ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 7 การรักษา

    หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนบางคนนึกถึงภาพการประลองรอบพิเศษที่อีกคนโดนฟ้าผ่าโดยไม่ทราบสาเหตุเหมือนครั้งนี้ไม่มีผิด ทั้งๆที่ลืมไปแล้วว่าเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำให้บางคนเข้าใจทันทีว่า เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเป็นคนทำแน่นอน แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม "นี่...เจ้าหนู เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บได้ด้วยเร๊อะ?"ชิงหลงลืมตาขึ้นมา ก็พบยายชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้า ถือไม้เท้าค้ำยันพื้นเพื่อพยุงตัวเองไว้ไม่ให้ล้ม สวมเสื้อผ้ามีรอยปักชุนเต็มไปหมด ร่างกายเหี่ยวย่นอายุน่าจะ 80 ปี "ท่านยายมีอะไรให้ผู้เยาว์ช่วยอย่างนั้นหรือ ขอรับ""ยายเห็นเจ้ารักษาเจ้าหนุ่มนั้นหายเลยอยากให้เจ้าช่วยรักษาบาดแผลที่ขาให้ยายหน่อย แต่ยายมีเงินไม่มาก เจ้าจะรักษายายรึเปล่า?"ชิงหลงยิ้ม พร้อมกับเดินเข้าไปหา จากนั้นก็บอกให้ยายนั่งลง"ท่านยายท่านนั่งลงแล้วให้ข้าดูแผลที่ขาท่านหน่อยว่าร้ายแรงแค่ไหนผู้เยาว์จะได้รักษาถูก"ยายได้ยินก็นั่งลงก่อนจะแกะผ้าที่พันแผลเอาไว้ออกให้ดู "อ๊ะ!!..ขาท่านยายไปโดนอะไรมาถึงได้เป็นหนักขนาดนี้ล่ะ นี่มัน! กระดูกหัก เลยนะท่านยาย"ผู้คนที่ยืนดู ก็ตกใจเมื่อเห็นแผลเหวอะหวะที่ขา ต่างยกมือขึ้นมาปิดปากของตนเอาไว้ บางคนถึงกับปิดตาไม่กล้าดูต่อ จากนั้นยายก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง"ยายไปเก็บของป่า ก็เลยพัดตกเขา จนได้รับบาดเจ็บที่ขา จึงได้หาไม้เท้าค้ำเดินเข้ามาที่เมืองเพื่อหาหมอรักษา แต่บังเอิญเห็นเจ้ารักษาแผลได้ ยายเลยคิดจะให้เจ้าช่วย""เป็นอย่างนี้นี่เอง ท่านยายรอซักครู่ ผู้เยาว์จะทำการรักษาให้"ชิงหลงลุกขึ้นยืนก่อนจะไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำดื่มแล้วถือเดินกลับมาที่ยาย ก่อนจะร่ายเวทย์ฟื้นฟูใส่น้ำที่อยู่กระบอกไม้ไผ่ แล้วทำการเปิดฝาออก ก่อนจะเทลงไปที่บาดแผล ทุกคนต่างมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เมื่อน้ำในกระบอกไม้ไผ่กระทบเข้ากับบาดแผลก็เกิดการฟื้นตัวทีละนิด กระดูกที่หักก็เริ่มประสานตัวกัน ชิงหลงนำมือไปวางไว้ที่บาดแผล ตรงที่กระดูกหัก จากนั้นก็ขยับปากเล็กน้อยร่ายเวทย์แสงฟื้นฟูอีกครั้ง แกร๊ก!! แกร๊ก!! เสียงกระดูกที่กำลังประสานกััน ได้ยินชัดเจน ความเจ็บปวดก่อนหน้านี่ค่อยๆหายไป จนหายดีเป็นปกติ เมื่อชิงหลงนำมือออกจากขาที่หักจนเกิดเป็นแผลเหวอะหวะ ก็เห็นว่ามันได้ถูกรักษาให้หายแล้ว สร้างความตกตะลึงให้เหล่าผู้คนอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่ตัวท่านยายเองก็ยังตกใจ ไม่คิดว่ามันจะหายเร็วขนาดนี้ จะมีหมอคนไหนรักษาอาการขาหักได้เร็วเช่นนี้ ทั่วทั้งแผนดินนี้คงไม่มีอีกแล้ว แม้แต่ฉายาหมอเทวดาก็ไม่อาจทำได้ "เป็นไปได้ยังไง?" คำถามนี้ต่างผุดขึ้นมา"ท่านยายท่านลองลุกขึ้นเดินดูสิ" ชิงหลงช่วยพยุงยายขึ้น จากนั้นท่านยายก็เดินโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันพื้นแม้แต่น้อย ยายหันมาทางชิงหลงก่อนจะเอ่ยว่า"เจ้าหนูค่ารักษายายเท่าไหร่รึ?" "ไม่เป็นไรท่านยาย ท่านนำเงินของท่านไว้ซื้อสิ่งของจำเป็นกลับไปที่บ้านท่านยายเถอะ ผู้เยาว์พอจะเดาได้ว่าท่านยายมีหลานต้องคอยเลี้ยงดูอยู่""หืม..เจ้ารู้ได้ยังไงว่ายายมีหลานอยู่?""ผู้เยาว์เดาจากที่ท่านยายหาของป่ามาขาย ถ้าแค่อยู่ตัวคนเดียวคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้หรอกใช่ไหม ขอรับ" ยายชราจับมือของชิงหลงก่อนจะกล่าว "ขอบคุณ" พร้อมกับน้ำตาไหลออกมา"เจ้าเป็นเด็กที่ประเสริฐจริงๆ อายุแค่นี้กับรักษาผู้คนได้แล้ว เจ้าเป็นหมอที่เก่งเกินวัยจริงๆ""ผู้เยาว์เป็นแค่เด็กธรรมดาเท่านั้นล่ะ ท่านยายไม่ได้เป็นหมออย่างที่ท่านยายเข้าใจ""หาาา...แล้วป้ายที่เจ้าเขียนนั่นล่ะ ถ้าไม่ใช่หมอแล้วจะหมายความว่าอย่างไรได้อีก""ฮะ ฮะ อ๋อนั่นก็แค่ป้ายร้านเท่านั้นล่ะท่านยาย จะมีหมอที่ไหนมารักษาคนตรงนี้กันล่ะ""ก็เจ้าไง ถ้ารักษาคนได้ ก็ คือหมอ""เอ่อ..แล้วแต่ท่านยายจะเรียกก็แล้วกัน ท่านยายไม่รีบกลับป่านนี้หลานคงหิวข้าวแย่ล่ะ""ถ้าอย่างนั้นไว้ ยายจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่นะ" "ท่านหมอน้อย" หลังจากที่ยายชราเดินจากไป ชิงหลงก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งผู้คนต่างแยกย้ายกันไป และพูดคุยกันถึงเรื่องเด็กน้อยที่รักษาคนหายได้เป็นปลิดทิ้งได้แพร่กระจายไปจนทั่วทั้งเมืองหมอกนภา ทำให้มีคนมาให้รักษากันจนด้านข้างโรงเตี๊ยมใบหลิวเต็มไปด้วยผู้คน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวงไร้สาระ แต่เมื่อมีคนที่มารักษาแล้วหายเพิ่มมากขึ้น และเล่าต่อๆกันไป ก็ยิ่งทำให้ตลอดช่วงบ่ายต้องรักษาคนป่วยแทบไม่ได้พักเลย เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเหล่าคนมุงและคนป่วยก็เต็มถนนหน้าโรงเตี๊ยมใบหลิวซะแล้ว"หืม...ทำไมคนป่วยเยอะไม่ลดลงเลยล่ะ ข้าเริ่มที่จะเหนื่อยซะแล้วสิ เอายังไงดีหว่า"ชิงหลงคิดในใจคนที่มารักษาก็เป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไป เงินที่เก็บจากการรักษาตอนนี้ก็เยอะพอสมควร ถึงแม่จะได้รับคนละไม่กี่เหรียญเงินก็ตาม ตอนนี้โรงเตี๊ยมใบหลิวก็ได้รับผลประโยชน์จากชิงหลงไม่น้อย เพราะคนที่รักษาเสร็จก็แวะกินอาหารก่อนกลับบ้าน เพราะค่ารักษาไม่แพงเลย แถมยังกลับบ้านได้โดยที่ไม่ต้องรักษาอีกครั้งหลู่หลงอี้ทีกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องทำงาน นั่งเอามือกุมขมับตัวเองอยู่ นิ้วมือวางไว้ที่ลูกคิด ก่อนจะดีดนิ้วขึ้นลงไปมา แต๊กๆ! แต๊กๆ! เสียงกระทบกันของลูกคิดดังสลับกันไปมา"เฮ้อ..! สงสัยข้าคงต้องจ้างพนักงานมาทำแทนข้าซะแล้วสิ ขืนเป็นแบบนี้ ดวงตาข้า ผิวของข้าคงเสียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอแน่เลย"ตุบๆ! ตุบๆ! เอี๊ยดด! ปึง! "เถ้าแก่เนี๊ยะ แฮกๆ! ที่ ที่ ข้างนอกโรงเตี๊ยมเกิดเรื่องใหญ่แล้ว""ที่หลังจะเข้ามา ก็หัดเคาะประตูก่อน ข้าตกใจหมด มีเรื่องอะไร?""ท่านไปดูเองเถอะ เถ้าแก่เนี๊ยะ""ถ้าไม่เรื่องใหญ่อย่างที่เจ้าว่า ข้าจะหักเงินเดือนเจ้า"หลู่หรงอี้ลุกออกจากเก้าอี้ทำงาน แล้วเดินออกไปข้างนอก "เสียงเอะอะอะไรกันเนี้ย! หืม..วันนี้ทำไมผู้คนถึงเยอะขนาดนี้กันล่ะ มีงานเทศกาลอะไรอีกงั้นหรอ""ไม่ใช่งานอะไรหรอก เถ้าแก่เนี๊ยะ ที่คนเต็มร้านเพราะ ข้างนอกร้านนู้น!" พนักงาน ชี้นิ้วให้ดูหลู่หรงอี้กวาดตามองไปยังที่ด้านนอกก็ตกใจ ทำหน้าสงสัย ก่อนจะเดินออกไปดู ก็พบว่า มีเด็กน้อยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ จึงได้ถามผู้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ"นี่มีอะไรกันงั้นหรอ ถึงได้มีคนมากมายขนาดนี้""ก็มีคนเขาเล่าลือเกี่ยวกับเด็กน้อยคนหนึ่งที่รักษา ยายชรา ขาหัก ให้หายเป็นปกติได้โดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัว อยู่ที่โรงเตี๊ยมใบหลิว ตอนแรกข้าก็ไม่เชื่อหรอกนะ แต่ไม่ว่าข้าจะเดินไปไหนก็จะมีคนพูดเรื่องนี้ทุกครั้งเลย ข้าจึงได้ลองมาดูด้วยตาตนเองนี่ล่ะ""แล้วเป็นอย่างที่เขาพูดกันไหมล่ะ""ท่านก็ดูเองเถอะ ผู้คนที่ยืนอยู่ ส่วนมากจะเป็นคนมาดู แต่คนที่มารักษาก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย""เห๋...ขนาดนั้นเลยรึ!""ขอทางหน่อย ขอทางหน่อย นี่เจ้าหนู ช่วยรักษาอาจารย์ข้าให้หน่อยได้ไหม ไม่ว่าเจ้าจะขออะไรข้าก็จะหามาให้ ขอแค่รักษาอาจารย์ข้าหายได้ก็พอ"ชายหนุ่มตรงหน้าหน้าตาดูดี ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน สวมชุดที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เมื่อมองดูรูปดวงอาทิตย์กำลังรุกไหม้อยู่กล่งอก มีตัวอักษรสลักไว้ "เพลิงตะวัน" "อาจารย์ท่านอย่างนั้นหรอ แล้วไหนล่ะ อาจารย์ของพี่ชายล่ะ""รอซักครู่ ข้าจะพามาเดี๋ยวนี้ล่ะ"ชายหนุ่มเดินออกไป ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับอาจารย์ของเขา เมื่อมองดูแล้ว ก็พบว่ามีอาการที่แย่มาก หน้าตาหมองคล้ำ ปากซีดขาว ดวงตาหม่นหมอง ไร้เรี้ยวแรง "อาจารย์พี่ชายไปทำอะไรมาหรอ ถึงได้ดูย่ำแย่ขนาดนี้ล่ะ เหมือนจะโดนพิษอะไรซักอย่าง""พอดีข้ากับท่านอาจารย์ เดินทางไปยังหุบเขาอสรพิษเขี้ยวเงิน เพื่อไปหาสมุนไพรบางอย่าง แต่ระหว่างทางกับถูกอสูรที่แข็งแกร่งโจมตี ทำให้อาจารย์ข้าถูกเข็มพิษที่ที่อสูรนั่นพ่นมา จึงได้ทำการหลบหนีออกจากหุบเขาอย่างยากลำบาก โชคดีที่มันไม่ตามมาด้วย ไม่อย่างนั้นข้ากับอาจารย์ข้า คงต้องถูกสังหารไปแล้ว"ข้าขอตรวจดูอาการซักหน่อย ชิงหลงเดินไปหา แล้วจับข้อมือ ขยับปากเล็กน้อย จากนั้นที่มือของชิงหลงก็ปรากฎเป็นของเหลวใส ห่อหุ้ม ก่อนจะค่อยๆหายไป นี่เป็นเวทย์น้ำตรวจจับ ที่ชิงหลงใช้เพื่อค้นหาพิษที่อยู่ในร่างกายคน ชิงหลงพูดออกมาเหมือนกับว่าท่านชายวัยกลางคนกังลังต่อต้านอยู่ท่านไม่ต้องกังวล ทำตัวให้สบายเถอะ อย่าต่อต้านเมื่อได้ยินชายวัยกลางคนก็ผ่อนคลายลง และเลิกต่อต้านทันที ชายวัยกลางคนสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างกำลัง แพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย ให้ความรู้สึกเย็นสบาย จนเคลิบเคลิ้ม ชิงหลงเริ่มมีเหงื่อผุดตามหน้าผาก แต่ก็ยังทำการรักษาต่อ จนกระทั่ง ปรากฎเป็นของเหลวใสทรงกลมลอยออกมาที่กลางอกของชายวัยกลางคน ข้างในของเหลวใสนั้นมีของเหลวสีเขียวบางอย่างลอยไปมาอยู่ข้างใน ซึ่งมันก็คือพิษของสัตว์อสูรนั่นเอง"ของเหลวนี่มันอะไรกัน มันออกมาจากหน้าอกของอาจารย์ข้าได้ยังไง แล้วสีเขียวๆลอยไปลอยมานั่นอีก"ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ"เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จซะที เล่นเอาข้าเหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย สงสัยข้าคงต้องให้ท่านเลี้ยงอาหารมื้อนี้ซะหน่อยแล้ว" ชิงหลงพูดจบก็ยิ้มออกมา"เสร็จแล้วนี่หมายถึงรักษาอาจารย์ข้าได้แล้วอย่างนั้นรึ แล้วนั่นมันอะไร"ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย"อ๋อ นั่นเป็นพิษที่ข้าดึงออกมาจากร่างกายของอาจารย์พี่ชายไง ท่านไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ""ท่านมีเม็ดยาฟื้นฟูรึเปล่าพี่ชาย ช่วยส่งมาให้ข้าหน่อยได้ไหม""ก็ได้อยู่หรอก แต่เจ้าจะเอาไปทำไมล่ะ""เดี๋ยวพี่ชายก็รู้เองนั้นล่ะ"เมื่อได้รับเม็ดยาฟื้นฟูมา ชิงลงก็ร่ายเวทย์แสงฟื้นฟูใส่เม็ดยานั้นแล้วก็ยื่นส่งกลับไปให้ชายหนุ่มก่อนจะบอกว่า"พี่ชายเอาเม็ดยานี่ให้ท่านอาจารย์ท่านกินสิ ข้าจะไปรอพวกท่านในโรงเตี๊ยมมื้อนี้พวกท่านเป็นคนจ่ายแทนค่ารักษาก็แล้วกัน"