กล้าที่จะะโลงจากเตียงแล้ววิ่งหนีรอบห้องหอในคืนแต่งงาน ตอนนี้ท่านอ๋องมู่อี้จวินเลิกวิ่งตามลู่ฉิงเกอแล้ว เปลี่ยนมายืนพิงรออยู่ที่มุมห้อง พอเธอวิ่งมาก็จับตัวง่ายกว่าการออกแรงวิ่งไล่ตามเป็ไหนๆ
พอจับตัวได้ก็แบกขึ้นบ่า พาเดินกลับไปที่เตียงนอน ระหว่างเดินไปก็ใช้ฝ่ามือตีที่ก้นของเธอไปหลายที
"โอ๊ย! โอ๊ย! พอแล้วท่านอ๋อง"
เสียงร้องของลู่ฉิงเกอ ทำให้คนที่อยู่ด้านนอก ดังชัดเจนอยู่ในหูของทุกคน องครักษ์ข้างกายท่านอ๋องที่ชื่อหลินจินเยว่ ได้ยินจนหูร้อนฉ่าทำ ตาเหลือกเบิกกว้างขึ้น รีบร้อนออกปากไล่บ่าวไพร่ ไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับเื่ของท่านอ๋องมู่อี้จวิน
"ไม่มีอะไรแล้วกลับไปพักผ่อนได้"
เพราะยังไงคืนนี้ก็เป็คืนเข้าหอ เ้านายจะทำอะไรเสียงดังแค่ไหนพวกเขาที่เป็บ่าว ก็ควรจะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ น่าจะการรักษาชีวิตของแต่ละคนได้ดีที่สุด แต่เสียงที่ได้ยิน เห็นได้ชัดเจนว่าพระชายาลู่ฉิงเกอ กำลังคราง! นั้น...นั้นคือเสียงของคนที่กำลังมีสัมพันธ์สวาทกัน!
ที่จริงหลินจินเยว่และบ่าวคนอื่นต่างเข้าใจผิด เสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่เป็เสียงร้องด้วยความเ็ปจากการ ถูกท่านอ๋องมู่อี้จวินตีก้นของเธอต่างหาก ถึงเขาจะออกแรงตี แค่หนึ่งส่วนแต่เธอก็เจ็บมาก จึงได้ร้องออกมาเช่นนั้น ทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับเข้าใจผิดและจินตนาการไปต่างๆนานา
หลังจากที่หยุดตีแล้วก็มีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นตามมา "ฮือ...อึก...ฮือ" ลู่ฉิงเกอนอนร้องไห้อยู่บนเตียงเพราะเจ็บที่ถูกตี และแค้นใจที่ไม่สามารถสู้กับท่านอ๋องได้ แถมยังถูกคนทั้งจวนเข้าใจผิดอีก
แต่ท่านอ๋องไม่ใช่ผู้ที่ไร้เหตุผลเขาจึงได้พูดว่าเพราะเหตุใดถึงต้องลงโทษ "ที่ข้าตีเ้า เพราะความดื้อรั้น"
ดื้อรั้น?ตรงไหน เธอเนี่ยนะดื้อรั้น ที่ทำไปเมื่อสักครู่เพียงเพราะแค่ป้องกันตัวเท่านั้น ก็ท่านอ๋องมู่อี้จวินคิดไม่ซื่อก่อน แล้วจะให้อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรได้ยังไงกัน
"เ้าเป็ชายาข้า แล้วคืนนี้ก็เป็คืนเข้าหอ...ช่างเถอะ"
มู่อี้จวินเดิมที่เป็พวกโกรธง่ายอยู่แล้ว คิดจะระบายความโกรธด้วยการต่อว่าลู่ฉิงเกอ แต่พอได้ยินเสียงร้องไห้ของชายา ก็ทั้งโกรธและหงุดหงิดตัวเองที่ทำเธอเจ็บถึงกับร้องไม่ยอมหยุด
"ท่าน...ท่านอ๋องใจร้าย" เสียงสะอื้นไห้ยังดังกึกก้องอยู่ข้างหู จนทำให้ท่านอ๋องมู่อี้จวิน ถึงกับเส้นเืที่หน้าผากปูดนู่นขึ้นมา เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
"ถ้าเ้ายังไม่หยุดร้อง? ข้าจะ" ท่านอ๋องมู่อี้จวินใช้สายตากวาดมองไปทั่วร่างกายของลู่ฉิงเกอ แววตาที่มองดูแล้วไม่น่าไว้วางใจเหมือนมองทะลุเสื้อผ้าได้ยังไงอย่างงั้น ยังยิ้มเ้าเล่ห์มองดูนางมันเป็เหยื่อที่เขาพร้อมจะขย้ำกินได้ทุกเมื่อ
ลู่ฉิงเกอหยุดร้องไห้มือปาดน้ำตาที่แก้ม รีบดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกายเพรียวบาง "หยุดร้องแล้ว ท่านอ๋องก็รีบเข้านอนเถอะ ท่านจะมองข้าอีกนานไหม"
"ที่ข้ามองเ้าเพราะความสงสัย"ท่านอ๋องมู่อี้จวิน เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อตะกี้นี้ ดูเหมือนว่าพระชายาของตน จะใช้ศิลปะการป้องกันตัว ต่อกรกับเขา ลู่ฉิงเกอที่นอนคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มพูดเหมือนจะหาเื่ให้ท่านอ๋องมู่อี้จวิน
"สงสัย?สงสัยอะไร"
"ทำไมข้าไม่เคยรู้เลย ว่าคุณหนูตระกูลลู่ เช่นเ้าถึงมีความสามารถในการต่อสู้ด้วย ศิลปะการป้องกันตัว เ้าเคยเรียนวิทยายุทธมา?"
"จะสงสัยทำไม ก็แค่ศิลปะการป้องกันตัว ใครๆก็เรียนได้ไม่ใช่หรือไง ไม่น่าถาม"
ท่านอ๋องมู่อี้จวินเคยให้คนไปสืบประวัติของลู่ฉิงเกอมาแล้ว ว่าเธอไม่ชอบเรียนวิทยายุทธ ส่วนใหญ่จะสนใจงานบ้านงานเรือนซะมากกว่า แต่เมื่อสักครู่ที่เขาและนางประมือกัน ดูแล้วฝีมือใช้ได้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าทหารในจวนนี้เลย เหมือนถูกฝึกฝนมาแล้วเป็เวลายาวนาน มันจึงทำให้ท่านอ๋องมู่อี้จวินเกิดความสงสัย
หรือจะเรียกได้ว่าเขาเคลือบแคลงใจในตัวพระชายาลู่ฉิงเกอ ถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ตัวจริง ก็ไม่น่าจะเป็ไปได้ เพราะบ้านตระกูลลู่คงไม่กล้าส่งตัวปลอมให้เข้าพิธีแต่งงานอย่างแน่นอน
อีกอย่างเขาก็เคยเห็นลู่ฉิงเกอมาแล้ว นางเป็ตัวจริงแน่นอน แต่เื่คำพูดและนิสัยแปลกๆ เขาคงต้องให้คนคอยจับตาดูต่อไปสักระยะหนึ่งก่อน
"ผิด แคว้นมู่ส่วนน้อยมากที่ผู้หญิงเช่นพวกเ้าจะฝึกวิทยายุทธ" สตรีในเมืองนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครฝึกวิทยายุทธกัน เพราะคิดว่าให้บุรุษร่ำเรียนวิชาก็พอ เพื่อให้ผู้หญิงได้พึ่งพิง แต่ลู่ฉิงเกอพูดเหมือนเป็เื่ปกติ
เธอไม่เห็นด้วยกับความคิดของผู้หญิงเมืองนี้เท่าไหร่ จึงได้พูดออกมาเบาๆบ่นพึมพำกับตัวเอง
"ห๊ะ!...ทำไมผู้หญิงเมืองนี้ถึงได้คิดอะไรตื้นๆกันนะ เอาแต่พึ่งพวกผู้ชายไม่เห็นจะดีตรงไหน" แต่การบ่นพึมพำเบาๆของเธอ ก็ยังทำให้ผู้ที่นอนร่วมเตียงได้ยินอยู่ดี เขาไม่แน่ใจกับประโยคคำพูดของเธอเมื่อกี้นี้ จึงได้ถามให้แน่ใจอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ได้ฟัง
"เสี่ยวเกอ เมื่อกี้จะเ้าพูดว่าอะไรนะ"
"ไม่มีอะไร" ลู่ฉิงเกอรีบปฏิเสธแล้วหลับตาลงทันที เพราะไม่้าจะพูดอะไรอีกแล้ว ยิ่งพูดไปก็จะยิ่งทำให้ เกิดความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม
มู่อี้จวินใช้สายตาเหลือบมองดู ลู่ฉิงเกออยู่แว๊บนึงก่อนที่จะล้มตัวลงนอนเช่นกันคืนนี้เป็คืนที่เหนื่อยจริงๆ ถึงเขาและเธอจะมีอายุห่างกันพอสมควร แต่เป็ถึงคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ กิริยามารยาทก็น่าจะถูกอบรมมาอย่างดี
แต่คำพูดคำจา กริยามารยาทเมื่อสักครู่ เหมือนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนเลยสักนิด แถมยังกล้าพูดประชดประชันและต่อล้อต่อเถียงกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว
ไม่รู้ว่าเธอรู้จักหลักสามคล้อยตาม สี่คุณธรรม บ้างหรือเปล่า?ถ้าหากไม่รู้ เขาคงต้องหาคนมาสอนเื่หลักการครองเรือน
ท่านอ๋องมู่อี้จวินเวลานี้คิดว่า ลู่ฉิงเกอ งดงามดั่งม้าป่าพยศ เขาอยากจะปราบม้าป่าตัวนี้ที่ขัดขืนไม่ยอมทำตาม คงจะสนุกไม่น้อย