56 1-2
ตอนที่ 91 ปฏิเสธได้ลงจริงๆรึ?
เข้าสู่ยามรัตติกาล
เหลิงหยุนเจียวลืมตาตื่นขึ้น กวาดสายตามองห้องนอนทรงจัตุรัสมืดครึ้มหนึ่งปราด
นางลุกขึ้นจากเตียงเดินไปผลักประตูให้เปิดอ้าออก เผยให้เห็นดวงจันทราลอยเด่นอยู่กลางท้องนภา แสงสีเงินสว่างทอประกายสาดส่องไปทั่วลานกว้าง
“ครืดดด~”
เสียงท้องของนางร้องครืดคราด เหลิงหยุนเจียวลากสังขารร่างกายที่อิดโรยมุ่งสู่โรงครัวทันที
ขณะเดินผ่านห้องของโม่เฉินหยวน กลับพบว่าภายในยังมีแสงจากเทียนไขส่องสว่างอยู่
เหลิงหยุนเจียวเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปยังโรงครัวเพื่อเสาะหาของกินบางอย่างใส่ท้อง ไม่นานเกินรอก็พบเกี๊ยวจำนวนหนึ่งอยู่ในหม้อ น่าจะเป็นของกินที่เหลิงเจียวเหนียวเก็บไว้ให้สำหรับนางโดยเฉพาะเป็นแน่
สมแล้วที่เป็นลูกข้า ช่างรู้ใจแม่คนนี้ดีเสียจริงเชียว!
เหลิงหยุนเจียวถือชามเกี๊ยวเดินกลับห้อง แก้มทั้งสองข้างพองออก และกำลังเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างทางผ่านห้องของโม่เฉินหยวนได้หยุดเคาะประตูห้องของเขา
“ผู้ใด?”
น้ำเสียงแผ่วเบาของโม่เฉินหยวนเปล่งดังออกมาจากภายใน เสมือนฉากประตูกั้นบานนี้มิได้มีอยู่ ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาจากด้านใน ทำเอาเหลิงหยุนเจียวถึงกับแอบเสียวสันหลังเล็กน้อย
“ข้าเอง”
เหลิงหยุนเจียวไม่พูดพล่าม ยกมือขึ้นผลักประตูเปิดออกแล้วเดินเข้าไปโดยเร็ว แต่เมื่อเข้าไปถึงด้านใน ก็พลันได้ยินสุ้มเสียงของโม่เฉินหยวนดังขึ้นมาจากห้องด้านในฝั่งขวาที่เชื่อมติดกันอีกครา
“ออกไป”
หากเหลิงหยุนเจียวจำได้มิมีผิด ห้องด้านในฝั่งขวาตรงนั้นคือห้องอาบน้ำมิใช่รึ?
นางกลอกสายตามองบนคราหนึ่ง แม้ว่าโม่เฉินหยวนจะมีใบหน้าอัปลักษณ์ก็เถิด แต่นับว่าเป็นบุรุษที่มีเรือนร่างสง่างามไร้ที่ติผู้หนึ่ง แต่เป็นเพราะอาภรณ์หรูหราที่เขาสวมใส่นั่น ที่หลอกตาผู้คนให้ดูเสมือนว่าเขามีรูปร่างซูบผอม ทว่าแท้ที่จริงกลับเป็นบุรุษที่มีเรือนร่างล่ำสันกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งยิ่ง
ย้อนนึกไปถึงเมื่อครั้งที่นางฝังเข็มให้เขาครานั้น มีบางช่วงจังหวะที่นางได้แอบสัมผัสลูบไล้เรือนร่างกำยำของอีกฝ่ายอยู่บ้างเช่นกัน นึกถึงคราใด เหลิงหยุนเจียวก็พลันรู้สึกเลือดลมในกายพุ่งพล่านขึ้นมาทุกครา
ทันใดนั้น จู่ๆนางก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย จงใจเปิดประตูปิดกระแทกเสียงดังให้ดูเสมือนว่านางได้ออกไปแล้ว จากนั้นจึงค่อยๆเดินย่องตรงไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ฝั่งขวา
เอื้อมมือออกไปผลักประตูห้องอาบน้ำให้เปิดออกอย่างเบามือ ทุกกระบวนการขั้นตอนล้วนเป็นไปอย่างระมัดระวังยิ่ง และภาพฉากที่ปรากฏพบเห็นตรงหน้ายามนี้ ก็คือร่างเงาดำของบุรุษที่กำลังแช่น้ำอยู่หลังฉากกั้น
เหลิงหยุนเจียวตักเกี๊ยวยัดเข้าปากไปคำหนึ่ง แสร้งทำเป็นปั้นสีหน้าไม่ประสีประสา ย่องปลายเท้าย่างก้าวเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบประดุจตีนแมวแผ่วเบา ผ่านฉากกั้นเข้าไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของโม่เฉินหยวน
บนผิวน้ำภายในอ่างแช่ตัวเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดอัดแน่นเป็นชั้นหนาปกคลุมอยู่ ซึ่งนั่นทำให้นางอดเห็นภาพเรือนร่างท่อนล่างของอีกฝ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แต่นับว่ายังดีที่ได้เห็นช่วงกระดูกไหปลาร้า พร้อมกับแผ่นอกกำยำกล้ามเนื้อแน่นที่ขาวราวหิมะชวนเย้ายวนเกินต้านแทน
เหลิงหยุนเจียวถึงกับน้ำลายไหลย้อยออกมาไม่รู้ตัว รีบยัดเกี๊ยวชิ้นโตเข้าปากอีกชิ้น แล้วกลืนพรวดลงไปทั้งแบบนั้นจนเกือบจะติดคอ
“เจ้าเป็นสตรีเพศแท้ๆ แต่กลับหาญกล้าบุกรุกเข้าห้องบุรุษในยามวิกาล มิหนำซ้ำยังมายืนแอบดูผู้อื่นอาบน้ำเช่นนี้ นี่เจ้าคงจะมีปัญหาทางจิตกระมัง?”
ดวงตาเฉี่ยวคู่คมของโม่เฉินหยวนค่อยๆปิดลงสนิท เปล่งน้ำเสียงวาจาติดโทสะเล็กน้อยออกมา
กระทั่งอยู่ในห้องอาบน้ำเช่นนี้ เขาก็ยังสวมหน้ากากสีดำครึ่งใบเพื่อปกปิดอีก
ได้ยินเช่นนั้นเข้า เหลิงหยุนเจียวถึงกับสบถและบ่นกระปอดกระแปดอยู่ภายในใจ ‘ข้ายังไม่ทันได้เห็นอะไรดีๆเสียหน่อย! เจ้าก็มิควรจะกล่าวหาข้าจริงหรือไม่!?’
แล้วฟังคำพูดคำจาของเขาเข้าสิ ไม่เพียงตำหนินาง แต่ยังกล่าวหานางว่ามีปัญหาทางจิตอีกด้วย! เอ..หรือข้าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่มิรู้ตัว....
“เจ้าเป็นถึงชายชาตรี ส่วนข้าเป็นเพียงแค่อิสตรีผู้น่าสงสารนางหนึ่งเท่านั้น ข้าบังเอิญเดินหลงเข้าห้องผิดเล็กน้อย เหตุใดจึงต้องก่นด่าตำหนิข้าเสียๆหายๆเช่นนั้นด้วย?”
“และที่สำคัญ เมื่อเข้ามาพบเห็นเจ้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ ข้ากลับมีจิตใจแข็งกล้า มิได้ส่งเสียงกรีดร้องตกอกตกใจใดๆออกมา แต่กลับเป็นบุรุษเช่นเจ้าที่ทำตัวราวกับกระต่ายตื่นตูมแทน? หรือกลัวข้าจะพบเห็นอันใดเข้ากระมัง? ตั้งแต่ช่วยฝังเข็มให้เจ้าครานั้น ยังมีสิ่งใดให้ต้องเขินอายกันอีกเล่า?”
“....” ฟังอีกฝ่ายที่เถียงข้างๆคูๆชนิดสีข้างถลอกเช่นนั้น ทำเอาโม่เฉินหยวนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เห็นว่าอีกฝ่ายมิได้ปริปากตอบโต้ใดๆ และไม่แม้แต่จะกล้าเหลียวหลังชำเลืองมองมาด้วยซ้ำ ทำเอาเหลิงหยุนเจียวถึงกับกระตุกยิ้มมุมปาก แทบอยากระเบิดหัวเราะออกมาให้ดังเสียดฟ้าสักรอบ แต่ทว่าติดที่ยังเกรงอกเกรงใจอีกฝ่ายอยู่บ้าง
นางตักเกี๊ยวอีกชิ้นยัดใส่ปาก แล้ววางชามใบนั้นลงกับพื้น ใช้สองนิ้วไต่ไล่อยู่บริเวณหัวไหล่ไปจนถึงช่วงกระดูกไหปลาร้าของโม่เฉินหยวน
พริบตานั้นเอง ก็มีฝ่ามือร้อนรุ่มหนาใหญ่พุ่งสวนขึ้นมาจากอ่างน้ำ เข้ากุมจับฝ่ามือของนางไว้มิให้เคลื่อนไหวได้อีก ธารน้ำอุ่นสาดกระเซ็นตามแรงเคลื่อน ทำเอาแขนเสื้อของเหลิงหยุนเจียวถึงกับเปียกแฉะไปด้วย
เป็นเวลาเดียวกับที่โม่เฉินหยวนชำเลืองหน้าหันมาสบมองตาอย่างเย็นชา ลึกลงไปในดวงตาล้ำลึกภายใต้หน้ากากสีดำคู่นั้น ฉาบแฝงไปด้วยกลิ่นอายของอันตรายระคนรังเกียจเล็กน้อย
เหลิงหยุนเจียวยังคงเคี้ยวชิ้นเกี๊ยวในปากแก้มตุ่ยด้วยท่าทีไม่รีบไม่ร้อน ก่อนอธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
“อะไรกัน? ข้าเพียงแค่ต้องการเข้ามาดูว่าพิษในกายของเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้างก็เท่านั้น นี่เจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรเจ้าจริงๆอย่างนั้นรึ?”
“....”
เผชิญกับสีหน้าท่าทางและอารมณ์ของอีกฝ่ายยามนี้ เหลิงหยุนเจียวก็เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาไม่น้อยเช่นกัน แต่ก็ยังฝืนกล่าวต่อว่า
“อีกอย่าง หากข้าปรารถนาที่จะ...”
มุมปากของนางกระตุกยิ้มขี้เล่นทีหนึ่ง ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มขยับแนบชิดติดใบหูอีกฝ่าย น้ำเสียงหวานฉ่ำติดกระเส่าเย้าหยอกของหญิงงามดังพร่าขึ้นอีกครา
“...เช่นนั้นเจ้าจะสามารถปฏิเสธได้ลงจริงๆรึ?”