ทีมนักล่าหน้าใหม่ที่ดรีมเป็คนดูแลนั้นประกอบไปด้วยชายหนุ่มสามคนและหญิงสาวอีกหนึ่งคน ทั้งสี่ล้วนแต่เป็นักล่าหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกับสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทยหลังจากที่ผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตนักล่าไป
แม้จะได้รับใบอนุญาตมาแล้วแต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เป็แม้แต่นักล่าระดับวู้ด เพราะการจะเพิ่มระดับขั้นของตนเองนั้นจำเป็ต้องผ่านการสำรวจดันเจี้ยนและการมีส่วนร่วมกับการฆ่ามอนสเตอร์ตามที่สมาคมกำหนดเอาไว้เสียก่อน
แม้บทบาทของสมาคมนักล่าจะเป็ผู้ควบคุมและสนับสนุนเป็หลัก แต่เพื่อให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินพวกเขาจึงไม่สามารถละเลยการฝึกฝนและพัฒนาความสามารถของตัวเองอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
“เอาละทุกคน ในการสำรวจดันเจี้ยนคราวนี้น้องสาวคนนี้จะติดตามไปกับทีมของเรา นี่ถือเป็ภารกิจเสริมนั่นก็คือการปกป้องคุ้มครองเป้าหมาย เข้าใจใช่ไหม?” ดรีมปรบมือเรียกความสนใจของสมาชิกทีมที่กำลังจัดข้าวของของตนเอง
“คนนอกเหรอคะ?” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าที่สวยงามเตะตาและรูปร่างของอีกฝ่ายเธอก็ยิ่งหงุดงหงิดมากขึ้นไปอีก สายตาของเธอเหลือบมองชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มด้วยความไม่สบายใจ
“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอคุณรสิตา” ดรีมเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มทว่าน้ำเสียงเรียบๆของเธอกลับทำให้ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันได้อย่างชัดเจน มีเพียงชายหนุ่มหนึ่งในสามและไอรีนที่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยขณะที่คนอื่นๆนั้นหน้าซีดเพราะแรงกดดันที่ได้รับ
“ไม่มี… ไม่มีค่ะ” รสิตาทำได้แค่ปฏิเสธอย่างจำยอม ใครใช้ให้อีกฝ่ายเป็เ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทยกันเล่า แม้ว่าพ่อของเธอจะเป็หนึ่งในคณะกรรมการทีมบริหารสมาคมแต่ว่าเขาก็เป็แค่หนึ่งในคณะกรรมการที่มีอยู่ถึงเจ็ดคน ขณะที่ทีมปฏิบัติการณ์ของสมาคมนั้นอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของประธานสมาคมโดยตรง คนระดับหัวหน้าทีมคนหนึ่งยังได้รับความสำคัญมากกว่าคณะกรรมการเสียอีก
พ่อของเธอได้กำชับเอาไว้ว่าห้ามไม่ให้สร้างปัญหาต่อหน้าหัวหน้าทีม และถ้าเป็ไปได้จะต้องประจบเอาใจอีกฝ่ายเอาไว้ให้มากเพื่อโอกาสก้าวหน้าในสมาคม เพราะเธออยากเข้าร่วมทีมปฏิบัติการณ์ไม่ใช่ฝ่ายบริหารดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเส้นสายของพ่อได้อย่างเต็มที่
แต่เธอก็ไม่สามารถยอมรับเื่นี้ได้อย่างเต็มใจเพราะอายุของเธอนั้นไม่ต่างไปจากดรีมเลยสักนิด แต่อีกฝ่ายกลับมีตำแหน่งเหนือกว่าเธอกลายเป็ดาวเด่นที่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศ ขณะที่ตัวเธอต้องคอยประจบประแจง แค่คิดเธอก็รู้สึกไม่ยินยอมแล้ว
“พวกคุณละมีปัญหากันหรือเปล่า?” ดรีมหันไปถามชายหนุ่มอีกสามคน
“ไม่มีครับ” ชายหนุ่มสองคนรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว พวกเขาค่อนข้างดีใจเสียด้วยซ้ำที่มีหญิงสาวอีกหนึ่งคนในการสำรวจครั้งนี้ ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังเป็หนุ่มสาวที่สนใจในตัวเพศตรงข้าม แต่หัวหน้าทีมอย่างดรีมนั้นเกินเอื้อมแถมยังน่ากลัวเกินไป ส่วนรสิตานั้นแม้จะมีหน้าตาโดดเด่นแต่กลับเป็พวกลูกคุณหนูเย่อหยิ่งหัวสูง เห็นได้ชัดว่าเธอสนใจแค่เพื่อนร่วมทีมของพวกเขาอย่างเทวัญและไม่คิดจะชายตามองพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเทวัญก็ทำเพียงตอบรับอย่างเฉยชา สำหรับเขาแล้วจะมีหรือไม่มีหญิงสาวคนนี้ผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน เดิมทีการมาสำรวจดันเจี้ยนครั้งนี้ก็เป็แค่การพาเด็กใหม่มารับประสบการณ์สำรวจดันเจี้ยนั้แ่ต้น แม้ว่าเขาจะเพิ่งรับตำแหน่งนักล่าแต่ตัวเขานั้นได้ปลุกพลังและฝึกฝนมาเป็เวลาสามปี ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะเทียบหัวหน้าทีมไม่ได้แต่ก็อยู่ในระดับเดียวกับนักล่ามืออาชีพขั้นบรอนซ์ไปแล้ว ดันเจี้ยนระดับต่ำแบบนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลยสักนิด
“น้องชื่ออะไรครับ พี่ชื่อฉัตร ส่วนเ้าหมอนี่ชื่อพร พวกเราเป็สมาชิกทีมปฏิบัติการณ์ของทางสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทยเพราะงั้นวางใจเื่ความปลอดภัยได้เลย” ชายหนุ่มทั้งสองเข้ามาชวนไอรีนพูดคุยอย่างกระตือรือร้น
ไอรีนลอบสูดหายใจเข้าลึกและปรับอารมณ์ของตนเอง เพราะตอนที่อยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรยาวนานถึงสามร้อยปีบุคลิกของเธอใน่เวลานั้นเรียกได้ว่าเ็าและมีกำแพงสูงอยู่ไม่น้อยหากไม่ใช่คนใกล้ชิดอย่างศิษย์พี่ศิษย์น้องของตนเอง เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาโดยไม่จำเป็เธอจึงต้องปรับเปลี่ยนบุคลิกของตนเองอย่างช่วยไม่ได้
“ฉันชื่อว่าไอรีนค่ะ เป็ผู้ปลุกพลังแต่ยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบเป็นักล่าอย่างเป็ทางการ” คำตอบของไอรีนทำให้ทุกคนนอกจากดรีมประหลาดใจเพราะคนที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเป็นักล่านั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ดันเจี้ยน แต่เมื่อคิดได้ว่าคนที่พาเธอมาเป็หัวหน้าทีมของพวกเขาจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้
“งั้นเหรอครับ แล้วน้องมีสกิลอะไร…” ไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามจนจบฉัตรก็ถูกมือหนาดึงคอเสื้อไปด้านหลัง
“พวกเราจะเข้าไปในเกทกันแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมซะ” เทวัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความตำหนิเพื่อนร่วมทีม แม้จะโดนอีกฝ่ายดึงคอเสื้อจนเสียมาดแต่ฉัตรก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจอะไรเพราะเขารู้ว่าอีกฝ่าย้าเตือนไม่ให้เขาทำเื่เสียมารยาทอย่างเช่นการถามรายละเอียดสกิลของผู้อื่นโดยพลการ
แน่นอนว่าด้วยฐานะเ้าหน้าที่สมาคมนักล่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบและขอความร่วมมือในการสอบถามสกิลของอีกฝ่ายได้ แต่มาตรการนั้นจะถูกนำมาใช้เฉพาะในบางสถานการณ์เช่นในการสอบลงทะเบียนนักล่าหรือการสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่มีพลังพิเศษเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วผู้มีพลังพิเศษมักจะไม่้าเปิดเผยสกิลของพวกเขามากเกินไปเพราะมันเป็เหมือนไพ่ใบสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขารักษาชีวิตได้ใน่เวลาอันตราย
ดรีมส่งสัญญาณเรียกสมาชิกทีมให้เตรียมพร้อมก่อนที่เธอจะก้าวเดินหายเข้าไปในเกทเป็คนแรก ไอรีนใช้ประสาทััของเธอและพบว่าพลังเวทมนตร์และพลังฟ้าดินในเกทดันเจี้ยนนี้เบาบางกว่าเกทดันเจี้ยนระดับ B อยู่มาก ดูเหมือนระดับพลังเวทของดันเจี้ยนจะสัมพันธ์กับระดับความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ภายในนั้น
“คุณตามหลังผมมา ที่เหลือคอยประกบจากด้านหลังสามทิศทาง สังเกตสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลาและห้ามประมาทเด็ดขาด” หากไม่นับดรีมแล้วเทวัญก็เป็เหมือนหัวหน้าทีมย่อยของพวกเขา ชายหนุ่มเน้นย้ำให้ไอรีนตามหลังตนเองก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในเกท
“เข้าไปได้เลยครับไม่ต้องก…” ฉัตรคิดว่าไอรีนจะกังวลหรือหวาดกลัวเขาจึงคิดจะช่วยปลอบแต่ภาพที่เห็นก็คือหญิงสาวก้าวเดินเข้าไปในเกทอย่างไร้ซึ่งความลังเลหรือหวาดกลัว
“ฮึๆ เข้าไปกันเถอะ” พรหัวเราะอย่างขบขันเมื่อเห็นสีหน้าเหรอหราของเพื่อนร่วมทีม
รสิตาที่อยู่ด้านหลังสุดเบ้ปากเมื่อเห็นว่าสมาชิกทีมของตนสนใจหญิงสาวแปลกหน้าอย่างออกหน้าออกตา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคนที่เธอให้ความสนใจมีแค่เทวัญ ตราบใดที่เขายังคงเฉยชาเธอก็จะมองข้ามผู้หญิงที่น่ารำคาญไป
‘แปลก’ นั่นเป็ความรู้สึกแรกหลังจากที่เธอก้าวเดินเข้าไปในพื้นที่ดันเจี้ยน คำว่าแปลกนั้นไม่ใช่เพราะสถานที่นี้เป็ทุ่งหญ้าโล่งกว้างแตกต่างจากเขาวงกตอิฐแบบดันเจี้ยนอีกหนึ่งแห่งที่เธอพบเจอมา และไม่ใช่เพราะกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มองเห็นได้ประปรายในระยะสายตา แต่เป็เพราะกลิ่นอายพลังเวทภายในดันเจี้ยนที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุกได้ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
แม้แต่ในดันเจี้ยนระดับ B นั้นเธอก็ยังไม่เคยััถึงความรู้สึกเช่นนี้ หากััเพียงผิวเผินก็จะเหมือนว่าพลังเวทในดันเจี้ยนนี้เบาบางจนไม่มีอะไรผิดปกติ ทว่าหลังจากที่เธอเปิดใช้สกิล Extra Sense ไอรีนก็ยิ่งแน่ใจว่ากลิ่นอายพลังเวทในดันเจี้ยนแห่งนี้นั้นแตกต่างออกไป
แม้พลังที่อยู่ในอากาศจะเบาบางแต่กลับมีกระแสพลังงานอันปั่นป่วนจนถึงขั้นคลุ้มคลั่งไหลเวียนอยู่ใต้ผืนดินลึกจนยากที่จะััถึง กระแสพลังใต้ผืนดินนั้นแม้แต่ไอรีนก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจากสัญชาตญาณ
“เริ่มทำการสำรวจได้เลย” ดรีมมาที่นี่ในฐานะผู้ดูแล เมื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนแล้วเธอจะให้พวกเขาทำการสำรวจด้วยตัวเองโดยมีเทวัญเป็หัวหน้าทีมย่อย ส่วนตัวเธอจะคอยสอดส่องเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยจากกรณีไม่คาดฝันเท่านั้น แม้มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้จะไม่ได้แข็งแกร่งจนน่ากลัวแต่ในการสำรวจนั้นไม่ว่าอะไรก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพื่อรับรองความปลอดภัยของเด็กใหม่เหล่านี้นั่นจึงเป็บทบาทที่ดรีมได้รับ
เทวัญพยักหน้าก่อนจะออกคำสั่งให้ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว ั้แ่ก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยนพวกเขาก็เตรียมความพร้อมด้วยการสวมใส่ไอเทมประจำตัวกันเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้เทวัญอยู่ในชุดเกราะโลหะอ่อนสีเทาเข้ม ในมือของเขามีดาบเล่มหนึ่งที่มีพลังเวทไหลเวียนอยู่ภายใน นอกจากการเป็หัวหน้าหน่วยแล้วเขายังรับบทบาทแทงค์ของทีมที่จะต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ด้วยเช่นกัน
“ทางสามนาฬิกามีสัตว์อสูรอยู่กลุ่มหนึ่งจำนวนสี่ตัว” เมื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนแล้วแม้แต่คนขี้เล่นอย่างฉัตรก็ยังเปลี่ยนมาเป็คนสุขุมเยือกเย็นและจริงจังมากยิ่งขึ้น เขารับหน้าที่เป็หน่วยสำรวจให้กับทีมเพราะหนึ่งในสกิลของเขาอย่าง ‘Scout’ นั้นจัดเป็สกิลสนับสนุนประเภทตรวจจับที่ค่อนข้างดี ในมือของเขายังมีคันธนูและลูกศรถือเตรียมเอาไว้อีกด้วย
ไอรีนเหลือบมองคันศรของเขาด้วยความสนใจ จากข้อมูลที่เธออ่านในอินเทอร์เน็ต ดูเหมือนว่ามอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวขึ้นตามดันเจี้ยนจะมีความทนทานอย่างมากต่ออาวุธสมัยใหม่อย่างเช่นปืน แม้แต่ะุปืนใหญ่ก็ยังไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ง่ายๆ แต่อาวุธที่เรียบง่ายอย่างดาบ หอกและธนูกลับใช้ได้ผลดีในมือของเหล่านักล่า เพราะเมื่อพวกเขาใช้สกิลในการโจมตี พลังเวทมนตร์จะถูกปลดปล่อยผสมผสานกับการโจมตีและสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของพวกมอนสเตอร์ไปได้ในระดับหนึ่ง
ไอรีนเองก็มองเห็นมอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยนนี้แล้วเช่นกัน พวกมันเป็กระต่ายฝูงหนึ่งที่มีขนาดตัวใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไปหนึ่งเท่าตัวและมีฟันที่แหลมคมไม่น้อย ทว่าเมื่อเทียบกับกิ้งก่าในดันเจี้ยนระดับ B แล้วมันก็ดูน่ารักไปเลย
“เราจะเริ่มจากฝูงแมดแรบบิทตรงหน้าก่อน ฉันจะดึงความสนใจของพวกมันเอาไว้ ฉัตรนายคอยคุ้มครองคนอื่นๆ พรเตรียมโจมตีสนับสนุนด้วย” เทวัญออกคำสั่งก่อนจะเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็ว
ไอรีนมองประเมินการต่อสู้ตรงหน้าด้วยความสนใจเพราะนี่เป็โอกาสดีที่เธอจะได้เห็นระดับความแข็งแกร่งของนักล่าในโลกใบนี้ แม้คนเหล่านี้จะเป็แค่มือใหม่ก็ตาม
การเคลื่อนไหวของเทวัญดูไม่เลวเลย เขาเข้าไปใกล้ฝูงกระต่ายที่มีอยู่ห้าตัวและเหวี่ยงดาบในมือออกไป ใบดาบของเข้าเปล่งแสงสว่างและสร้างคมมีดอากาศฟาดฟันเข้าใส่กระต่ายฝูงนั้น มอนสเตอร์เหล่านี้มีความทนทานและพลังชีวิตสูงกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปดังนั้นพวกมันจึงไม่ถูกฆ่าตายในทันที ตรงกันข้ามการโจมตีของเทวัญกระตุ้นความโกรธของพวกมันได้อย่างชัดเจน ขนของพวกมันเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความโกรธและร่างของพวกมันก็กระโจนเข้าใส่เทวัญด้วยความเร็วราวกับลูกธนู
เทวัญรับมืออย่างเยือกเย็น เขาสลับเท้าหลบการโจมตีของพวกมันได้อย่างสง่างามพร้อมกับขวางดาบฟาดฟันเข้าใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง ทว่าผ่านไปเพียงสามนาทีการเคลื่อนที่ของเขาก็ดูเชื่องช้าลงและยังไม่เฉียบคมเหมือนตอนแรก เห็นได้ชัดว่าการรับมือมอนสเตอร์เหล่านี้ผลาญพลังสมาธิและแรงกายของเขาไปไม่น้อย
“ยังอีกเหรอ?” เทวัญเอ่ยถามขึ้นมา
“ได้แล้ว” ในจังหวะนี้พรได้ตอบรับและลืมตาขึ้น นับั้แ่เทวัญเริ่มเคลื่อนที่เขาก็รวบรวมพลังเวทมนตร์ของตนเองเพื่อเรียกใช้งานสกิล ไอรีนเองก็ลอบมองเขาด้วยความประหลาดใจเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นนักล่าที่ใช้สกิลประเภทร่ายเวทต่อหน้าตนเอง
‘จำเป็ต้องใช้เวลาเพื่อรวบรวมพลังเวทมนตร์งั้นเหรอ ใช้เวลานานไปหน่อยนะ ถ้าเป็การต่อสู้จริงคงถูกฆ่าทิ้งั้แ่หลับตาแล้ว’ ไอรีนลอบทอดถอนใจกับข้อจำกัดของนักล่า
“Earth Spike!!”
แม้จะใช้เวลาร่ายเวทนานแต่ผลลัพธ์ก็ออกมาคุ้มค่าไม่น้อย พื้นดินแปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็หอกดินทิ่มทะลวงร่างของฝูงกระต่ายอย่างโเี้และปลิดชีพของพวกมันได้ในทันที เหตุผลที่เวทมนตร์นี้ใช้เวลานานก็เพราะมันเป็เวทที่มีพลังทำลายล้างค่อนข้างสูงบทหนึ่ง พรนั้นเป็นักล่าที่สกิลสายเวทมนตร์ ดังนั้นเขาจึงมีบทบาทเป็เมจของทีม
“จัดการเรียบร้อยแล้ว” เทวัญสะบัดดาบเพื่อสลัดคราบเืออก
“เทวัญ าเ็ตรงไหนหรือเปล่า” รสิตาวิ่งเข้าไปหาเทวัญและใช้สกิลของเธอเพื่อทำการฟื้นฟูพลังกายให้กับชายหนุ่ม ด้วยสกิลสายสนับสนุนที่เธออยู่ทำให้เธอรับบทบาทเป็ฮีลเลอร์ของทีม
“เก็บซากของพวกมันเอาไว้และไปต่อกันเถอะ เป้าหมายของการสำรวจวันนี้ก็คือการเก็บซากของมอนสเตอร์ห้าสิบซากและคริสตัลเวทมนตร์อีกสิบก้อน รีบทำให้เสร็จพวกเราจะได้กลับไปพักกัน” เทวัญเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ได้รับการรักษาของรสิตา
‘มือใหม่งั้นสินะ’ ไอรีนประเมินคนกลุ่มนี้ด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย