หลังจากเกิดเื่ขึ้นก็มีเื่เลวร้ายตามมาจนนับไม่ถ้วนโรงพยาบาลถูกปิดล้อมด้วยฝูงชนที่โกรธแค้นซึ่งถูกปลุกระดมโดยเหล่าญาติมิตรของผู้เสียชีวิตและมีกลุ่มแอนตี้ในโซเชี่ยวคอยกระพือข่าวให้ทั้งสองกลุ่มทำงานร่วมกันได้ดีเยี่ยมแม้กระทั่งหมอและพยาบาลบางส่วนยังแอบเอาเื่ของยิ้มขณะพักตัวอยู่ในโรงพยาบาลออกไปให้กับนักข่าวไม่ว่าจะเพราะค่าตอบแทนที่สูงลิ่วหรืออคติส่วนตัวก็ตาม
ผู้ประท้วงทำให้หมอและพยาบาลทำงานกันอย่างยากลำบากคนไข้ใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องเดือดร้อนยิ้มจึงต้องออกจากโรงพยาบาลไปทั้งๆที่ยังไม่หายดีทางเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยคนอื่นต้องมารับเคราะห์กับสิ่งที่เขาทำไว้หลังจากยิ้มออกจากโรงพยาบาลไปก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหายไปอยู่ที่ไหนบ้างก็ว่าเขาหลบอยู่ที่บ้านบ้างก็ว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้วมีการแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆนาๆใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปตามความคิดเห็นในมุมมองของแต่ละคนทำให้ความจริงถูกบิดเบือนไปไม่รู้กี่ตลบ
“ขอเชิญคุณสุวัฒน์ ผู้จัดการส่วนตัวของคุณยิ้มหรือว่าYstrikerนะคะมาร่วมพูดคุยกับเราในคืนนี้ค่ะสวัสดีค่ะคุณ สุวัฒน์”พิธีกรหันไปสวัสดีกับสุวัฒน์ผู้จัดการส่วนตัวของยิ้มที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนที่กล้องจะค่อยๆเคลื่อนไปด้านข้างเผยตัวออกเขาออกมา
ยิ้มนั่งดูรายการนี้ผ่านทีวีในห้องนอนใบหน้าโทรม ผิวซีด ขอบตาดำคล้ำเขาไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วั้แ่ออกจากโรงพยาบาลมาทุกครั้งที่ข่มตานอนภาพคนนอนตายอยู่บนถนนก็แล่นเข้ามาในหัวเปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าวของเขาในโลกโซเชียลก็มีแต่คนวิจารณ์เื่ที่เกิดขึ้นออกไปไหนก็ไม่ได้เพราะมีนักข่าวบางส่วนเดาสุ่มกันว่ายิ้มน่าจะอยู่ที่บ้านเลยยกขบวนกันมาเฝ้าถึงหน้าบ้านไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ความเครียดถูกกดดันจากทุกหนแห่ง
“ถ้าอย่างที่เ้าหน้าที่บอกว่านี่เป็อุบัติเหตุทำไมแคสเตอร์คนดังถึงหายตัวไปแบบนี้ละคะทำไมเขาไม่ออกมาพูดอะไรสักอย่างเพื่ออธิบายให้ทุกคนเข้าใจ”พิธีกรยังคงสนุกสนานกับการไล่ต้อนผู้จัดการส่วนตัวของยิ้มด้วยคำพูดหว่านล้อมพร้อมเน้นเสียงในจังหวะที่จะทำให้อารมของสุวัฒน์ปะทุขึ้นการกระทำของเธอทั้งคำพูดสายตารอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยนั้นยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนกับกำลังท้าทายเขาให้ออกมาเพื่อสนองความ้าต่อฝูงชนที่โกรธแค้นจินยิ้มต้องปิดทีวีหนีออกจากสิ่งที่น่ารังเกียจนั้น
ยิ้มทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินวนไปมาในห้องเป็วันๆเขาจะเปิดผ้าม่านเพื่อมองออกไปข้างนอกบ้านทุกวันโดยหวังว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็พียงความฝันแล้วทุกอย่างก็กลับไปเป็เหมือนเดิมแต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็อยู่ยังมีนักข่าวหลายร้อยชีวิตอยู่ที่หน้าประตูบ้าน
เพล้ง!
เสียงแก้วหรืออะไรสักอย่างแตกเสียงนี้ดังขึ้นบ่อยๆั้แ่ยิ้มกลับมาอยู่ที่บ้านพร้อมกับเสียงกรีดร้องโวยวายของแม่และเสียงคำรามของพ่อเป็บาง่ทั้งคู่เองก็มีสภาพไม่ต่างไปจากยิ้มมากนักพ่อกับแม่ก็เริ่มที่จะทนโทรศัพท์ดังทุกๆห้านาทีพร้อมกับคำขอสัมภาษณ์จากนักข่าวทุกสำนักทั้งในและต่างประเทศที่กำลังจะทำให้ทั้งคู่กลายเป็บ้า
“ทำไมมันต้องมีเื่แบบนี้ด้วย”เสียงสะอื้นไห้ของแม่ดังขึ้น“คุณคะ ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปฉันต้องเป็บ้าตายแน่”แม่มองไปทางพ่อที่นั่งใช้มือซ้ายกุมขมับและมือขวาถือแก้วเหล้านั่งบนเก้าอี้หนังราคาครึ่งล้าน
แม่ยังคงร้องไห้ต่อไปเสียงของแม่เปรียบเหมือนมีดที่กรีดย้ำรอยแผลในใจของยิ้มอยู่ทุกวี่วันดึงเขาลงไปสู่เหวแห่งความสิ้นหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“เซเรน…เซเรนเธอได้ยินฉันไหม”ยิ้มมองไปรอบๆเหมือนทุกครั้งเขาก็จะได้ยินเสียงเธอตอบกลับมาแต่ครั้งนี้ มันว่างเปล่าเขากำลังยืนอย่างเดียวดายในห้องที่กว้างขวางโดยมีเสียงสะอื้นของแม่และเสียงของนักข่าวจากนอกบ้าน
“เซเรนเธออยู่ที่ไหน ฉันอยากเจอเธอเซเรน!”เสียงเรียกดังขึ้นแล้วหายไปราวกับะโลงไปสู่เหวลึกไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีวี่แววของนางฟ้าประจำตัวแม้แต่เธอก็ยังหายไปยิ้มทำได้เพียงนั่งก้มหน้าอยู่เพียงลำพังมีเพียงหยดน้ำตาบนแก้มเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง
ยิ้มเดินลงมาจากห้องด้วยสภาพราวกับซากศพที่ไม่มีิญญาอยู่ภายในมิหนำซ้ำยังแผ่รังสีแห่งความสิ้นหวังออกมารอบตัวในหัวยังคงคิดถึงแต่เื่คนตายวนไปมาถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปเขาคงจะกลายเป็บ้าในไม่ช้าสติของเขาหลุดลอยออกจากร่างไปเหลือเพียงกายเนื้อที่ว่างเปล่า
“ยิ้ม…”เสียงสะอื้นของแม่ดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความจริงที่โหดร้ายกว่า
“แม่ครับ”ผู้เป็แม่วิ่งเข้ามาสวมกอดลูกชายที่เป็เหมือนกับที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
“ยิ้ม…แม่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”น้ำตาของแม่ไหลลงมาบนอกของลูกชายภาพที่เห็นสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับจิตใจของยิ้มยิ่งกว่าข่าวอุบัติเหตุสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดในชีวิตก็คือการทำให้พ่อกับแม่ของเขานั้นร้องไห้นั่นคืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขานั้นยอมตามใจพ่อกับแม่ทุกอย่าง
“แม่ครับ…มะไม่เอานะครับแม่อย่าร้องไห้”ยิ้มโอบร่างที่สั่นระริกของมารดาด้วยอ้อมแขนยิ้มหันไปเห็นพ่อของเขาที่กำลังเดินเข้ามาหา
“ยิ้ม…พ่อว่าถึงเวลาที่เราต้องหาทางออกให้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้แล้วนะ”
“ผมเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันครับผมควรจะทำยังไงดีครับพ่อ”ยิ้มพูด
“พ่อว่าเราควรจัดแถลงข่าวเพื่อบอกกับทุกคนว่าเราไม่ได้หนีความผิดหรืออะไรทั้งนั้นจากนั้นก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป”
“แม่ทรมานมากนะยิ้มแม่ต้องถูกสายตาที่เกลียดชังมองมาตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกทั้งๆที่แม่ไม่ได้ทำอะไรผิดแม่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสังคมต้องตัดสินพ่อกับแม่แบบนี้ด้วย”เสียงสะอื้นของแม่ดังขึ้น
“คนเราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปนะเราจะหนีไปตลอดไม่ได้ตอนนี้คนทั้งประเทศกำลังจับตาดูเราอยู่เราต้องทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย”พ่อเสริม
แทนที่ยิ้มจะรู้สึกสบายใจที่พ่อกับแม่นั้นพยายามบอกเขาให้ยอมรับในสิ่งที่ทำแต่เขากลับรู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาคิดไปในทางตรงกันข้ามราวกับรู้สึกว่าที่พึ่งทางใจของเขากำลังผลักไสเขาออกไปให้กับกลุ่มคนที่้าสนองความ้าของตัวเองยิ้มพยายามเบี่ยงความคิดของตัวเองออกมาจากเื่นั้นเขาพยายามคิดว่าสิ่งที่เขาทำนี้จะช่วยให้พ่อกับแม่ของเขานั้นไม่ต้องมาเจอกับคำพิพากษาจากสังคมเหมือนกับตัวเขาอย่างน้อยๆ เื่ไม่ดีที่เขาทำไว้เขาก็ควรจะรับมันไว้ด้วยตัวเอง
“ตกลงครับผมจะโทรไปบอกคุณสุวัฒน์”พ่อพยักหน้า พร้อมกับเสียงสะอื้นของแม่ที่หายไป
“พ่อครับแม่ครับ ผมกลัวพ่อกับแม่อย่าให้ผมอยู่คนเดียวในวันแถลงข่าวนะครับ”ความกลัวที่จะต้องยืนต่อหน้าความอาฆาตแค้นนับร้อยเพียงลำพังกำลังบีบให้ต้องอ้อนวอนขอในสิ่งที่เขา้าจากพ่อแม่มากที่สุดนั้นคือความรัก ความห่วงใยที่ลูกควรได้รับแม้ในตอนที่ทำความผิดก็ตาม
“อืม…”เสียงตกลงที่ทุ้มต่ำดังออกมาโดยไม่ปริปากขอแค่นี้ยิ้มเองก็รู้สึกแล้วว่าเขาไม่ได้ก้าวผ่านปัญหาชีวิตนี้ไปเพียงลำพังเขากอดแม่ให้แน่นขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มและบททดสอบชีวิตครั้งใหม่ที่เพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น
ยิ้มยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในเวทีการแถลงข่าวมีแสงแฟลชมากมายกระหน่ำยิงมาที่ตัวเขาด้านหน้าของเขามีนักข่าวเกือบร่วมร้อยคนพยายามจะกรูเข้ามาให้ใกล้ตัวเขามากที่สุดด้านข้างๆก็มีกลุ่มคนที่คอยจะซ้ำเติมเขาทันทีที่เขาล้มและยังมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยรู้เื่อะไรมาก่อนแต่ดันมาอยากรู้ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นในตอนนี้ทีวีเกือบทุกช่องถ่ายทอดสดสถานการณ์เดียวกันนี้ทั้งในและต่างประเทศที่แย่ยิ่งกว่าการที่ต้องพยายามตั้งสติเพื่อไม่ให้ลืมบทที่พูดที่ท่องมาก็คือการยืนต่อหน้าความหวาดกลัวเพียงลำพังคำสัญญาที่พ่อแม่ให้กับเขาไว้นั้นกลายเป็เพียงสิ่งที่ตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของเขาให้มากขึ้นไปอีก
การแถลงข่าวเป็ไปอย่างตึงเครียดแม้ตำรวจร่วมร้อยคนก็ยังไม่พอกับฝูงชนผู้โกรธแค้นทั้งที่สูญเสียและโกรธกันไปตามกระแสในระหว่างการแถลงข่าวยิ้มไม่พูดตามบทที่ท่องมาเลยแม้แต่น้อยเขากลับพูดในสิ่งที่ตนนั้นอยากพูดจากใจจริงเขาคิดว่าหากพูดให้ทุกคนเห็นว่าเขาสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาทำและตอนนี้มันทำให้ชีวิตของเขาตำต่ำขนาดไหนทุกคนก็น่าจะเข้าใจในตัวเขาและให้โอกาสเขากลับเข้าสู่สังคมอีกสักครั้งยิ้มคิดถูกแค่เพียงครึ่งเดียวเพราะกลุ่มคนที่สูญเสียนั้นไม่ว่าจะพูดออกมาจากจุดลึกสุดของหัวก็พวกเขาก็พร้อมที่จะแผดเผามันด้วยไฟแค้นที่โหมกระพือกลุ่มผู้สูญเสียพยายามที่จะฝ่าแนวเ้าหน้าที่เข้ามาหาตัวยิ้มพร้อมกับขวางปาสิ่งของเหม็นเน่าทุกอย่างที่นำมาด้วยทำให้เ้าหน้าที่ต้องพายิ้มหลบออกมาจากงานทันที
เ้าหน้าที่พายิ้มเข้ามาในรถรับส่งที่ถูกเตรียมไว้ที่อีกด้านของตึกยิ้มได้ยินเสียงวิทยุจากเ้าหน้าที่ว่ากลุ่มผู้สูญเสียนับร้อยได้ฝ่าแนวป้องกันของเ้าหน้าที่เขามาในตึกแล้วเ้าหน้าที่วิทยุเพื่อรับเส้นทางที่จะออกจากตึกได้อย่างปลอดภัยยิ้มไม่คิดว่าเื่มันจะเลยเถิดมาขนาดนี้ตอนนี้เขาเหมือนกับผู้ร้ายที่กำลังถูกตามล่าตัวอยู่
เ้าหน้าที่ได้รับการยืนยันเส้นทางก่อนจะรีบดันยิ้มกับสุวัฒน์ขึ้นรถ
“ยังกับตามล่ากันในหนังยังงั้นแหละ”เ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะสตาร์ทเครื่องให้รถถีบตัวเองลงไปตามทางลงของลานจอดรถยิ้มตัวสั่นเทาด้วยความเครียดและความกลัวที่ทวีคูณขึ้น
“อาสุวัฒน์ครับ”ยิ้มหันมาหาสุวัฒน์
“ผมจะทำยังไงต่อไปดีครับ”ยิ้มมองเขาด้วยั์ตาสิ้นหวังสุวัฒน์เอื้อมมือไปััไหล่ของยิ้ม
“เราทำดีที่สุดแล้วยิ้มอาเชื่อว่าทุกคนพร้อมจะให้อภัยแต่สำหรับคนบางกลุ่มแล้วไม่ว่าเราจะทำดีชดใช้พวกเขาแค่ไหนมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ต่อจากนี้ยิ้มต้องเข้มแข็งและเดินต่อไปให้ได้นะ”คำพูดของผู้จัดการส่วนตัวทำให้เด็กหนุ่มใจชื้นขึ้นมาได้เปราะหนึ่ง
แต่แล้วเมื่อรถเคลื่อนผ่านตัวตึกออกมากลุ่มผู้สูญเสียกรูกันเข้ามิดล้อมรถไว้โดยรอบพร้อมกับส่งเสียงด่าทอและสาปแช่งยิ้มและสุวัฒน์หันมองโดยรอบอย่างตื่นตระหนกเ้าหน้าที่พยายามวิทยุขอความช่วยเหลือตอนนี้รถของพวกเขาไม่อาจเคลื่อนที่ไปไหนได้และกำลังถูกทุบตีด้วยมือไม้และของแข็งต่างๆทั้งอิฐ ปูน เหล็ก
“พวกตำรวจข้างนอกมัวทำอะไรกันอยู่เนี่ย!”เ้าหน้าหลังพวงมาลัยตะคอกขึ้นขณะเ้าหน้าที่ที่นั่งด้านข้างกำลังกระหน่ำทุกคอพูดขอความช่วยเหลือเพื่อส่งผ่านออกไปทางวิทยุแต่เสียงสาปแช่งกลบเสียงตอบกลับมาจนหมดสิ้น
“ไอ้พวกนี้มันบ้าไปแล้วยิ้มถอยออกมาจากหน้าต่าง!”สุวัฒน์ดึงตัวยิ้มเข้ามาที่กลางรถ
ฝูงชนที่โกรธแค้นทุบกระจกจนแตกและกระชากประตูเปิดออกมีชายร่างใหญ่คนหนึ่งเข้ามาในตัวรถและพยายามดึงตัวยิ้มออกไปข้างนอก
“อาสุวัฒน์ช่วยผมด้วย!”ยิ้มใช้ขาถีบผู้บุกรุกออกไปขณะที่มือก็รั้งตัวของสุวัฒน์ไว้
แต่ประตูฝั่งสุวัฒน์ก็ถูกเปิดออกและมีชายอีกคนมาดึงสุวัฒน์ออกไปข้างหลัง
“ยิ้มไม่!ยิ้ม!”สุวัฒน์และยิ้มถูกดึงแยกกันออกไปคนละด้าน
“เอาตัวมันออกมาฆ่ามันเลย มันต้องชดใช้”ผู้คนรอบข้างะโเป็การสร้างความฮึกเหิมให้กับผู้ที่ลงมือ
ยิ้มถูกลากลงมาบนพื้นรุมล้อมไปด้วยฝูงชนที่ทับถมเขาลงมาด้วยคำด่าทอยิ้มรู้ถึงของแข็งหลายอย่างที่กระหน่ำลงมาที่ตัวของเขาบ้างที่หัวบ้างสัญญาณความเ็ปแผ่ไปทั่วทั้งระบบประสาทยิ้มไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดอธิบายหรือขอความปราณีไม่ว่ายิ้มจะพูดอะไรออกไปก็แล้วแต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงแค่ความรุนแรง
“ยิ้ม…”เสียงของเซเรนดังขึ้นยิ้มกวาดตาที่พล่ามัวมองหาเธอ
“เซเรน…ช่วยฉันด้วย”ยิ้มหันมองไปตามเสียงของเซเรนก่อนที่จะถูกไม้หน้าสามฟาดจนหน้าหัน
“ข้าไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ด้วยตัวเองไม่ได้ยิ้มข้าต้องได้รับการร้องขอเ้ายังเหลือพรอีกหนึ่งข้อข้าช่วยเ้าได้ยิ้มแค่เพียงเ้าบอกกับข้ามา!”เสียงของเซเรนดังขึ้นในโสตประสาทของยิ้ม
ยิ้มรู้สึกว่าตัวของเขาถูกยกขึ้นมาให้นั่งคุกเข่าก่อนจะมีมือที่ใหญ่มาจิกผมเขาให้เงยหน้าขึ้นมารับความจริงที่โหดร้ายตรงหน้าตาของยิ้มถูกมืออีกข้างมาเช็ดเืที่ไหลพาดมาออกไปยิ้มเห็นชัดขึ้นมาว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคือชายที่เขาเห็นในทีวีเขาเป็คนที่กรี๊ดร้องด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับประกาศหน้านักข่าวว่าจะเอาชีวิตแลกชีวิตเขาคงเป็คนที่โหมกระพือไฟแค้นไปสู่คนอื่นๆทำให้กระแสต่อต้านเขายิ่งแรงมากขึ้น
“ต่อให้ฉันต้องติดคุกหรืออะไรก็ตามแต่ชีวิตของแกต้องมาแลกกับชีวิตลูกสาวฉัน”ชายคนนั้นพูดก่อนจะควักมีดพกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ยิ้มใช้พรของเ้าไม่งั้นเ้าจะตายนะ!”เสียงของเซเรนเริ่มร้อนรนขึ้นยิ้มยังคงไม่พูดอะไรเขายังมองชายตรงด้วยั์ตาที่ว่างเปล่า
“ยิ้ม!”เซเรนเร่งเร้า
“เซเรน…”ยิ้มพูดขึ้นด้วยเสียงที่เกือบจะเท่ากับกระซิบ
“ใช้พรข้อสุดท้ายข้าจะช่วยเ้าออกไปจากที่นี่!”เซเรนเร่งเร้าเมื่อเห็นชายตรงหน้าเริ่มยกมือขึ้นมา
“ทำไมชีวิตฉันต้องมีแต่เื่แบบนี้ด้วยฉันหลอกตัวเองมาตลอดว่าพ่อแม่รักฉันทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จคนที่รักก็ทอดทิ้งฉันไปจนหมด”สติของยิ้มเริ่มพล่าเลือนเขามองเห็นทุกสิ่งรอบตัวค่อยๆเคลื่อนที่ช้าลงเหมือนกับวิดีโอที่ถูกลดความเร็ว
ชายหนุ่มมองเห็นหญิงคนหนึ่งที่กำลังะโด่าทอเขาอยู่ด้านข้างบางคนยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเขากำลังจะตายบางคนถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ไว้ไม่ก็ถ่ายทอดสดเพื่อเอาไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์รอยยิ้มแห่งความพอใจวาดอยู่บนใบหน้าของพวกเขาพวกเขาดูยินดีกับความโหดร้ายที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าสรรเสริญเยินยอผู้ที่กำลังใช้ความรุนแรงเพื่อสนองความ้าของพวกเขา
ยิ้มเบี่ยงสายตาออกไปด้านข้างเขาเห็นเซเรนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆตัวเขาใบหน้าขาวซีด เนื้อตัวมอมแมมดูโทรมกว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเจอเธอมากนักมีน้ำสีแดงไหลออกมาจากดวงตาของเธอทั้งสองข้างลงมาอาบแก้มขาวซีดขนนกที่ปีกของเธอหลุดลุยไปจนหมดสิ้นแล้วเธอยังคงเร่งเร้าให้เขาขอพรเพื่อให้เธอช่วยเหลือเขาความรู้สึกบางอย่างของยิ้มกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น
ทำไมเซเรนถึงกลายเป็แบบนี้ความงดงามของเธอเมื่อแรกเห็นหายไปไหนแล้วทำไมเธอถึงได้มีสภาพแบบนี้มันเพราะอะไรกันเพราะเขารึเปล่าเป็เพราะเขาเลยทำให้เธอเป็แบบนี้เพราะเขาขอพรมากเกินไปหรือเธอถึงเป็แบบนี้หรือการให้พรกับมนุษย์เป็เื่ต้องห้ามสำหรับนางฟ้าแต่เธอก็ยังแหกกฎเพื่อให้เขาได้สมหวังทำไมเธอถึงต้องยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้ยิ้มหวนนึกถึงคนที่ให้ทุกสิ่งกับเขาในตอนที่ทุกอย่างสายเกินไป…
ฉึก!
ความเย็นะเืแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัวของยิ้มั์ตาชายหนุ่มเบิกกว้างนางฟ้ากรีดร้องดังลั่นหูของเขาไม่ได้ยินอะไรนอกจากความเงียบงันก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆร่วงลงสู่พื้นยางมะตอยที่แข็งกระด้างเืสีแดงไหลนองพื้นย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มด้วยกลิ่นคาวแห่งความตายยิ้มเห็นเซเรนตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหาเขาชายที่เป็ผู้ลงมือยิ้มร่าด้วยความพอใจก่อนจะกระทืบซ้ำลงมาที่ร่างของชายหนุ่มที่หายใจรวยริน
ยิ้มไม่เหลือความรู้สึกเหลืออยู่อีกแล้วในใจของเขาคิดว่านี่คงเป็บทสรุปที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตัวเขาแล้วเซเรนพยายามััตัวเขาทั้งน้ำตาแต่มือของเธอก็ทะลุตัวของยิ้มไปราวััอากาศยิ้มมองหน้าของเซเรนก่อนที่ภาพของเธอจะค่อยๆพล่าเลือนไปแทนที่ด้วยบางสิ่ง
ยิ้มยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความมืดทันใดนั้นก็กำเนิดแสงสว่างสีขาวดวงเล็กตรงหน้าของเขาชายหนุ่มเห็นเซเรนเดินออกมาจากความมืดมองดูแสงสว่างดวงนั้นด้วยั์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารีพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความปิติยินดีทุกอย่างเร็วขึ้นเหมือนเวลาถูกเร่งแสงสว่างดวงน้อยค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเปลี่ยนสภาพยืดหดไปมาเหมือนกับดินน้ำมันที่ถูกปั้นไปตามมือคนกลายเป็ทารกที่นอนขดตัวอยู่ในถุงใสชายหนุ่มเห็นนางฟ้าเอื้อมมือไปัักับแผ่นบางๆที่กันเธอไว้กับเด็กข้างใน
“เดียวก็จะได้ออกไปดูข้างนอกแล้วนะ”นางฟ้าพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเด็กทารกข้างจะดีดดิ้นไปมาน่าเอ็นดู
“ไม่ต้องกลัวนะข้าจะคอยอยู่ข้างๆเ้าเอง”เซเรนโน้มตัวเข้าไปหาชีวิตตัวน้อยตรงหน้าก่อนจะใช้หน้าผากัักับแผ่นกั้นส่งต่อความรู้สึกผ่านเข้าไปหาทารก
ภาพทุกอย่างเร็วขึ้นอีกครั้งยิ้มเข้าใจแล้วว่านี่คือความทรงจำของเขาั้แ่เด็กเขาเห็นตัวเองในวันเกิดวันแรกของเขาเซเรนยืนมองเขาอยู่ข้างหลังพ่อและแม่เขาเห็นตัวเองในตอนเด็กกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นเซเรนมองดูเขาอยู่ห่างๆเห็นตัวเองกำลังโดนเพื่อนแกล้งตอนเรียนมัธยมเขาหลบไปนั่งร้องไห้คนเดียวเมื่อเซเรนเขามานั่งใกล้ๆเข้าเขาก็รู้สึกว่ามีกำลังใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดเขาลุกขึ้นปาดน้ำตาแล้วเดินหน้าต่อไปตอนที่นั่งอ่านหนังสือจนดึกเพื่อสอบเข้ามหาลัยเซเรนนั่งมองเขาอยู่ใกล้ๆวันที่เขาเริ่มแคสเกมเป็ครั้งแรกวันที่เขารับปริญญาเซเรนอยู่กับเขาตลอดเวลาแต่เขาไม่เคยเลยแม้แต่น้อยที่จะรับรู้
สติของยิ้มกลับมาอีกครั้งเืสีแดงทะลักออกมาจากแผลกลางอกยิ้มเห็นเซเรนนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆเห็นตำรวจกำลังดึงชายที่แทงเขาออกไปพร้อมกับกันผู้คนออกไปให้ห่างจากตัวเขาภาพความทรงจำทั้งหมดที่เขาเห็นคงจะเป็ภาพความทรงจำที่มนุษย์จะได้เห็นก่อนที่จะตาย
“เซเรน…”ยิ้มพูดเสียงแหบแห้ง
“ยิ้ม…”เซเรนสะอึกสะอื้น
“ฉันขอโทษ…”น้ำตาของยิ้มไหลออกมาอาบแก้มสติของเขากำลังเริ่มเลอะเลือนอีกไม่นานเขาก็คงจะสิ้นใจเขาเอื้อมมือไปหานางฟ้าอย่างยากลำบากชายหนุ่มเค้นแรงทั้งหมดที่มีออกมาเขาพยายามประคองมือให้อยู่ที่แก้มของนางฟ้า
“ยิ้ม…ไม่”
ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆปล่อยทุกอย่างให้เป็ไปตามทางของมันยิ้มไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรอีกแล้วนี่หรือสิ่งที่เรียกว่าความตายจากนี้ไปเขาจะเป็ยังไงเขาจะตกนรกหรือว่าจะได้ขึ้น์ถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะตายเขาอยากจะอยู่กับเซเรนให้นานกว่านี้เขาอยากจะกอดเธอ อยากเห็นหน้าเธอทุกวันต่อให้เขาต้องกลับไปที่ไร่องุ่นที่กันดาลนั่นเขาก็ไม่สนต่อให้ต้องสูญเสียทุกสิ่งที่เคยสร้างมาก็ไม่เป็ไรขอเพียงแค่มีเซเรนอยู่ด้วยเท่านี้เขาก็ไม่้าอะไรแล้วสติของยิ้มหลุดลอยออกไปมือของชายหนุ่มร่วงลงสู่พื้นเหมือนกับใบไม้แห่งชีวิตใบสุดท้ายหลุดร่วงลงมาจากลำต้น
ยิ้มลืมตาขึ้นมาบนเสื่อในบ้านหลังเล็กที่ไร่องุ่นเขาได้ยินเสียงนกร้องบอกว่าเป็เวลาเช้ายิ้มดันตัวลุกขึ้นมาส่ายหัวไปมาเรียกสติชายหนุ่มเดินไปที่หน้าต่างมองพระอาทิตย์ที่เริ่มลอยขึ้นมาจากูเา
“ฝันไปหรอ?”ยิ้มพูด
“ยิ้ม…”เสียงของผู้หญิงดังมาจากข้างหลังเขา
ยิ้มหันไปมองเ้าของเสียงที่แสงแดดแห่งวันใหม่ค่อยๆสาดส่องลงบนตัวเธอไล่จากลำตัวขึ้นมาเรื่อยๆเซเรนเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในห้องชายหนุ่มั์ตาเบิกกว้าง
“ซะ…เซเรน”ยิ้มค่อยๆสืบเท้าเข้าไปหาหญิงสาว
“ทะทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้แล้วทำไมฉัน…”เซเรนยกมือขึ้นมาััแก้มของยิ้มชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอ
หญิงสาวยิ้ม
‘พรข้อที่สาม’ชายหนุ่มคิดในใจ
ชายหนุ่มถลาเข้าไปโอบกอดร่างของหญิงสาวไว้ย้ำเตือนทุกๆวินาทีว่านี่ไม่ใช่ความฝันเขาพูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่านี่เป็ความจริงไม่ใช่ความฝัน
“อย่าทิ้งฉันไปไหนอีกนะ”ยิ้มพูดทั้งน้ำตาเฝ้าพูดคำพูดนั้นไปมาหลายรอบเพื่อบอกให้หญิงสาวตรงหน้าได้รู้ถึงความในใจของเขาที่เขาควรจะพูดมันออกมานานแล้ว
“ข้าไม่ไปไหนหรอกไม่ไปไหนแล้ว ข้าจะอยู่กับเ้า…ตลอดไป”หญิงสาวเงยหน้าเช็ดน้ำตาให้กับชายหนุ่มยิ้มมองตาหญิงสาวที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็คนรัก
ทั้งคู่โอบร่างกันและกันให้แนบชิดมากกว่าเดิมเพื่อให้หัวใจของทั้งคู่ใกล้กันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ใบหน้าค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆก่อนที่ริมฝีปากของพวกเขาจะประกบกันเพื่อถ่ายทอดความรักที่ไม่อาจแสดงออกมาได้ด้วยคำพูดให้กันและกันได้รับรู้
ยิ้มรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างในอดีตไม่ว่าจะดีหรือร้ายขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้เขามาที่นี่ขอบคุณพรข้อหนึ่งและสองที่ทำให้เขารู้ว่าพรข้อที่สามนี้มีค่าขนาดไหนขอบคุณเื่ร้ายๆที่ทำให้เขารู้ว่าคนที่คอยอยู่ข้างๆเขามาตลอดนั้นสำคัญกับเขาขนาดไหนขอบคุณเซเรนที่ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนแม้ว่าตัวเขาจะอยู่ในจุดที่ต่ำสุดของชีวิตก็ตาม
“ฉันรักเธอนะเซเรน”
“ข้าก็รักเ้าเหมือนกัน…ยิ้ม”