ตอนที่ 13 เริ่มมีอาการ
“พี่ดินอาหารเช้าค่ะ” เช้าวันนี้เธอยังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมคือเอาอาหารเช้ามาส่งให้ผมทุกวัน
“กินด้วยกันไหม” ผมชวนพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ
“ไม่ค่ะหนูนากินมาแล้ว พี่ดินกินเถอะ”หนูนาเดินเข้ามา เอาปิ่นโตมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนอย่างที่เคยทำทุกวันแล้วระหว่างที่หนูนากำลังหมุนตัวเดินออกไปนั้น เธอก็หันมาถามผมว่า…
“เอาไหม!” ผมไม่รู้ว่าเธอถามคำถามไม่กระจ่างหรือว่าสมองของผมมันชวนให้คิดอีกแล้ว
“อะไร!” ผมถามเธอแต่สายตาก็มองไปที่ถุงผลไม้หลายอย่างที่เธอคงซื้อมาจากตลาด
“ผลไม้ค่ะ เอาไหมคะ” แน่!เธอชวนผมเอาอีกแล้ว คิดเองก็ขำเองอยู่ในใจคนเดียว
“เอาก็เอา” ผมว่า...เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ อะไรที่เธอให้ผมเอา! ผมก็เอาหมดนั่นแหละ
“หยิบไปหลายๆชิ้นเลยนะคะ” เธอเปิดปากถุงผลไม้ให้ผมเป็คนหยิบเอง แล้วตอนนี้ผมก็กำลังหยิบแต่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอะไรดี มะม่วง สับปะรด มันแกวฝรั่งหรือว่าจะเอาแคนตาลูปดี ก็มีหลายอย่างจนผมเลือกไม่ถูกนี่นา
“พี่ดินชักช้า” ฮึ!!!ผมเลิกคิ้วสูงมองหน้าเธอทันที
“รู้ได้ยังไงว่าพี่...ชัก!ช้า!” ฮ่าๆๆๆ สมองของผมมันเร็วยิ่งกว่าจรวดชวนแต่ให้คิดเื่อย่างว่าได้ตลอดเวลา แต่เธอคงไม่รู้หรอกมั้ง ว่าคำที่ผมย้ำ ผมหมายความว่ายังไง
“ก็หยิบเร็วๆสิคะ” เด็กหนอเด็กเธอใช้คำพูดผิดหรือสมองของผมมันผิดปกติกันแน่นะ
“หนูนาหยิบให้พี่สิ อะไรก็เอา! พี่เลือกไม่ถูก” ผมพูดกับเธอน้ำเสียงปกติไม่ได้แสดงอาการอะไร ถึงแม้จะขำอยู่ในใจคนเดียวก็ตาม จะมีก็แต่รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของผมเท่านั้น
“ถ้างั้นเอามันแกวไปนะคะ” แน่! เธอให้ผมเอามันอีกและ มันทอด มันแกวแต่ผมอยากได้อย่างอื่นมากกว่า
“พี่เบื่อมันแล้ว ขอเป็มะม่วงแล้วกัน”
“อ้าวแล้วพี่ดินจะให้หนูนาเลือกให้ทำไมคะหยิบไปั้แ่ทีแรกก็จบแล้ว” มีบ่นด้วยแฮะ
“แล้วจะให้ไหมครับ” ทุกครั้งที่ผมได้พูดคุยกับเธอ ผมก็มักจะมีความสุขแบบนี้เสมอผมชอบมองใบหน้าสวยๆของเธอแต่สิ่งที่ผมชอบเธอก็คือความสดใสน่ารักในตัวของเธอต่างหากมองทีไรก็รู้สึกสดชื่นทุกที
“ให้ค่ะ อ่ะหนูนาแถมฝรั่งให้พี่ด้วย” เธอหยิบถุงมะม่วงกับฝรั่งส่งให้ผมสองถุง
“หนูนาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ผมพยักหน้าให้เธอ แล้วเธอก็เดินออกไป อยู่ๆผมก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาและเหมือนพักนี้อาการปวดหัวของผมจะเริ่มรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ผมมีอาการปวดหัวแบบนี้ ผมก็มักจะกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดอยู่เสมอ
“ไอ้ต้าร์ … ไอ้ต้าร์”อาการปวดหัวที่ผมเป็ มันก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนผมต้องยกมือขึ้นมาบีบขมับเอาไว้
“ครับๆ ต้าร์มาแล้วครับ” ไอ้ต้าร์รีบวิ่งเข้ามาทันทีที่ผมเรียกชื่อมัน
“ไปหยิบยาแก้ปวดหัวมาให้สักสองเม็ดซิ”ผมสั่งเสียงสั่น เพราะตอนนี้มันเริ่มปวดมากขึ้นจริงๆ
“พักนี้คุณดินกินยาแก้ปวดบ่อยไปแล้วนะครับผมว่าไปหาหมอบ้างก็ดีนะครับ” ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่ยังหาเวลาไปไม่ได้ทนได้ผมก็ทนเอากินยาเดี๋ยวก็หาย
“ไปเอามาเร็วๆ” ผมสั่งไอ้ต้าร์อีกครั้งเพราะตอนนี้ผมเริ่มไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าผมอาจจะเป็ไมเกรน
“ครับๆ” ไอ้ต้าร์มันก็รีบวิ่งไปเอายาแก้ปวดมาให้ผมพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วผมรีบกินมันอย่างไว แล้วล้มตัวนอนลงที่โซฟาสักพักอาการปวดหัวของผมก็เริ่มดีขึ้น
“ไอ้ต้าร์มึงมานั่งมองกูนอนทำไม” ผมลืมตาขึ้นมาก็เจอเข้ากับสายตาของไอ้ต้าร์ที่มันกำลังนั่งมองผมนอนอยู่เงียบๆ
“ผมว่าคุณดินไปหาหมอเถอะนะครับ เดี๋ยวผมขับรถให้”อือผมก็ว่าจะไปอยู่พอดี ก็ดีเหมือนกันมีคนขับรถไปให้
“ถ้างั้นกูขอไปเปลี่ยนชุดก่อนมึงไปเตรียมรถรอกูแล้วกัน”
“ได้ครับผม” ไอ้ต้าร์รับคำมันก็เดินหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ออกไปส่วนผมก็ขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนชุดแล้วไปโรงพยาบาล
หลังจากที่ผมไปหาหมอเสร็จ ก็กินเวลาเข้าไปเกือบครึ่งวันผมก็เลยแวะเข้าโรงแรมไปดูงานสักหน่อยที่จริงวันนี้ก็เป็คิวที่ผมต้องเข้ามาดูงานที่โรงแรมอยู่แล้วด้วย
“พี่ดิน...” ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนหรอกครับแต่เป็เสียงของปลายฟ้าน้องสาวของผมเอง
“มีอะไร” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบแบบไม่ได้สนใจ แล้วก้มหน้าทำงาน สนใจเอกสารตรงหน้าต่อแต่ในใจก็นึกถึง่เช้าที่ผมไปพบแพทย์มา...
“ได้ข่าวว่าพี่ดินไปหาหมอมาเหรอคะพี่ดินไม่สบายตรงไหน ไหนบอกน้องซิคะ” ปลายฟ้าเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานที่ผมนั่งอยู่ผมก็เลยวางปากกาแล้วเงยหน้าคุยกับน้อง
“ข่าวเร็วจริงๆ ใครบอกล่ะ” คนที่รู้เื่นี้ก็มีแค่ไอ้ต้าร์กับคุณพนัสสองคนเท่านั้นหรือว่าจะเป็ไอ้ต้าร์ แต่ตอนนี้ผมไล่ให้มันกลับรีสอร์ทไปแล้วเพราะคืนนี้ผมจะนอนค้างที่บ้านกับคุณแม่
“น้องรู้มาก็แล้วกันแหละน่า ตกลงพี่ดินเป็อะไรคะ”ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็อะไร เพราะว่าผลตรวจยังไม่ออก
“เป็ห่วงหรือว่าแค่อยากรู้ล่ะ” ผมเลิกคิ้วสูง หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นแบบชิวๆ
“ก็ต้องเป็ห่วงสิคะน้องก็แค่สงสัยเพราะปกติคนอย่างพี่ดินชอบหายากินเอง” ใช่แล้วครับ ผมไม่ชอบไปหาหมอส่วนมากก็จะหายากินเองเดี๋ยวก็หาย
“แสนรู้นักนะ พี่ไม่ได้เป็อะไรมากหรอกก็แค่ปวดหัวธรรมดา”
“ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าคะ”
“แล้วนี่เข้ามาหาพี่มีเื่อะไรหรือเปล่า” ผมี้เีคุยเื่ปวดหัวและ เปลี่ยนเื่คุยดีกว่า
“ฟ้าก็แค่อยากเห็นหน้าคนข้างหน้าห้องพี่น่ะ”
“ฮ่าๆๆๆ พนัสน่ะเหรอ จีบติดหรือยังล่ะ”ปลายฟ้าทำหน้าเศร้าๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ก็น้องสาวของผมสิครับเธอดันไปชอบเลขาของผมเข้า แต่รายนั้นมันก็ใจแข็ง ไม่หือ ไม่อือ พูดง่ายๆก็คือมันไม่เล่นด้วยนั่นแหละครับ
“พี่ดินฟ้าไม่ขำนะคะ ช่วยฟ้าหน่อยสิ” ฮึ! ขนาดตัวผมเอง ผมยังจะเอาตัวเองไม่รอดเลย แล้วผมจะไปช่วยใครได้
“ของแบบนี้ด้านได้อายอด” ผมนี่เป็พี่ชายที่สอนน้องสาวได้ดีมากแต่ตัวของผมเองก็ยังไม่กล้าเหมือนกัน
“จะบ้าเหรอพี่ดิน ฟ้าเป็ผู้หญิงนะจะให้ทำแบบนั้นได้ยังไง ฟ้าไม่กล้าหรอกค่ะ” ผมก็เลยยกหูโทรศัพท์ต่อสายหาเลขาของผมที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้องทันที
“พี่ดินจะทำอะไรคะ” ยัยฟ้าทำท่าจะห้ามเมื่อผมยกหูโทรศัพท์ขึ้น
“คุณพนัส เข้ามาหาผมหน่อยครับ” เมื่อปลายสายตอบรับ ผมก็วางหูโทรศัพท์ลง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“เชิญครับ”
“คุณปฐีมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“วันนี้หลังเลิกงานคุณพนัสพอจะมีเวลาว่างสักชั่วโมงสองชั่วโมงไหมครับ” ตอนนี้ปลายฟ้ากำลังทำหน้าใกับคำถามที่ผมถามเลขาของผมเพราะเธอมองมาที่ผมตาเขม็งเชียว
“ครับ พอมีครับ” สายตาของคุณพนัสที่กำลังตอบคำถามผมแต่สายตากลับมองไปที่ปลายฟ้าผมคิดว่าคุณพนัสก็พอจะมองออกแหละว่าน้องสาวของผมคิดยังไงกับตัวเอง
“พอดีน้องสาวของผม อยากหาเพื่อนทานข้าวเย็นนะคุณช่วยไปแทนผมหน่อยสิ พอดีผมไม่ว่าง”
“เฮ้ย!...พี่ดิน!”ผมไม่สนใจกับคำทักท้วงของเธอ ก็บอกแล้วไง ว่า ด้าน..ได้..อาย..อด!
“เอ่อ...คือ” คุณพนัสทำหน้าอึกอัก หรือว่ามันไม่อยากไปนะ
ข้อดีของปลายฟ้าก็คือความสวย ส่วนข้อเสียก็คือรวยและเก่งซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ผู้ชายที่เป็แค่เลขาไม่กล้าที่จะเด็ดดอกฟ้าก็ได้
แต่ผมและทุกคนในครอบครัวของผมไม่มีใครคิดอะไรแบบนั้นหรอกครับส่วนเื่รวยจน ไม่สำคัญเลยสักนิด เพราะไอ้ที่มีอยู่มันก็ใช้ไม่หมดแล้ว
“ถ้าเขาไม่อยากไปก็อย่าไปบังคับเขาเลยค่ะ” แน่! มีประชดด้วยแทนที่จะบอกว่า ‘คุณพนัสไปเป็เพื่อนหน่อยนะคะ’ แต่นี่ดันไปประชดเขาซะได้ ผมนี่ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆ ปากอย่างใจอย่างตอนนี้ก็มาลุ้นกันครับว่าคุณพนัสเขาจะไปหรือไม่ไป
“ว่ายังไงครับคุณพนัสคุณมีธุระที่ไหนหรือเปล่า” ผมถามคุณพนัสอีกครั้ง เพราะอยากได้คำตอบเร็วๆ
“ไปได้ครับ ผมไม่ได้มีธุระที่ไหน” เออ...ก็แค่นี้
“จองร้านกันให้ดีล่ะ เดี๋ยวไม่มีที่นั่ง”ผมพูดพลางยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้ปลายฟ้า น้องสาวคนเดียวของผม
คุณพนัสหันไปมองหน้าน้องสาวของผมเรียบๆไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกอะไร แล้วก็พูดขึ้นว่า…
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ”ผมก็เลยพยักหน้าให้ แล้วคุณพนัสก็เดินออกไป
“ฟ้าดูออกว่าเขาไม่ได้อยากไปกับฟ้า” ปลายฟ้าพูดพร้อมกับทำหน้างอนๆอีกครั้ง
“อ้าว...ก็บอกให้พี่ช่วยพี่ก็ช่วยแล้วไง ที่เหลือก็หัดช่วยตัวเองบ้างสิ” เฮ้ย!!…พูดอะไรออกไปวะกู //ช่วยตัวเอง!!
“แต่มันจะดูน่าเกียจไปไหมคะ”
“ดูเหมือนคุณพนัสเขาก็รู้นะ ว่าเราชอบเขาน่ะ” ผมเป็ผู้ชายด้วยกัน ผมคิดว่าผมมองออกว่าเขารู้แต่เื่ที่เขาจะรู้สึกยังไงกับยัยฟ้า ผมยังไม่แน่ใจเพราะรายนั้นไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย คนนี้เดายากจริงๆ
“แต่ฟ้าไม่รู้ว่าเขาจะชอบฟ้าหรือเปล่า”
“เื่นั้นพี่คงช่วยเหลือเราไม่ได้หรอกเราต้องถามเขาเอาเอง”
“แล้วถ้าฟ้าถามแล้ว เกิดหน้าแตกขึ้นมาล่ะคะ”
“เดี๋ยวพี่จะเป็คนเย็บแผลให้ฟ้าเอง ฮ่าๆๆ” ผมหัวเราะชอบใจอย่างอารมณ์ดี
“โอ๊ย!! ไม่เอาหรอกค่ะงั้นเดี๋ยวฟ้าไปก่อนนะคะ”
“รีบๆไป อ่อเดี๋ยว...เย็นนี้ไปกับคุณพนัสแล้วทิ้งรถของเราไว้ให้พี่นะรถพี่ให้ไอ้ต้าร์มันเอากลับรีสอร์ทไปแล้ว”
“ได้ค่ะ” แล้วยัยฟ้าก็เดินออกจากห้องทำงานของผมไปประตูก็ถูกปิดลง ผมก็นั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาเลิกงาน