บทที่ 1 ศพพันปี
ภายใต้ความมืดมิดและบรรยากาศเย็นะเื ดวงิญญาสีขาวดวงหนึ่งกำลังลอยเคว้งคว้างอย่างโดดเดี่ยว ล่องลอยไปอย่างไร้ทิศทาง ไร้จุดหมาย
‘มืดมิดไม่เห็นแสง ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในทุ่งน้ำแข็งและไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่านี้ เราตายแล้วสินะ...ความสบายหลังหลุดพ้นจากขุมนรก เทียบกับทุกอย่างที่ผ่านมา มันเหมือน์’
“อุวะฮ่าฮ่า ล่องลอยในโลกหลังความตายยังกล้าคิดว่าเป็์ ไอเย็นะเืแทงทะลุดวงิญญาไม่นานจะแตกดับ..ไม่รู้สึกทรมานรึไง”
‘ทรมาน?...ไม่เลย! รู้สึกดีจะตายไป พอรู้ว่าดวงิญญาจะแตกดับ ยังรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ ไม่ต้องไปเกิดหรือใช้ชีวิตอยู่ให้ทรมาน’
“โอ้! ไปเจออะไรมาถึงคิดว่าการดำรงอยู่มันทรมาน แล้วคิดว่าการหายไปมันน่าดีใจเช่นนั้น”
‘หึ! ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเป็ใคร แต่ให้เดาไม่ใช่ยมทูตก็คงเป็พระเ้า ถ้าไม่ใช่ทั้งยมทูตหรือพระเ้า การคุยกับิญญาได้น่าจะดูความทรงจำได้ไม่ใช่รึไง อยากรู้ว่าเจออะไร ควรดูความทรงจำไม่ใช่มาถามให้นึกถึงเื่เก่าๆ..ให้เกียรติิญญาด้วยสิ’
“น่าสนใจดี งั้นไม่เกรงใจล่ะ”
วุ้วววววววว!
อยู่ๆกระแสลมพลันบังเกิดในโลกหลังความตาย ทันใดนั้นแสงสีขาวส่องสว่างขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นใกล้กับดวงิญญาสีขาว ก่อนจะมีมือพุ่งผ่านแสงสีขาวคว้าจับดวงิญญาสีขาวเอาไว้
“โห้ น่าสนใจมาก..มองทุกสิ่งในด้านลบ คิดร้าย แค้นลึก กลับไม่เคยคิดสังหารหมู่ผู้ใด ในใจคงมีความดีหรือเหตุผลเหนี่ยวรั้ง น่าสนใจ น่าสนใจ น่าสนใจมาก”
‘อะไร? เห็นคนอื่นมีชีวิตบัดซบมันน่าขำ! ตัวประหลาดมีความคิดแบบนี้’
“เพ้ย! เื่ราวในชีวิตเ้ามันน่าขำตรงไหน แค่คิดว่ามันน่าสนใจทำเอาข้ารู้สึกตื่นเต้นไม่หยุด”
‘น่าตื่นเต้น!? มันมีอะไรน่าตื่นเต้น ตลอด่ชีวิตมันน่าเบื่อ ไร้รสชาติ รับรู้ได้แค่ความทุกข์ทรมาน มีความตายในตอนนี้เท่านั้นที่เรียกว่าความสุข’
“นี่ไง..ถึงบอกว่าน่าตื่นเต้น สิ่งมีชีวิตทั่วหล้าไม่ว่าจะดำรงอยู่ในรูปแบบใด ล้วนคิดอยากมีชีวิตสืบไปตราบนานเท่านาน ไม่มีสิ่งมีชีวิตรูปแบบใดอยากตาย และหายไปตลอดกาลจากใจจริงเหมือนเ้า”
‘มันต้องมี...ต้องมีอีกหลายชีวิตที่อยากตายไปจบๆ ไม่มีจุดหมายในการมีชีวิตแล้วจะอยู่ไปเพื่ออะไร อยู่ให้ทรมานเล่น?’
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ว่าแล้วเ้าน่าสนใจจริงๆ จะบอกถึงจะมีหลายชีวิตอยากตายไป ยังไม่เคยมีชีวิตไหนฆ่าตัวตายอย่างไร้กังวล ไม่น่าล่ะถึงกลายเป็ศพพันปี”
‘ศพพันปี? พันปีอะไร ไม่ใช่ว่าตายไปแล้ว ตายแล้วทุกอย่างมันต้องจบ ถึงไม่จบ..ไม่ใช่ว่าิญญาจะแตกสลายไปรึไง!?’
“ใช่ ถ้าเป็ไปตามกฎเกณฑ์ปกติ แต่กรณีของเ้าไม่ปกติ ขอแค่คิดกลับไปมีชีวิตเ้าจะตื่นมาในฐานะศพพันปี”
‘ไร้สาระ จะบอกว่าการตายมันเป็การเริ่มต้นของจุดจบรึไง!’
“ใช่! และถ้าเ้าเลือกจะมีชีวิตต่อในฐานะศพพันปี ข้าจะขอไหว้วานเ้า ส่วนค่าตอบแทนเป็มรดกของข้า มันอาจทำให้เ้าหาเหตุผลและเป้าหมายในการมีชีวิต ดีไม่ดีเ้าจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
‘บ้าบอ! คิดว่าอยู่ในโลกนิยายรึไง จุดเริ่มต้นของจุดจบ..เฮอะ! คงไม่ใช่ว่ามีชีวิตอยู่คือหยาง ตกตายไปคือหยิน มีหยินหยางสร้างสมดุลชีวิตจึงดำรงอยู่ ตลกฉิบหาย!’
“โอ้! เ้าเข้าใจเต๋าด้วยอย่างนั้นรึ”
‘เฮอะ! เต๋าบ้าเต๋าบออะไร ใครเข้าใจ..อ่ะ! หรือว่ามันเป็เื่จริง?’
“เป็เื่จริง เ้าเข้าใจในเต๋า คำขอร้องของข้าคงไม่ยากเข้าใจ ข้าอยากขอร้องให้เ้ารับมรดกของข้า เพื่อไปสังหารศัตรูที่ทำร้ายข้าปางตาย ดีไม่ดีข้าอาจตายในเร็วๆนี้”
‘เราเกี่ยวข้องอะไรกัน...ทำไมต้องช่วย ตายอยู่ดีๆมาขอร้องให้ฟื้น? ไปหาคนอื่นไป!’
“เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อจริงๆ”
‘ใช่..ไม่อยากมีชีวิตต่อไป และไม่เข้าใจสถานการณ์ด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตัวเองกลายเป็ศพพันปีได้ยังไง’
“งั้นข้าจะช่วยคลายความสงสัยให้ เผื่อเ้าอยากกลับมามีชีวิตบ้าง ศพพันปีมีหลายปัจจัยถึงจะกำเนิดขึ้นมาได้ และไม่จำเป็ต้องอยู่มาพันปี ขอแค่มีความรู้สึกอยากตกตายด้วยจิตใจอันสงบ ผนวกกับอยู่ในสถานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ไม่นานระยะเวลาหนึ่งศพพันปีถึงจะกำเนิด”
‘หืม! บอกได้ไหมว่าเราอยู่กันที่ไหน ใช่สุสานรึเปล่า’
“ไม่ใช่ เราอยู่ในสนามรบา”
‘เราหรอ? แค่แกล้งถามไปแต่เป็เรา ไม่ใช่ว่าเดินมาเจอศพใช่ไหม’
“เป็เื่บังเอิญ ศพของเ้าอยู่ในหลุมลึกที่ข้าถูกโยนลงมา”
‘ขอถามอีกหน่อย สนามรบามันคืออะไร? อยู่ส่วนไหนบนโลก?’
“สนามรบาเป็สถานที่ทำาไม่รู้จบ บนดวงดาวมหาาอันกว้างใหญ่ ผู้คนล้วนเข้ามาเข่นฆ่าหวังแย่งชิงชีวิตไปบ่มเพาะพลัง เพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนโลกคงเป็ดาวดวงหนึ่งที่ข้าไม่รู้จัก”
‘ดี! ชักเริ่มอยากรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น หวังว่าถ้าลืมตาตื่นได้จริงๆ คงไม่เห็นว่าตายไปก่อนหรอกนะ’
“ได้ ข้าจะอดทนรอเ้า รีบตื่นขึ้นมา หากมีคำถามจะช่วยคลายความสงสัย แต่เ้าต้องรับปากช่วยข้า”
‘แน่นอน ถ้าช่วยคลายความสงสัยได้จะรับปาก’
“ตกลง”
วูบ! มือที่พุ่งผ่านแสงสีขาวคว้าจับดวงิญญาสีขาวเอาไว้ ได้ปล่อยดวงิญญาสีขาวและหายไปพร้อมแสงสีขาวส่องสว่าง ทันใดนั้นดวงิญญาสีขาวได้หายไปจากความมืดมิด..หวนคืนสู่ร่างไร้ชีวิต
.
.
.
“เอาจริงดิ พูดได้ รู้สึกตัว อะไรกันวะ?” ดวงตาไร้ประกายในความมืดสลัวกลอกไปมาอย่างไม่เข้าใจ
“ใจเย็น สงบจิตสงบใจเอาไว้ ทางที่ดีลองขยับร่างกายทำความคุ้นเคย.. แค่ก แค่ก!” เสียงคล้ายเสียงชายชราไร้เรี่ยวแรงดังขึ้น ตามมาด้วยกองไฟกองหนึ่งถูกจุด
พรึ้บ!
ทันใดนั้นแสงไฟสว่างอ่อนๆได้กลืนกลางความมืดสลัว เผยร่างสองร่างในความมืด
หนึ่งเป็ชายชราหนวดเคราสีขาวเปื้อนโลหิต ดวงตาหม่นแสง สวมชุดขาดรุ่ย ร่างกายเต็มไปด้วยโลหิต มีาแและดาบสีเงินเสียบทะลุกลางอกสภาพไม่น่ามอง
อีกหนึ่งเป็ร่างชายหนุ่มเปลือยเปล่า ดวงตาไร้ประกาย ใบหน้าซีดขาวไร้อารมณ์ ผิวกายขาวซีดดุจเดียวกับศพ นอนอยู่ในบ่อน้ำสีดำส่งกลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้น
“มองเห็นด้วย?” ร่างศพพึมพำด้วยความสงสัย ทันใดนั้นเสียงชายชราได้ดังขึ้น
“ศพพันปีมีประสาทััทั้งหกเหนือกว่าศพร้อยปี มีพลังเทียบเท่าจักรพรรดิเทวะ ลองทำความคุ้นเคยโคจรพลังไปทั่วร่างจะเข้าใจเอง”
“โคจรพลัง! โคจรยังไง? ศพพันปีทำได้ด้วย?” ร่างศพถามด้วยความสงสัยที่ถาโถมเข้าใส่มากกว่าเดิม
“ศพพันปีทำได้ง่ายยิ่งกว่าหายใจ เพ่งจิตไปยังิญญา มันจะนำพาไปสู่จุดรวมพลัง ใช่จุดรวมพลังมองไปทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกล้วนมองเห็น”
ร่างศพได้ยินชายชราบอกมาเช่นนี้ยังมีท่าทางไม่เชื่อ กระนั้นร่างศพได้หลับตาลง ทำตามคำแนะนำของชายชรา
เพ่งจิตสู่ิญญา!
เมื่อร่างศพเพ่งจิตสู่ิญญา ิญญานำพาจิตของร่างศพไปยังมุกสีดำทมิฬเม็ดหนึ่ง พอเพ่งจิตอีกครั้งตามความรู้สึก คราวนี้มองเห็นเส้นใยสีดำเชื่อมต่อกับอวัยวะภายใน แต่ร่างศพต้องใ เพราะว่าอวัยวะภายในไม่ใช่สีที่เขาคุ้นเคยหรือรู้จัก
‘อวัยวะภายในเป็สีเงินได้ยังไง ไหนหัวใจกับไตที่ควรหายไปยังมีอยู่’ ร่างศพครุ่นคิด มีเพียงการเพ่งจิต รับรู้ััที่เข้าใจ แต่ไม่ทันไรความรู้แปลกประหลาดได้ไหลเข้าสู่ความคิด
วินาทีนั้นร่างศพเข้าใจว่ามุกสีดำคือมุกศพ แก่นกลางสำคัญของร่างดำรงอยู่ในิญญา หากมันไม่ถูกทำลายร่างศพจะไม่สลาย หากมันถูกทำลายต้องเป็ตัวตนน่าหวาดกลัว หรือไม่ก็มีวิธีการจำเพาะกระทำเท่านั้น
ส่วนอวัยวะภายในเปลี่ยนแปลงเป็สีเงิน ทำงานเหมือนตอนมีชีวิตเป็ผลมาจากมุกศพใช้ร่างกายซึมซับพลัง อวัยวะจึงงอกขึ้นมาใหม่และถูกปรับแต่งให้เหมาะสมในการยกระดับพลัง นอกจากนี้เคล็ดวิชาสองสามอย่างยังเข้ามาในความคิดของร่างศพ กระนั้นนอกจากเื่เกี่ยวข้องกับตัวมันและเคล็ดวิชา..อย่างอื่นมันไม่รู้อะไรเลย
“มองเห็นได้จริงๆและดูเหมือนจะเข้าใจกับร่างกายในตอนนี้ทุกอย่าง แต่ที่ไม่เข้าใจคือกลายมาเป็ศพพันปีได้ยังไง” ร่างศพพึมพำ
“เื่เ้ากลายเป็ศพพันปีได้อย่างไรต้องเอาไว้ก่อน เ้าต้องช่วยข้าเื่หนึ่ง แค่กแค่ก!” ชายชรากล่าวน้ำเสียงเร่งรีบ มันไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ เพราะมันกลัวว่าจะไม่ได้กล่าว
“ว่ามา”
ชายชราเห็นว่าร่างศพยอมรับคำของมัน มันไม่รีรอจะบอกกล่าวแก่ร่างศพ
“ช่วยพิทักษ์ตระกูลหลิงของข้าหนึ่งร้อยปี สิ่งตอบแทนคือแหวนมิติ สมบัติทั้งชีวิต ความทรงจำและิญญาของข้า ทุกสิ่งนับเป็มรดก”
“เ้าเต็มใจเสียสละ เพื่อตระกูลตัวเองขนาดนั้นเชียว” ร่างศพนึกสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงยอมเสียสละเพื่อตระกูล แต่พอได้ฟังคำกล่าวก็เข้าใจได้ทันที
“ตัวข้าใกล้จะตาย พบศพพันปีเช่นเ้า มีความหวังว่าตระกูลที่ข้าเติบโตจะไม่ล่มสลายหายไปในร้อยปี นับว่าเื่ดีที่ชายชราผู้นี้มอบให้ลูกหลานได้ก่อนตาย”
“ได้ข้ารับปากว่าจะพิทักษ์ตระกูลหลิงหนึ่งร้อยปี แต่ไม่ใช่หลังจากนี้ เพราะอีกไม่กี่สิบปีข้าอาจดูดซับพลังในที่แห่งนี้แล้วกลายเป็ศพหมื่นปีหรือไม่ก็ศพเทพ”
“ตกลง ตระกูลหลิงคงไม่ล่มสลายในเร็วๆนี้ หากมีตัวตนสูงส่งพิทักษ์ย่อมดีกว่า” ชายชรายอมรับในคำกล่าวของร่างศพ ทั้งยังทำท่าโค้งคำนับ
ร่างศพมองชายชราพลางปลดปล่อยจิตัักวาดผ่านระยะพันลี้ สิ่งที่มองเห็นได้คือสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนกำลังฆ่าฟันกัน จันทร์เสี้ยว จันทร์ครึ่งดวง จันทร์เต็มดวง จันทราสามดวงส่องสว่างภายนอก เผยให้เห็นาท่ามกลางทะเลโลหิต ซากศพเกลื่อนกลาดสุดลูกหูลูกตา
นอกจากนี้ยังมองเห็นในความมืดมิดว่า พลังและโลหิตของคนตายไหลมารวมกันในสถานที่ที่เขาอยู่ เหนือไปกว่านั้นยังมีดอกไม้สีแดงฉานผลิบานอยู่หนึ่งต้น
“ดี! นับจากวันนี้ข้าชื่อ ‘เจียอี้’ และข้าเจียอี้จะไม่ผิดสัญญากับเ้า ไม่คิดเอาความที่เ้าพูดโกหกและปลุกข้า” ร่างศพค่อยๆลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหาชายชรา ฉับพลันร่างศพได้ยื่นมือจับศีรษะชายชราพร้อมกับใช้เคล็ดวิชากลืนิญญา ชายชราที่รับรู้ชะตากรรมจึงยินยอมและจากไปด้วยความเต็มใจ
“ยอดเยี่ยม รอให้ย่อยความทรงจำระหว่างบ่มเพาะน่าจะรู้อะไรอีกมาก” ร่างศพพึมพำหลังจากดูดกลืนิญญาของชายชราเข้าไป มันปล่อยให้ร่างชายชราสลายเหลือทิ้งไว้แค่แหวนมิติ
ร่างศพรู้ดีว่ามันควรจะทำยังไง เพราะมันเข้าใจสถานการณ์ของตัวมัน
“ค่อยย่อยความทรงจำและดูของในแหวนมิติทีหลัง ตอนนี้ต้องดูดซับดอกปี่อ้านดอกนั้น ก้าวสู่ขั้นศพหมื่นปีจะได้ดูดซับพลังแห่งความตายได้หมดและลดอันตรายในอนาคต” ร่างศพเผยรอยยิ้มดูชั่วร้าย ก่อนจะเดินเข้าไปหาดอกปี่อ้าน