การใช้ชีวิตร่วมกับทีมงานก็เริ่มต้นเช่นนี้ผ่านไปสามวันในที่สุดก็ถึงฉากของฉีเล่ออันกับเว่ยฉางเฟิง
เช้าวันนั้นฉีเล่ออันตื่นเต้นมากเขาตื่นเช้ากว่าปกติ ตอนผู้ช่วยเหอตื่นขึ้นมาก็พบว่าฉีเล่ออันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเขากำลังนั่งอ่านสคริปต์อยู่ ผู้ช่วยเหอทักอย่างแปลกใจว่า "เสี่ยวอัน! ตื่นเช้าจัง!"
ฉีเล่ออันพูดอย่างเขินอายว่า"ตั้งใจว่าจะเตรียมตัวมากหน่อย"
ผู้จัดการเหอเข้าใจ
ฉากนี้ของฉีเล่ออันง่ายมากปีศาจกระต่ายบังเอิญได้ยินคำพูดระหว่างอาจารย์กับคนลึกลับ หลังจากคนลึกลับจากไปอาจารย์เห็นปีศาจกระต่าย และเขาโบกมืออวยพร
ตลอดการถ่ายทำฉีเล่ออันไม่มีบทพูดมีเพียงเว่ยฉางเฟิงพูดว่า "ไปเถอะ ไปอยู่กับเฮ่าหราน"
ฉีเล่ออันต้องแสดงอารมณ์ออกมาเพื่อสื่อสารให้คนดูเข้าใจ แม้เขาจะกลายเป็คนแล้ว แต่สมองของเขายังไม่พัฒนา
เช้านี้หูปิงไม่ต้องเข้าฉากเขาพักผ่อนที่โรงแรม ผู้ช่วยเหอจึงไม่ได้ตามมาด้วย ฉีเล่ออันไม่มีผู้ช่วยเขานั่งรถบัสของทีมงานจากโรงแรมไปสถานที่ถ่ายทำคนเดียว แม้เขาเป็นักแสดงแต่ก็เทียบไม่ได้กับทีมงานมืออาชีพเพราะเหตุนี้ฉีเล่ออันจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมงานทุกคน
ช่างที่แต่งหน้าให้กับฉีเล่ออันเป็ช่างแต่งหน้าของทีมงานเธอเป็ผู้หญิงอายุสามสิบกว่าปี เห็นฉีเล่ออันก็ทักทายว่า "เสี่ยวอันในที่สุดวันนี้ก็ได้เข้าฉากแล้ว?"
ฉีเล่ออันพยักหน้าเขาพูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข "ใช่แล้ว วันนี้รบกวนพี่ลี่แล้ว"
พี่ลี่ปิดปากหัวเราะเธอพูดว่า "ไว้ใจได้เลย! พี่ลี่จะต้องแต่งหน้านายให้สวย ให้นายไปถ่ายกับเว่ยฉางเฟิง!"
สามวันมานี้แม้ไม่มีฉากของฉีเล่ออัน แต่เขาก็มายังกองถ่ายตรงเวลาทุกวันไม่เพียงแต่เรียนรู้เทคนิคการแสดงของคนอื่น ยังช่วยเหลือทีมงานคนอื่นๆ อีกด้วย ฉีเล่ออันไม่คิดว่านี่เป็การลดตัวแม้แต่น้อยเพราะเขาทนรับการใส่ร้ายไม่ได้ จึงทำได้เพียงทำดีกับทุกคน
เทคนิคการแต่งหน้าของพี่ลี่ดีมากไม่ถึงชั่วโมง หนุ่มน้อยงดงามก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
บวกกับชุดที่ใช้แสดงวันนี้เป็ชุดกระต่ายสีขาวมีหูและหางของกระต่าย ยิ่งทำให้พวกพี่สาวที่รับหน้าที่แต่งหน้าแต่งตัวหัวเราะชอบใจลากฉีเล่ออันไปถ่ายรูปด้วย
ฉีเล่ออันไม่มีทางเลือกเขามองตัวเองในกระจกก็ขบขัน เขาไม่มีความคิดแบบเด็กๆ นานแล้วแต่งชุดนี้ทำให้ใจเขาไม่สงบ
ใกล้ได้เวลาเข้าฉากแล้วฉีเล่ออันเดินออกไปจากห้องแต่งตัว เขาต้องไปถามผู้กำกับก่อน
ผู้กำกับเห็นฉีเล่ออันก็อารมณ์ดีแล้วการลองชุดครั้งแรกไม่ได้ลองสวมชุด ‘กระต่าย’ ที่เพิ่งจะกลายร่างมาเป็คนชุดนี้ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ผู้กำกับเห็นฉีเล่ออันสวมชุดนี้
เขาพูดชมว่า"เสี่ยวฉี นายเหมาะกับชุดนี้มาก!"
รองผู้กำกับพูดสนับสนุนคำพูดของเขาว่า"ใช่แล้ว ่นี้นิยมผู้ชายหน้าสวย เสี่ยวฉีสวมชุดนี้แล้วอาจจะได้แฟนคลับมากขึ้น!"
ฉีเล่ออันรีบพูดว่า"เป็เพราะพี่ๆ ทีมงานเลือกชุดได้ดี"
ทั้งผู้กำกับและรองผู้กำกับต่างหัวเราะรองผู้กำกับพูดว่า "ไปเตรียมตัวเถอะ เว่ยฉางเฟิงน่าจะใกล้ถึงแล้ว"
เพิ่งจะพูดถึงผู้ช่วยของเว่ยฉางเฟิงก็เดินนำเว่ยฉางเฟิงเข้ามาในกองถ่าย เว่ยฉางเฟิงมองฉีเล่ออันที่แต่งตัวเสร็จแล้วอย่างตกตะลึงจากนั้นก็หัวเราะขึ้น "ชุดนี้...น่ารักจริงๆ"
ฉีเล่ออันรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นตึกตัก
เว่ยฉางเฟิงมีช่างแต่งหน้าส่วนตัวตอนอยู่ในรถก็แต่งมาเกือบเสร็จแล้ว เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องพักเสร็จก็ออกมาทันทีหลังจากนักแสดงทั้งสองมาพร้อมแล้ว ทีมงานก็เริ่มถ่ายทำ เริ่มจากเว่ยฉางเฟิงคุยกับคนลึกลับในกระจกน้ำตรงนี้ต้องมาทำเพิ่มทีหลัง ฉีเล่ออันมองเว่ยฉางเฟิงพูดคุยอยู่กับอากาศ
แบบนี้รู้สึกขำเล็กน้อยแต่มองดีๆ เว่ยฉางเฟิงหน้าตาดีมากทำอะไรก็ดูดี
ได้ชื่อว่าเป็าาแห่งวงการบันเทิงที่อายุน้อยที่สุดใช่ว่าจะไม่มีสาเหตุ
ส่วนของเว่ยฉางเฟิงจบอย่างรวดเร็วฉีเล่ออันถูกเรียกให้เข้าฉาก ฉากนี้เขาจำลองอยู่ในหัวหลายครั้ง แม้กระทั่งการแสดงสีหน้าก็ซ้อมกับกระจกหลายครั้ง
เพราะว่าต้องทำเพิ่มทีหลังทีมงานจึงถ่ายฉากนี้ไปสี่ห้าครั้ง เริ่มจากเว่ยฉางเฟิงโบกมือกับกระต่ายจากนั้นฉีเล่ออันยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับชายเสื้อของเว่ยฉางเฟิง
หลังจากถ่ายฉากนี้เสร็จทั้งหมดก็เป็การถ่ายเดี่ยวของแต่ละคน เนื้อหาทั้งหมดั้แ่ฉีเล่ออันเข้ากล้อง คือการแสดงสีหน้าไร้เดียงสาแต่ในความไร้เดียงสาซ่อนความหวาดกลัว เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ตนถึงกลายร่างเป็คนและยังหวาดกลัวอาจารย์ที่อยู่ตรงหน้า
อาจารย์พูดกับหลิงตังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า"ไปเถอะ ไปอยู่กับเฮ่าหราน"
หลิงตังคล้ายกับไม่เข้าใจความหมายของอาจารย์ดวงตากลมโตมองอาจารย์ คล้ายกับมีน้ำตาไหลออกมา
อาจารย์ถอนหายใจแล้วหมุนตัวเดินจากไป
หลิงตังมองแผ่นหลังของอาจารย์ด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
"คัท!เยี่ยมมาก! เสี่ยวฉีแสดงได้สมจริงมาก!"ผู้กำกับพบว่านักเรียนจากบริษัทกวงเย่ามักทำให้ตนแปลกใจ ในสคริปต์บรรยายฉากนี้เพียงแค่บรรทัดเดียวฉีเล่ออันกลับแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ!
ฉีเล่ออันได้รับคำชมจากผู้กำกับสิ่งแรกที่เขาทำคือหันไปมองเว่ยฉางเฟิง
ยามเว่ยฉางเฟิงแสดงเป็อาจารย์ในบทละครก็เป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่ไม่แสดงอารมณ์ให้คนอื่นรับรู้แต่เขาในตอนนี้กลับแสดงสีหน้าอ่อนโยน เขาชมฉีเล่ออันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า"เก่งมาก"
ฉีเล่ออันรู้สึกพอใจ!
ความจริงแล้วเขาไม่ได้มีบทอะไรในฉากนี้แต่เมื่อได้รับคำชมของเว่ยฉางเฟิงประโยคหนึ่ง เขาก็ดีใจจนตัวลอย
ฉากสั้นๆจบลง ฉีเล่ออันกลับไปเปลี่ยนชุดในห้องพัก แต่เว่ยฉางเฟิงต้องอยู่ถ่ายต่อ
จนกระทั่ง่บ่ายเขาได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์หลี่อย่างไม่คาดคิด
"เสี่ยวอันสองวันนี้อยู่ในกองถ่ายเป็อย่างไรบ้าง?" อาจารย์หลี่ถามอย่างใส่ใจ
หากไม่มีเื่ให้ช่วยก็ไม่ติดต่อมาแม้ไม่รู้ว่าอาจารย์หลี่โทรมาทำไม แต่ฉีเล่ออันก็ยังตอบ "ครับ ดีครับปรับตัวได้ครับ ขอบคุณอาจารย์หลี่ที่เป็ห่วง!"
อาจารย์หลี่พูดอย่างพอใจว่า"ได้ยินว่าเธอกับหูปิงมีความสัมพันธ์ที่ดี? ่นี้หูปิงค่อนข้างมีชื่อเสียง เธอต้องฟังคำแนะนำคนอื่นให้มาก"
ฉีเล่ออันรีบตอบรับอาจารย์หลี่ก็พูดอีกว่า “วันนี้คุยกับผู้กำกับพูดถึงเื่ที่เธอแสดงคู่กับเว่ยฉางเฟิงแล้ว? เสี่ยวอัน เว่ยฉางเฟิงคนนี้อนาคตไกล คงไม่ต้องให้อาจารย์บอกนะว่าต้องทำอย่างไร?”
ฉีเล่ออันฟังคำพูดนี้ในใจรู้สึกเกลียดชังไม่หยุด
ประโยคนี้ของอาจารย์หลี่บอกชัดเจนฉีเล่ออันได้แต่เพียงพูดว่า "...ผมรู้ครับ"
อาจารย์หลี่เปลี่ยนมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า"เสี่ยวอัน อีกสองวันอาจารย์จะไปดูเธอ"
ฉีเล่ออันทำได้เพียงตอบรับ
หลังจากวางสายฉีเล่ออันกลับแสดงสีหน้ารังเกียจ ผู้ช่วยเหอยังไม่กลับมา จึงมีเขานั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งมองตัวเองที่อยู่ในกระจก เขาไม่อยากคุยกับอาจารย์หลี่แต่ก็ต้องคุยอีกทั้งยังต้องพูดดีด้วย
ฉีเล่ออันแกทำได้แค่อดทนและอดทน แกต้องผ่านเวลานี้ไปให้ได้
ไม่ถ้าแกพยายามอีกนิด ถ้าแกอยากมีความสำคัญในอนาคต แกต้องรีบปลดแอกตัวเอง!
เขาสูดลมหายใจลึกปรับอารมณ์ตัวเอง สวมหมวกแก็บเตรียมตัวออกไปทานอาหารมื้อเย็น
วันนี้หูปิงมีถ่ายตอนกลางคืนทุกคนจึงไม่ได้กินอาหารเย็นร่วมกันพอดีกับสามวันมานี้เขายังไม่เคยเดินดูโรงถ่ายหนังพอดี เขาจึงออกไปเดินเล่น
ท้องฟ้ามืดแล้วโรงถ่ายหนังเพิ่งจะมีชีวิตชีวาในยามค่ำคืน ที่นี่เดิมทีเป็เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งแต่อยู่มาวันหนึ่งเมืองนี้ถูกพัฒนาขึ้น แต่่สองสามปีมานี้โรงถ่ายหนังแห่งนี้ได้รับความนิยมมากมีโรงแรมเล็กๆ ร้านขายอาหารแน่นขนัด มีบางคนเป็ตัวประกอบฉากในตอนเช้า และมาเปิดร้านอาหารในตอนเย็น
มีนักแสดงจำนวนมากมาเดินเที่ยวเตร่ที่นี่คนที่มีพร์ด้านการแสดงมาที่นี่แล้วโชคดีก็มีไม่น้อย แต่ฉีเล่ออันเป็เพียงนักเรียนไม่มีชื่อเสียงเขาจึงเดินเล่นบนถนนอย่างไม่มีความกดดัน
เขาเดินไปไกลและเดินเข้าไปในร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ ราคาเหมาะสมแห่งหนึ่ง
ฉีเล่ออัน้าที่นั่งมุมด้านในข้างโต๊ะนี้มีต้นไม้สีเขียวบดบังสายตาอยู่ ทั้งยังสามารถมองออกไปนอกหน้าต่างได้ แต่คนด้านนอกมองไม่เห็นด้านในหลังจากเลือกอาหารจากเมนูที่พนักงานยกมาให้แล้วฉีเล่ออันก็มองคนเดินผ่านไปผ่านมาด้านนอกเงียบๆ
การแสดงกับชีวิตจริงใกล้เคียงกันมากการแสดงเป็สิ่งที่มีความซับซ้อน มันไม่ใช่แค่การแสดงอารมณ์ออกมาดังนั้นฉีเล่ออันในชาติก่อนจึงชอบสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอารมณ์และการแสดงสีหน้าท่าทางออกมา
นี่ไม่ใช่วิธีการเรียนรู้ที่เขาคิดออกแต่เป็เว่ยฉางเฟิงบอกเขา
ชาติก่อนฉีเล่ออันรู้จักกับเว่ยฉางเฟิงในรายการสัมภาษณ์รายการหนึ่งนักเรียนที่มีพื้นฐานการแสดงแต่ไม่ดังสิบคนมาพัฒนาภายใต้การนำของอาจารย์นอกจากอาจารย์ประจำแล้ว ทุกเทปบันทึกยังเชิญอาจารย์พิเศษมาไม่ซ้ำกันเว่ยฉางเฟิงเป็หนึ่งในอาจารย์พิเศษเ่าั้
น่าเสียดายในรายการวาไรตี้นั้นฉีเล่ออันเป็ตัวประกอบความจริงแล้วเว่ยฉางเฟิง...อยู่ห่างไกลจากเขามาก
กำลังคิดเพลินๆพนักงานก็ยกอาหารของฉีเล่ออันเข้ามา อาหารชุดนี้ราคาสูงถึง 47 หยวน ประกอบไปด้วยอาหารจานเล็กแต่คุณภาพดีสี่อย่างนอกจากนี้ยังมีข้าวหนึ่งจาน และน้ำแกงหนึ่งถ้วย ยังมีสลัดจานเล็กอีกหนึ่งจาน
ฉีเล่ออันพอใจกับอาหารเย็นชุดนี้มากเขากินอาหารอย่างอารมณ์ดีจนหมด
ตอนเขากินอาหารเสร็จเตรียมตัวออกจากร้านกลับเกิดเื่ขึ้น
"แก!เป็แก! เพิ่งจะชนฉัน? ไอ้เลวหยุดนะ!"
ฉีเล่ออันขมวดคิ้วเขามองเห็นชายกลางคนที่ไม่เพียงดื่มจนเมายังกินจนพุงกาง แต่แต่งตัวดีคนหนึ่งตรงหน้าน่ารังเกียจมาก
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี #readAwriteด้วยน้า