดสอบด้วยการสร้างเงากระบี่ขึ้นมาจากวัสดุต่างๆ
**********************************
"ขอให้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมารวมกันตรงนี้ " เสียงของกรรมการประกาศดังทั่วสนามสอบ
ในตอนนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบ มาไม่ถึงครึ่งของรอบแรกเนื่องจากการทดสอบในรอบที่ 2 ทำให้มีผู้ตกรอบไปจำนวนมากตอนนี้เหลือผู้เข้ารอบสุดท้ายเพียง 10 คน หนึ่งในนั้น คืออี้หยุน และกงหยวน
“ รอบสุดท้ายแล้วส...”
“ ไม่อยากจะเชื่อว่าไอเด็กเมื่อวานซืนอย่างเอ็งจะผ่านเข้ารอบมาได้เหมือนกัน ” เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็กงเหยินนั่นเอง ในวันนี้กงเหยินเติบโตขึ้นมากทั้งสูงและดูแข็งแรง เปี่ยมไปด้วย ลมปราณมหาศาลที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี
“ นี่เ้าก็ผ่านเข้ามาเหมือนกันหรือ ” อี้หยุนกล่าวทักทาย
“ ข้าน่ะ ตั้งใจฝึกฝนวิทยายุทธด้วยตนเอง ต่างจากเอ็งที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแลมาตลอดเอ็งจะไปเข้าใจการฝึกฝน อันสุดแสนทรมานที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรอย่างพวกข้าที่ไม่มีใครคอยมาดูแลได้ยังไง ” กงเหยินยังคงแค้นเื่ในอดีต
“ .... ” อี้หยุนได้แต่นิ่งเงียบยอมรับความจริงที่มันกล่าวมา
กงเหยินยังคงจดจำเื่ราวต่างๆได้เป็อย่างดี ยังไงวันยังค่ำ อี้หยุนก็คือไข่ในหินที่โดนฟงหยวนชุบเลี้ยงดูแลมา
“ เ้าก็ไม่มีวันเข้าใจข้าเช่นกัน ” อี้หยุนกล่าวตอบโต้
“ ลูกไก่ยังไงมันก็คือลูกไก่สินะ ” กงเหยินตอบ
“ ผู้เข้าทดสอบคนต่อไป กงเหยิน !! ” กรรมการเรียกให้กงเหยินขึ้นทดสอบรอบถัดไป
เสียงของกรรมการเริ่มทยอยเรียกผู้เข้าทดสอบไปเรื่อยๆ
“ ข้าก็อยากจะเห็นว่าฝีมือของเ้าเป็ยังไงกงเหยิน ” อี้หยุนกล่าวด้วยความอยากรู้ว่ากงเหยินพัฒนาฝีมือไปถึงขั้นไหนแล้ว
กงเหยินได้วิ่งลงไปในสนามสอบ เขารับกิ่งไม้จากกรรมการซึ่งเป็อาวุธที่เขาจะต้องใช้สร้างเงากระบี่
มันตั้งท่าอย่างดีกำกิ่งไม้ไว้ด้านมือขวาอย่างแน่น
เริ่มได้ !!
ลมปราณมากมายไหลเวียนไปที่ฝ่ามือขวาของมันโดยเฉียบพลัน ท้องฟ้าบริเวณนั้นมืดไปชั่วขณะ ราวกับแสงบริเวณนั้นถูกดูดออกไปจนหมด เหมือนกับเป็การะเิของแสง กิ่งไม้ที่มันกำไว้ถูกสร้างออกเป็เงากระบี่กิ่งไม้ที่มากมายเสียจนนับไม่ทัน ทุกคนที่อยู่รอบบริเวณนั้นอึ้งไปหมดเพราะไม่เคยเห็นใครที่สามารถสร้างเงากระบี่ได้เยอะเท่านั้นมาก่อน แม้แต่ฟงหยวนก็ยังทึ้งในความสามารถของกงเหยิน
กงเหยิน สร้างเงากระบี่จากกิ่งไม้ ได้ 800 เงา ผ่านการทดสอบ !!
โดยปกติแล้วผู้ที่เข้าทดสอบรอบนี้สามารถสร้างเงากระบี่ได้มากที่สุดคือ 500 เงา และเกณฑ์การผ่านการทดสอบนี้คือ สร้างเงากระบี่ขึ้นมา 200 เงา กงเหยินคือคนแรกที่สามารถทำลายสถิตินั่นเอาไว้ได้ และแน่นอนว่าการสร้างเงากระบี่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากกระบี่นั้นเป็สิ่งที่ยากมาก จะต้องใช้ทั้งลมปราณ จิตใจ และ พละกำลังร่างกายของผู้ใช้มันอย่างสูง
“ นะนี่มันน ! ”
แม้แต่อี้หยุนก็ยังตื่นใในความสามารถของกงเหยิน
“ คนต่อไป อี้หยุน !! ” กรรมการขานชื่ออี้หยุน
กงเหยินเดินสวนขึ้นมาเจออี้หยุน
“ หึ ทำให้ดีกว่านี้ละไอไก่อ่อน ”
อี้หยุนชะงักไปชั่วขณะเขาทำใจไว้แล้วว่าเขาอาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากับกงเหยิน แต่เขาจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้
วัสดุที่อี้หยุนได้นั้นคือ ใบไม้ ซึ่งแน่นอนมันยากกว่ากิ่งไม้ทั้งเบาและไร้การควบคุมของน้ำหนัก เขาเริ่มเพ่งลมปราณ ตั้งท่าให้พอดี กับการไหลเวียนลมปราณให้ได้มากที่สุด เขาสูดลมหายใจเข้า ออกให้เป็จังหวะ จับกระแสการเคลื่อนไหวของใบไม้จนเขาได้จังหวะ
“ ตอนนี้ล่ะ ! ”
อีกครั้งที่เกิดการดับของแสงในบริเวณนั้นออกไป่ครู่นึง แต่ครั้งนี้ที่แตกต่างกันออกไป มีแสงวาบสว่างจ้า ก่อนที่จะมีเสียงคล้ายะเิดังตามมา
*เปรี้ยง !!! ครึ้มมมม !!! *
ควันมากมายพวยพุ่งออกมาจากมือของเขาไปพร้อม ๆ กับประกายสายฟ้าสีขาว บริเวณมือข้างที่ถือใบไม้ และทำให้เกิดภาพเงาใบไม้ จำนวนมากพอๆ กับกงเหยิน
อีกครั้งที่บริเวณรอบข้างสามทดสอบได้เงียบลงเป็เป่าสากเพราะการะเิรอบที่สอง
อี้หยุนสร้างได้ 700 เงา ผ่านการทดสอบ คนต่อไป !!!
เขายังคงอึ้งและตะลึง ว่าท้ายที่สุดแล้วระดับฝีมือของเขายังคงตามกงเหยินอยู่อีกมาก
.
.
.
ถัดเข้าไปในป่าลึก ณ หุบเขาพันลี้
ชายนิรนาม ชุดสีขาวสวมกำไลหยก กำลังควบม้าผ่านหุบเขาพันลี้มาด้วยความรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังเกิดเื่ใหญ่ ระดับคอขาดบาดตาย
“ ย่าห์ !!! ”
เขาควบม้าไปพบกับชายคนนึงผู้มีแววตาฆาตรกรใส่ผ้าคลุมหัวสีดำ ชุดสีแดง ถือดาบโค้ง คล้ายนักฆ่า ชายนิรนามรู้ดีว่าชายผู้นั้นกำลังเล็งเอาชีวิตของเขาแน่แท้ เขาไม่รอช้า ชักกระบี่ออกมา และพุ่งตัวออกจากหลังม้า ไปหานักฆ่าคนนั้นอย่างรวดเร็ว
“ เคล็ด กระบี่เหมันต์ : บุปผาเหมันต์ !!!” ลมปราณมากมายได้ก่อตัวขึ้นขณะที่ชายคนนั้นพุ่งตัวเข้าหานักฆ่า เกิดคลื่นความเย็นฉับพลันทำให้บริเวณโดยรอบนั้นเกิดเป็น้ำแข็งในพริบตาจนพื้นเป็น้ำแข็ง และเหมือนนักฆ่าคนนั้นจะรู้ตัวเสียก่อนที่ไอน้ำแข็งจะไปจับขาของมัน มันะโขึ้นหมุนตัวเหนือฟ้า
“ เคล็ดดาบวายุ : เพลิงวายุ !!! ” มันหมุนตัวไปพร้อมๆ กับการตวาดดาบไปรอบตัวมันอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถมองตามได้ทัน ก่อให้เกิดพายุเพลิงจนเกิดประกายไฟไปทั่วบริเวณที่มันหมุนตัวอยู่ และประกายไฟนั้นมันร้อนพอที่จะละลายเคล็ดกระบี่เหมันต์ให้ละลายออกไป ชายนิรนามคนนั้นได้กระเด็นออกมาจากพายุเพลิง พร้อม ๆกับ โดนฟันเข้าที่หน้าอกอย่างจัง
“ อั่กกกก !!! แสดงตัวออกมา !!!” ชายนิรนามกล่าวขึ้นมา
“ เห....ยังไม่ตายหรอกหรือ ”
มันพูดด้วยความเ็าราวกับว่ามันกำลังเล่นกับเหยื่อของมัน พร้อมๆด้วยการพุ่งออกมาจากเพลิงพายุ ที่มันอยู่
“ เคล็ดดาบวายุ : วิหกเพลิง !! ”
มันพุ่งออกมา พร้อมตวัดดาบเพียงแค่หนึ่งครั้ง ออกมา ก่อให้เกิดคลื่นเพลิงรูปนกอินทรีย์ขนาดั์พอที่จะสามารถเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าให้หายไป ในพริบตาเดียว
*ซู่มมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!*
ร่างของชายนิรนามได้แหลกละเอียดเป็เถ้าทุลีเหลือแต่เพียงกำไลหยก กระบี่ และเสื้อคลุม ที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของสำนักเกล็ดเหมันต์
นักฆ่าคนนั้นหยิบกำไลหยก กระบี่และเสื้อคลุม ขึ้นมาใส่ พร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเ็า
“แค่นี้นะหรือ คนของสำนักเกล็ดเหมันต์ หึ น่าสมเพชเหลือเกิน”
มันเดินหน้าต่อไปยัง สำนักกระบี่หมื่นเงาและไม่อาจรู้ได้ว่ามันคือใคร
**โปรดติดตามตอนต่อไป**
อย่าลืมเป็กำลังใจให้กับอี้หยุนด้วยนะครับ แล้วก็อย่าลืมกดติดตามให้ด้วยนะครับ ผลงานอัพทุกอาทิตย์แน่นอนครับ