บทที่ 20 เปิดศาล เทพปีศาจวุ่นวาย
ซูช่านรีบขึ้นไปที่ห้องชั้นสอง เห็นเย่จื่อเมิ่งกำลังนั่งพิงหัวเตียง อุ้มเสี่ยวเสี่ยวที่เพิ่งหลับไปในอ้อมอก
เย่จื่อเมิ่งจ้องมองซูช่านด้วยสายตาดุ ๆ จากนั้นก็วางเสี่ยวเสี่ยวลงบนเตียง
เมื่อลงมาถึงห้องรับแขก ลุงจ้าวขมวดคิ้วมองไปที่เย่จื่อเมิ่งแล้วพูดว่า "คุณหนู ดูเหมือนว่าตระกูลเหวินยังไม่ยอมแพ้ ผมเกรงว่าพวกเขาจะทำอะไรที่เป็อันตรายต่อคุณหนู"
"่นี้ผมจะรับผิดชอบรับส่งคุณหนูไปทำงานเอง"
เย่จื่อเมิ่งตวาดเสียงเย็น "ตระกูลเหวินกล้าดียังไง!"
"ถ้าลุงจ้าวมารับส่งฉันไปทำงาน แล้วใครจะดูแลเ้าตัวเล็ก? แม้แต่พ่อแท้ ๆ ของเขายังดูแลไม่ได้เลย จะให้คนอื่นมาดูแลยิ่งไม่ได้ใหญ่" เย่จื่อเมิ่งพูดพลางชำเลืองมองไปทางซูช่าน
สีหน้าของลุงจ้าวแสดงความกังวล ซูช่านพูดเสียงเบา "ให้ผมดูแลความปลอดภัยของเธอเถอะครับ"
"คนต่ำช้าคนนั้นคงจะยังไม่ยอมแพ้" ซูช่านพูดพลางถอดสร้อยไม้ท้อจากข้อมือซ้าย ยื่นไปตรงหน้าเย่จื่อเมิ่ง
เมื่อเห็นสร้อยข้อมือเก่า ๆ ในมือของซูช่าน เธอเบ้ปากถาม "อะไรคะ"
"ใส่มันไว้สิ มันเป็ของขับไล่สิ่งชั่วร้าย" ซูช่านพูดเบา ๆ
เย่จื่อเมิ่งแสดงสีหน้าเกินจริง แล้วหัวเราะพูดว่า "ขับไล่สิ่งชั่วร้าย? ซูช่าน นี่มันยุคไหนแล้ว คุณยังเชื่อเื่พวกนี้อีกเหรอ"
"ไม่ใช่ว่าเชื่อหรอก แต่มันมีจริง ๆ" ซูช่านมองไปที่เย่จื่อเมิ่งด้วยสายตาจริงจัง
"ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่ฉันไม่เชื่อหรอก" เย่จื่อเมิ่งแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปทางห้องน้ำ
หากไม่ใช่เพราะเด็กน้อย้าตัวเย่จื่อเมิ่ง ซูช่านก็คงไม่อยากจะมอบสร้อยไม้ท้อที่พกติดตัวมาห้าปีให้กับเธอหรอก
ซูช่านขมวดคิ้ว ส่วนลุงจ้าวที่อยู่ข้าง ๆ รีบก้าวเข้ามาพูดว่า "คุณซูช่านอย่าถือสาเลยครับ คุณหนูเขาก็เป็แบบนี้แหละ แต่เธอรู้ว่าคุณซูช่านหวังดีแน่นอน"
ซูช่านโบกมือแล้วเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง เมื่อเดินออกมา ในมือก็ถือขวดแก้วสีเขียวใบหนึ่ง เขายื่นไปตรงหน้าลุงจ้าว "นี่เป็ยาสมุนไพรที่ผมทำเอง อย่าบอกว่าผมเป็คนให้นะ ให้เธอทาตรงขาที่าเ็"
"คุณช่างมีน้ำใจจริง ๆ ขอบคุณมากครับ" ดวงตาของลุงจ้าวเป็ประกาย รับยาสมุนไพรแล้วรีบกล่าวขอบคุณทันที
หลังที่เย่จื่อเมิ่งออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นซูช่านแล้ว แต่เห็นลุงจ้าวเดินเข้ามาหา แล้วยื่นขวดเล็กสีเขียวที่เพิ่งได้มาให้เธอ
"คุณหนู นี่เป็ยาแก้ฟกช้ำที่ผมได้มาจากเพื่อนหมอที่เมืองไห่ เขาบอกว่าได้ผลดีมาก ลองใช้ดูไหมครับ"
เย่จื่อเมิ่งรับขวดยามาด้วยความลังเล จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟา ถอดรองเท้าแตะออก ยกเท้าเล็ก ๆ ขาวผ่องขึ้นมา ก่อนจะเทยาจากขวดแก้วสีเขียวลงบนฝ่ามือ แล้วรีบนวดบริเวณข้อเท้า
"โอ๊ย! เจ็บจังเลยลุงจ้าว" เย่จื่อเมิ่งร้องด้วยความเ็ปจนหน้าเบ้
แต่หลังจากนวดไปสองนาที เย่จื่อเมิ่งรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าอาการบวมแดงที่ข้อเท้าบรรเทาลงมาก อาการเจ็บแปลบที่คอยรบกวนก็ลดลงไปมากเช่นกัน
เธอลุกขึ้นลองเดินสองสามก้าว รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ
"ลุงจ้าว ไม่คิดว่าลุงจะรู้จักหมอที่เก่งขนาดนี้ในเมืองไห่ วันหลังแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยนะคะ ฉันจะเลี้ยงข้าวเขาเอง"
ในตอนนั้น ซูช่านเดินออกมาจากห้องครัว พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า "เลือกวันดีไม่สู้วันนี้ เลี้ยงข้าวผมวันนี้เลยแล้วกัน"
"ซูช่าน ทำไมฉันต้องเลี้ยงข้าวคุณด้วย? แค่เพราะว่าคุณหน้าตาดีงั้นเหรอ" เย่จื่อเมิ่งมองเขาด้วยสายตาดูแคลน
ซูช่านชี้ไปที่ขวดยาในมือของเธอ แล้วพูดว่า "นั่นเป็ยาสมุนไพรที่ผมทำเอง"
อึก...
เย่จื่อเมิ่งมองไปทางลุงจ้าวด้วยความประหลาดใจ แล้วชี้นิ้วไปที่ซูช่านพลางเบิกตากว้าง
หลังจากเห็นลุงจ้าวพยักหน้า ใบหน้าของเย่จื่อเมิ่งก็แดงก่ำ เธอเดินขึ้นบันไดไปอย่างโกรธจัด
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ดังมาจากด้านนอก ไม่นานโจวซื่อฉยงก็เดินเข้ามาพร้อมผู้ช่วยคนหนึ่ง ในมือถือกล่องของขวัญสวยงาม
"คุณซู?" โจวซื่อฉยงใเล็กน้อยเมื่อเห็นซูช่าน เขายิ้มแล้วรีบเดินเข้าไปทักทาย
"ประธานโจวมาแล้วเหรอครับ มาหาคุณหนูของเราใช่ไหม" ลุงจ้าวเดินเข้าไปรับของขวัญพลางผายมือไปที่โซฟาเชิญแขกให้นั่ง
โจวซื่อฉยงพยักหน้า "มะรืนนี้จะต้องจัดงานแถลงข่าวแล้ว ผมเลยอยากมารายงานงานให้ประธานเย่ทราบก่อนครับ"
แม้ว่าบริษัทหลานไห่จะได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และคนในแวดวงชั้นสูงของมณฑลจงโจวหลายคนก็ได้รับข่าวนี้ แต่ในฐานะที่เป็บริษัทใหญ่สองแห่ง การประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็ทางการจำเป็ต้องจัดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
โจวซื่อฉยงกังวลว่าอาจจะมีอะไรผิดพลาด จึงคิดว่าควรมารายงานให้เย่จื่อเมิ่งทราบล่วงหน้า
เย่จื่อเมิ่งเดินลงมาอย่างรวดเร็ว หลังจากดูเอกสารที่โจวซื่อฉยงเตรียมมาเสร็จ เธอพยักหน้าด้วยความพอใจ "พวกคุณทำงานละเอียดรอบคอบดีเลยนะคะ"
"แต่ตอนนี้ฉันกังวลเื่หนึ่ง ไม่รู้ว่าทางตระกูลเหวินจะมาก่อเื่หรือเปล่า" เย่จื่อเมิ่งขมวดคิ้วมองไปที่โจวซื่อฉยง
โจวซื่อฉยงหันไปมองที่ซูช่าน
"มีอะไรเหรอคะ คุณอยากให้พี่ชายของคุณไปช่วยดูแลสถานการณ์งั้นเหรอ" เย่จื่อเมิ่งขมวดคิ้วถามขึ้น
"นั่นมันเื่ของพวกคุณ ผมไม่ว่าง" ซูช่านโบกมือปฏิเสธทันที
โจวซื่อฉยงรีบยิ้มพลางกล่าวว่า "ประธานเย่ เื่นี้คุณวางใจได้ ผมจะเตรียมการด้านความปลอดภัยไว้ล่วงหน้าครับ"
"ในเมื่อคุณก็เป็คนสำคัญของจงโจว การจัดการล่วงหน้าก็ทำให้ฉันสบายใจกว่า" เย่จื่อเมิ่งพยักหน้าพูด
หลังจากโจวซื่อฉยงจากไป ซูช่านเพิ่งจะนั่งลงที่ขอบเตียง จู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา
พอเห็นว่าเป็เบอร์ของสืออี ซูช่านก็รับสาย
[หลงจู่ ตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาล เฉินเชี่ยนทำแท้งลูกในท้องแล้ว และพ่อแม่ของเธอก็อยู่ที่นี่ด้วยครับ] เสียงเ็าของสืออีดังออกมาจากปลายสาย
ซูช่านขมวดคิ้ว "บอกพวกเขาว่า ถ้าใครก็ตามจากตระกูลเฉินกล้าเข้าใกล้เสี่ยวเสี่ยวอีก พวกเขาจะได้เจอจุดจบแบบตระกูลหลู"
หลังจากกำจัดตระกูลหลู ซูช่านคาดเดาว่าตระกูลเฉินอาจจะหลบหน้าไปสักพัก และอาจจะประกาศว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลหลู
แต่ไม่คิดว่าเฉินเชี่ยนจะรีบไปทำแท้งเร็วขนาดนี้
ยามค่ำคืน ในสวนหลังคฤหาสน์ตระกูลเหวิน มีกองไฟใหญ่กำลังลุกไหม้ ด้านหน้ามีโต๊ะยาว บนโต๊ะวางเครื่องเซ่นไหว้ ธูป และเทียนแดง
ที่แท่นพิธีมีธงนำิญญาทำจากกระดาษขาวปักอยู่สองข้าง เลี่ยวเฝ่ยยืนอยู่หน้าแท่นพิธี เขาสวมชุดคลุมยาวสีดำแดง แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าของเขาดูน่าสะพรึงกลัวเป็พิเศษ
เหวินปิ่งฮุยและลูกชายคนโตเหวินเทายืนอยู่บนขั้นบันไดสุดท้าย สีหน้าของเหวินปิ่งฮุยเรียบเฉย ราวกับเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
ส่วนเหวินเทานั้นสีหน้าซีดเผือด เขามองไปรอบ ๆ ลานบ้านเป็ระยะ นึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ จึงขยับเข้าไปใกล้พ่อมากขึ้น
เมื่อเหวินปิ่งฮุยรู้ว่าอาจารย์เลี่ยวไม่สามารถวางยาพิษได้สำเร็จ ซ้ำลูกชายยังถูกซูช่านตบหน้าและไล่กลับมา ในใจก็โกรธจนแทบระงับไม่อยู่
เมื่อรู้ว่าอาจารย์เลี่ยวจะทำพิธีกรรมเพื่อจัดการกับเย่จื่อเมิ่งและซูช่าน ในใจก็รู้สึกสะใจ เพราะเื่แบบนี้เป็เื่ลับ ถึงจะมีคนรู้ไปก็ไม่มีใครเชื่อ และที่สำคัญกว่านั้นคือไม่มีหลักฐาน
เลี่ยวเฝ่ยถือดาบไม้ท้อในมือ แกว่งไปมาพลางท่องคาถา จู่ ๆ เขาก็เบิกตาโพลง แทงดาบทะลุตัวกระดาษที่วางอยู่หน้าธูป แล้วนำไปจุดไฟที่เทียนแดง
ทว่าจู่ ๆ สายลมเย็นก็พัดมาฉับพลัน เทียนแดงที่จุดอยู่บนแท่นพิธีดับวูบในพริบตา เมื่อเห็นเช่นนั้น เลี่ยวเฝ่ยก็ชี้ดาบไม้ท้อไปที่ประตูลานด้านหน้า แล้วะโเสียงดัง "ไป!"
เอี๊ยด!
ประตูไม้สองบานที่ปิดอยู่พลันเปิดออก เทียนแดงที่ดับไปเมื่อครู่พลันลุกโชติ่ขึ้นมาอีกครั้ง
เลี่ยวเฝ่ยหันไปมองเหวินปิ่งฮุยพร้อมยิ้มเยาะ "คุณเหวิน คุณรอดูการแสดงที่สนุก ๆ ได้เลย"
ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของเย่จื่อเมิ่ง ซูช่านกำลังซักชุดกระโปรงลายดอกไม้ตัวเล็กอยู่ในห้องน้ำ
ลุงจ้าวยังคงทำความสะอาดอยู่ในครัว
ปัง!
ทันใดนั้นเสียงดังปังก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความมืดมิด
ที่ห้องนอนฝั่งตะวันออกชั้นสอง เย่จื่อเมิ่งกำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างตรงหน้าก็มืดสนิท เธอคิดว่าคงเป็ปัญหาเื่ไฟฟ้า จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน คว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ข้าง ๆ มาพันรอบตัว แล้วเดินคลำทางออกไปข้างนอก
เย่จื่อเมิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ แสงไฟถนนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเล็กน้อย ทันใดนั้นลมเย็นก็พัดเข้ามา ทำให้ผ้าม่านปลิวสะบัดขึ้นสูง
เย่จื่อเมิ่งสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงคำพูดที่ซูช่านเคยบอกกับเธอเมื่อตอนกลางวัน หัวใจของเธอก็แทบจะกระดอนออกมา
เธอหมุนตัวคิดจะไปเปิดประตู แต่พบว่าลูกบิดประตูบิดอย่างไรก็เปิดไม่ออก
เมื่อหันกลับมา เธอเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างเตียงใกล้หน้าต่าง
พรึ่บ!
ร่างนั้นค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา แล้วพุ่งเข้าใส่เย่จื่อเมิ่งด้วยความเร็วสูง