หลายรักของอัครวินทร์ | The Darkest Revenge
ตอนที่ 15. ความบังเอิญ
อัครวินทร์มองดูผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่แท้ๆของตัวเองนอนหายใจโรยรินที่เตียงผู้ป่วยอนาถาแม่ป่วยมานานเกินไป ทนเ็ปมาซ้ำๆแต่ก็ทำเหมือนว่ายังสบายดีทุกอย่างยังเหมือนเดิมเหมือนที่แม่ไม่ป่วยตอนนั้นเขาโตพอที่จะรู้ว่าแม่ของเขาป่วยด้วยโรคที่ชื่อว่าภูมิคุ้มกันบกพร่องโรคที่สังคมพากันรังเกียจแต่ตัวเขาก็เกลือกกลั้วกับสังคมที่ถูกคนอื่นรังเกียจมาพอสมควร
ก่อนที่แม่เขาจะจากไปสองวันเขาได้รับรู้อย่างเป็ทางการจากปากของแม่ว่าใครคือพ่อของเขา ในจังหวะที่ไม่มีคนมาเฝ้าเพราะพ่อเจิดกับพี่เอกไปทำงานพอได้ทีแม่ก็รีบพูดเื่นี้ทันทีราวกับว่ารอคอยมาแสนนานแล้วเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองทำท่าแบบไหนตอนที่ได้ฟังเื่นั้นผ่านคำพูดของแม่มันรู้สึกแตกต่างกับตอนที่ฟังแม่เล่าให้พี่เอกฟังในคืนนั้นอย่างสิ้นเชิงเหมือนกับแม่ไว้ใจเขามากขึ้นหรือว่าแม่ก็รู้ว่าลูกชายแท้ๆของแม่ถูกพ่อเลี้ยงย่ำยีมาตลอด ั้แ่เล็กจนถึงตอนนี้...เขามีคำถามจะถามแม่มากมายเหลือเกิน ว่าพ่อจะรับเขาเป็ลูกไหมถ้าเจอแล้วเขาต้องทำตัวยังไง แต่ก็นั่นแหละมันจุกในอกจนลืมเสียทุกอย่างแม้กระทั่งคำถามที่ว่า น้องชายเขาอยู่ที่ไหน เขาก็ไม่ได้ถาม
สองวันต่อมาเตียงนอนของแม่ก็ว่างเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งงานศพพ่อเจิดบอกว่าตายแล้วก็เผาเลยเพราะเป็โรคที่สังคมรังเกียจ อัครวินทร์ไม่เชื่อเขาร้องไห้เป็บ้าเป็หลังเพราะแม่ยังดูสบายดีเมื่อสองวันที่แล้ว แม่ยังนอนตรงนี้คุยกับเขาอยู่ตรงนี้....คำพูดของพ่อเจิดทำให้ชายหนุ่มวัย 24 ปีกระเจิดกระเจิง เขาหนีออกจากบ้านหักดิบความอยากยาที่ถูกยั่วยวนทุกเมื่อเชื่อวันเพียงเพราะพ่อเจิดอยากให้เขาขายเรือนร่างให้พวกตาแก่ตัณหากลับแลกเศษเงินเท่านั้นเขาทนอยู่ปีกว่าๆอาการลงแดงถึงจะสงบ ถึงมันจะไม่หายดีแต่นั่นก็มากพอที่เขาได้พบพ่อแท้ๆของตัวเอง
พ่อของอัครวินทร์เป็ชาวเยอรมันมีอายุ มีกิจการมากมายและ(เท่าที่ทราบมา) ไม่มีทายาทหรือมีก็ไม่ได้เป็ที่สนใจการได้เจออัครวินทร์จึงเหมือนภาพในละครน้ำเน่า แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นชายหนุ่มถูกเจาะเืตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ตัวตนอีกทั้งยังถูกตรวจเชื้อต่างๆเพื่อยืนยันว่าเขาสะอาดจริงๆนั่นเพราะพ่อของเขาเองก็ดูเสียใจไม่น้อยที่รู้ว่าแม่ของเขาป่วยเป็อะไรพ่อไม่ได้ถามอะไรมากแต่ยิ่งคำถามน้อยก็ยิ่งทำให้อัครวินทร์รู้สึกว่าตัวเองได้รับอะไรที่มากกว่านั้นทั้งความรู้สึก ความสบาย และที่สำคัญคือ....การศึกษา
เขาใช้เวลาที่ผ่านมาเสาะหาความจริงแม่ของเขาไปไหน? น้องชายที่เกิดจากพี่เอกกับแม่หายไปไหนยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า? ตลอดเวลาพี่เอกทำอะไรอยู่ที่ไหน พ่อเจิดตอนนี้ทำอะไรอยู่และที่เพิ่งจัดการเสร็จสิ้นไป...เ้าสัวอาคม!
อัครวินทร์ลืมตาตื่นในความมืดเขาหลับไปั้แ่กลับมาถึงบ้าน ตอนนี้เวลาสี่ทุ่มแล้ว และที่สำคัญเขาติดต่อพลภูมิไม่ได้เลย มันยิ่งทำให้เขาหัวเสีย หงุดหงิดใจยิ่งเครียดเท่าไรความอ่อนล้าก็ถาโถมและหลับเป็ตายทันทีที่หัวถึงหมอน
ชายหนุ่มกดโทรศัพท์อีกครั้งและครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ... หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
อัครวินทร์งุ่นง่าน ไม่เคยมีสักครั้งที่พลภูมิจะเงียบหายไปนานขนาดนี้ เขารินน้ำไวน์แดงใส่แก้วทรงสูงและกรอกเข้าลำคอกลืนทีเดียวหมดทำอย่างนั้นซ้ำๆจนรู้สึกร้อนผ่าว ความสงบจึงเข้ามาเยือนในจิตใจชายหนุ่มผู้ที่เคยเหยียบย่ำให้อยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตกับชายหนุ่มผู้มั่งคั่งร่ำรวยคนนี้คือคนๆเดียวกันถึงแม้วันนี้เขาจะมั่งมีล้นฟ้า...แต่ก็ยังมีสิ่งที่ขาดไปอยู่เช่นเดิม...
หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
อัครวินทร์รินไวน์แก้วแล้วแก้วเล่าอย่างเดือดดาลไม่มีครั้งไหนเลยที่พลภูมิจะทำแบบนี้กับเขา ทุกครั้งที่เขายิ้ม ร้องไห้หรือไม่ว่าจะตอนไหน พลภูมิจะอยู่กับเขาเสมอ
ลมแอร์ปะทะหน้าอย่างจังจนเขารู้สึกผ่อนคลายวิวกรุงเทพยามค่ำคืนสวยงามด้วยแสงสีส้มแดงฉาบทั่วถนนเปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับถูกแม่เหล็กดูดให้แนบชิดกันก่อนที่สุดท้ายเขาจะยอมแพ้ต่อความง่วงเหงาแก้วไวน์สวยหลุดมืดตกแตกกระจายอยู่ทั่วพื้น....
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
“สบายใจขึ้นรึยังครับ?” เสียงพี่หมอถามแทรกกับเสียงเพลงดังกึกก้องการมาเที่ยวผับหลังมื้อเย็นเป็ความ้าของพลภูมิเองเขาไม่ได้มาเที่ยวแบบอีกเลยั้แ่อัครวินทร์โดนซ้อมครั้งนั้น เพราะผู้เป็นายไม่อยากให้เขาต้องเจอเหตุการณ์ที่ซ้ำรอยอีก
“ก็ดีขึ้นครับพี่” พลภูมิยกแก้วขึ้น อีกฝ่ายชนแก้ว โซดาน้ำเปล่าผสมกับน้ำเมาไหลลงคอร้อนวูบวาบในกระเพาะอาหารเสียงเพลงดังตึงตังแข่งกับเสียงพูดจอแจ พวกเขาดื่มกันมาค่อนขวดแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าหมอหนุ่มที่ภายนอกดูเงียบขรึมจะคอแข็งขนาดนี้
“พี่จะออกไปสูบบุหรี่ ภูมิไปมั้ย?” อารักษ์ชวนเขามักจะสูบบุหรี่ทุกครั้งที่ดื่ม มันเป็การเพิ่มระดับความเมามายให้ตัวเอง
“ไปด้วยก็ดีครับ อยู่ในนี้เริ่มอึดอัด” พลภูมิลุกที่นั่งของเขาเป็แบบวีไอพี จึงไม่มีใครกล้ามาแย่งหรือเก็บกวาด
ด้านนอกผับดูสงบเงียบแตกต่างกับภายในโดยสิ้นเชิงผับนี้เป็ผับเดี่ยวตั้งอยู่ในซอยกลางกรุงเทพด้านข้างเป็ซอยลึกที่มีคอนโดหรูผุดเต็มไปหมดส่วนใหญ่จะเป็ที่อยู่ของชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทยหรือไม่ก็พวกนายแบบนางแบบที่กำลังมีชื่อเสียง เพราะผับนี้ค่อนข้างดังสำหรับคนในวงการ
“ทำไมถึงอยากมาเที่ยวที่นี่ล่ะ?” อารักษ์ถามขณะที่กำลังอัดควันเข้าปอด
“อยากเมามั้งครับ” พลภูมิตอบแบบไม่คิดเขาอยากปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการทั้งหมดที่มีกับผู้ชายที่ชื่ออัครวินทร์เสียเหลือเกินแล้ว
“สูบไหม?”
“ไม่ดีกว่าครับ” เขาปฏิเสธ ขณะนี้เป็เวลาเที่ยงคืนกว่าในซอยยังไม่มืดมากนัก ผู้คนต่างเดินเข้าออกผับเป็ว่าเล่นพลภูมิชอบหลบมุมและคอยสังเกตคนที่เดินไปมาว่าแต่ละคนแต่งตัวอย่างไรทำท่าทางแบบไหนภายใต้สีหน้าที่ดูมีความสุขกับแสงสี หลายคนฉาบความสุขไว้ที่ใบหน้าแต่ดวงตากลับดูปวดร้าวเฉกเช่นตัวเขา ที่ความสุขไม่ได้อยู่ตรงนี้...และนั่นทำให้เขาต้องหยุดมิเช่นนั้นความสุขที่ควรจะมีมันจะหายไปทั้งหมด
“เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ ภูมิไปมั้ย?”
“ผมอยู่รอตรงนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวอีกสักห้านาทีเจอกันที่โต๊ะนะครับพี่”อารักษ์ทำมือเป็เครื่องหมายโอเคและยิ้มก่อนเดินเข้าไปในร้าน
พลภูมิรีบเดินเข้าไปในซอยและหลบมุมทันทีเขารอจังหวะนี้มาสักพักแล้ว รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่พี่หมอขอตัวเข้าห้องน้ำพอดีก่อนหน้านี้เขาเห็นคนหน้าคุ้นคนหนึ่งเดินออกจากผับและเข้าไปในซอยนี้อย่างรีบเร่งและที่สำคัญ คนที่เดินตามไม่ใช่ใครที่ไหน
จอม เกียรติขจร!
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////