บทที่ 85: พิฆาตอสูรเงาสะท้อน (Defeat the Demon of Mirror Shadow)
อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นไม่รอช้า จึงรีบร่ายเวทย์ธาตุสายฟ้าลงบนคมดาบ จนกลายเป็นคมดาบอัสนีสีเหลืองอ่อนที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วคมดาบ จากนั้น มันก็ชูดาบพลังแสงอัสนีขึ้นเหนือหัว เพื่อทำการปล่อยพลังสายฟ้าฟาดโจมตีใส่ยูกินะที่เป็นร่างจริงด้วยความที่ร่างกายของเธอนั้นมีความรู้หนักอึ้ง จึงทำให้พลังสายฟ้านั้นผ่าเข้าที่ร่างงามของเธออย่างจัง จนทำให้ร่างงามของเธอนั้นทรุดล้มลงที่พื้นด้วยความรู้สึกชาไปทั่วร่างจนแทบจะไม่สามารถขยับไปมาได้ พร้อมกับกระแสไฟฟ้าสีเหลืองที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง“ได้เวลาตายของเจ้าแล้ว องเมียวจิฮิเมะตัวจริง”อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นพลางค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหายูกินะอย่างช้าๆ ทางด้านตัวเธอที่เป็นร่างจริงนั้นก็แสดงสีหน้าเครียดออกมา ราวกับว่าตัวเธอนั้นพยายามที่จะขยับเขยื้อนไปมาอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะตัวเธอนั้นแทบจะไม่สามารถขยับไปมาได้เลย“วิชาเพลิง มังกรแห่งเตโชอเวจี” ทันใดนั้น ก็ได้มีมังกรธาตุไฟตนหนึ่งพุ่งทะลุประตูห้องเข้ามาขวางหน้าอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะไว้ สักพัก ก็ได้มีดาวกระจายชูริเคนพุ่งเข้ามายังร่างเงาสะท้อนของยูกินะอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็สามารถปัดดาวกระจายเหล่านั้นไปได้ทั้งหมด แต่หากรู้ไม่ว่า ดาวกระจายทั้งหมดนั้นไม่ใช่ดาวกระจายธรรมดา แต่เป็นดาวกระจายที่ล้วนมีเปลวไฟอันร้อนระอุลุกโชนที่ปลายแหลมของมันทุกด้านและไม่นาน ดาวกระจายทั้งหมดนั้นก็ได้เกิดแรงระเบิดขึ้นกระจายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ จนทำให้ร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นแทบจะทรุดลงที่พื้นในทันที ส่วนทางด้านยูกินะร่างจริงนั้นก็ได้มีร่างงามของนินจาสาวคุโนะอิจินางหนึ่งค่อยๆ วิ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว“ทำใจดีๆ ไว้นะ เดี๋ยวข้าจะรีบช่วยเจ้าเดี๋ยวนี้หล่ะ ตอนนี้พวกพ้องของเจ้ากำลังตามมา อีกเดี๋ยวสักพัก พวกนั้นก็คงจะมาถึง” คุโนะอิจิสาวนางนั้นพลางยื่นมือเรียวงามของเธอแตะเข้าที่หน้าผากของยูกินะ ก่อนที่คุโนะอิจิสาวจะใช้มือเรียวงามอีกข้างในการทำท่าประสานอินด้วยการนำนิ้วชี้กับนิ้วกลางมาประสานชิดติดกัน และแตะเข้าที่ปลายจมูกเบาๆ เพื่อใช้วิชานินจาในการฟื้นฟูพลังกายให้กับเธอในระหว่างนั้น อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะก็รีบพุ่งเข้าไปยังคุโนะอิจิสาวนางนั้นด้วยความเร็วสูง เพื่อหวังที่จะฟันใส่ร่างงามของคุโนะอิจิสาวที่อยู่ตรงหน้า แต่ทว่า ก็ได้มีบางสิ่งเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด“หากคิดจะทำร้ายท่านโอคัทสึหล่ะก็ ข้ามศพข้าไปให้ได้ก่อนนะ เมี๊ยว”สิ่งๆ นั้นก็คือภูติพิทักษ์แมวปีกสองหางที่มีนามว่าเนโกะมาตะ ภูติพิทักษ์ประจำกายของคุโนะอิจิสาวผู้นี้ ซึ่งเธอนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโอคัทสึนี่เอง ภูติพิทักษ์เนโกะมาตะนั้นมีกงจักรคู่ 6 แฉกเป็นอาวุธคู่กาย และมีทักษะในการต่อสู้ที่รวดเร็วและว่องไว และที่สำคัญก็คือ ถ้าหากมันสิงเข้าไปร่างของผู้ใด ผู้นั้นก็จะมีปีกทั้งสองข้างงอกออกมาที่แผ่นหลัง และสามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้เดิมที ภูติพิทักษ์เนโกะมาตะนั้นเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของชิโยเมะ แต่หลังจากที่ผู้เป็นนายคนก่อนได้สิ้นใจลง เนโกะมาตะก็ได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของโอคัทสึในเวลาต่อมาโดยพื้นฐานนั้น โอคัทสึเป็นคนที่รักและชอบเลี้ยงแมวเป็นอย่างมาก เมื่อตอนที่เธอยังเป็นโทคุฮิเมะ เธอก็เคยเลี้ยงแมวตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘มาตะ’ ซึ่งตัวโทคุฮิเมะนั้นมีความผูกพันธ์กับแมวตัวนั้นมาก หลังจากที่แมวตัวนั้นถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมด้วยน้ำมือของหญิงสาวผู้เป็นภรรยาเอกคนใหม่ของโนบุยาสึที่เป็นบุตรสาวของขุนศึกแห่งตระกูลทาเคดะ ซึ่งได้เข้ามาแทนที่โทคุฮิเมะ จนทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากถึงขั้นเขียนจดหมายระบายความในใจถึงโนบุนากะ ผู้เป็นบิดาของเธอ จนนำไปสู่การสูญเสียผู้เป็นชายคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ“เจ้าอย่ามาขวางทางน่า” อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ภูติพิทักษ์เนโกะมาตะอย่างไม่ยั้ง แต่เนโกะมาตะก็สามารถปัดการโจมตีของอีกฝ่ายไปได้ทั้งหมดด้วยกงจักร 6 แฉกที่มือแมวทั้งสองข้างของมัน จากนั้น เขาก็เขวี้ยงกงจักรใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็สามารถหลบหลีก และปัดกงจักรของอีกฝ่ายไปได้ทั้งหมดในขณะเดียวกัน เนโกะมาตะก็รีบฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างเงาสะท้อนของยูกินะอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็สามารถป้องกันและปัดการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว และในระหว่างนั้นเอง ทางด้านยูกินะก็ได้รับการฟื้นฟูพลังกายจากวิชานินจาของโอคัทสึ จนทำให้พลังกายของเธอนั้นกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งส่วนทางด้านเนโกะมาตะกับอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นก็ยังคงปะทะกันอย่างดุเดือด สักพัก ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบถอยหลังออกมา“จงดับไปเสีย” ทันใดนั้นก็ได้มีลูกระเบิดขนาดกลางถูกเขวี้ยงออกมา และลอยมาที่ร่างเงาสะท้อนของยูกินะ ลูกระเบิดขนาดกลางลูกนั้นก็ได้เกิดระเบิดขึ้น จนมีลูกระเบิดขนาดเล็กแยกกระจายออกมาหลายลูก ก่อนที่ลูกระเบิดขนาดเล็กทั้งหมดจะเกิดแรงระเบิดขึ้นพร้อมกัน จนทำให้แรงระเบิดนั้นแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ ในขณะเดียวกันนั้น ยูกินะร่างจริงก็รีบทำการร่ายเวทย์ปล่อยคลื่นดาบธาตุน้ำแข็งที่มีจำนวนมหาศาลออกมา โดยมุ่งเล็งไปที่ยูกินะที่เป็นร่างเงาสะท้อนทางด้านยูกินะที่เป็นร่างเงาสะท้อนนั้นรู้ทันจึงรีบทำการร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมขึ้นป้องกันแรงระเบิดจากอีกฝ่าย แต่หากรู้ไม่ว่า ก็ได้มีคลื่นดาบธาตุน้ำแข็งจำนวนมหาศาลที่เกิดจากพลังเวทย์ของยูกินะร่างจริงพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างเงาสะท้อนของยูกินะอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ร่างของมันนั้นแทบจะทรุดลงกับพื้น ทางด้านโอคัทสึนั้นก็ไม่รอช้า รีบหยิบขนนกอัสนีขึ้นมา ก่อนที่จะเสกให้กลายเป็นกลุ่มสายฟ้าฟาดโจมตีใส่อุนไงเคียว-อายาคาชิเข้าอย่างจังด้วยการเป่าขนนกไปที่มัน จนทำให้ร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นทรุดเข่าลงที่พื้นในทันที“เท็นมะ” ยูกินะรีบเอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาออกมา ก่อนที่เธอจะทำการรวมดาบพลังแสงเข้ากับภูติพิทักษ์ประจำกายให้กลายเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์ขึ้นมาในทันที“ด้วยเวทย์ศาสตราคมแห่งข้า ข้าขอให้ดาบพลังแสงเล่มนี้จงรวมเป็นหนึ่งกับภูติพิทักษ์ประจำกายของข้าบัดเดี๋ยวนี้”หลังกล่าวจบ เท็นมะ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาก็ได้เคลื่อนตัวเข้ามาสิงสถิตอยู่ในดาบพลังแสงคุซานางิจนกลายเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์โฮชินเซย์ โนะ สึรุกิ ส่วนทางด้านอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นก็ไม่น้อยหน้า จึงรีบเอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายม้าปีกมีเขาออกมา และทำการรวมเข้ากับดาบพลังแสงจนกลายเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์ด้วยเช่นกัน ทั้งสองต่างก็พุ่งเข้าไปฟันใส่อย่างรวดเร็วและฉับไวแต่อย่างไรก็ตาม ของปลอมย่อมมิอาจที่จะสามารถเอาชนะและเข้ามาแทนที่ของจริงได้ ยูกินะที่เป็นร่างจริงนั้นได้ฟันเข้าไปที่กลางลำตัวของอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างของมันนั้นค่อยๆ ดับสลายหายไป