เมื่ออี้เฉินเห็นสิ่งของภายในถุงเหล่านั้นเขา อดไม่ได้ที่จะตกใจ มันมีทั้งแมลงพิษ หางของแมงป่อง ปีกของแมลงทับสีฟ้า งูพิษอีกหลายชนิด หนอนไส้เดือนตัวใหญ่ตากแห้ง ลากเถาวัลย์อายุหลายสิบปี แม้กระทั่งสมุนไพรเสริมกายาต่างๆ หลายสิบต้น ถูกเหวี่ยงเรียงราย ลงไปภายในหม้อยักษ์ อย่างไม่มีการเก็บออม
อี้เฉินจึงอดอุทานในใจไม่ได้ 'ไม่คิดว่า จะมีสูตรการกลั่น หลอม เลือด เฉกเช่นนี้อยู่ด้วย มันทำให้ข้า ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อยเลย'
เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปใหญ่ เลือดภายในหม้อใบใหญ่ ก็ค่อยๆ เหนียวข้นขึ้น เป็นสัญญาณ ให้เหล่านักรบภายในหมู่บ้านตงเป่ย พร้อมลงไปแช่ ส่วนความอดทนจะขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล ว่าใครจะสามารถดูดซับได้มากกว่ากัน เลือดที่เดือดในยามนี้ หดหายไปไม่น้อย แต่ก็เต็มไปด้วย สรรพคุณที่มาก ล้ำกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
เหล่าชาวบ้านเองก็ส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสายให้เหล่าผู้คนที่พวกเขารู้จัก ยิ่งอดทนได้มากก็จะมีโอกาส สูงที่จะได้เลื่อนขั้นพลังกายา ไปสู่ระดับกายาทองคำ โอกาสจะถูกสำนัก น้อยใหญ่ คัดสรรก็จะมีมากขึ้น
...เพียงเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เหล่านักรบหลายๆ คนก็เริ่มรับ ความเจ็บปวดจาก สรรพคุณของเลือดที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมีพิษ ไม่ไหว ความร้อนเองก็เป็นอุปสรรคไม่น้อย จึงทำให้ ร่างกายของเหล่านักรบภายในหมู่บ้าน เนื้อตัวแดงฉาน มาพร้อมกับรอยแต้มสีม่วงตามตัว จนเหลือเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์เท่านั้นที่จะพอทนรับได้
เหล่าชาวบ้านหลายๆ คนต่างถอนหายใจ ครั้นเมื่อเห็นคนที่พวกเขา ตั้งเป้าหมายอยู่ภายในหม้อใบนั้นได้ไม่นาน รู้สึกเสียดายสุดแสน หากทนต่อไปได้อีกนิด ก็คงจะเพิ่มศักยภาพ ได้อีกไม่น้อย
ผู้นำหมู่บ้านส่ายหัวน้อยๆ ไม่คิดเหล่าจอมยุทธ์พวกนี้ จะไม่รู้จักอดทน "ช่างเสียของยิ่งนัก" ยังดีที่ยังมี อันหนาน กับ หลี่เฉียน ที่เป็นเสาหลักของหมู่บ้าน ที่พอจะมีแววอยู่บ้าง กายาทอประกายขึ้นมาน้อยๆ บ่งบอกว่า กายาของพวกเขา พร้อมจะเลื่อนขั้นกายา ในอีกไม่ช้าหากอดทนผ่านมันไปได้
ครั้นเมื่อชายชรา เห็นเปลวเพลิง ค่อยๆ เบาบาง ไม่โหมลุก เฉกเช่นแต่ก่อน เขาเตือนไปที่ กลุ่มคนตัดฟืนในทันที "พวกเจ้ายังผ่าฟืนกันไหวอยู่หรือไม่ เกรงว่ากากเลือดในครั้นนี้จะดูมีประโยชน์กว่าคราวก่อนไม่น้อย หากพวกเจ้าไม่ไหวข้าอาจต้อง ขานเรียกคนมาเพิ่ม"
เมื่อเหล่าจอมยุทธคนอื่นๆ ได้ยินต่างตาลุกวาว เตรียมที่จะชุบมือเปิบ เข้าไปหารส่วนแบ่งกากเลือดในทันที หากผู้นำหมู่บ้านขานเรียกเมื่อใด พวกเขาก็พร้อมจะเข้าไปหารส่วนแบ่ง อย่างไม่เกรงใจ
พวกเขาทั้งสามหอบเหนื่อยเป็นอย่างมาก หน้ามืดทะมึนในทันที เมื่อได้ยินคำพูดของผู้นำหมู่บ้าน ไม่คิดการตัดฟืน ต้นชิงชังเกาะหนาม จะกินพลังกายา มากถึงเพียงนี้ พวกเขาอุตส่าห์ลงแรงไปไม่น้อย จะให้มาแบ่งเลือดให้ผู้คนในยามนี้พวกเขาไม่ยอมเด็ดขาด มีเพียงแต่ต้องกัดฟันทน ตัดฟืนต่อไป
"พวกเจ้าสองคนรีบผ่าฟืนเสีย หรืออยากให้ผู้อื่นมาแย่งเหยื่อของเจ้าไป"เจียวหยาง เด็กสาว กล่าวออกมาด้วยความไม่จำยอม
พวกเขาเองก็มีแรงฮึดขึ้นมาไม่น้อย แต่ในยามนี้พลังกายา แทบหมดสิ้นกำลังใจจะไปช่วยอะไรได้ แม้แต่แรงจะเหวี่ยงขวานก็แทบจะไม่มี
ครั้นเมื่อชายชราเห็นว่า ไฟค่อยๆ เบาบางลงเช่นนี้ เกรงว่าการกลั่น หลอม จะไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อเห็นความตั้งใจของเจียวหยาง ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความไม่ยอมแพ้ของนาง หยุดชะงักคำพูดไปเสียดื้อๆ
อี้เฉินที่เห็นว่ากลุ่มคนตัดฟืนเริ่มไม่ไหวกันแล้ว หากปล่อยไว้เฉกเช่นนี้ เกรงว่าเลือดที่พวกเขาได้มา คงจะน้อยนิดเป็นแน่ เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าที ราวกับคนไม่รู้เรื่องรู้ราว จนทำให้ผู้คนต่างพากันหัวเราะ ขำขัน "การที่คนธรรมดาจะไปตัดฟืน ต้นชิงชังเกาะหนาม มันช่างเป็นอะไรที่ตลกเสียจริง"
เจียวหยางที่เห็นสายตาของอี้เฉินเต็มเปี่ยมไปด้วยความ ตั้งใจ นางจึงอดไม่ได้ที่จะ เอ่ยถามเขาออกมา "เจ้าเอาจริงหรือ อี้เฉิน เจ้าไม่กลัวว่าเจ้าจะปลายเป็นตัวตลกของผู้คน หรอกหรือ"
อี้เฉินยกยิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มทอประกาย จนมองเห็นฟันสีขาว "ข้าไม่เคยสนใจคำพูดถากถางของผู้ใด มันก็เป็นเพียงเสียงนกเสียงกา ที่จะผลักดันข้า ไปสู่จุดที่พวกเขาไม่คาดคิดก็เท่านั้น"
ครั้นเมื่อเขาเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น เขาก็เอื้อมมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ เข้าไปจับขวานมาไว้ในมือในทันที ท่อนฟืน ท่อนใหญ่ถูกอี้เฉินจามขวานลงไปในทันใด มันสะท้านแขนของเขา จนมีเลือดไหลซึม แม้แต่รอยที่ถูกฟันลงไปยัง เข้าไปได้เพียงนิดเดียว อี้เฉินถึงกับเบิกตาออกกว้างไม่คิดว่ามันจะแข็งได้ถึงเพียงนี้
เหล่าผู้คนต่างพากันขำขัน ยกใหญ่ เจียวหยาง นางถึงกับหนังตากระตุก คำพูดที่ดูสวยหรูของอี้เฉินเมื่อครู่พลันสลายหายไปจนหมด อยากจะเข้าไปตบหัวอี้เฉิน สักทีสองที ให้หายกับความคาดหวังของนาง แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านยังส่ายหัวน้อยๆ
อี้เฉิน เขาเพียงเกาหัวเบาๆ ออกมาเท่านั้น ก่อนจะขำแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อน เขารู้ได้ในทันทีหากไม่ขับเคลื่อนพลังกายาออกมา เกรงว่า เขาคงจะตัดฟืนไม่ได้เป็นแน่ เขาจึงไม่คิดเก็บซ่อนพลังกายาไว้อีกต่อไป
ครั้นเหล่าผู้คนเห็นชายหนุ่มที่กายาเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ขำแห้งๆ ออกมา พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ไม่กี่อึดใจ จู่ๆ พวกเขาก็ต้องเบิกตาออกกว้างรูม่านตาขยายจนสุดในทันที กลืนน้ำลายที่มาพร้อมกับคำพูดถากถางต่างๆ ถูกกลืนลงคอในทันใด ครั้นเมื่อสัมผัสได้ถึงตราประทับเลือดบางอย่างถูกจุดขึ้นบนกายาของชายหนุ่ม ที่เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ จนทำให้กายาของเขา ราวกับเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เปล่งประกายสีทอง น้อยๆ ออกมาตามผิวหนัง พลังกายาพุ่งสูงไปอยู่ในจุดกายาทองคำในทันที
ก่อนที่เสียงจามขวาน จะดังออกมาก้อง "ฟึบ!! เปี้ยง!!" เสียงไม้ที่กล่าวขานว่าแข็งนักแข็งหนา อย่างไม้ชิงชังเกาะหนาม ค่อยๆ ถูกอี้เฉินฟันอย่าง ง่ายดาย เหล่าผู้คนถึงกับเบิกตาออกกว้าง ไม่คิดคนผู้นี้ จะมีขั้นพลังกายาอยู่ใน กายาทองคำ บางคนถึงกับไม่เชื่อสายตาขยี้ตาตนเองอย่างแรง
ผู้นำหมู่บ้าน ที่เห็นยังตกตะลึง ไม่คิดชายหนุ่มผู้นี้จะเก็บซ่อนพลังไว้ แต่ก็ไม่อาจคาดเดาขั้นพลังของเขาได้ ครั้นเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีต่างไปจากเดิม จึงไม่คิดเก็บเรื่องราวต่างๆ มาใส่ใจ
อี้เฉินที่เห็น กลุ่มของพวกเขายืนนิ่งอึ้ง ประหนึ่งโดนท่อนไม้ทุบหัว จนติดสตั๊น เขากล่าวเตือนสติ คนในกลุ่มในทันที "รีบไปเติมเชื้อเพลิงเร็วเข้า อย่ามัวชักช้า ข้าจะเป็นคนตัดฟืนเอง"
เพียงไม่กี่อึดใจ เปลวเพลิง ก็ค่อยๆ โหมลุกไหม้ อย่างรุนแรงขึ้นมาอีกครา มันร้อนแรงกว่ายามก่อนเสียอีก ท่อนฟืนเองก็ถูกตัดออกมาไม่หยุดไม่หย่อน โดยตัวของอี้เฉิน จนกายาของเหล่านักรบ ภายในหม้อเริ่มแดงฉาน จากอุณหภูมิที่สูงมากเกินไป เหล่าพวกชาวบ้าน เองก็ต่างโหวกเหวกโวยวาย สั่งให้พวกเขาเพลาๆ การใส่ฟืนหน่อย
"พวกเจ้าสามคนใส่ฟืนกันเยอะเกินไปแล้ว จะต้มเหล่านักรบของพวกเรา หรืออย่างไร"
ครั้นเมื่อทั้ง3คนได้ยิน พวกเขามีหรือจะยอม สบสายตาให้กันด้วยความเจ้าเล่ห์ โดยเฉพาะ เจียวหยาง นางทำเมินคำพูดเหล่าชาวบ้านไปโดยปริยาย ไหล่ สะกิดให้คนอื่นๆ ใส่เชื้อเพลิงเข้าไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมายมั่นจะขับไล่ให้ อันหนาน กับ หลี่เฉียน ออกจากหม้อต้มเลือดไปให้ได้
อันหนาน กับ หลี่เฉียน พวกเขาทั้งคู่เริ่มที่จะทนรับไม่ไหว ลืมตาออกมามอง เจียวหยาง ด้วยความเดือดดาล "ข้าไม่ยอมให้เจ้าได้ใช้ กากเลือดดี ดี หรอกนะเจียวหยาง ข้าจะอดทนแล้วดูดซับ มันทั้งหมด เข้าไปไม่ให้เหลือ"อันหนาน นางกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล
หลี่เฉียน เอ่ยขึ้นมาด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย "เจ้าคิดว่าความร้อนแค่นี้จะขับไล่พวกเราได้งั้นหรือ สาวน้อยเจ้าคิดผิดแล้ว"
เจียวหยาง นางทำใบหน้ามึนไม่สนใจ คำพูดของพวกเขาสองคนแม้แต่น้อย ใส่ฟืนเข้าไป อย่างไม่ลืมหูลืมตา จนเหล่านักรบ ค่อยๆ ทยอยโดดออกจากหม้อไปจนเกือบหมด
"เจ้า!! ไอ้เด็กบ้า"ชายหนุ่มที่โดดออกมาจากหม้อ คำรามออกมาดังกู่ก้อง
นักรบอีก2-3คนเองก็เดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย ปากกัดกรามจนแน่น "บัดซบ!! บัดซบ!! เจียวหยางน้อย ได้ที เจ้าเล่นใหญ่เลยนะ ชักจะใจกล้าหอฟ้าขึ้นทุกวัน"
ผู้นำหมู่บ้านที่เห็น เขาเพียงส่ายหัวเท่านั้น หากทนไม่ได้ การฝึกฝนในเส้นทางแห่งนี้ก็อาจจะไม่เหมาะกับตนเองก็เป็นได้ ถึงภายในจะเต็มไปด้วยความร้อน แต่ความร้อนมันก็ช่วยเปิดรูขุมขน ให้ดูดซับเลือดบริสุทธิ์ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น