อพาร์ตเม้นของ ทอม เวบสเต้อร์ อยู่ที่ถนนโฮเซ่ครั้งหนึ่งบ้านหลังนี้ เคยเป็ของสมาชิกในราชวงศ์โบนาปาร์ตดังนั้นการตบแต่งภายในบ้าน จึงยังคงรักษาของเดิมไว้ได้ไม่น้อย ดู ๆเหมือนสมัยที่มาควิสคนใดคนหนึ่งยังพำนักอยู่ ซึ่งเื่นี้ ซิบิลภรรยาของเวบสเต้อร์บอกคริสโตเฟอร์ว่า
“เื่แต่งบ้านนี้ต้องยกให้ทอมค่ะแล้วคุณดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันออกมาเป็อย่างไรนี่เขาคิดว่าทันสมัยที่สุดแล้วนะคะนี่”
“เฮ่ย...ไม่ต้องพูดมากหรอกน่า ปอลก็รู้ ใคร ๆก็รู้ ว่าความคิดในเื่แต่งบ้านนี่น่ะมันเป็ของผมแต่ก็ด้วยความเห็นชอบของคุณมาตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ ซิบิล”
“ก่อนหน้านี้ ปอลก็ไม่รู้เหมือนกันแหละน่า”ซิบิลว่า “จริงไหมคะปอลแต่พอคุณถูกฝึกให้รู้จักสังเกตอะไร ๆ ให้มันถี่ถ้วน คุณถึงได้รู้เอาละคราวนี้คุณรู้ไหมว่า ทอมเขาดีใจนักหนาที่ได้พบคุณอีกครั้งหนึ่งเขาบอกฉันในเตียงนะคะว่า คุณน่ะเป็คนที่น่าคบที่สุด ลองนึกดูก็แล้วกันค่ะในเตียงตอนที่เขากําลังอยู่กับฉัน แต่เขากลับไพล่ไปคิดถึงคุณ”
คริสโตเฟอร์รับแก้วจากมือซิบิล ก้มลงจุมพิตที่แก้มเบา ๆซิบิลนั้นเป็สตรีที่มีท่วงท่ากระฉับกระเฉงปราดเปรียว แล้วก็เลยนึกว่าสามีของตนเป็คนงุ่มง่ามไม่ค่อยจะทันใจเป็คนถ่ายรูปขึ้นดังนั้นจึงมีรูปของเธอติดไว้บนผนังทุกห้องในบ้านโดยฝีมือของเวบสเต้อร์แต่ถ้ามีแขกแปลกหน้าได้รับเชิญมาที่บ้านแล้ว ซิบิลจะปลดรูปเ่าั้ออกหมด
ที่เวบสเต้อร์แต่งงานกับเธอได้ ก็เพราะอย่างที่คนข้างนอกเขาพูดกันว่าเขาหาผู้หญิงแต่งงานด้วยไม่ได้อีกแล้ว และซิบิลก็เป็ภรรยาที่ดีที่สุดของเขา
คริสโตเฟอร์ยื่นรายงานที่ทําไว้ให้เวบสเต้อร์
“ทำไมคุณช่างเป็คนที่ทำงานได้ดีอย่างนี้นะคะปอล”ซิบิลว่า
คริสโตเฟอร์ยิ้มให้เธอ แล้วหันไปบอกเวบสเต้อร์ว่า “อ่านรายงาน 2บรรทัดบนนั้นเสียก่อน ถ้ามีเวลาคุณอาจจะอยากส่งไปให้หัวหน้าคืนนี้เลยก็ได้”
“เขาเป็คนน่าเชื่อถือออกซิบิล” เวบสเต้อร์รับรอง
“คุณว่ามันเป็คําชมหรือเปล่าคะปอล”
“ใช่สิ ซิบิล” คริสโตเฟอร์ตอบ“แล้วคุณเห็นไหมล่ะว่าสามีของคุณไม่เคยปล่อยเราไว้ตามลําพังเลย”
“โอ๊ย เขาเป็อย่างนั้นมาตั้งนานแล้วละค่ะั้แ่เริ่มชักธงรบแล้ว เมื่อตอน 4 วันแรกที่เราไปฮันนีมูนกันนะคะเขาพาฉันไปนิวยอร์ค ไปพักที่แอสเตอร์โฮเต็ล ตอนนั้นน่ะฉันยังเป็สาวบริสุทธิ์อยู่นะคะ ก็เลยจําอะไรได้มากหน่อยคุณรู้ไหมคะว่าทําไมเขาถึงอยากไปที่โรงแรมนั่นนัก เพราะเขาเคยเป็ทหารและเคยได้พบปะกับบุคคลสําคัญ ๆ ที่บาร์ของโรงแรมนั่นแล้วก็เลยต้องพาฉันไปเพื่อรื้อฟื้นความหลัง เท่านั้นแหละค่ะคือเหตุผลของเขา”
ตลอดเวลาที่ซิบิล ซึ่งนั่งอยู่บนเท้าแขนเก้าอี้ตัวของคริสโตเฟอร์กําลังเจรจาปราศรัยอยู่นั้นเวบสเต้อร์ไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินที่ภรรยาพูดเลยด้วยซ้ำ เขาอ่านรายงานนั้นเงียบ ๆอย่างสนใจ เสร็จแล้วก็หันมาพูดอย่างเป็งานเป็การกับคริสโตเฟอร์ว่า
“รายงานนี่เผ็ดร้อนดีจริง คุณคิดหรือว่าทั้งเดียมห์และนูห์เกี่ยวพันกับเวียดนามเหนือ?”
“ใช่สิ ก็มันเลิกเชื่อวอชิงตันแล้วนี่”
“แล้วนูห์ รับตําแหน่งอะไรในพรรค?”
“เื่นี้ไม่รู้ ผมไม่ได้ถามตรง ๆรู้สึกวอลโกวิกซ์ ไม่พอใจในเื่นี้นัก”
“ไอ้ ฉิบหายนั่น” เวบสเต้อร์อุทานอย่างเหลืออด“ที่มันทําได้ก็แค่เทถังขยะเท่านั้นแหละน่า”
“เอาละ” คริสโตเฟอร์ว่า “ที่เขา้ารู้ก็คือ เกิดอะไรขึ้นในเวียดนามขณะนี้เขาไม่เห็นความสําคัญของงานที่ผมทําเสียด้วยซ้ำ เขาอยากฆ่าหลุ่งขณะเดียวกันก็พยายามที่จะแสดงตัวเป็บุคคลสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ให้วอลโกวิกซ์แล้ว เลิกพูดได้”
“หลุ่งเป็ยังไงบ้าง” เวบสเต้อร์ส่งแก้วว่างให้ซิบิล
“นูห์กําลังตามฆ่า แต่มันคงยังไม่ฆ่าทีเดียวหรอกง่ายไป มันจะค่อย ๆ ทรมานจนกว่าความลับจะเปิดเผย”
“คุณเตือนเขาให้หนีหรือเปล่า?”
“ผมถูกห้ามไม่ให้ทําอย่างนั้น”
ซิบิลถือแก้วเหล้าที่ผสมใหม่มายื่นให้สามี
“ฉันว่านะคะ ทางที่ดีแล้วฉันไม่ควรจะได้ยินได้ฟังเื่ที่คุณสองคนคุยกันจะดีเสียกว่า ปอลคะคุณมาเล่นเทนนิสกับฉันวันพรุ่งนี้นะ”
“ผมจะต้องไปโรมคืนนี้ ซิบิล”
“อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็มาทานอาหารเย็นที่นี่สิคะ”
“คงได้ละมัง เพราะเครื่องบินออกตั้งตี 2”
“แหม...โล่งใจ” ซิบิลทําท่าโล่งใจและกระตือรือร้นอย่างแท้จริง“คุณรู้ไหมคะว่าทอมวางแผนอะไรไว้”
หลาย ๆครั้งที่คําพูดของซิบิลทําให้คริสโตเฟอร์ต้องประหลาดใจว่าทําไมเวบสเต้อร์จึงไว้เนื้อเชื่อใจภรรยามากถึงเพียงนี้เพราะซิบิลจะพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอ้าจะพูด บางครั้งเธอจะตอบคำถามที่มีผู้ถามตั้ง2 อาทิตย์มาแล้วด้วยซ้ำ
“ทอมเชิญ เดนนิส ฟอร์เล่ย์มือขวาของท่านประธานาธิบดีเอาไว้ แล้วตอนนี้ ฮารี่ แม๊คกินเน่ย์ก็ไม่ได้อยู่ในเมือง ฉันก็เลยเชิญภรรยาของเขา เป๊กกี้น่ะค่ะ มาด้วยแม่นี่แกคิดว่าตัวเองเป็อุปทูตสหรัฐมากเสียกว่าสามีของแกเองอีก”
เวบสเต้อร์หยิบรายงานของคริสโตเฟอร์ขึ้นมาถือไว้ก่อนที่จะเอาไปเก็บในตู้เอกสารล๊อคกุญแจอย่างเรียบร้อย เขาพูดว่า
“น้องชายของฟอร์เล่ย์เคยถูกลอบยิงมาพร้อมกันกับผม ตัวน้องน่ะดีแน่ แต่นายคนนี้เป็ยังไงยังไม่รู้”
“เอ๊ะคุณนี่แปลก ก็อุตส่าห์ไปร่วมประชุมกับเขามาตลอดอาทิตย์ที่แล้วยังไม่รู้อีกหรือคะว่าเขาเป็คนอย่างไร” ซิบิลหันไปว่าสามี “ฉันต้องเล่าให้คุณฟังค่ะ ปอล ฟอร์เล่ย์มาปารีสครั้งนี้เพื่อจะมาบอกให้เดอโกลควรจะได้รู้ไว้ถึงนโยบายของสหรัฐเป็ตัวแทนของท่านประธานาธิบดีน่ะค่ะ ลําพังฟอร์เล่ย์น่ะ เดอโกลไม่เชิญมาหรอกค่ะ”ซิบิลถอนหายใจทําหน้ายิ้ม ๆ เมื่อกล่าวอย่างชื่นชมว่า
“คนมหัศจรรย์อะไรอย่างนั้นก็ไม่รู้ฉันหมายถึงประธานาธิบดีเคนเนดี้น่ะค่ะ ท่าทางเป็คนมีเซ็กแอบพิลออกจะตายไปตอนที่เขาจับมือฉันนะคะ คุณรู้ไหมว่าฉันบอกเขาว่าอย่างไร ฉันบอกว่า ฉันทนคุณแทบไม่ไหวแล้วละค่ะท่านประธานาธิบดี”
“แล้วเขาตอบคุณว่าอย่างไรละ ซิบิล”
“เขาว่า ดีใจจริงที่ได้พบคุณแล้วเขาก็เดินผ่านฉันไปหาแจ๊กกี้น่ะสิคะ”
เวบสเต้อร์เชยคางภรรยา
“ซิบิลคุณต้องไม่เล่าเื่อย่างนี้ให้ใครฟังอีกนะ โดยเฉพาะ เมื่อฟอร์เล่ย์มาถึงที่นี่เขาไม่รู้จักนิสัยของคุณดีพอ”
“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันจะทําตัวให้น่านับถือทีเดียว แหม...ทำอย่างกับว่านายคนนี้น่ะกุมชีวิตชาวอเมริกันไว้ทั้งประเทศอย่างนั้นแหละ เป๊กกี้ แม๊กกินเน่ย์ก็เหมือนกันเที่ยวเล่าให้ใครต่อใครฟังว่าคนในซิ่มบา้าข้าวพร้อม ๆ กับที่้าความเคารพนับถือ คือพูดดถูกเขาน่ะค่ะว่าเป็ขอทานแล้วก็ยังหยิ่งอะไรทำนองนั้น ฉันไม่ชอบหน้าเท่าไรนักหรอก”
“เฮ่ย...ไปผสมมาร์ตินมาให้อีกแก้วดีกว่าน่า”เวบสเต้อร์พูดยิ้ม ๆ
“อ๋อ...ได้สิคะฉันต้องคอยรับใช้คุณอยู่อย่างนี้แหละค่ะ ในขณะที่คุณกับปอลคุยกันเื่หักหลังเอยเื่ฆ่าฟันทรมานกันเอย”
“เราไม่ได้สนุกกับมันนักหรอกน่า”
“โอ๊ย สนุกสิคะ มันต้องสนุกแน่ ๆเชียวทั้งสองคนนั่นแหละ” ซิบิลกระแทกเสียงใส่สามีเป็ผลให้บุรุษทั้งสองหันมาหัวเราะให้กันอย่างขบขันในท่าทางของเธอ