บ่ายวันถัดมา ท้องฟ้าเหนือน่านน้ำชายทะเลปราณบุรีเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น ไอหมอกชื้นแฉะและละอองไอเกลือทะเลยังคงแผ่กระจายปกคลุมหาดทรายขาวสลัว ลลินนั่งกวาดสายตาคัดแยกเอกสารคดีความและจดบันทึกประวัติตระกูลอัครเดโชชัยอยู่ในห้องนอนเล็กของเซฟเฮาส์ริมทะเล เธอนั่งเฝ้ามองละอองฝนสลัวที่ตกลงมาบนหาดทรายอย่างสม่ำเสมอ พลางตระหนักถึงชะตากรรมของตัวเองที่ในเวลานี้กลายเป็ทนายความนอกกฎหมายอย่างเป็ทางการ เธอรู้สึกถึงความสับสนในใจที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างตรรกะแห่งเหตุผลทางกฎหมายที่พ่อผู้ล่วงลับของเธอเคยอบรมสั่งสอนมาั้แ่เด็ก กับความรู้สึกรักเสน่หาอันอุ่นร้อนและป่าเถื่อนของคิรันที่สลักลึกอยู่บนร่างกายและจิติญญาของเธอในบ้านพักตากอากาศหลังเล็กริมชายหาดแห่งนี้
ขณะที่เธอเอื้อมมือเปิดตู้เอกสารชั้นล่างสุดเพื่อหาแผนที่ของตึกสปอร์ตคลับ มือของเธอไปัักับสลักเกลียวลับหลังแผ่นไม้ตู้ ลลินทดลองใช้ปลายดินสอกดตอกสลักเบาๆ แผ่นไม้ด้านข้างก็ขยับแง้มเปิดออก เผยให้เห็นกระเป๋าหนังฝุ่นจับหนาที่คุณหญิงดาริกาแอบซ่อนเก็บรักษาไว้ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อเก้าปีก่อน ลลินค่อยๆ ดึงกระเป๋าหนังเก่าแก่นั้นออกมาเปิดสำรวจดูรายละเอียดด้านในช้าๆ พบว่ามันบรรจุเอกสารครอบครัวชุดเก่ารวมถึงรูปถ่ายวัยเด็กและแฟ้มประวัติการรักษาพยาบาลของคิรันและคิรินพี่ชายฝาแฝด
ในรูปถ่ายสีจางๆ ทั้งสองคนสวมเสื้อยืดสีขาวใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาของลลินคือบันทึกลายมือของป้าสมด้านหลังรูปถ่ายที่ระบุว่า: “คิรินช่วยคิรันน้องชายจากเตาอบะเิในห้องครัวใหญ่จนเกิดแผลเป็ไฟไหม้ขนาดกว้างที่ไหล่ซ้าย”
ลลินพลิกดูเอกสารทางการแพทย์ถัดไป มันเป็รายงานการศัลยกรรมปลูกถ่ายิัจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเมื่อสิบห้าปีก่อน รายงานระบุว่าแฝดพี่ (คิริน) ได้รับาเ็ไฟคลอกระดับสาม ครอบคลุมพื้นที่แผ่นหลังและไหล่ซ้ายถึงสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์และต้องทำการปลูกถ่ายิัครั้งใหญ่ ขณะที่แฝดน้อง (คิรัน) ได้รับาเ็ไฟลวกระดับสองเพียงสิบห้าเปอร์เซ็นต์บริเวณข้อศอกและไหล่ซ้ายเท่านั้น
หัวใจของลลินกระตุกวูบหนาวเหน็บด้วยความกังขา พลันนึกถึงฉากรักเร่าร้อนของคิรันเมื่อคืนก่อน... เธอยังคงจำััและสายตาที่ไล่ผ่านแผ่นหลังหนาและไหล่ซ้ายของเขาได้ดี ชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็ "คิรัน" มาตลอดนั้น... แผ่นหลังของเขาเนียนเรียบไม่มีรอยแผลเป็ศัลยกรรมิัเลย มีเพียงแผลเป็รอยไฟไหม้ปื้นกว้าง่ไหล่ซ้ายเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับประวัติการรักษาพยาบาลของคิรินพี่ชายฝาแฝด ทว่าทำไมในสมุดบันทึกส่วนตัวของคิรินที่เธอพบในช่องลับตู้หนังสือคฤหาสน์ คิรินกลับเขียนบันทึกแทนตัวเองว่าเขามีรอยสักและรอยแผลเป็ที่ไหล่ซ้ายเหมือนน้องชาย?
‘นี่มันหมายความว่ายังไง? ชายที่นอนกอดประคองฉันและฉันยอมมอบหัวใจและร่างกายให้หลบหนีประกันตัวไปด้วยกัน... แท้จริงแล้วคือ คิรัน หรือคิรินสลับตัวมากันแน่? หรือคิรินสลับตัวเป็คิรันั้แ่่วัยรุ่นก่อนจะเกิดคดีฆาตกรรม?’ ความกังขาเชิงสืบสวนทลายความไว้ใจในอกของลลินทันที
เสียงน้ำจากฝักบัวห้องน้ำหยุดลง คิรันก้าวเท้าเดินออกมาในสภาพมีผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและไหล่กว้างที่มีแผลเป็รอยไฟไหม้จางๆ ที่ไหล่ซ้าย ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แววตาของเธอแข็งกร้าวและเย็นชืดดุจเดิม
"คุณคือใครกันแน่คะ... คิรัน หรือ คิริน?" ลลินเค้นเสียงถามช้าๆ พลางวางรูปถ่ายวัยเด็กและแฟ้มประวัติการแพทย์ตรงหน้าเขาบนโต๊ะทำงาน
คิรันชะงักฝีเท้า แววตาคมกริบฉายประกายความเ็ปสะท้อนออกมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเรียบเฉย ชายหนุ่มเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าเธอ "ลลินครับ... คุณคิดว่าผมคือคิรินสลับตัวมาหลอกลวงคุณเพื่อใช้คุณเป็เครื่องมือฟอกเงินคดีความนี้งั้นเหรอครับ?"
"รูปถ่ายและประวัติการแพทย์นี้ระบุว่าคิรินมีแผลศัลยกรรมิัทั่วแผ่นหลังและไหล่ซ้ายจากการช่วยคิรัน..." ลลินเอ่ยเสียงสั่น พยายามค้นหาความจริงสีเทา "แต่แผ่นหลังของคุณเนียนเรียบไม่มีรอยแผลเป็ศัลยกรรมเลย มีเพียงแผลรอยไฟลวกปื้นกว้างที่ไหล่ซ้ายเท่านั้น ซึ่งมันตรงกับประวัติการรักษาพยาบาลของคิรันน้องชาย ทว่าทำไมในสมุดบันทึกของคิรินกลับเขียนว่าเขามีแผลเป็ไหล่ซ้ายเหมือนคุณ? หรือพวกคุณสลับตัวกันมาั้แ่สิบปีก่อนแล้วคะ?"
คิรันเอื้อมมือจับคางมนของเธอให้เงยขึ้นบีบเบาๆ แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำที่ผู้หญิงตรงหน้าไม่ไว้ใจตนเอง "ลลินครับ... แผลเป็นี้เกิดขึ้นตอนสิบขวบ คิรินพยายามจะช่วยผมจากกองไฟจริงๆ ทว่าความจริงคือพวกเราทั้งสองคนกอดกันจมกองไฟและโดนลวกิัทั้งคู่ แต่ด้วยความที่คิรินเป็พี่ชายและพยายามรับน้ำหนักถังแก๊สลวกด้านหลัง แผลของเขาจึงลึกและลามไปถึงแผ่นหลังทั้งหมด ส่วนของผมมีแผลเป็แค่่หัวไหล่ซ้ายเท่านั้น ข้อมูลในรูปจดบันทึกของป้าสมเขียนขึ้นตามคำแถลงออกสื่อของพ่อเพื่อป้องกันไม่ให้หุ้นบริษัทใคราวนั้น ผมคือคิรันตัวจริงครับลลิน... ผู้ชายที่รักคุณและยอมสลัดกำไล EM เพื่อมาช่วยคุณในห้องพักนั้น และสมุดบันทึกของคิรินที่คุณพบ... นั่นเป็เพราะคิรินพยายามสวมบทบาทเป็ผมเพื่ออำพรางตัวหลบหลบหนีจากการตามล่าของสมาคมนกฮูกต่างหากครับ"
แม้คำอธิบายของเขาจะดูมีเหตุผลและจริงใจ ทว่าเกลียวแห่งความกังขาในตัวทนายความสาวผู้ยึดมั่นในพยานหลักฐานกลับยังคงทำงาน คิรันััได้ถึงความระแวดระวังระยะห่างในตัวเธอ ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวขีดสุดและ้าตอกย้ำตัวตนความเป็เ้าของเพื่อสลายความระแวงของเธอ
ชายหนุ่มกระชากตัวลลินเข้าหาแผงอกแกร่งกว้าง บดเบียดริมฝีปากจูบเรียวปากบางอย่างดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความเ็ประคนเสน่หา ลลินจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาพยายามขัดขืนทว่าร่างกายของเธอกลับซื่อสัตย์ต่อััอุ่นของเขาเสมอ
"รัน... ปล่อยลลิน... อ๊ะ..."
"ผมรักคุณและเป็ของคุญคนเดียวลลิน... เลิกสงสัยและกอดรัดผมไว้ซะ!" คิรันกระซิบทุ้มแหบพร่าดุร้าย รูดถอดเสื้อผ้าของลลินออกทิ้งและก้าวขึ้นคร่อมร่างบางของเธอบนเตียงนอนพักตากอากาศ
คิรันโน้มกายหนาทาบทับร่างบาง แยกเรียวขาเนียนออกแ่เบาเพื่อนำพาความอุ่นร้อนของกายแกร่งสอดประสานกับกายสาวอย่างทะนุถนอมและลึกซึ้ง ััเสน่หาอันแน่นแฟ้นทำให้ลลินสั่นสะท้านส่งเสียงครางหวานเบาๆ คิรันเริ่มขยับร่างกายโยกประสานจังหวะรักแสนหวานและหนักแน่น เต็มไปด้วยความโหยหาและสิเน่หาที่อัดแน่นชวนซ่านสยิวไปทั่วเรือนร่าง ชายหนุ่มก้มลงมอบรสจูบและััยอดอกตึงชูชันขณะขับเคลื่อนร่างกายหลอมรวมกายใจเข้าด้วยกัน ลลินเกร็งกายโอบรับจังหวะตรึงเสน่หา รสจูบและท่วงทำนองที่สอดประสานกันทวีความเร่าร้อนชวนฝันจนนำพาทั้งสองไปแตะขอบเขตแห่งความสุขสมระลอกใหญ่ คิรันเกร็งกายหนาประคองกอดรัดร่างบางไว้แนบอก ปลดปล่อยความรักทั้งหมดไหลบ่าเข้าสู่ส่วนลึกของกายสาว ทั้งคู่โอบกอดพักผ่อนกันอย่างแสนหวานภายใต้ร่มเงาแห่งความรัก
ทั้งสองร่างนอนกอดกระชับกันเหนื่อยอ่อนแสนหวานบนเตียงนอนพักร้อน ท่ามกลางเกลียวแห่งความกังขาที่ค่อยๆ หลอมละลายลงชั่วคราว ลลินซบหน้าพิงอกแกร่งของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าไม่ว่าความจริงเื้ัใบหน้าของเขาจะเป็อย่างไร... ร่างกายและจิติญญาของเธอก็ได้ตกเป็ของฆาตกรเงาคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
ในเวลาต่อมา ลลินลูบไล้ไปตามซี่โครงด้านขวาของคิรันและสังเกตเห็นรอยแผลเป็สีเทาจางๆ รูปร่างนกฮูกคาบกิ่งไม้ เธอถามเสียงเบา: "รอยนี่ล่ะคะรัน? มันเหมือนรอยลบลายสักเลยนะคะ" คิรันถอนหายใจยาว ดึงมือบางของเธอมาแนบแก้ม: "ใช่ครับ... มันเคยเป็รอยสักสมาคมนกฮูกที่พ่อบังคับให้ผมสักตอนอายุสิบแปดปีเมื่อเข้าร่วมพิธีแนะนำตัวครั้งแรก ผมเกลียดมันที่สุดและแอบไปเลเซอร์ลบมันออกทันทีหลังพ่อเสียชีวิตเมื่อเจ็ดปีก่อน นั่นคือเหตุผลที่ผมรู้เื่สมาคมลับและ้าทำลายมันทิ้งร่วมกับคิรินครับ"
สายฝนพัดกรรโชกอีกครั้งตามริมหน้าต่างคฤหาสน์ตากอากาศ ลลินหลับตาลงนอนหนุนหน้าอกแกร่งของเขาและปล่อยให้ไออุ่นของกายหนาขับไล่ความสงสัยคลางแคลงในใจไปชั่วขณะ เธอยอมละทิ้งความจริงทางพยานเอกสารในหน้ากระดาษหันมาซบรับความอบอุ่นและชีวิตจริงที่มีกันและกันเท่านั้น คิรันกอดกระชับเธอแน่นปัดปอยผมพึมพำถ้อยคำรักและสัญญาว่าจะพาเธอผ่านพ้นมรสุมชีวิตครั้งนี้ไปให้ได้ คิรันก้มจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธอ พลางมองออกไปทางหน้าต่างกระจกที่สายฝนยังคงโปรยปรายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สะท้อนภาพชะตากรรมสีเทาของพวกเขาทั้งสองที่ต้องเดินหน้าต่อไปด้วยกันอย่างไม่มีทางหวนกลับ เขาพึมพำกับเธอแ่เบาว่า "หลับเถอะครับลลิน... พรุ่งนี้การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังรอคอยเราอยู่ และผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" คำว่ารักของเขายังคงสั่นสะท้านอยู่ในสายลมยามบ่าย ท้องทะเลภายนอกบ้านเงียบสงบขึ้นสอดรับสายลมชะตากรรมสีเทาของคนทั้งสองชั่วนิรันดร์