ซูเจียวเจียวหัวเราะอย่างถ่อมตน“ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”
“เก่งสิคะ! ฉันพูดความจริงทุกอย่างเลยนะ!” หลี่จิ้งเซียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ใบหน้าของเซียวหยวนหมิงก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเก่งไม่เก่งเขาไม่รู้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลี่จิ้งเซียนพูดถูกคือเขากับเจียวเจียวเหมาะสมกันที่สุด
ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ก็พาลูกๆมาร่วมแบ่งปันธัญพืชด้วยเช่นกัน
“พี่อาหมิง พี่สะใภ้”
ทั้งสองคนเมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวก็ทักทายออกไปทันที สีหน้าของพวกเขามีแววชื่นชมอยู่เล็กน้อย
แม้แต่ฮั่วเจี้ยนจงก็เดินเข้ามาเขาพยักหน้าให้ซูเจียวเจียวก่อน จากนั้นจึงเดินไปที่หน้าเซียวหยวนหมิงแล้วใช้กำปั้นชกไปที่หน้าอกของเซียวหยวนหมิงหนึ่งครั้ง“นายเก่งมากนะ ไม่เพียงแต่เป็นหัวหน้ากลุ่มเท่านั้นทว่ายังทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีก ตอนนี้นายเป็นคนดังของตำบลเราไปแล้วได้ยินมาว่าตำบลจะจัดประชุมยกย่องเชิดชู และยังจะส่งคนมาเรียนรู้จากนายด้วย”
เซียวหยวนหมิงมองเขา“นายเองก็ไม่เลวเหมือนกันนี่”
ฮั่วเจี้ยนจงตกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ “ฉันไม่เลวตรงไหน?”
เซียวหยวนหมิงกล่าว“ต่อไปนายน่าจะไม่ต้องอดมื้อกินมื้อแล้ว”
ฮั่วเจี้ยนจงมุมปากกระตุกเล็กน้อยในใจพลันคิดว่าชายร่างกำยำผู้นี้กำลังจงใจประชดประชันเรื่องความยากจนในอดีตของตน
“ว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณคุณกับยุวชนซูถ้าไม่ใช่เพราะคุณเก็บเงินได้แล้วนำไปมอบให้ทางการคาดว่ากองผลิตคงไม่ได้เปิดโรงเรียนประถมเร็วขนาดนี้ไม่แน่ว่าผมคงต้องออกไปทำงานนอกบ้านทุกวัน เสียแต่ตัวคุณเองที่ยังต้องทำงานทุกวันลำบากหน่อยนะ” ฮั่วเจี้ยนจงกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างไม่พอใจ
หลังจากแบ่งปันธัญพืชเสร็จวันถัดไปก็เป็นวันตงจื้อ
ในวันตงจื้อนั้นทุกคนหยุดงานหนึ่งวัน
ทุกบ้านเริ่มมีควันไฟลอยออกมาจากปล่องไฟ
ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซินนั่งล้อมวงกันหน้าเตาถ่านเพื่อห่อเกี๊ยวส่วนเซียวหยวนหมิงและหลิวเฉิงเหว่ยก็ยุ่งอยู่กับการจัดสวนในบ้าน
วันนี้กองผลิตตระกูลหลิวก็หยุดงานเช่นกันดังนั้นหลิวเฉิงเหว่ยจึงมาที่นี่แต่เช้า
ตอนนี้เขายิ่งไม่ชอบบ้านหลังนั้นเข้าไปใหญ่ทุกวันต้องเผชิญหน้ากับเสียงถอนหายใจของพ่อ หรือความไม่พอใจต่างๆ นานาของแม่รวมถึงคำพูดเสียดสีของพี่สะใภ้ใหญ่ และการลองเชิงต่างๆ ของพี่สะใภ้รอง
ก็ไม่พ้นเรื่องที่น้องสะใภ้ซูเจียวเจียวรับลูกศิษย์เพิ่มอีกสิบคนนั่นแหละพวกเขาอยากให้เซียวหยวนซินช่วยพูดดีๆ ให้หน่อยอยากให้พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองมาเรียนด้วย
เขาไม่ได้ตกลงที่จะช่วยพูดแต่ที่บ้านก็เอาแต่จ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจต่างๆ นานา
ที่สำคัญคือถึงเขาจะช่วยพูดก็ไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือไงต้องให้คนอื่นเขาตกลงด้วยสิ การเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นเรื่องที่ดีใครเล่าจะไม่อยากเรียน! แถมยังเรียนฟรีอีกต่างหากกองผลิตฉางซิงจะใจดีให้โควตาสองที่แก่กองผลิตตระกูลหลิวได้อย่างไร?
กองผลิตฉางซิงเพิ่งรับเพิ่มอีกแค่สิบคนเท่านั้นเองคนอื่นๆ ก็คงกำลังจ้องตาเป็นมันอยู่แน่ๆ
ยิ่งกว่านั้นก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยมีเรื่องไม่สบายใจกับเซียวหยวนซินและซูเจียวเจียวด้วยนิสัยของซูเจียวเจียวแล้ว เธอไม่มีทางตกลงเป็นอันขาด
ดังนั้นพวกเขาก็เอาแต่โน้มน้าวให้เขาไปหาเซียวหยวนซินเพื่อให้เซียวหยวนซินไปพูดกับซูเจียวเจียว
พวกเขาบอกว่าเซียวหยวนซินเป็นพี่สาวของซูเจียวเจียวดูจากที่ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงดีกับเซียวหยวนซินและหยวนหยวนขนาดนี้ก็รู้ว่าพวกเขาต้องรักเซียวหยวนซินมาก และต้องเชื่อฟังเธอเป็นแน่ถ้ามีเซียวหยวนซินออกหน้า รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน
หลิวเฉิงเหว่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งไม่กล้าตกลงปีนี้เขาและเซียวหยวนซินความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆตอนนี้เขาก็เริ่มรู้ซึ้งถึงนิสัยของเซียวหยวนซินแล้ว ตราบใดที่เขาไม่ทำให้เธอโกรธเธอก็จะอ่อนโยนและใส่ใจเขาอย่างมาก แต่ถ้าเขาทำให้เธอโกรธ เธอก็จะเปลี่ยนสีหน้าทันทีถ้าถึงเวลาที่เขาไปหาเธอ เธอก็ไม่ยอมให้เขานอนบนเตียงด้วยซ้ำ
เขาไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่ไม่มีภรรยาไม่มีลูกอีกแล้วชีวิตแบบนั้นเหมือนคนเดียวดายและน่าสังเวชสุดขีด กินไม่อร่อย นอนไม่หลับแถมยังไม่มีภรรยาให้กอดอีก…
ดังนั้นเขาจึงไม่ตกลงทุกวันทั้งครอบครัวก็เอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจพี่สะใภ้ใหญ่ยิ่งพูดจากระแนะกระแหนว่า “ตอนนี้บ้านน้องสี่ลอยตัวแล้วก็เลยดูถูกพวกเราซะแล้ว ไม่แม้แต่จะช่วยพูดให้หน่อยเดียวยังจะยอมให้โอกาสนั้นกับคนอื่น ไม่ยอมให้คนในครอบครัวตัวเอง เฮ้อ…”
เขาก็ทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ตอบอะไร
ในที่สุดก็ถึงวันตงจื้อวันนี้เมื่อได้หยุดงานโดยไม่ต้องทำอะไร เขาจึงรีบหลบออกมาจากบ้านมุ่งหน้ามาที่กองผลิตฉางซิง
เมื่อมาถึงที่นี่ภรรยาและน้องสะใภ้ก็พูดจาอ่อนหวานน่าฟัง ทำให้เขารู้สึกสบายใจและอารมณ์ดีเซียวหยวนหมิงถึงแม้จะยังไม่ค่อยพูดคุยกับเขามากนักแต่สายตาที่มองเขาก็ไม่ได้ทิ่มแทงเหมือนเมื่อก่อนแล้วและก็ไม่มีท่าทีเหน็บแนมเขาอีกต่อไป
แถมหยวนหยวนยังเรียกเขาว่าพ่ออย่างน่ารักและยังชูการบ้านให้เขาดู อีกทั้งยังท่องกลอนโบราณให้เขาฟัง พลางส่ายหัวไปมาช่างน่ารักเหลือเกิน!
ที่นี่สบายใจจริงๆ!
ที่นี่ต่างหากที่มีความรู้สึกเหมือนบ้านไม่เหมือนบ้านหลังนั้นที่เต็มไปด้วยการคำนวณและความเห็นแก่ตัว
ไม่แปลกใจเลยที่เซียวหยวนซินและหยวนหยวนอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากกลับไป
หลังจากเกี๊ยวสุกแล้วทั้งครอบครัวก็ล้อมวงกันกินเกี๊ยว มีไส้กะหล่ำปลีหมู ไส้กุ้ยช่ายไข่ ไส้ขึ้นฉ่ายและยังมีไส้เนื้อไก่หน่อไม้ต้ม
หลากหลายชนิดแต่ละชนิดก็อร่อยเป็นพิเศษ
ในหม้อมีเกี๊ยวเยอะมากทุกคนจึงกินกันจนอิ่มท้อง
เช้าวันถัดไปเสียงลำโพงของกองผลิตก็ดังขึ้น บอกว่าจะมีการยกย่องเชิดชูเซียวหยวนหมิงและทุกคนต้องมาเข้าร่วม
ซูเจียวเจียวหยิบชุดใหม่ที่เพิ่งตัดให้เซียวหยวนหมิงมาให้เขาใส่ล้างหน้า หวีผมให้เรียบร้อย และยังให้เขาสวมรองเท้าใหม่ด้วย
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ“นี่แค่ประชุมยกย่องเชิดชู ไม่ได้ไปทำอะไรใหญ่โตไม่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้หรอก”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“คุณเป็นสามีของฉัน ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าคุณเก่งกาจแค่ไหน”
หลังจากแต่งตัวเสร็จซูเจียวเจียวก็พาเซียวหยวนหมิงออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังลานตากข้าว
หลิวเฉิงเหว่ยตั้งใจว่าจะกลับแล้วแต่พอได้ยินว่าเป็นการประชุมยกย่องเชิดชูเซียวหยวนหมิง ก็ไม่รีบร้อนที่จะกลับแล้วเขากอดหลิวหยวนหยวนไว้ในอ้อมแขน และจูงเซียวหยวนซินไปด้วยกัน เพื่อไปดูความคึกคัก
เป็นเพราะวิธีของเซียวหยวนหมิงทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่กองผลิตและตำบลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ในงานยกย่องเชิดชูไม่เพียงแต่มีการชมเชยเซียวหยวนหมิงถึงความเฉลียวฉลาดและความสามารถเท่านั้นแต่ยังมีการมอบเงินรางวัลจำนวนมากเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนขยายการผลิตอย่างแข็งขัน เพื่อให้ทุกคนได้อิ่มท้อง
วันรุ่งขึ้นหลังจากงานยกย่องเชิดชูหลายๆ ตำบลก็จัดประชุมเรียนรู้ โดยต่างก็มาเรียนรู้จากเซียวหยวนหมิงแม้แต่คนจากตัวอำเภอก็ถูกส่งมาเพื่อให้เซียวหยวนหมิงบรรยายให้ทุกคนฟังถึงวิธีการที่เขาใช้
เซียวหยวนหมิงก็เล่าถึงวิธีการที่เขารู้ทั้งหมดออกมาอย่างละเอียดทุกคนตั้งใจฟังและจดบันทึกไว้
ซูเจียวเจียวรู้ว่าความเฉลียวฉลาดและความสามารถของเซียวหยวนหมิงไม่ได้มีแค่เรื่องการเพาะปลูกเท่านั้นแต่เขายังเก่งกาจเรื่องการวิจัยยาอีกด้วย โดยไม่ต้องมีใครสอนเขาก็สามารถคิดค้นขึ้นมาเองได้
ช่วงนี้อาหมิงได้ผลิตครีมลบรอยแผลเป็นออกมาหลายขวดและนำไปขายที่ร้านของฉีเย่ เพราะครีมลบรอยแผลเป็นมีประสิทธิภาพดีและใช้สมุนไพรที่มีคุณภาพ ขวดละสิบหยวน ยอดขายอาจจะไม่ดีนัก แต่ก็ยังพอมีกำไร
ต่อมาตามคำแนะนำของซูเจียวเจียวเขาได้ลดปริมาณครีมลบรอยแผลเป็นลงและลดราคาลงด้วยปรากฏว่ายอดขายก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากครีมลบรอยแผลเป็นแล้วเซียวหยวนหมิงยังวิจัยครีมทาหน้าคล้ายกับครีมหิมะขึ้นมาอีกด้วยทั้งสองคนช่วยกันตั้งชื่อว่า ‘ครีมบำรุงผิวพรรณ’