รถจอดเทียบหน้าตึกโรงพยาบาลคมฉณัฐนำรถเข็นมาให้คนป่วยนั่งแล้วพาตรวจผลคือข้อเท้าหล่อนร้าวต้องเข้าเฝือกหลายวันเลยทีเดียวหมอจัดยาเสียหลายอย่างเห็นแล้วอยากเบือนหน้าหนี เกือบสองชั่วโมงทุกอย่างเรียบร้อยพี่คมยังคงดูแลหล่อนดีเหมือนเดิม
คนป่วยเงียบตลอดเส้นทางหล่อนนึกถึงรสจูบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า เส้นขนในกายพากันลุกชันไม่อยากเชื่อเลยว่าหล่อนจูบกับพี่คมไปแล้ว บ้าที่สุดทำไมถึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ได้
“เป็อะไรไปน้องมิคุยกับพี่ได้นะเมื่อก่อนพี่เห็นน้องมิพูดเก่งจะตายเดี๋ยวนี้เป็ใบ้ไปแล้วเหรอครับ”เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบ
“หยุดเอาเื่เก่ามาพูดเสียทีฉันไม่อยากจะฟัง”
“ทำไมล่ะครับน้องมิเมื่อก่อนเราสนิทกันจะตายไป” ชายหนุ่มกวน
“มันเป็อดีตไปแล้วและปัจจุบัน ฉันจะไม่เป็แบบนั้นเด็ดขาด” หล่อนตอกกลับน้ำเสียงแข็ง
“แต่พี่จะไม่ยอมให้อดีตที่ผ่านมามาทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนเปลี่ยนไป!” คมฉณัฐบอกแน่วแน่
“อย่ามายึดติดกับความสัมพันธ์ที่คุณไม่เคยเห็นค่ามันเลยคนอย่างฉันถ้าไม่ก็คือไม่และไม่มีวันให้มันมาทำร้ายให้เจ็บอีก!”
“พี่จะไม่ยอมให้ความสัมพันธ์นั้นมาทำร้ายน้องมิอีกเพราะเวลานี้ใจพี่กับมิอาจจะตรงกันก็ได้” เขาหันมาสบตากับคู่สนทนามิลันดากัดริมฝีปากเพื่อข่มความรู้สึกภายใน
หล่อนโดนเขากลั่นแกล้งอีกครั้งใช้ถ้อยคำเป็นัยเพื่อทำให้หล่อนไขว้เขว่ แล้วแฟนเขาเล่าหายไปไหนกันผู้หญิงที่เขารักนักรักหนา รักจนปฏิเสธหล่อนอย่างไร้เยื่อใยไม่คิดว่าหล่อนจะเจ็บแค่ไหนเสียด้วยซ้ำ มิลันดาไม่กล้าสวนกลับ แม้ใจอยากถามเื่นี้มากแค่ไหนก็ตาม ให้มันจบๆไปเสียดีกว่า
รถแล่นมาถึงหน้าบ้านคมฉณัฐเปิดประตูลง แต่อีกฝ่ายกลับเร็วกว่าเขย่งเท้าหนีเสียแล้วเขารีบก้าวประชิดแล้วคว้าท่อนแขนรั้งร่างบางเข้าหาจนเซปะทะแผงอก
“อุ้ย!” หญิงสาวร้องด้วยความใ แล้วใช้มือดันแผงอกเขาให้ออกห่าง
เขาลอบยิ้มกับท่าทีของหญิงสาวใจก็นึกถึงรสจูบที่เขามอบให้ก่อนหน้าไม่หาย มันช่างหอมหวานตราตรึงจนลืมไม่ลงมิลันดาสะบัดแขนให้พ้น หวังว่าจากวันนี้ไปคงไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีกหล่อนเจ็บแล้วจำ
“น้องมิเดี๋ยวพี่พาไปส่ง”เขาบอก
“ไม่ต้องฉันเดินเองได้ค่ะ”
คมฉณัฐถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อไหร่หล่อนจะเลิกดื้อดึงยอมเรียกเขาเหมือนเมื่อก่อนสักที ตอนมิลันดายังเด็กหล่อนน่ารักจะตาย เรียกเขาว่าพี่คมตลอดเวลา ใบหน้ามีรอยยิ้มแต่งแต้มเสมอแต่ตอนนี้หน้าตาก็สวยอยู่หรอก แต่จะยิ้มให้สักนิดยังไม่มีตีหน้าบึ้งใส่ไม่หยุดไม่หย่อนเลย
“อย่าดื้อเลยครับน้องมิเราโตๆ กันแล้ว” เขาดุหญิงสาว
แม้เขาจะพูดถูกแต่หล่อนไม่อาจยอมได้คนมันฝังใจกับเื่ในอดีตเกินกว่าจะยอมรับอะไรจากเขาได้โดยง่าย
“อย่ามายุ่งกับฉันคุณจะไปไหนก็ไป อย่ามาที่นี่อีก ฉันเป็คนเจ็บแล้วจำไม่มีวันลืมด้วย!” หญิงสาวตวาดเขาน้ำตารื้น
คมฉณัฐเห็นท่าทางของหญิงสาวยิ่งรู้สึกขัดใจหล่อนฝังใจมากเกินไปหรือเปล่ากับเื่ที่ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว แต่เขาไม่คิดหนียังอยากสานสัมพันธ์อันดีกับหล่อนเหมือนเดิม
“พี่จะเข้าไปส่งข้างในอย่าปฏิเสธพี่เลยครับ มันดีกับมิด้วยจะได้ไม่ต้องใช้แรงขาให้ข้อเท้าบวมเพิ่มอีก”ชายหนุ่มอธิบาย
“ไม่!”มิลันดาปฏิเสธเสียงแข็ง
ในเมื่อดื้อดึงต่อเขาเช่นนี้เขาเองก็ไม่มีทางเลือกคงต้องใช้กำลังบังคับกัน
“ว้าย!” ร่างบางถูกช้อนไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งในบ้านเอง” ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงทำตามความ้าของตนเอง เดินเข้าในบ้านทันที
“ปล่อยนะ!ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ อย่ามายุ่งกับฉัน!”คนโดนอุ้มร้องโวยวายไม่หยุด ดิ้นรนให้เขาปล่อย
ดาวเรืองได้ยินเสียงรีบวิ่งมาดูเห็นภาพบุตรสาวถูกอุ้มโดยหนุ่มที่ตนหมายมั่นให้เป็ลูกเขตหล่อนยิ้มกว้างพึงพอใจทันที
ดูท่าว่าที่ลูกเขยคงต้องรับมือกับบุตรสาวหล่อนหนักเอาการยัยมิเป็เด็กว่านอนสอนง่ายมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าหากฝังใจกับเื่ไหนมักลืมยากหล่อนเองคงช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
“มิทำไมดิ้นแบบนี้ล่ะลูกพี่เค้าอุ้มอยู่เราดิ้นแบบนี้เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก!” ดาวเรืองดุบุตรสาว
คมฉณัฐวางคนดื้อลงบนโซฟามิลันดาขยับกายเล็กน้อย ใบหน้าบึ้งตึงตวัดสายตามองเขาไม่พอใจ
“ใครใช้ให้เขามาอุ้มหนูล่ะแม่!” คนโดนอุ้มบ่น
ดาวเรืองหันไปทางคมฉณัฐแล้วยิ้มให้ดูกีที่คมก็รูปหล่อ ท่าทางภูมิฐาน สมกับบุตรสาวหล่อนเหลือเกิน
“เป็ไงบ้างพ่อคมยัยมิหนักมากใช่ไหม เห็นตัวเล็กๆ แต่กินเก่งนะจ๊ะ”
“ไม่หรอกครับผมว่าน่าจะเบากว่าเมื่อก่อนเสียอีกนะครับ” เขาแสร้งล้อหญิงสาว
มิลันดาเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ไม่รู้ไปทำอะไรให้แม่ของหล่อนเห็นดีเห็นงามไปด้วยเสียหมดแล้วทำไมเขาถึงได้มาเที่ยวมาขลุกอยู่ที่บ้านหล่อนนักหนาก็ไม่รู้ แถมไอ้คำพูดประหลาดๆระหว่างทางที่กลับมานั้นอีก แต่หล่อนไม่สนหรอก ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ตาม
หล่อนไม่อยากเจ็บเป็ครั้งที่สองอีกแล้ว... เพราะมันทรมาน
หญิงสาวต้องพักรักษาตัวอยู่กับบ้านเกือบอาทิตย์กว่าขาจะหายดีแม้ในห้องนอนหล่อนก็แทบอยากให้ช่างมาปิดตายหน้าต่างบานนั้นเสียเลยหล่อนไม่อยากเปิดออกด้วยซ้ำ แต่มารดาก็ช่างขยันสั่งให้สาวใช้เดินมาเปิดทุกทีและทุกครั้งที่มันเปิดออกจะต้องเห็นหน้าคนข้างบ้านยืนยิ้มแฉ่งอวดฟันขาวให้เห็นหล่อนแทบจะเป็บ้าเพราะเขาอยู่แล้ว
มิลันดาเริ่มเบื่อที่จะต้องทะเลาะกับหน้าต่างทุกวันแบบนี้อยากเปิดก็เชิญเปิดกันให้พอไปเลย หล่อนจะไม่เดินไปปิดมันแล้วไม่รู้ว่ามารดาของหล่อนกำลังคิดอะไร แต่ที่แน่ๆหากคิดจะจับคู่ให้หล่อนกับเขาล่ะก็ไม่มีทางถึงจะยังมีใจให้อยู่แต่จะไม่มีวันกลับไปให้เขาเห็นเป็ตัวตลกอีกครั้งเด็ดขาด
“น้องมิพี่ขอคุยด้วยหน่อยสิครับ!”คมฉณัฐะโข้ามมาจากห้องตนเอง
หญิงสาวนั่งทำเป็ไม่สนใจคำพูดของเขาหล่อนเบื่อไม่อยากจะฟังคำอธิบายอะไรหรือคำขอโทษ ไม่้า แค่ไม่ต้องมายุ่งกันแค่นั้นก็พอ
“น้องมิได้ยินพี่ไหมพี่ขอโทษ... ที่พี่เคยทำไม่ดีกับมิ พี่ไม่ได้ตั้งใจ รู้ไหมพี่ไม่เคยคิดอย่างที่พูดออกไปเลยนะ!”ชายหนุ่มะโลั่น
ดาวเรืองและชัยเดชรวมถึงพิภัทรที่กำลังพูดคุยกันอยู่ที่ชั้นล่างต่างใที่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังลั่นไปทั่วพิภัทรถึงกับสะดุ้งก่อนจะรีบวางแก้วกาแฟที่กำลังจอปากอยู่ลงทุกคนต่างหัวเราะกับสิ่งที่ได้ยิน
“ดูมัน!ดูมันทำ ไอ้ลูกคนนี้ ข้าอยากจะบ้าตาย!” พิภัทรบ่นทันที
“ก็ดีแล้วนี่ไอ้ภัทรเกิดเป็ลูกผู้ชายมันต้องแมนแบบนี้สิ” ชัยเดชชมเปราะ
“แมนบ้าอะไระโซะได้ยินสามบ้านเจ็ดบ้าน!”
“แต่ก็ดีแล้วนี่คะที่เป็แบบนี้ยังไงฉันก็ดีใจที่เห็นพ่อคมมาขอโทษยัยมิ” ดาวเรืองยิ้ม
“เฮ้อ...กลุ้มใจแทนมัน ไม่รู้หนูมิจะยกโทษให้มันรึเปล่าหนูมิคงเสียใจจากเื่คราวนั้นไม่หาย ถึงได้เอาแต่หนีหน้าเ้าคมไม่ยอมคุยด้วยแบบนี้” พิภัทรกลุ้มใจแทนบุตรชาย
“ฉันก็ไม่คิดว่ายัยมิจะใจแข็งแบบนี้เลยนะคะทำไมถึงได้ใจแข็งนักก็ไม่รู้สงสัยจะรักพ่อคมมากถึงได้ฝังใจมากแบบนี้” ดาวเรืองเองก็รู้สึกสงสารคมฉณัฐ
“เราคงต้องปล่อยให้เด็กสองคนนั้นจัดการกันเองแล้วกันยังไงซะผมก็คิดว่าเขาสองคนคงมีใจให้กันแต่ติดตรงที่ฑิฐิ” ชัยเดชสมทบ
“โอ้ย!ไม่มีใครเข้าใจฉันเลยว่าฉันอยากอุ้มหลานไวๆ ตอนนี้อายุมันก็มากขึ้นเรื่อยๆกลัวแก่ตายก่อนได้อุ้มหลาน” พิภัทรรำพึงรำพัน
มิลันดาหูแทบแตกกับเสียงะโของเขาหญิงสาวทนไม่ไหวกับพฤติกรรมกวนประสาท หล่อน้าอ่านหนังสือทบทวนความรู้เพราะต้องใช้สอบสัมภาษณ์ แล้วดูสิเขามาะโโหวกเหวกก่อกวนอยู่ได้ คนตัวเล็กวางมือจากหนังสือแล้วก้าวชิดริมหน้าต่างจ้องคนข้างบ้านตาเขม็ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณจะบ้าหรือไง!” มิลันดาดุเขาทันที
“พี่บอกให้มิมาคุยกับพี่ดีๆทำไมมิไม่มา” เขาแกล้งยั่ว
“ก็ฉันบอกคุณไปแล้วว่าไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น!”
“แต่พี่อยากบอกมินี่ทำไมมิไม่อดทนฟังสักหน่อยล่ะ” ชายหนุ่มย้อน
“เื่มันผ่านไปแล้วขอร้องล่ะค่ะอย่ารื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย” หล่อนอยากจบแล้วทำไมพี่คมไม่จบจะมาวุ่นวายกันทำไม กลับไปหาแฟนตัวเองเสียให้สิ้นเื่สิ้นราวจะมาสนใจหล่อนให้มันได้อะไรขึ้นมา
“พี่ไม่ได้อยากรื้อฟื้นพี่แค่้าให้มิคุยกับพี่เหมือนเดิม” ชายหนุ่มพยายามอธิบาย
ริมฝีปากถูกกัดจนเป็ห่อเืเขาเองไม่หรือปฏิเสธหล่อน เขาเองไม่ใช่หรือที่ว่าหล่อนไม่รู้จักความรักแล้วเวลานี้เรียกร้องอยากคุยกับหล่อนเหมือนเดิมเพื่ออะไรทำไมถึงเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้แบบนี้แล้วความรู้สึกหล่อนที่เสียไปเล่าจะเอาคืนมาอย่างไร ชักเหลืออดกับเขาแล้ว
“พี่คม!มิชักทนไม่ไหวแล้วนะ! ทำไมพี่เห็นแก่ตัวแบบนี้ พี่จะกลับมาทำให้มิเจ็บทำไม มิเป็คนมิมีหัวใจทำไมพี่ไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นทำไมต้องมายุ่งกับมิด้วย มิไม่เข้าใจ ไปให้พ้นๆ เลยนะ ทั้งๆที่ตัวเองปฏิเสธมิเองแท้ๆ แล้วจะมายุ่งกับมิทำไม คนใจร้าย ใจดำ!”
หญิงสาวหอบหายใจหลังจากระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจมานานแทนที่เขาจะหายไปเขากลับยืนหัวเราะ
“น้องมิที่แท้น้องมิก็คิดกับพี่แบบนี้นี่เองอย่างน้อยน้องมิก็ไม่ได้รังเกียจพี่ พี่ดีใจนะที่มิกลับมา” เขาบอกแล้วจ้องมองสาวข้างบ้านแววตาทอประกาย
มิลันดารีบหลบสายตาเขาทันทีหล่อนเป็บ้าไปแล้วหรือไงถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกไป อุตส่าห์กลบเกลื่อนมาได้ตั้งนานดันทำพังซะได้ แบบนี้เขาคงหัวเราะเยาะแย่ที่เป็ผู้หญิงทึนถึกจมปลักรักฝังใจแบบนี้หล่อนอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว
ผู้ใหญ่สามคนที่นั่งจิบกาแฟกันอยู่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งกับเสียงหวานที่ตวาดแว๊ดๆ ดังลั่น จนคนในบ้านพากันสะดุ้งพร้อมกับร้อยยิ้มแห่งความสุข
“สงสัยจะได้แจกการ์ดเร็วๆนี้ซะแล้วล่ะ” ชัยเดชเอ่ยขึ้น
“ไม่รู้สิแต่ข้าอยากอุ้มหลาน” พิภัทรบ่นตาม
“เอ๊ะ!หรือจะแต่งพรุ่งนี้เลย”
พิภัทรและชัยเดชหันหน้ามามองดาวเรืองเป็ตาเดียวก่อนจะพากันหัวเราะร่าด้วยความสุขแม้แต่สาวใช้ในบ้านต่างก็พากันหัวเราะกับคู่หนุ่มสาวที่เอาแต่ทะเลาะกันข้ามบ้านกันไปมาอยู่ในตอนนี้