ทันทีที่หลงอี้ได้สบตากับชายชราผมขาวผู้แปลกประหลาดไม่รู้ทำไมแขนขาของมันถึงสั่นเครืออย่างห้ามมิได้ในทันที อากาศหายใจรอบร่างกายของมันก็คล้ายกับเบาบางลงใบหน้าของมันปูดโปนและแดงก่ำเส้นเืรอบลำคอเห็นได้อย่างชัดเจน มันพยายามสูดสูบอากาศอย่างรุนแรง ยามนี้มันคล้ายจะตกตายหากแต่ในใจก็หวาดกลัวเหลือเกิน หากแต่มันมิใช่ความตาย หากแต่เป็สายตาของชายชราผู้นั้น
ไม่ช้าร่างกายของหลงอี้ก็สั่นเครือพร้อมทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว สหายรอบข้างของมันรีบเข้ามาพยุงพร้อมรีบถามหลงอี้ว่าเป็อะไร
หากแต่หลงอี้ก็ไม่สามารถพูดหรือทำอะไรได้ทั้งนั้น มันมีแต่ความรู้สึกหวาดกลัว หวาดกลัวอย่างลึกล้ำ หวาดกลัวจนหากมันตายมันอาจจะมีความสุขมากกว่าที่เป็อยู่ตอนนี้เสียอีก หลงอี้ยามนี้กายมันทรุดลงพร้อมตาเหลือกโตน้ำลายไหลฟูมปากไม่หยุด หากแต่ความรู้สึกนึกคิดของมันยังคล้ายแจ่มชัดมันจดจำสายตาของชายชราลึกลับผู้นั้นได้!!!และแค่เพียงมันนึกถึง ร่างกายของมันก็หดเกร็งอย่างแรงกล้า พร้อมหายใจอย่างยากลำบากอีกครั้ง
หลงอี้มิอาจจะรู้ได้เลยว่าอาการเช่นนี้ของตัวมันคืออะไร
หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวมันรับรู้ก็คือ ความน่ากลัวนั้นมาจากชายชราผู้ลึกลับที่มันมิได้รู้จักอย่างแน่นอน
ฉินเทียนเดิมทีมันคิดถึงขนาดจะบั่นศีรษะหลงอี้ผู้นี้ให้มันตกตายไปให้รู้แล้วรู้รอดในทันที หากแต่ในไม่ช้าอีกใจต่อมาของมันฉินเทียนก็คิดได้ว่าเ้าตัวต่ำทรามผู้นี้นั้น อย่างมากมันก็กระทำความชั่วช้าเพียงแค่หลอกลวงผู้คน การกระทำความชั่วช้าของมันก็ยังไม่มากถึงการฆ่าล่าชีวิตใคร หากฉินเทียนตัวมันลงมือสังหารมันทิ้งไป แม้โลกใบนี้จะแลดูสูงขึ้น หากแต่มือของมันก็จะเปื้อนโลหิตของผู้คน
แม้ตัวฉินเทียนจะไม่เกรงกลัวเลยที่จะสังหารผู้ใด หากแต่ตัวมันก็ตระหนักรู้ดีว่า การฆ่าผู้คนโดยไม่คิดและกระทำเพียงเพราะโทสะเล็กน้อยเช่นนี้ ตัวมันใช่ต่างจากมารร้ายที่ทำสิ่งต่างๆ ตามจิตใจปรารถนาได้อย่างไร และเพราะตัวฉินเทียนมันคิดเช่นนี้ วันนี้ศีรษะของหลงอี้จึงยังอยู่บนบ่าของตัวมัน โทษของมันในวันนี้จึงมีเพียงได้รับรู้ถึงจิตตานุภาพอันยิ่งใหญ่ของฉินเทียนเท่านั้น
แม้มันจะเป็การแผ่พุ่งจิตจักรพรรดิจากเศษหนึ่งส่วนล้านของฉินเทียน สาเหตุใหญ่ที่เป็เช่นนี้ก็ด้วยข้อจำกัดของร่างกายของฉินเทียนตอนนี้มิอาจจะลองรับจิตตานุภาพอันยิ่งใหญ่ของตัวมันได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการใช้จิตตานุภาพของฉินเทียนจึงแ่เบายิ่งนัก หากแต่เ้าหลงอี้นั้นมันเป็เพียงแค่คนธรรมดา การได้ััจิตตานุภาพอันยิ่งใหญ่ของฉินเทียนแม้จะเป็เพียงหนึ่งในล้านส่วนก็มากเกินไปแล้วสำหรับตัวมันที่มิได้มีร่างของผู้ฝึกฝนบำเพ็ญ
หากแต่เพียงแค่ฉินเทียนส่งจิตตานุภาพออกไปเพียงส่วนเล็กๆ เพียงเท่านี้ คนธรรมดาอย่างหลงอี้ตอนนี้ มันก็รู้สึกแทบจะไม่ต่างกับกำลังจะตายแล้ว ซึ่งนับเป็การลงโทษที่พอควรต่อมันหลงอี้ผู้ที่ได้หลอกใช้เด็กน้อยบุรุษตัวอ้วนแล้ว
เมื่อลงโทษไอ้คนชั่วช้าไปบ้างแล้ว ฉินเทียนจึงพอสงบใจลืมสิ่งเก่าๆ ที่หลงอี้กระทำต่อเด็กน้อยบุรุษอ้วนได้บ้าง
มันจึงพาเ้าเด็กน้อยบุรุษอ้วนร่างใหญ่เดินทางกลับบ้านพร้อมยื่นอมยิ้มเทพ์ราคา 100 แต้มบุญ ที่เคยสัญญากับสตรีตัวน้อยให้กับตัวมัน พี่ชายของสตรีตัวน้อยเ้าอ้วนสกปรก
เ้าอ้วนสกปรกเห็นดังนี้มันก็ดีใจยิ่งนัก แม้ตัวมันจะใหญ่โตหากแต่อย่างไรจิตใจของมันก็ยังเป็เพียงเด็กน้อยอยู่ เมื่อได้รับสิ่งที่ไม่เคยมี ไม่เคยได้จากใคร อยู่ดีๆ มันก็ดีใจร้องไห้ออกมาใหญ่โตไม่น้อย ข้าวเปล่าแสนอร่อยเมื่อกี้นี้สองกำมือมันยังจำรสชาติติดปากได้อยู่เลย สิ่งนี้ช่างเอร็ดอร่อยจนเกินบรรยาย มันมิรู้เลยว่าชายชราตรงหน้าของมันนั้นเป็ใครและเหตุใดถึงดีกับมันสองพี่น้องถึงเพียงนี้
หากแต่ในหัวใจของเ้าหมูสกปรกคล้ายมีความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด มันไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอย่างไร
เ้าอ้วนสกปรกตัวมันปาดเช็ดน้ำตา ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบอมยิ้มเทพ์ มันไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร หากแต่พอมันมองไปที่น้องสาวตัวน้อยผู้มีใบหน้ามอมแมมของตัวมัน มันเห็นว่านางลิ้มเลียเ้าสิ่งนี้อย่างมีความสุขเหลือเกิน
มันจดจ้องอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้เ้าสิ่งนี้มาในมือของมัน ก่อนที่ในไม่ช้ามันจะค่อยๆ เอาลิ้นของมันแตะััอมยิ้มเทพ์อย่างช้าๆ
"แผละ" เสียงปาดเลียดังขึ้นอย่างแ่เบา
โลกธาตุของเ้าอ้วนสกปรกราวกับกำลังจะแตกเป็เสี่ยงๆ 'เ้าสิ่งนี้คืออะไร ไยมันจึง...' เ้าอ้วนสกปรกคิดทำไม่เ้าสิ่งนี้ถึงล้ำลึก แถมละมุนลิ้นจนหวานเกินบรรยาย ความหวานนี่ราวกับมีดกรีดแทงร่างกายอย่างมีความสุข ความสุขที่ได้จากรสหวานของอมยิ้มเทพ์ราวกับมันกำลังทำให้เ้าหมูสกปรกแหวกว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรที่ลึกล้ำไม่รู้จบ
ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นนี้เป็เพียงแค่การได้ลิ้มชิมเลียััเพียงหนึ่งครั้ง ตัวเ้าอ้วนสกปรกก็ถึงกับสั่นสะท้านถึงเพียงนี้แล้ว มาตรว่าอาหารการกินทั้งชีวิตของมัน ไม่เคยมีสิ่งใดอร่อยถึงเพียงนี้มาก่อนเลย มันรีบถามถึงสิ่งนี้ต่อชายชราตรงหน้ามัน ฉินเทียนเอามือลูบหัวมันเบาๆ พร้อมบอกกล่าวว่าเ้าสิ่งนี้ก็คือ อมยิ้ม
หมูสกปรกทวนคำว่าอมยิ้มซ้ำไปซ้ำ มันอิ่มใจและมีความสุขเหลือเกิน ตัวมันไม่กล้าลิ้มเลียเ้าสิ่งนี้อย่างรวดเร็วจนเกินไป มันเกรงว่าเ้าอมยิ้มที่แสนอร่อยและน่าหวงแหนนี้มันจะหมดไปอย่างรวดเร็วและไวจนเกินไป เ้าอ้วนสกปรกมันจึงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะกินมัน และในไม่ช้ามันก็มองใบหน้าชินเทียนอย่างเก้อเขินและดูโง่งม พร้อมกับถามชายชราหรือตัวฉินเทียนว่ามันสามารถเก็บเ้าสิ่งนี้ไว้กินหลายๆ วันได้ไหม
ฉินเทียนตัวมันพยักหน้ารับเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็บอกต่ออีกว่า ให้เ้าหมูสกปรกกินมันให้หมดเสียเถอะ หากวันนี้มันติดตามท่านปู่ผู้นี้ ในอนาคตมันก็จะได้กินของอร่อยๆ เช่นนี้อีก
เ้าอ้วนสกปรกได้ยินดังนี้มันก็รีบพยักหน้ารับทันที หากแต่แม้จะรู้เช่นนี้ เ้าอ้วนสกปรกก็ไม่คิดกินอมยิ้มจนหมด มันลิ้มเลียเพียงสองสามครั้งก่อนจะเอาเศษใบไม้แผ่นใหญ่มาห่อเก็บอมยิ้ม์เอาไว้ ตัวมันปรารถนาจะเก็บเ้าสิ่งนี้ไว้ลิ้มชิมอย่างช้าๆ ไม่ช้าก็มีเสียงขอระบบแจ้งเตือนฉินเทียนดังขึ้น
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 "อ้วนสกปรก"]
["อ้วนสกปรก" นับถือท่านด้วยใจจริงและเชื่อในคำสอนของท่าน +1 แต้มบุญ]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบเช่นนี้ฉินเทียนก็พอใจไม่น้อย ตอนนี้เหยื่ออีกคนของมันกินเบ็ดแล้ว แม้ว่าจะเป็การกินแบบไม่เต็มคำเต็มปากก็ตาม หากแต่ฉินเทียนก็ดูจะพอใจ เพราะแค่ครั้งแรกเ้าเด็กอ้วนผู้นี้ก็อยู่ในระดับเชื่อฟังคำสั่งสอนของมันทุกอย่างแล้ว นับว่าการเสียอมยิ้ม์ 100 แต้มบุญไม่เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย
.
.
.
และเมื่อตอนนี้ฉินเทียนเห็นว่าปัญหาแอบแฝงต่างๆ ของเด็กน้อยทั้งสองไม่น่ามีอีกแล้ว ตัวมันจึงได้พาทั้งเด็กน้อยวัยเยาว์ทั้งสองกลับไปที่เพิงเล็กๆ บ้านพักของเด็กน้อยทั้งสอง พร้อมให้เด็กน้อยหลับนอน เพราะวัยเด็กกำลังกินกำลังนอนเช่นนี้ฉินเทียนเห็นว่าคงไม่เหมาะสมเป็แน่ถ้าจะให้เด็กๆ นอนกันดึกๆ ดื่นๆ
สองพี่น้องรีบพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง พร้อมถามฉินเทียนว่า ท่านปู่จะอยู่กับพวกเราตลอดไปใช้ไหม ฉินเทียนเอามือลูบหัวพร้อมพยักหน้ารับเบาๆ เด็กทั้งสองจึงนอนหลับได้ยังมีความสุข พร้อมนอนกอดหออมยิ้มแสนอร่อยของท่านปู่ที่เก็บเข้าในเสื้อของตัวเองอย่างหวงแหนเป็ที่สุด ราวกับว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าของเด็กน้อยทั้งสองคน
เมื่อฉินเทียนเห็นทั้งสองหลับลงไป สำหรับตัวมันฉินเทียนแล้วที่เป็ผู้ฝึกบำเพ็ญพลังิญญา ถึงแม้จะอยู่ในระดับต่ำสุดที่ตราสัญลักษณ์ขาวจางห้าจุดแต้ม หากแต่การไม่นอนสัก 4 ถึง 5 วันมิใช่ปัญหาแม้แต่น้อย
แม้ตรงนี้จะอยู่ในเขตปลอดภัยแล้ว หากแต่ด้วยตัวมันพึงผ่านประสบการณ์เซอร์ไวเวอร์มาสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มันจึงทำใจหลับได้ยากเหลือเกิน มันจึงใช้เวลานี้คิดถึงวันพรุ่งนี้ว่าจะพูดกับเด็กน้อยทั้งสองอย่างไรดีในการรับทั้งสองเป็ศิษย์
แม้ทั้งสองแลดูจะมีความเชื่อมั่นในตัวมันแล้วก็ตาม หากแต่ถ้าฉินเทียนตัวมันมีการเพิ่มสตอรี่เื่ราวภูมิหลังสร้างความผูกพันกับทั้งสองเพิ่มเติมมันจะไม่ดีกว่าหรือ ตัวอย่างเช่น บิดามารดาของเด็กน้อยทั้งสองคืนหลานศิษย์เหลนศิษย์ของตัวมัน และตัวมันที่มาพบเจอทั้งสองก็มิใช่เื่บังเอิญหากแต่มันคือวาสนา สร้างเื่ราวของบิดามารดาของเด็กทั้งสองให้รันทดและตราตรึงใจสักนิด ประมาณว่ามีศัตรูที่ยิ่งใหญ่อยู่ บิดามารดาของทั้งสองถูกฆ่าสังหารเพราะช่วยเหลือชีวิตพวกมันตัวน้อยทั้งสอง
ส่วนตัวฉินเทียนที่รับบทเป็อาจารย์ปู่ของพวกเด็กน้อยทั้งสองนั้นใจจริงก็ปรารถนาจะช่วยเหลือเหลือเกิน หากแต่ตัวมันพึงตื่นจากการหลับใหลไปหนึ่งแสนปี สร้างเื่ราวให้บิดามารดาของทั้งสองเป็ศิษย์เทพเซียนของตัวมัน แค่ฉินเทียนคิดได้แบบนี้ตัวมันก็รู้สึกมันหยดติ้งๆๆ แล้ว
ส่วนเด็กน้อยทั้งสองจะรู้รึเปล่าว่าอะไรคือ เทพเซียน ตัวฉินเทียนมันนั้นหาได้สนใจไม่ เมื่อข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกร้อยๆ แล้ว พวกเด็กน้อยทั้งสองจะทำอะไรได้อีก หุหุ อย่างน้อยๆ พวกเด็กน้อยก็กลายเป็ศิษย์ของผู้สมบัติ์อันยิ่งใหญ่ ตัวตนที่ในอีกไม่ช้าจะประดุจเทพเซียน เื่เข้าใจผิดหากถ้าเกิดขึ้น ฉินเทียนก็พร้อมสร้างเื่ตอแหลต่อเอาว่าวรยุทธ์พลังิญญาของตัวมันถดถอยเอาก็ได้ คาดว่าเมื่อเื่แดงว่ามันเป็แค่ชายชรากระจอกๆ เด็กทั้งสองที่เชื่อใจมันแล้วก็จะไม่ถือความ พร้อมคิดมากมายอะไรแน่ๆ เผลอๆ จะเชื่อจริงๆ วันปู่ผู้เมตตาผู้นี้เคยเป็ตัวตนยิ่งใหญ่ที่พลังิญญาถดถอยจริงๆ
คิกๆๆ ฉินเทียนมองดูเด็กน้อยทั้งสองอย่างมีความสุข ปรารถนาจะให้ถึงพรุ่งนี้ตอนเช้าในเร็วไว มันปรารถนาจะเริ่มบทละครการรับศิษย์อันยิ่งใหญ่ของตัวมันแล้ว
.
.
.
ยามเช้าแสงอาทิตย์ฉาย ทอประกายระยิบระยับสะท้อนไปกับสายลำธารแม่น้ำใหญ่ พร้อมลมโชยเย็นสบายกำลังดีของยามรุ่งเช้า
หนึ่งเด็กน้อยบุรุษอวบอ้วนยืนอยู่ด้านหลังเหนื่อยหอบไม่น้อยเลย เพราะเมื่อมันตื่นขึ้นท่านปู่ผู้แปลกประหลาดก็บอกมันว่ามีเื่สำคัญจะเล่าให้มันฟัง หากแต่ท่านปู่กลับไม่รีบพูดจาอะไร หากแต่บอกว่าให้มันตามท่านปู่มา ตัวมันนั้นแม้จะเป็คนมีแรงเยอะผิดกับเด็กคนอื่นๆ แต่ท่านปู่เดินเร็วเหลือเกินทำให้มันรู้สึกเหนื่อยหอมเลยเพื่อจะวิ่งตามท่านปู่ให้ทัน
ส่วนน้องหญิงตัวเล็กมอมแมมของมันนั้นโชคดีที่ท่านปู่พาอุ้มเดินมา จึงมิต้องเหนื่อยหอบเช่นตัวมัน และเมื่อมาถึงท่านปู่ก็ปล่อยนางลง
ตัวเหม็นน้องสาวของมันก็ยื่นนิ่ง รอมันอยู่ที่ริมแม่น้ำ ส่วนท่านปู่นั้น เ้าอ้วนสกปรกคิดว่าท่านปู่นี้ก็ช่างเป็คนแปลกๆ เสียจริงๆ เพราะหากมีเื่สำคัญอันใดไยตัวท่านจึงไม่รีบพูดจา และจะวิ่งจากบ้านมาตั้งไกลมากขนาดนี้ทำไมก็ไม่รู้ หากแต่พอท่านปู่มาถึงท่านก็ไม่รีบพูดจา เอาแต่หันหน้ามองสายน้ำลำธาร ที่มีแค่เรือลำเล็กๆ และคนผู้หนึ่งกำลังพายแจวอย่างช้าๆ ไม่ช้าท่านปู่ก็เอาสองมือไพล่หลังยื่นรับสายลมโชยเย็นสบาย โดยยังมิยอมพูดจาใดๆ เลย
ทำเ้าอ้วนสกปรกที่อยู่ด้านหลังยืนรออย่างเหม่อลอยไม่กล้าพูดอะไร
.
.
.
หากแต่ยามนี้ฉินเทียนช่างรู้สึกเอิบอิ่มหัวใจเหลือเกิน มันใช้เวลาทั้งคืนหมดไปกับการเลือกสถานที่เพื่อแสดงความสูงล้ำและยิ่งใหญ่ของตัวมัน สายธารที่ไหลเอื่อยๆ ของแม่น้ำกว้าง ทอประกายกับแสงอาทิตย์ มีแมกไม้และขุนเขาใหญ่เป็แบล็คกราวด้านหลัง ยามฉินเทียนจ้องมองพวกมันแล้วมันช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน และเมื่อตัวมันคิดได้เช่นนี้ มันถึงพาเด็กน้อยทั้งสองมา ณ ที่แห่งนี้ ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อที่จะได้สร้างภาพจดจำความสง่างามของตัวมัน ยามมันเล่าเื่ราวอันยิ่งใหญ่ที่มันคิดแต่งขึ้นมาตลอด พร้อมบทสรุปในไม่ช้าจะเป็การรับทั้งสองเป็หลานศิษย์ของตัวมัน คิกคิก
และด้วยฉากหลังอันยิ่งใหญ่ตระการตานี้ สิ่งนี้จะสร้างความประทับใจอันไม่รู้ลืมให้ทั้งสอง ติดตราตรึงใจทั้งสองไปจนตลอดชีวิตเป็แน่แท้ แค่ฉินเทียนคิดเพียงแค่นี้ตัวมันก็มีความสุขมากมายแล้ว ราวกับว่ามันกำลังเป็ผู้กำกับรางวัลออสการ์ โดยที่ตัวมันฉินเทียนไม่รู้เลยว่าบนศาลเทพ์นั้นเซียนซุนกำลังส่ายหัวพร้อมหัวเราะตลกขบขันกับตัวมันยิ่งนัก
ตัวเซียนซุนไม่คาดคิดเลยว่าเ้าของศาลเทพ์ในรุ่นนี้จะเป็พวกบ้าๆ บอๆ เช่นนี้
.
.
.
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่... ไม่ช้าฉินเทียนก็เปล่งเสียงกล่าววาจาโดยไม่หันมองเด็กน้อยทั้งสองด้วยน้ำเสียงจริงจังนัก น้ำเสียงนี้ให้ความรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่มันกำลังจะพูดกล่าวนั้นช่างเป็สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด
"เ้าอ้วนตัวน้อยของปู่ เ้ารู้หรือไม่บิดามารดาของเ้าคือใคร"
เพียงแค่ประโยคแรกของฉินเทียนก็ถึงกับทำให้หัวใจของเ้าอ้วนสั่นไหวในทันที มันมิได้เตรียมใจถึงเื่พวกนี้มาก่อน ตัวมันก็ใคร่รู้เื่ของบิดามารดามันเหมือนกัน หากแต่มันถามใครๆ ในหมู่บ้านก็ดูจะไม่มีใครรู้เื่ราวบิดามารดาของตัวมันเลยแม้แต่น้อย ตัวของเ้าอ้วนสกปรกนั้นจำได้เพียงว่า เมื่อมันเริ่มจำความได้มันก็อยู่กลางป่ากลางเขาแล้ว เมื่อยามมันหิว มันก็เอาชีวิตรอดด้วยการหยิบใบไม้ใบหญ้ากินเข้าปากไป ทำแบบนี้จนเริ่มพบผู้คน และมีคนมอบอาหารเล็กๆ น้อยๆ ให้มัน พร้อมเสื้อผ้าเก่าๆ
ส่วนบิดามารดามันคือใครเ้าอ้วนสกปรกไม่รู้แม้แต่น้อย
"ท่านปู่ ท่านปู่รู้หรือขอรับว่าบิดามารดาของอ้วนสกปรกคือใครกัน" เ้าอ้วนสกปรกรีบถามด้วยความร้อนรน
ฉินเทียนหัวเราะเบาๆ อยู่สองสามที ก่อนจะแหงนหน้ามองท้องนภา พร้อมมือข้างหนึ่งชูขึ้นฟ้า พร้อมชี้ไปราวกับจะบอกว่าที่บนนั้นคือสถานที่ที่เ้าถือกำเนิด "เมื่อหนึ่งแสนสี่หมื่นสองพันสามร้อยยี่สิบสองปีสามเดือนกับอีกยี่สิบสองวัน ในวันนั้นท่านปู่ผู้นี้ของเ้าได้รับสิทธิ์ผู้หนึ่งด้วยเห็นว่ามันผู้มีจิตใจเมตตา แม้มันจะโง่งมไปบ้างแต่มันก็มีความกตัญญูและเชื่อฟังในตัวท่านปู่ผู้นี้นัก มันล้ำเรียนวิชาจากท่านปู่ผู้นี้อยู่ 10,000 ตัวมันก็ได้ก้าวสู่ขอบเขตแห่งเทวะ ตัวปู่เองก็พอใจเห็นว่าได้ให้การศึกษาและสั่งสอนแก่มันมากพอแล้ว ขอบเขตเทวะนั้นก็ถือว่าพอดูแลตัวเองในมหาจักรวาลนี้ แม้ศิษย์ผู้นี้ของท่านปู่จะเป็ผู้โง่งมไปสักนิด หากแต่ด้วยความสามารถที่ท่านปู่มอบให้มัน ปู่ก็มั่นใจว่ามันจะดูแลตัวเองและมีชีวิตโดยช่วยเหลือผู้คนได้ อย่างที่ท่านปู่ผู้นี้ปรารถนาและสั่งสอนมันมาเนิ่นนาน"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ฉินเทียนก็หันหน้ากลับพร้อมเดินมาก่อนมองจ้องไปที่เ้าอ้วนสกปรก เอามือลูบหัวมันเบาๆ พร้อมแกล้งไอสองสามครั้ง จากนั้นก็แหงนมองท้องฟ้าราวกับมันเป็ตัวตนยิ่งใหญ่จริงๆ
"ยามนั้นท่านปู่ของเ้า ได้พบเหตุการณ์ประหลาดของฟ้าดิน ไอมารแห่งสรรพธาตุจักรวาลมืดได้รั่วไหลออกมา ไอมารนี้เข้มข้นหนัก หากให้มันแพร่กระจายเข้าสู่จักรวาลนี้ได้ จะมีผู้คนและสรรพชีวิตน้อยใหญ่มากมายต้องตกตายด้วยไอมาร หากรอดชีวิตก็จะเปลี่ยนเป็มารร้ายจิตใจทราม ท่านปู่ผู้นี้ของพวกเ้าหมายจะปกป้องสรรพชีวิต จึงได้ยื่นมือไปช่วยหมายจะไปผนึกไอมารนั้นเสีย หากแต่ไม่คาดคิด เื่ที่เกิดขึ้นนั้นจะมีเหล่าผู้ชั่วช้าอยู่เื้ั มันแฝงตัวในจักรวาลมืดนั้น พร้อมลงมือโเี้ต่อท่านปู่เ้าผู้นี้... แคระๆๆ" พูดถึงตรงนี้ฉินเทียนก็แกล้งไออีกสองสามครั้งต่อ พร้อมกำมือแน่นราวกับมีความในใจอันยิ่งใหญ่อยู่อย่างมากมายนัก ภาระที่ไม่มีอยู่จริงกำลังกดทับสองบ่าของมัน สีหน้าของฉินเทียนแลดูมีความปวดร้าวอย่างลึกล้ำเป็ที่สุด
เด็กๆ ทั้งสองได้ฟังได้เห็นก็ตกตะลึง พร้อมหันมองหน้ากันไปมา หากแต่ความตกตะลึงนี้ 7 ถึง 8 ส่วนกลับเป็...
สายตาของเ้าอ้วนสกปรกจ้องไปที่ใบหน้าของน้องสาวตัวน้อยของมัน ราวกับกำลังถามนางว่า... "ตัวเหม็นเ้ารู้ไหมท่านปู่กำลังพูดเื่อะไรอยู่ แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับบิดามารดาของข้า"
ส่วนตัวเหม็นนางก็มองไปที่พี่ชายพร้อมคิดในใจ "ท่านพี่รู้ไหมจักรวาลมืดคืออะไรเ้าคะ ไอมาร เทวะ คือชื่อคนหรือขนมหวาน"
.
.
.
และหนึ่งเศษเสี้ยวจิติญญาแห่งเทวะแท้จริง มันก็แอบหัวเราะเสียงดังพร้อมเกลือกกลิ้งไปมา อยู่ที่ศาลเทพ์พร้อมตั้งใจฟังเื่ตลก พร้อมรับรู้ห้วงความคิดของเหล่าเด็กน้อย มันหัวเราะฉินเทียนที่มิรู้เลยว่าตอนนี้ตัวน้อยทั้งสองของมันหาได้เข้าใจสิ่งที่มันพูดไม่ คิกคิกคิก