ขากลับบ้านหลังซื้อข้าวเสร็จ
จ้าวลี่อิ่งก็เห็นทิเบตันมาสทิฟช่วยถือถุงผักใหญ่ให้เธอตลอดทางอย่าง 'ไม่เกี่ยงงานและซื่อสัตย์ภักดี' ก็เลิกคิดเรื่องไล่มันออกไปเลย
พอพาทั้งสองตัวกลับเข้าบ้าน เธอก็เอาของทุกอย่างเก็บเข้าครัวแล้วตักอาหารสุนัขใส่ชามใบใหญ่ตั้งไว้บนพื้น ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ทิเบตันมาสทิฟ
"ทำได้ดีมาก นี่คือรางวัลสำหรับแกมากินได้เลย"
ตอนอยู่กับโจวเหล่ย ทิเบตันมาสทิฟเคยกินแต่เนื้อดีๆ กระดูกเลิศๆพอไปเร่ร่อนอยู่ไม่กี่วันก็อดอยากจนต้องกินทุกอย่างที่ขวางหน้าตอนนี้เลยไม่ได้เรื่องมากอีกแล้วแถมมันเองก็รู้ดีว่าต้องทำคะแนนกับเจ้านายใหม่ให้ดีจึงรีบวิ่งดุกดิกไปกินอาหารทันที
จ้าวลี่อิ่งพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปมองฮัสกี้ที่อยู่ข้างๆแล้วแกล้งทำหน้าดุ "เมื่อก่อนให้กินก็ไม่ยอมกิน ทีนี้เขาได้กินแล้วอย่ามาทำหน้าไม่พอใจล่ะ"
สวี่มั่วเบ้ปากในใจ
เธอนี่หาเรื่องแขวะฉันได้ตลอดเลยนะ เด็กจริงๆ
จ้าวลี่อิ่งเดินไปนั่งที่โซฟา ขยับขาถูน่องที่เดินมาทั้งวันจนเมื่อยแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิด WeChat ส่งข้อความเสียงไปหา ‘หลิวซือซือ’
[พี่ซือซือ ฉันตัดสินใจแล้วฉันจะรับเลี้ยงเจ้าทิเบตันมาสทิฟตัวนี้!]
อีกฝั่งหนึ่ง สวี่มั่วกระโดดขึ้นไปนอนอีกฝั่งของโซฟาเหลือบมองเธอหน่อยนึง ก่อนจะเอนตัวหลับตานอนพัก
จ้าวลี่อิ่งวางมือถือลงมองทิเบตันมาสทิฟที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารด้วยสายตาเหม่อลอยมือข้างหนึ่งค้ำคางพลางพึมพำเบาๆ
"แกเป็นหมาจรใช่ไหมฉันรับเลี้ยงแกคงไม่เป็นไรหรอกเนาะ อย่าให้ฉันตัดสินใจรับเลี้ยงไปแล้วจู่ๆเจ้าของจริงโผล่มาเลยนะ คงเขินน่าดู..."
สวี่มั่วกะพริบตานิดหนึ่ง คิดในใจว่า...
สัญชาตญาณของเธอนี่แม่นใช้ได้เลยแฮะ แถมเจ้าของเก่าของมันเธอก็ยังรู้จักดีเสียด้วย ไม่รู้ว่าโจวเหล่ยจะมีสีหน้ายังไงถ้ารู้ว่าเจ้าทิเบตันมาสทิฟที่ตัวเองตั้งใจจะฆ่ากินถูกจ้าวลี่อิ่งเก็บมาเลี้ยงเสียแล้ว
จ้าวลี่อิ่งเป็นคนประเภทที่ตัดสินใจอะไรแล้วก็จะไม่ลังเลอีกหลังจากพักเหนื่อยได้ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้น ปรบมือเบาๆ แล้วพูดกับทิเบตันมาสทิฟว่า
"ฉันไปทำอาหารก่อนนะพอกินข้าวเสร็จจะพาไปโรงพยาบาลสัตว์ ตรวจดูว่าต้องฉีดวัคซีนหรือเปล่าแล้วก็จะได้ดูแลขนที่สกปรกนี่หน่อย
"บ้านหมาน่ะ มั่วมั่วไม่ยอมใช้มานานแล้วยกให้แกก็แล้วกัน แต่ของใช้อื่นๆ คงต้องซื้อใหม่อีกชุด...เดี๋ยวถามพี่ซือซือดูว่าบ่ายนี้พอมีเวลาว่างไหม จะได้ไปซื้อด้วยกัน..."
จ้าวลี่อิ่งพึมพำกับตัวเองพลางเดินเข้าครัวไป เตรียมทำอาหารกลางวัน
ทิเบตันมาสทิฟกินอาหารเสร็จ ก็เดินเตาะแตะมาที่โซฟามองหน้าสวี่มั่วพลางพูดว่า "ลูกพี่ อาหารหมานี่ไม่อร่อยเลย...ทีหลังผมขอกินอย่างอื่นได้ไหม"
สวี่มั่วปรายตามองมันแวบหนึ่ง ก่อนตอบเรียบๆ ว่า"ถ้าไม่อยากถูกไล่ออก ก็หุบปากแล้วกินต่อไปซะ"
ทิเบตันมาสทิฟห่อไหล่ตอบเสียงอ่อย "อ๋อ...ก็ได้..."
มันหันไปมองจ้าวลี่อิ่งที่กำลังง่วนอยู่ในครัวก่อนจะทิ้งตัวนอนหมอบลงตรงนั้น มองไปรอบๆ บ้านใหม่อย่างเบื่อหน่าย แล้วอดถามไม่ได้ "ว่าแต่ลูกพี่ พวกเราต้องทำอะไรบ้างอะ ต้องไปสู้กับหมาตัวอื่นไหม"
"ที่นี่ไม่ใช่สนามต่อสู้ไม่ต้องลุยกับใครทั้งนั้น"
"แล้วปกติทำอะไรกันล่ะ"
"กิน นอน"
"น่าเบื่อตายเลย..."
"...พูดมากจริง! ไปเล่นตรงนู้นไป้!อย่ามากวนเวลาฉันพักผ่อน!"
"อ๋อ..."
ทิเบตันมาสทิฟส่ายหัวดิ๊กๆ เดินวนไปรอบบ้านหนึ่งรอบก่อนจะไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าประตูครัว มองจ้าวลี่อิ่งทำอาหารด้วยแววตาเหม่อลอย
จ้าวลี่อิ่งหันมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
"แกเป็นอะไรน่ะ ยังหิวอยู่เหรอ รอหน่อยนะเดี๋ยวจะให้กินเนื้อ"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'เนื้อ' ทิเบตันมาสทิฟก็ตาวาว ส่งเสียงเห่าเบาๆ อย่างดีใจแล้วแลบลิ้นยืนกระดิกหางไปมาอย่างออดอ้อน
ไม่มีอะไรเทียบได้ชัดเจนเท่าการเปรียบเทียบจ้าวลี่อิ่งรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า...เจ้าทิเบตันมาสทิฟตัวนี้ดูจะเหมือนหมาเลี้ยงมากกว่าฮัสกี้เสียอีก
พอจ้าวลี่อิ่งทำอาหารเสร็จ สวี่มั่วก็โดดลงจากโซฟาเดินไปยังโต๊ะอาหารอย่างคล่องแคล่ว แล้วกระโดดขึ้นที่นั่งประจำของตัวเองทันที
จ้าวลี่อิ่งที่ถือถาดเนื้อตุ๋นออกมาพอดีเห็นหน้าทะเล้นของฮัสกี้ก็รู้สึกหมั่นไส้เลยจงใจเอาถาดในมือไปวางตรงหน้าทิเบตันมาสทิฟก่อน แล้วยิ้มพูดว่า "เอ้า ให้แกกินก่อนเลย"
ทิเบตันมาสทิฟตาวาว ก้มลงดมแล้วเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่กลัวว่าจะร้อนเลยสักนิด
จ้าวลี่อิ่งจึงยกถาดอีกใบออกมาวางตรงหน้าฮัสกี้แล้วบ่นเสียงเบาอย่างเหนื่อยใจ "เอ้าบางทีฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าตกลงใครเป็นเจ้าของใครกันแน่ทำไมฉันถึงดูเหมือนสาวใช้ก่อไฟไปได้ล่ะเนี่ย..."
สวี่มั่วก้มหน้ากินเนื้อ พลางคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์
รอให้ฉันกลับเป็นคนได้ก่อนเถอะ...เดี๋ยวรู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง
ทิเบตันมาสทิฟเงยหน้ามองเขา แล้วถามอย่างสงสัย "ลูกพี่ ทำไมต้องไปนั่งกินตรงที่สูงๆ แบบนั้นด้วยอะ ไม่เมื่อยเหรอ"
"หุบปาก! กินของแกไป!"
"อ๋อ..."
ระหว่างที่จ้าวลี่อิ่งนั่งกินข้าวอยู่ก็เหลือบมองทิเบตันมาสทิฟที่นั่งอยู่บนพื้นพลางพึมพำว่า
"อืม ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนแกชื่ออะไร... ไหนๆก็จะรับเลี้ยงแล้ว งั้นตั้งชื่อใหม่ให้เลยแล้วกัน แต่จะชื่ออะไรดีล่ะ..."
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจว่า "คิดออกแล้ว! แกดำทั้งตัว งั้นเรียก 'ต้าเฮย (ดำใหญ่)'ละกัน!"
สวี่มั่วที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงกับกลอกตา
คิดตั้งนาน ได้ชื่อแค่นี้เนี่ยนะ?
ทิเบตันมาสทิฟไม่ได้แคร์เรื่องชื่อเท่าไรพอเห็นจ้าวลี่อิ่งหันมาพูดด้วยก็กระดิกหางทำเสียงออดอ้อนอย่างเคย
พอเป็นแบบนี้ ในสายตาจ้าวลี่อิ่งก็เท่ากับว่ามันชอบชื่อนี้เข้าแล้ว
จ้าวลี่อิ่งพอใจกับท่าทางนั้นมาก "ดี งั้นต่อไปนี้แกชื่อ 'ต้าเฮย' แล้วนะ!กินข้าวเสร็จเดี๋ยวฉันจะพาไปเดินเล่น! แวะไปโรงพยาบาลสัตว์ด้วยเลย"
พูดจบก็หันไปมองฮัสกี้อีกตัว แล้วฮึดฮัดใส่ว่า "มั่วมั่ว แกอยู่นี่ไปละกัน! สายจูงของแกฉันจะเอาไว้ใช้กับต้าเฮย!"
ว่าแล้วเธอก็นึกขึ้นได้
แล้วแบบนี้เวลาพาไปเดินเล่นพร้อมกันสองตัวจะทำยังไงดีล่ะแค่ตัวเดียวก็ลากแทบไม่อยู่ ถ้าสองตัว...
เธอถอนใจเบาๆ รู้สึกหนักใจแทนตัวเองในอนาคต
หลังอาหารจ้าวลี่อิ่งเก็บล้างเรียบร้อย ก็มานั่งพักบนโซฟาสักครู่ แล้วก็ทำตามแผนพาทิเบตันมาสทิฟออกจากบ้านไป ส่วนฮัสกี้นั้นโดนทิ้งไว้ให้เฝ้าบ้าน
สวี่มั่วก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แถมยังได้โอกาสอยู่เงียบๆ
พอจ้าวลี่อิ่งออกไป เขาก็กดรีโมตเปิดทีวีแล้วเอนตัวลงนอนดูทีวีพลางเปิดหน้าจอระบบท่องเน็ตไปด้วย
[ติ๊ง! มีภารกิจใหม่ปรากฏ ต้องการตรวจสอบหรือไม่]
ในขณะที่สวี่มั่วใกล้จะหลับเพราะเบื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นทันที ทำให้เขาสะดุ้งตื่น
"ในที่สุดก็มา!!"
เขาดีใจสุดๆ เพราะตอนออกไปเดินตลาดเมื่อเช้าก็ลองเดินวนไปทั่วแต่กลับไม่มีภารกิจใหม่โผล่มาให้รับ ยังนึกน้อยใจว่าเจ้าระบบจะอู้เสียแล้วไม่คิดเลยว่านั่งอยู่บ้านเฉยๆ กลับมีภารกิจโผล่มาแบบนี้
"ตรวจสอบ!"
[เนื้อหาภารกิจ: ในเมื่อเป็นฮัสกี้เวลานายไม่อยู่บ้านจะมาเรียบร้อยได้ยังไงกันล่ะ มันไม่เหมาะสมกับสถานะของผู้ใช้เลยไปพังบ้านซะ! ปฏิบัติภารกิจพังบ้านให้สำเร็จหนึ่งรอบ]
สวี่มั่ว "..."
เวรเอ๊ย! ภารกิจแบบนี้อีกแล้วเรอะ!!