“ข้าต้องขอบใจเ้าที่เข้าไปช่วยทีแรกนึกว่าข้าคงตายในถ้ำนั่นเสียแล้ว ท่านตาวรยุทธลึกล้ำจนข้าต้านทานมิได้แค่ไม่กี่กระบวนท่าข้าก็เสียทีแถมดาบข้ายังหักไปแล้วด้วยตอนนี้มีเพียงมีดสั้นเล่มเดียวช่างน่าละอายยิ่งนัก”
“เ้ายังอ่อนต่อโลกนักอาเสียะ” หยางซุนหยางว่าพลางหัวเราะ “ยังต้องฝึกวรยุทธอีกมากหากเ้าอยากเป็เ้าสำนักการค้าที่ใหญ่โตที่สุดเช่นหลิวซือซือ”
“ข้าแค่ครูพักลักจำไม่เคยร่ำเรียนวรยุทธเช่นเ้า” นางเอ่ยเสียงเศร้า “ไม่รู้จะหาครูบาอาจารย์จากที่ใด”
ซุนหยางหันขวับมามองสีหน้าเรียบเฉยก่อนถาม “เหตุใดต้องร่ำเรียน”
“อีกหน่อยเป็เ้าสำนัก ข้าต้องคุมขบวนสินค้าไปทำการค้าขายต่างเมืองหากป้องกันตัวเองมิได้ใครจะมาปกป้องข้าเล่า เ้านี่ก็ช่างไม่รู้เื่เลย”
“เช่นนั้นให้ข้าเป็มือขวาเ้าดีหรือไม่ ลำพังคนจรเช่นข้ามีชีวิตอยู่มิรู้เพื่อสิ่งใด”
“เ้าแน่ใจรึ” นางเอ่ยถามสีหน้าประหลาดใจ“เช่นนั้นข้าจะจำคำพูดเ้าไว้นะ”
หยางซุนหยางพยักหน้าพลางกระตุกยิ้มกว้างร่างอรชรขยับออกห่างเล็กน้อยเมื่อเห็นดวงตาระยิบระยับจากอีกฝ่ายส่งมา ไม่รู้ว่าสิ่งใดจริงหรือสิ่งใดคือเื่เล่นหัวของหนุ่มพเนจรตรงหน้ายิ่งนึกถึงคำของเฒ่าชรา สีหน้าสดใสเมื่อครู่ก็หมองลง
“แต่ข้าก็ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง ผ้าโบราณเป็แค่คำร่ำลือหาได้มีอยู่จริงตามที่ได้ยินมา”
หนุ่มพเนจรได้ฟังถึงกับหลบตาลอบถอนใจเฮือกใหญ่เขาต้องแสร้งทำไม่รู้ไม่เห็นเพื่อนำผ้าผืนนี้ไปให้มารดาตามคำร้องขอแต่คุณชายน้อยเล่าจะเจอเื่ใดต่อจากนี้หากผ้าโบราณมีความสำคัญต่อนางมากกว่า
“เ้าอย่าคิดมากไปเลยมันเป็แค่เื่เล่าขานที่หามีจริงไม่ ข้าว่าพ่อเ้าต้องเข้าใจ”
“ข้าจะบอกความลับให้เ้า” นางเอ่ยกระตือรือร้นก่อนเล่าต่อ“อันที่จริงท่านพ่อไม่รู้หรอกว่าข้าจะมาหาผ้าโบราณข้าแค่อยากออกท่องโลกกว้างแต่ไม่อยากเสียเที่ยวจึงดั้นด้นตามหาเผื่อว่ามีจริงข้าก็อยากได้ไปกำนัลวังหลวงเพื่อเปิดทางไปค้าขายที่เปอร์เซียด้วย”
“เช่นนั้นเ้าก็มิได้อยากได้มันจริง ๆ”
“ข้าก็อยากได้แต่ในเมื่อไม่มีก็มิอาจอย่างไรเล่า”นางเอ่ยเสียงแ่ลอบถอนใจแล้วย้อนถาม “ว่าแต่เ้าเถอะเดินทางร่อนเร่แบบนี้พ่อแม่พี่น้องเล่า”
“เหตุใดจึงถาม” ซุนหยางเลิกคิ้วโปรยยิ้มบาง ๆ “หรือว่าเ้าสนใจความเป็ไปของข้า”
คุณชายน้อยหน้าแดงซ่านรีบโบกไม้โบกมือ
“ข้าก็แค่อยากรู้ เพราะลำพังข้านอกจากท่านพ่อ ท่านย่าสวี่ลี่แล้ว ข้าก็เหมือนตัวคนเดียวแต่เล็กจนโตข้าไม่เคยมีเพื่อนเล่นไม่ได้ออกไปเจอผู้คน ข้าอิจฉาเ้านักที่ถึงเป็คนพเนจรแต่ยังได้ท่องโลกกว้างกว่าข้า”
“เ้าก็เลยอยากรู้เื่ข้า”
“ข้าก็แค่อยากรู้ว่าเหตุใดเ้าจึงเป็คนบ้าบอเช่นนี้”
“ข้ามิใช่คนบ้าบอ เขาเรียกว่ารู้รักษาตัวรอดอย่างไรเล่า”อดีตขุนนางหนุ่มแย้งทันควันพลันหัวเราะร่วนเมื่อเห็นดวงหน้านวลของคุณชายน้อยมีรอยยิ้มผ่องแผ้ว
“เ้าจึงแกล้งสวมชุดสตรีเพื่อหลอกว่าเป็ิญญาลูกสาวท่านยาย”
“ข้าเห็นนางกอดเสื้อผ้าชุดนั้นคร่ำครวญแล้วกราบไหว้บูชาโลงศพสีดำนั่นราวกับเป็ของมีค่าข้าจึงรู้ว่ามันต้องมีความสำคัญต่อนาง”
“นางจะว่าเ้าได้ว่าลบหลู่” หลิวเสียะโปรยยิ้มบางให้คนมองใจละลายก่อนเอ่ยต่อ“แต่ก็ขอบใจเ้ามากนะมิเช่นนั้นข้าอาจตายมิได้กลับไปพบท่านพ่อ”
“เ้าเป็หนี้ข้าส่วนข้าก็เป็หนี้เ้า เราสองคนสมกัน”หยางซุนหยางหัวเราะขบขันเรียกรอยยิ้มคุณชายน้อยกว้างขวางจนเห็นฟันขาวเรียงระยับ
“เราน่าจะมาสาบานเป็พี่น้องกัน เ้าว่าดีหรือไม่”
“ไม่!” หนุ่มพเนจรค้านเสียงดังลั่น“ข้าไม่อยากเป็พี่น้องกับเ้า”
จะให้เป็พี่น้องอย่าหวัง...เพราะเขาหวังมากกว่านั้นต่างหากเล่า...
“เ้ารังเกียจข้า” หลิวเสียะหน้าสลดลุกยืนแล้วบ่นพึมพำ“ขนาดคนจรอย่างเ้ายังไม่อยากเป็พี่น้องกับข้าชีวิตข้ามันช่างเดียวดาย”
“ไม่อยากเป็พี่น้องใช่ว่ามิมีวาสนาต่อกันหากไม่ติดขัดสิ่งใดข้าอาจจะพาเ้าท่องยุทธภพไปกับข้า” หยางซุนหยางเอ่ยเสียงเรียบแต่ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับจ้องมองคนฟัง“แต่ข้าไม่สาบานเป็พี่น้องกับเ้าแน่ ข้าไม่อยากมีน้อง”
“เ้ามันใจแคบ”
“ข้ามีเหตุผลต่างหากเล่า”
“ให้เป็พี่ชายไม่เอาถ้าเช่นนั้นมาทำงานกับข้าเป็ลูกน้องข้าดีกว่าออกไปร่อนเร่เช่นนี้เ้าว่าดีหรือไม่”
“ทำงานกับเ้า”ชายหนุ่มถามย้ำเสียงสูง “เหตุใดจึงอยากให้ข้าทำงานด้วย”
“เ้าฉลาดแกมโกง เอาตัวรอดเก่งยิ่งกว่าปลาไหลเหมาะจะเป็ที่พึ่งให้ข้าได้”
“ข้าถือว่าเป็คำชม” หยางซุนหยางตอบยิ้มๆ “ข้อเสนอของเ้าน่าสนใจมากแล้วเ้าจะให้ข้าทำงานในตำแหน่งใด ข้าอยากรู้”
นางครุ่นคิดครู่ใหญ่ก่อนเอ่ย “ข้าจะให้เ้าเป็ผู้คุ้มกันขบวนสินค้าของสำนักข้า”
“นับว่าเป็เกียรติ ถือว่าเ้ารับปากข้าแล้วนะ”
หลิวเสียะพลันยิ้มสดใสลุกยืนปัดฝุ่นตามเนื้อตัวแล้วยื่นมือให้หยางซุนหยางมองด้วยความสงสัยนางไหวไหล่เล็กน้อยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วดึงแขนอดีตขุนนางหนุ่มให้ลุกตามก่อนเอ่ย
“ข้ามิใช่คนชอบพูดปดโกหกพกลมเช่นเ้า”
“ข้าก็จะถือว่าเป็คำชมอีก” อดีตขุนนางหนุ่มว่าพลางหัวเราะขบขัน“ถ้าเช่นนั้นข้าหยางซุนหยาง ขอติดตามรับใช้นายท่านไปทุกหนแห่งเลยขอรับ”
คุณชายน้อยพยักหน้าพลางใช้ความคิดก่อนจะหันมามองร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ยืนพิงโคนต้นไม้มองไปในความมืด
ความสูงของนางแค่หัวไหล่ของชายหนุ่มผู้นี้กล้ามแขนหนั่นแน่นที่เคยได้ััตอนถอดชุดสตรีออกเมื่อช่วยขึ้นมาจากธารน้ำให้ความรู้สึกแตกต่างจากบิดาของนางลิบลับหรือเพราะนางไม่เคยมีพี่ชาย
พี่ชายงั้นรึ...
ไม่ใช่หรอกนางแค่อยากได้คนติดตามที่ไว้ใจได้ก็เท่านั้น...
ร่างอรชรในคราบบุรุษหลับตาลงไล่ความรู้สึกสับสนแต่ครั้นลืมตาขึ้น ดวงหน้าของคนที่อยากให้เป็พี่ชายก็ลอยอยู่ตรงหน้า
ริมฝีปากบางสีเรื่อคิ้วหนาพาดเฉียงเล็กน้อยขนานกับดวงตา จมูกโด่งคมสันรับกับดวงหน้าคมเข้มไรผมประปรายที่กำลังโบกพลิ้วเพราะสายลมอ่อน ๆช่างรวมกันพอเหมาะเช่นบุรุษหนุ่มผู้มีลักษณะดีมีบุญญาธิการ
แล้วเหตุใดเล่า...
หยางซุนหยางที่ดูเพียบพร้อมทั้งรูปทรัพย์วรยุทธและความฉลาดปราดเปรื่องจึงเป็ได้แค่คนพเนจรไร้อนาคตช่างน่าสงสัยนักและนั่นทำให้คุณชายน้อยหน้าหวานอยากไขให้กระจ่างแจ้ง
ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน...
อา... ช่างน่าสงสาร...
นางอาจจะเหนื่อยเพราะอดหลับอดนอนกว่าสองวันเต็มๆ เป็โฉมสะคราญที่ต้องเร้นกายและรับผิดชอบสำนักการค้าใหญ่โตที่สุดในเมืองหลวงนางจะแบกรับความหวังของครอบครัวสักเพียงใด
หยางซุนหยางก้มหน้าแล้วโบกมือไปมาตรงหน้าแต่ดวงหน้านวลกลับนิ่งราวตกภวังค์
เฮือก...
ร่างสูงใหญ่ยืดตัวเต็มความสูงทันทีที่อีกฝ่ายสะดุ้งตาเหลือกหลังจากส่งเสียงไม่พึงประสงค์ต่อหน้า
“เ้า!” หลิวเสียะถึงกับผงะ “เ้าจะทำอะไรข้า !”
“ข้ารึ?”
“ก็เ้านะสิ”
เฮือก...
หลิวเสียะถึงกับหน้าแดงเห่อร้อนอับอายหยางซุนหยางคลี่ยิ้มขบขันก่อนเงยหน้าขึ้นฟ้าพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ เมื่อร่างอรชรตรงหน้าดึงแขนเสื้อขึ้นทำท่ากร่างเกรี้ยวกราดใส่
“เ้ากล้าหัวเราะว่าที่นายเ้ารึ”
“ข้าแค่ขำ” หนุ่มพเนจรหัวเราะร่า
“ก็ข้าใที่เ้ายื่นหน้าเข้ามาตอนข้าเผลอ” นางโวยวายหน้าง้ำแล้วเท้าเอว “ข้าขอบอกเ้าอีกครั้งว่าอย่ามาเล่นหัวกับข้าถ้าเ้ายังอยากได้งานทำหรือว่าเ้าลืม”
“เฮ้อ! ข้าได้ว่าอะไรเล่าเ้าต่างหากที่คิดอะไรอยู่กันแน่นายท่าน”
“ข้าไม่ได้คิด” นางผลักอกชายหนุ่มออกห่าง“เ้าอย่ามาพูดจาบ้าบอ”
“ก็ได้ ข้าบ้าบอได้เพื่อนายท่านเลยนะขอรับ”
หยางซุนหยางก้มหน้าลงมาอีกครั้งคราวนี้ร่างเล็กกว่าผงะจนหลังชนต้นไม้ สีหน้าตื่นตระหนกจนอีกฝ่ายลอบยิ้มด้วยความเอ็นดูแล้วยกมือโคลงศีรษะนางไปมา
“นายท่านเด็กน้อย... เ้าช่างน่ารักจริงๆ”
พูดจบก็หันหลังเดินออกไปทิ้งให้หลิวเสียะอกใจเต้นระทึกด้วยความหวั่นไหวแปลก ๆ ที่คืบคลานเข้าครอบคลุม
ยามเหม่า[1]...
นกฮูกเทาดำส่งเสียงร้องรับความเคลื่อนไหวของค้างคาวฝูงใหญ่ที่บินกลับถ้ำเมื่อล่วงเข้าวันใหม่แสงสลัวของคบเพลิงภายในถ้ำเริ่มริบหรี่ลง ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นด้านนอก
ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านในสามสี่ก้าวแล้วส่งเสียงดังกังวาน
“ตาเฒ่า! เ้าอยู่หรือไม่”
เสียงนั่น! นางเฒ่าวิปลาส...
หยวนเฉินคลายกระบี่ในมือวางไว้ที่เดิมผุดลุกยืนเหลียวซ้ายขวาสำรวจความเรียบร้อยแล้วย่างเท้าแ่เบาไปที่มุมหนึ่งของถ้ำหยิบอาวุธอีกชนิดเดินไปที่เป้าหมาย
“หรือว่าเ้าตายไปแล้ว ข้าว่าป่านนี้เ้าคงเหลือแต่ซาก”
น้ำเสียงเยาะเย้ยตามด้วยเสียงหัวเราะดังก้องอีกครั้งทำให้หยวนเฉินกำชับทวนขนาดเก้าศอกวาววับยืนกอดอกกลางโถงถ้ำรอแต่ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงนั้นก็ดังซ้ำอีกคราวนี้แฝงรอยเย้ยหยันจนเฒ่าชราถึงกับหนวดกระตุก
“เ้าโดนเด็กเมื่อวานซืนนั่นฆ่าตายคาถ้ำแล้วรึไม่ถึงมิยอมตอบข้า!”นางะโถามซ้ำ เสียงไม้เท้าดังกระทบพื้นถ้ำก็ดังใกล้เข้ามาเป็ระยะฝีเท้าเงียบกริบของนางสมเป็อดีตนางแม่มดผู้มีชื่อเสียงทั่วหล้า
แต่บัดนี้มันเป็เพียงแค่อดีต...
เฒ่าหยวนเฉินเหยียดยิ้มมุมปากเมื่อร่างนั้นใกล้เข้ามาจนถึงโถงกว้างจึงเอ่ยตอบ “ประเสริฐนัก เ้าไม่ต้องรีบสรรเสริญข้า”
“เ้าน่าจะตาย ๆ ไปเสีย อยู่ไปก็รกแผ่นดิน” นางะโตอบตามด้วยเสียงหัวเราะยาวนาน
หยวนเฉินฟังแล้วคิ้วขมวดหนวดกระตุกก้าวพรวดหาที่มาของเสียง เพียงพบหน้าดวงตาฝ้าฟางก็ไหววูบริมฝีปากเม้มแน่นครู่หนึ่งคล้ายยิ้มคล้ายไม่ใช่ก่อนคลายออกแล้วเอ่ยตอบ
“เ้านี่มันอารมณ์หมาบ้าไม่เลิกรา สมเป็นางเฒ่าสารพัดพิษในตำนานว่าแต่เหตุใดจึงมาหาข้าไม่อยู่เฝ้าโรงเก็บศพเล่า”
“ข้ามาตามสารเลวที่ฆ่าอาเหม่ยเ้าเห็นหรือไม่ว่าพวกมันไปทางใด”
“ข้าอยู่แต่ในถ้ำจะไปรู้เห็นสิ่งใด”
หยวนเฉินปดพลางจ้องดวงหน้าเรียวคางแหลมแก้มตอบยามนางแสยะยิ้มเห็นฟันกระดำกระด่าง ย่างแต่ละก้าวเบาราวปุยนุ่นผมสีเทาของนางยุ่งเหยิง ร่างงองุ้มในชุดป่านเทาสกปรกดูเงอะงะคล้ายคนสติวิปลาส
แต่ที่ยังให้ความรู้สึกเหมือนเดิมคือความแข็งแกร่งหาเกรงกลัวผู้ใดเพียงนางกระทุ้งไม้เท้าพันเถาวัลย์กับพื้นถ้ำยังดังกังวานก้องยิ่งกว่าทวนหนักหลายชั่งของเขาเสียอีก
“จะให้ข้าเชื่องั้นรึ พวกมันตกหน้าผามาเ้าก็ต้องเห็น”
“เสียแต่ว่าข้ามิเห็นเท่านั้น” หยวนเฉินตอบเสียงยียวน“เ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันรอดเงื้อมือหมีดำของเ้า”
ตาเฒ่ายังคงยืนคุมเชิงอยู่ตำแหน่งเดิมแต่นางเฒ่ากวาดสายตาคมกริบมองไปรอบ ๆ แล้วหยุดลงตรงหน้าแววตานางดูลังเลแต่ยังไม่ยอมแพ้กับคำถามต่อมา
“เป็ไปไม่ได้มีทางเดียวที่จะออกจากหุบผาป่าสนะแห่งนี้ได้ ถ้าพวกมันไม่ปีนกลับขึ้นไปก็ต้องล่องแพไปตามน้ำแต่ตอนนี้ข้าไม่เห็นแพของเ้า!”
“มันพังไปั้แ่ฤดูน้ำหลากคราวนั้น” หยวนเฉินแก้ต่างพลางเหยียดยิ้มคล้ายสังเวชวูบหนึ่งมือยังถือง้าวคุมเชิงในที “แต่มันธุระกงการอันใดของเ้าจึงมาเค้นคำเอากับข้า”
“เ้าโกหก! หนวดเ้ากระตุก” นางคำราม ดวงตาขวางขุ่นจ้องจับผิดอีก “เ้ายังถืออาวุธปิดบังเื่อันใดบอกข้ามา!”
“ข้ารึจะมีสิ่งใดปิดบังเ้า... นางแม่มด”
“อย่าเรียกข้านางแม่มด เ้าช่างมิดูเงาหัวตัวเองว่าดีกว่าข้าหรือไม่”นางย้อนถามหน้าตาถมึงทึง
หยวนเฉินหัวเราะลั่นพลันยื่นปลายทวนไปตรงหน้า ยายเฒ่าเ้าเล่ห์หลบวูบก่อนตวัดไม้เท้าปลายแหลมปัดทวนออกห่างตัวสองเฒ่ายืนคุมเชิงกันคนละฝั่งไม่มีใครยอมใคร
“กลับขึ้นเขาไป อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” หยวนเฉินคำรามก้องถ้ำ
นางกวาดตามองอีกครั้งไม่เห็นสิ่งใดก็ลดไม้เท้าลงกระแทกพื้นหันหลังกลับพลันสายตาเหลือบเห็นเศษผ้าสีชมพูแหว่งวิ่นสกปรกกองอยู่อีกฝั่งปลายถ้ำ ก็ถลันเข้าไปมิไยที่หยวนเฉินจะห้ามปราม
รู้ว่านางจะต้องอาละวาดแล้วก็จริงดังคาด...
“พวกมัน! มันมาที่นี่จริงๆ เ้าโกหกข้าทำไม!”
นางตวาดลั่นกำเศษผ้าแน่ก้าวปราดเดียวประชิดถึงตัวหยวนเฉินหน้าซีดแต่ยังยืนนิ่งสบดวงตากร้าวของนางอย่างมิยำเกรง
“บอกข้า!” นางย้ำถามอีกครั้ง “ปากเ้าอมสิ่งใดไว้เหตุใดต้องปิดบัง”
“เ้ามิควรตามพวกเขา”
“ข้าจะฆ่ามันเซ่นสังเวยลูกข้าเ้ามิเข้าใจความรู้สึกของข้าหรอกรึถึงได้ปล่อยพวกมัน”
นางกำเศษผ้าที่เคยเป็ชุดสตรีงดงามแน่นแล้วหันมาหาหยวนเฉินด้วยดวงตาเปี่ยมแค้น ตาเฒ่าเฝ้าถ้ำได้แต่ถอนหายใจพลันก้าวเท้าเข้าหาแต่นางถอยหนี
ร่างงองุ้มค้อมกอดผ้าขาดตัวสั่นงันงกเป็ที่น่าเวทนาจนหยวนเฉินเอื้อมมือไปแตะไหล่นางชะงักไปครู่แต่ยังคงร่ำไห้ไม่สนใจจนอีกฝ่ายอึดอัดและตัดสินใจเอ่ย
“ข้าเข้าใจ”หยวนเฉินถอนหายใจหนักหน่วงเอ่ยเสียงแ่ “อาเหม่ยก็ลูกข้าเหมือนกัน”
“หุบปาก! นางไม่ใช่ลูกเ้านางเป็ลูกของข้า... ของข้าคนเดียว!”
นางตวาดไม่พอยังยกมือปัดฝ่ามือแข็งแรงที่แตะไหล่ออกตามด้วยไม้เท้าฟาดเข้ากับหน้าขาจนหยวนเฉินถอยกรูดแต่มิได้ตอบโต้เพราะรู้ว่านางกำลังคลั่ง
“เ้าใจเย็นก่อน” หยวนเฉินเตือนสติ
“มันไปทางใดบอกข้า แล้วข้าจะละเว้นเ้า”
“เ้าเลิกบ้าได้แล้ว! ข้าไม่มีวันยอมให้เ้าไปทำร้ายทั้งสองคนนั่น”
“ข้าจะตามมันไป ใครก็ห้ามมิได้แม้แต่เ้า!” นางประกาศก้อง
พลันนกฮูกเทาดำก็ร้องประสานกันสนั่นลมพัดวูบเข้ามาภายในถ้ำจนแสงคบเพลิงหรี่ลงจนเกือบดับนางเห็นดวงหน้าอดีตสามีมองมาด้วยแววตาขุ่นมัว คล้ายมีเื่จะพูดแต่กลับนิ่งนางจึงหันหลังจะเดินออกไป แต่ช้ากว่าเมื่อตาเฒ่าก้าวมายืนขวาง
เมื่อโดนอีกฝ่ายรั้งนางเฒ่าก็ได้แต่ฮึดฮัดยืนจังก้าแววตาทอประกายเ็ปเมื่ออีกฝ่ายดูจะสิ้นเยื้อขาดใยขนาดนางจะไปตามคนที่มันฆ่าบุตรสาว แต่ตาเฒ่ากลับรั้งไว้ มิรอช้านางคงต้องใช้กำลัง...
แต่เพียงคิดอีกฝ่ายก็โพล่งออกมา...
“ลืมแล้วรึที่เ้ากับข้าต้องอยู่อย่างนี้เพราะเหตุใด”
“ข้าไม่ลืม” นางกัดฟันตอบน้ำเสียงห้วน “แต่ข้าต้องระบายจึงหายแค้น”
“หายแค้นเพื่อสิ่งใดมิหายแค้นเพื่อสิ่งใด” ตาเฒ่าหยวนเฉินย้อนถาม
นางลังเล ดวงตาฝ้าฟางหม่นสลดลง ครั้นนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่แตกกระสานซ่านเซ็นแต่นางไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอีกแล้ว นางต้องออกไปให้พ้นจากป่าสนะแห่งนี้จะมีประโยชน์อันใดที่ต้องอยู่เพื่อเก็บงำความลับของผู้ใดโดยต้องยอมสูญเสียตัวตนทุกอย่าง
นางต้องไปตามพวกมันกลับมาชำระแค้น!
“เ้าตอบข้าไม่ได้แต่ข้ามีเื่หนึ่งที่อยากให้เ้ารับรู้เอาไว้”
นางชะงักฝีเท้า หันมาจ้องถมึงทึงหยวนเฉินจงใจทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายและมันเรียกความสนใจจากนางได้ชะงัด
ร่างงองุ้มเดินกลับเข้ามากลางโถงถ้ำและจ้องมองอีกฝ่ายทรุดนั่งลงตรงหน้าแท่นว่างเปล่าเพราะสิ่งของที่เคยอยู่อันตรธานหายไป
“เ้าเห็นหรือไม่”
นางเฒ่าเพิ่งสังเกตถึงกับเบิกตากว้างละล่ำละลักถาม “พวกมันขโมยผ้าโบราณไป! เหตุใดไม่ขัดขวาง หรือว่าไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกมันข้านึกอยู่แล้วเลยตามลงมาดูที่แท้เ้าก็เสียทีพวกมัน”
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด”
“มิน่าเล่า พวกมันกล้าขึ้นมาถึงโรงเก็บศพไร้ญาติของข้าเพราะมีแผนเช่นนี้ข้ายิ่งปล่อยไว้ไม่ได้ ข้าจะไปตามพวกมัน” พูดจบนางก็กระชับไม้เท้าจะก้าวออกไป
แต่หยวนเฉินขวางเอาไว้พลันเอ่ย “ผ้าโบราณเจอเ้าของของมันแล้วเป็อันหมดหน้าที่ของเราสองคนแล้วอาฟู่”
มู่อิงฟู่งันไปเมื่อได้ยินหยวนเฉินเรียกชื่อนางลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยชื่อเรียงเสียงใด นับั้แ่หลบซ่อนตัวตนจากยุทธภพหลังจากเฉินฮองเฮาถูกจองจำในตำหนักเย็นแล้วจึงตามมาด้วยการกวาดล้างสำนักแม่มดหมอผีทั่วราชอาณาจักร
[1]ยามเหม่า :เวลา 05.00-06.59น.
ไม่ได้ลงนาน
มาลงต่อค่า ขอฝากนิยายด้วยนะคะ ^^