ถ้ำทั้งถ้ำกลับสู่ความสงบ
มีเพียงไอร้อนบาง ๆ ลอยขึ้นจากร่างของหลงซิงเฉินและกลิ่นไหม้เจือคาวเื
เด็กหนุ่มคุกเข่าอยู่บนพื้นหิน ไหล่กระเพื่อมหอบหนัก แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีประกายม่วงเงินพาดผ่านวูบหนึ่งอย่างชัดเจน เขาลองยกมือขึ้นช้า ๆ ปราณสีม่วงเงินพลันแลบออกจากปลายนิ้วอย่างเชื่อฟังราวสัตว์เชื่อง
เขาหลอมรวมเม็ดพลังธาตุสายฟ้าสำเร็จแล้ว
แม้จะยังเป็เพียงขั้นต้น แต่เพียงแค่นั้นก็พอทำให้ทุกอย่างในร่างเปลี่ยนไปอีกครั้ง
กล้ามเนื้อแน่นขึ้น
กระดูกแข็งขึ้น
การรับรู้รอบข้างไวขึ้น
และลึกในจิตสำนึก เขารับรู้ได้ถึง “มรดก” อีกส่วนหนึ่งซึ่งเพิ่งถูกเปิดออกตามการหลอมเม็ดพลังสายฟ้าสำเร็จ
อักขระอสนีนับไม่ถ้วนพลันลอยขึ้นในห้วงจิต
ครั้งนี้มิใช่ตำราใหญ่โตแบบวิถีธาตุา แต่เป็วิชาเฉพาะสายหนึ่ง อัดแน่นไปด้วยความคมกริบ รวดเร็ว และความอันตรายที่เกินจะบรรยาย
เพียงชื่อของมันก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง
ท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์
อักขระแต่ละตัวเปล่งประกายราวฟ้าผ่า บอกเล่าแก่นแท้ของวิชาอย่างชัดเจน
“ก้าวหนึ่งดุจอสนี สองก้าวทิ้งเงา สามก้าวไม่เห็นร่องรอย
ผู้ฝึกถึงที่สุด ย่อมสร้างร่างเงาเก้าร่าง
ร่างจริงร่างเงาล้วนมีพลัง มิอาจแยกแยะ
ใช้ได้ทั้งโจมตี หลบหลีก ไล่ล่า และหนีตาย
เป็วิชาที่ฟ้ายังยากไล่ตาม”
หลงซิงเฉินเงียบงันไปชั่วขณะ
วิชาระดับนี้… ต่อให้เป็คนโง่ก็รู้ว่ามันมิใช่สิ่งที่แดนมนุษย์ควรมี
ยิ่งได้เห็นคำอธิบายระดับของมัน เขายิ่งตระหนักว่าตนเพิ่งบางสิ่งที่อาจเป็ไพ่ตายสำคัญที่สุดในชีวิต
ระดับ 1 สร้างร่างเงา 1 ร่าง คงอยู่ 9 ลมหายใจ ความเร็วเพิ่ม 1 เท่า
ระดับ 2 สร้างร่างเงา 2 ร่าง คงอยู่ 18 ลมหายใจ ความเร็วเพิ่ม 2 เท่า
ระดับ 3 สร้างร่างเงา 3 ร่าง คงอยู่ 27 ลมหายใจ ความเร็วเพิ่ม 3 เท่า
…
จนถึงระดับ 9 สร้างร่างเงา 9 ร่าง คงอยู่ 81 ลมหายใจ ความเร็วเพิ่ม 9 เท่า..
แต่หลังความตื่นตะลึง ก็ตามมาด้วยแรงกดดัน
วิชานี้มิได้ฝึกง่าย..!!
จากร่องรอยอักขระในจิต เขาเห็นภาพเงาร่างผู้หนึ่งยืนอยู่กลางทะเลสายฟ้าา ก้าวเท้าเพียงหนึ่งครั้งก็ข้ามระยะนับร้อยจั้ง ก้าวครั้งที่สองทิ้งร่างเงาไว้เื้ั ก้าวครั้งที่สามร่างจริงกับร่างเงากลับสลับตำแหน่งกันจนแม้แต่ฟ้ายังตามไม่ทัน..!!
เพียงเฝ้ามองภาพนั้น หลงซิงเฉินก็รู้สึกว่าเส้นเอ็นที่ขา ฝ่าเท้า และสันหลังของตนถูกดึงจนตึงราวจะฉีกขาด
วิชานี้ต้องใช้ร่างกายที่แข็งแรง ปราณที่แม่นยำ และจังหวะการะเิพลังที่สมบูรณ์แบบที่สุด มิเช่นนั้นไม่เพียงเคลื่อนที่ไม่สำเร็จ แต่ผู้ฝึกยังอาจทำลายเส้นชีพจรของตนเองเสียก่อน
หลงซิงเฉินหัวเราะเบา ๆ กับตนเอง
หากเป็เมื่อก่อน เขาอาจเห็นแล้วถอย
แต่ตอนนี้เขาเพิ่งหลอมรวมเม็ดพลังสายฟ้าา และในหัวใจของเขามีเปลวไฟบางอย่างลุกโชนขึ้นมาแล้ว..
วิชาที่คนอื่นมองว่ายาก เขากลับยิ่งอยากได้
เพราะสิ่งที่เขา้า มิใช่เพียงฝึกปราณได้
แต่ต้อง “เหยียบ” คนที่เคยเหยียบเขาให้จมดินเสียต่างหาก
“มาเถอะ…”
เขาลุกขึ้นช้า ๆ จ้องมองผนังถ้ำว่างเปล่าตรงหน้า “ในเมื่อเ้ามาอยู่ในมือข้า ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยทิ้งให้เสียเปล่า”
เขาเริ่มฝึกทันที
ครั้งแรก เขาโคจรปราณอสนีไปยังจุดลมปราณที่ฝ่าเท้า เข่า เอว และสันหลังตามลำดับ จากนั้นก้าวออกไปหนึ่งก้าว
ผลคือ..
ตูม!
เขาพุ่งชนผนังถ้ำเต็มแรงจนหินร้าวเป็ใยแมงมุม ร่างกระเด็นกลับมานอนกองกับพื้น เืแทบไหลออกจากปากอีกครั้ง
หลงซิงเฉินไอออกมาสองสามที ก่อนหัวเราะเสียงต่ำอย่างดื้อดึง
“ดี… นี่แหละวิชาที่ข้า้า”
ครั้งที่สอง เขาปรับการหมุนเวียนพลังใหม่ ลดแรงะเิลงเล็กน้อย แล้วก้าวอีกครั้ง
วูบ!
คราวนี้เขาไม่ชนผนัง แต่กลับเสียการทรงตัวจนลื่นไถลไปกับพื้นหินยาวกว่าสิบก้าว ข้อเท้าบิดจนเสียววาบ
ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า…
ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาล้ม ชน เืไหล ปวดกระดูก เส้นเอ็นสั่นสะท้าน แต่ไม่เคยหยุด
ยิ่งฝึก เขายิ่งจับได้ว่าหัวใจของวิชานี้มิใช่เพียง “เร็ว” หากคือ “ะเิพลังให้พอดีในชั่วพริบตา แล้วดับมันลงก่อนที่ร่างกายจะรับไม่ไหว”
เท้าต้องเบาดุจไร้น้ำหนัก
เอวต้องพลิกเร็วกว่าสติ
สันหลังต้องเป็เส้นทางส่งอสนี
จิตต้องตัดสินตำแหน่งต่อไปก่อนร่างกายจะเคลื่อน
หากช้าแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ ทุกอย่างย่อมผิดจังหวะ..
เวลาผ่านไปนานเพียงใดไม่อาจทราบ
กระทั่งเมื่อฝ่าเท้าของเขาเต็มไปด้วยรอยไหม้ ขาทั้งสองสั่นจากความอ่อนล้า และปราณในตันเถียนเหลือไม่ถึงครึ่ง ในที่สุดเขาก็จับจังหวะหนึ่งได้
หลงซิงเฉินสูดลมหายใจเข้า
กดพลังอสนีลงสู่ฝ่าเท้าขวา
เอวบิด
สันหลังเกร็ง
จิตชี้ตำแหน่งข้างหน้า
แล้วก้าวออกไป
วูบ!
ภาพร่างของเขาที่เดิมยังดูเหมือนยืนอยู่กับที่
แต่ร่างจริงกลับโผล่ไปอีกมุมหนึ่งของถ้ำแล้ว..!!
หลงซิงเฉินหันกลับมามองทันที
ตรงตำแหน่งเดิม ยังมี “เขา” อีกคนยืนอยู่จริง ๆ
แม้ร่างนั้นจะดูพร่าเลือนดุจเงาสายฟ้า แต่รูปทรง สีหน้า และแม้แต่ประกายอสนีรอบกายกลับเหมือนของจริงอย่างยิ่ง ร่างเงานั้นขยับมือได้ ขยับเท้าได้ และเมื่อหลงซิงเฉินชี้นิ้ว มันก็ยกนิ้วขึ้นตามช้ากว่าหนึ่งจังหวะ..!!
เก้าลมหายใจต่อมา ร่างเงาจึงสลายกลายเป็ละอองอสนี
หลงซิงเฉินนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ
เขาสำเร็จแล้ว..!!
ท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์ระดับ 1..
แม้เพียงขั้นต้นและยังไม่มั่นคง แต่ก็สำเร็จจริงแล้ว
ความรู้สึกตื่นเต้นร้อนแรงพุ่งขึ้นจนแทบะเิในอก แต่หลงซิงเฉินกลับกดมันลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาค่อย ๆ เย็นลง เปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นมากกว่าเดิม
นี่เป็เพียงระดับ 1 เท่านั้น..
หากวันหนึ่งเขาฝึกถึงระดับสูงขึ้น สร้างร่างเงาหลายร่างได้จริง วิชานี้ย่อมกลายเป็เขี้ยวที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
เขาฝึกต่ออีกหลายรอบจนปราณแทบเหือดแห้ง จากนั้นจึงหยุดพัก ปรับลมหายใจ และปล่อยให้เม็ดพลังสายฟ้ากับหยกดารากล่อมร่างกายให้ค่อย ๆ ฟื้นตัว
เมื่อสงบลง เขาจึงเริ่มสำรวจถ้ำดาราอีกครั้ง
ระหว่างผนังด้านหนึ่ง เขาพบรอยสลักเป็ภาพอุกกาบาตมหึมาตกลงจากฟากฟ้า ทำลายูเาจนเกิดโพลงมรณะและถ้ำดาราแห่งนี้ อีกด้านหนึ่งมีภาพบุรุษถือดาบั์ฝังคัมภีร์และบางสิ่งไว้ใต้แท่นหิน ก่อนจะใช้ค่ายกลดวงดาวผนึกมันลงใต้พิภพ
ภาพสุดท้ายทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างหนัก
เป็ภาพบุรุษผู้นั้นเงยหน้ามองฟากฟ้าเหนือเมฆ มีประตูั์บานหนึ่งลอยอยู่เหนือ์ และเื้ัประตูนั้นคือแสงศักดิ์สิทธิ์ที่มิอาจเพ่งมอง
โลกเหนือฟ้า…
คำนี้ผุดขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง
เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปทางมุมอับของถ้ำ และพบกองกระดูกแห้งชุดหนึ่งนั่งพิงผนังอยู่ มีแผ่นหินจารึกวางอยู่ด้านข้าง
บนแผ่นหินมีข้อความสั้น ๆ
“ผู้มาถึงภายหลัง
หากเ้าหลอมดาราและอัศนีได้
จงรู้ว่าชะตาของเ้าเหนือข้าไปไกล
ข้าตามหาวิถีนี้มาทั้งชีวิต
สุดท้ายได้เพียงตายหน้าประตู
หากเ้ายังมีชีวิตออกไปได้
จงระวังฟ้าที่อยู่เหนือฟ้า…”
ข้อความขาดหายไปเพียงเท่านั้น
หลงซิงเฉินอ่านแล้วเงียบไปนาน เขาโค้งคารวะกองกระดูกนั้นหนึ่งครั้ง ก่อนหันกลับมามองถ้ำดาราเป็ครั้งสุดท้าย
เขาได้สิ่งสำคัญจากที่นี่มากเกินพอแล้ว
หยกดารา..
ตำราวิถีธาตุา..
เม็ดพลังสายฟ้า..
และท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์..
ต่อให้ถ้ำแห่งนี้ยังมีความลับอื่นซ่อนอยู่ เขาก็ยังไม่มีกำลังพอจะเปิดมันในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือออกไปจากที่นี่ แล้วกลับไปยังหมู่บ้านหลง
กลับไปหาปู่
กลับไปยังลานหินทดสอบ
กลับไปหาคนที่หัวเราะเยาะเขา
กลับไปหาจ้าวเหิง..!!
เมื่อนึกถึงชื่อผู้นั้น ดวงตาของหลงซิงเฉินก็เย็นจัดขึ้นทันที
เขามิใช่คนใจกว้างถึงขั้นลืมว่าใครถีบตนตกลงสู่โพลงมรณะ หากมิได้พบวาสนาในถ้ำดารา ตอนนี้เขาคงกลายเป็ศพเน่าเปื่อยไปแล้ว
คนที่คิดฆ่าเขา
เขาย่อมไม่ลืม..
หลงซิงเฉินเดินลึกเข้าไปทางหลังถ้ำตามร่องรอยลมเย็นที่แทรกเข้ามา จนพบทางเดินหินแคบ ๆ สายหนึ่งทอดขึ้นข้างบน พื้นทางเต็มไปด้วยหินแหลมและรอยเล็บสัตว์ ดูก็รู้ว่าหนทางนี้มิได้ปลอดภัย
แต่เขาเพิ่งก้าวไปไม่กี่สิบก้าว เสียงขยับปีกแหลมคมก็ดังขึ้นจากเบื้องบน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เงาดำหลายเงาพุ่งลงมาจากรอยแยก้าด้วยความเร็วสูง ดวงตาสีเืจำนวนมากสว่างวาบในความมืด พวกมันคือค้างคาวโลหิตแห่งโพลงมรณะ อสูรระดับต่ำที่ชอบกินเนื้อสดและกลิ่นเื โดยเฉพาะเืผู้าเ็
หากเป็เมื่อครึ่งวันก่อน หลงซิงเฉินคงมีแต่ความตายให้พวกมันฉีกทึ้ง
แต่ตอนนี้…
เขากลับไม่ถอยแม้ก้าวเดียว
ดวงตาของเขาหรี่ลง ปราณอสนีหมุนวนสู่ฝ่าเท้าโดยฉับพลัน
“พอดี ข้ากำลังขาดของทดลองอยู่”
ค้างคาวโลหิตตัวแรกพุ่งถึงตรงหน้า เขี้ยวแหลมอ้ากว้างหวังขย้ำคอของเขา
วูบ!
ร่างของหลงซิงเฉินพลันพร่าเลือน
กรงเล็บของค้างคาวฉีกผ่านร่างเงาที่เขาทิ้งไว้ตรงจุดเดิม พริบตาถัดมา ร่างจริงของเขากลับโผล่ขึ้นอีกด้านหนึ่งแล้ว ฝ่ามือที่ห่อหุ้มสายฟ้าสีม่วงเงินซัดเข้าใส่ลำตัวอสูรเต็มแรง
เปรี๊ยะ!
ค้างคาวโลหิตส่งเสียงแหลมแล้วร่วงลงพื้น กล้ามเนื้อทั้งร่างไหม้เกรียมทันที
ตัวที่สอง ตัวที่สาม และตัวที่สี่กรูกันเข้ามา
หลงซิงเฉินแยกยิ้มเย็น พลันก้าวท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์อีกครั้ง
วูบ! วูบ! วูบ!
ในทางเดินแคบ ๆ นั้น เงาร่างของเขาปรากฏแล้วหายไปดุจประกายอสนี ค้างคาวโลหิตพวกนั้นเป็เพียงอสูรระดับต่ำ ปกติแล้วแม้เขาจะหลอมสายฟ้าแล้วก็มิอาจสังหารได้ง่ายนักหากต้องรับมือรวดเดียวหลายตัว แต่เมื่อใช้ท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์ พวกมันกลับมองเขาไม่ทันแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่พุ่งใส่ร่างตรงหน้า สิ่งที่ฟันโดนกลับเป็เงาสายฟ้าเท่านั้น
ส่วนร่างจริงของเขา กลับโผล่ไปอีกตำแหน่งแล้วซัดฝ่ามืออสนีใส่จุดตายอย่างแม่นยำ
ไม่นาน พื้นทางเดินก็เต็มไปด้วยซากค้างคาวโลหิตไหม้ดำ
หลงซิงเฉินยืนหอบอยู่กลางกองซาก ศีรษะมีเหงื่อซึมเล็กน้อย
วิชานี้กินปราณมากจริง ๆ
แค่ใช้ต่อเนื่องไม่กี่ครั้ง เขาก็รู้สึกได้ว่าตันเถียนหายไปเกือบหนึ่งส่วน แต่ดวงตาของเขากลับสว่างยิ่งกว่าเดิม เพราะพลังของท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก
ทั้งหลอกล่อ
ทั้งหลบ
ทั้งโจมตี
ทั้งเปลี่ยนตำแหน่งอย่างไร้ร่องรอย
หากใช้ร่วมกับสายฟ้าและกายที่แข็งแกร่งขึ้นในภายหน้า วิชานี้ย่อมเป็ไพ่ตายสำคัญที่ทำให้เขาสู้ได้อย่างแท้จริง
หลงซิงเฉินสูดลมหายใจลึก ก้าวข้ามซากอสูรไปเบื้องหน้าอีกครั้ง
ทางเดินหินยังทอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นลมจากภายนอกเริ่มแรงขึ้น เสียงลมครางของโพลงมรณะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทุกที
เขากำลังจะกลับขึ้นไปแล้ว
กลับขึ้นไปในฐานะคนละคน
เด็กหนุ่มที่ถูกถีบลงเหวในวันนั้น ตายไปแล้วในถ้ำดารา
คนที่จะปีนขึ้นไปในวันนี้ คือหลงซิงเฉินผู้หลอมดาราและอัศนีในกาย
เขาเงยหน้ามองความมืดเบื้องบน แล้วพึมพำเบา ๆ
“จ้าวเหิง… ข้าหวังว่าเ้ายังไม่ลืมหน้าข้า”
“เพราะต่อจากนี้ ทุกคนที่เคยหัวเราะเยาะข้า จะต้องจดจำวันนี้ไปจนตาย”
จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นสู่เบื้องบน
ก้าวหนึ่งมั่นคง
ก้าวหนึ่งเย็นเฉียบ
พร้อมประกายอสนีที่แลบวาบอยู่ในดวงตา
และในโพลงมรณะอันไร้ผู้คนรับรู้
ชะตาของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็ได้พลิกผันจนไม่มีวันย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว..