เมื่อไม่มีสิ่งใดให้ดูชมเหล่าชาวบ้านและจอมยุทธก็แยกย้ายกันไปแต่กลับมีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนจ้องไปยังประตูจวนตระกูลหลิวที่ปิดสนิทโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
เดิมทีชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจมามุงดูเื่ราวของตระกูลหลิวแม้แต่น้อยแต่ด้วยถนนหน้าจวนตระกูลหลิวเป็ทางผ่านเพื่อออกไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แล้วตนก็ได้มาพบกับคนรู้จักที่พาเหล่าขันทีและองครักษ์มามากมายตนจึงตั้งใจรอดูว่าครานี้น้องชายต่างมารดาของตนจะก่อเื่อะไรอีก
“แปลกมาก!ทั้งที่เื่นี้จะสร้างความเสียหายให้แก่ตระกูลหลิวไม่น้อยแต่ท่านแม่ทัพกลับยิ้มออกมา แถมยังสายตาเ้าเล่ห์ตอนจ้องมองไปยังน้องรองอีก ฮึ่ม! แปลกจริงๆ” ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตนเองด้วยความแปลกใจ ยามเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาของอดีตแม่ทัพใหญ่ที่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของน้องชายของตน
ทางด้านผู้ติดตาม เมื่อเห็นนายของตนยังยืนนิ่งจึงพูดขึ้นเพื่อเรียกสติของนายตน
“องค์รัชทายาทพะยะค่ะหากไม่รีบเดินทางเกรงว่ามันจะมืดค่ำก่อนถึงที่หมายนะพะยะค่ะ” ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มหรือองค์รัชทายาทหวงเฟยหลงก็ตื่นจากภวังค์และเร่งเดินทางต่อทันที
หลังจากที่ทุกคนเดินเข้ามาในจวน หลิวหลี่เฉินและหลิวลี่หยางต่างก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา‘หึ! คิดจะทำให้ตระกูลหลิวขายหน้างั้นรึ! หากหงเอ๋อร์กลับมาเมื่อไหร่ข้าอยากรู้นักว่าใครกันแน่จะขายหน้า ฮ่า ฮ่าฮ่า’ยิ่งคิดหลิวหลี่เฉินก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า
เสียงหัวเราะและท่าทางมีความสุขของนายเหนือหัวทั้งสองสร้างความแปลกใจให้แก่เหล่าข้ารับใช้ไม่น้อย แต่ละคนต่างก็จ้องมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง
“หัวเราะอะไรกันนักหนาไม่สงสารหงเอ๋อร์รึไงคิก คิก แอ้ม!พวกเ้าแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”จ้าวลี่ฮวาต้องส่ายหัวให้กับสามีและบุตรชายของตน แต่ตนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเช่นกัน
จากนั้นจึงหันไปสั่งงานเหล่าข้ารับใช้ทั้งยังกำชับอีกด้วยว่าตอนนี้บุตรสาวของตนอาการทรุดหนักห้ามให้ใครรบกวนหรือเข้าใกล้เรือนของบุตรสาวตนเด็ดขาดไม่เว้นแม้แต่สองแฝดหรือสาวใช้คนสนิท
กลับมาทางด้านลี่หง ตอนนี้กำลังเดินหาของที่สามารถกินได้ในป่ากว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดั์หลายพันหลายหมื่นต้น
“ป่าบ้านี่มันจะกว้างไปไหนเนี่ยเป็ป่าซะเปล่าของกินได้นะมันมีไหม โอ๊ย! บ้าเอ้ย! เกิดมาเสียชาติป่าหมด”เสียงโวยวายของลี่หงดังก้องไปทั่วทั้งป่า เนื่องจากเ้าตัวเดินเข้ามาในป่ากว่าสองชั่วยามแล้วแต่ไม่ว่าจะเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตหรือต้นไม้ชนิดอื่นแม้แต่เศษซาก
เดิมทีเ้าตัวตั้งใจว่าจะเดินหาผลหมากรากไม้มาเก็บตุนไว้กินยามหิวเพราะท่านมหาเทพนำตนมาปล่อยไว้ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้ แต่กลับไม่มีอะไรที่กินได้แม้แต่อย่างเดียว
คราแรกก็หวังว่าจะมีต้นไม้ชนิดอื่นที่สามารถกินได้บ้างเมื่อไม่พบเจอผลหมากรากไม้ใดๆ เ้าตัวจึงตัดสินใจหันหลังกลับ
แต่ในขณะที่ลี่หงกำลังจะหันกลับเพื่อออกจากป่าพลันจมูกน้อยๆ ก็ได้กลิ่นหอมละมุนของผลไม้บางชนิดล่องลอยมากับสายลม
“หืม! กลิ่นหอมนี่มันอะไรกันมาจากทางนั้นสินะ” ทันทีที่ได้กลิ่นเ้าตัวก็กวาดตามองไปรอบตัว เพื่อหาที่มาของกลิ่น
เมื่อพบว่ากลิ่นหอมนี้ลอยมาจากทิศทางที่มีต้นไม้ขนาดั์ขึ้นอยู่อย่างหน้าแน่นลี่หงก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตามกลิ่นหอมไปทันที เมื่อผ่านกลุ่มต้นไม้ขนาดั์มาเ้าตัวก็พบกับตัวการของกลิ่นหอมละมุนที่น่าหลงใหล
“นะ นี่มันอะไรกัน!!! ตะต้นท้อั์หรอ ทะ ทำไมมันใหญ่โตมะโหราฬแบบนี้” ลี่หงโพลงขึ้นมาด้วยความใ กับตัวการของกลิ่นหอมที่เป็ต้นท้อขนาดใหญ่
จากการคาดเดาของเ้าตัว ต้นท้อั์ตรงหน้านั้นสูงใหญ่กว่ายี่สิบเมตรทั้งยังมีผลท้อขนาดใหญ่พอๆ กับหัวเด็กห้าขวบหลายร้อยหลายพันผลประดับประดาอยู่เต็มต้น
ที่สำคัญผลท้อที่ประดับอยู่นั้นหาใช่สีชมพูหรือสีแดงดั่งผลท้อทั่วไปไม่แต่กลับเป็ผลท้อสีทองที่ส่องประกายออกมาราวกับดวงตะวันดวงน้อยๆ
ผลท้อสีทองแต่ละผลยังปลดปล่อยกลิ่นหอมหวนออกมายั่วยวนน้ำลายยิ่งเข้าใกล้กลิ่นก็ยิ่งหอมหวนแต่ลี่หงก็ต้องทอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง ยามเมื่อร่างน้อยๆมายืนอยู่ใต้ต้นท้อั์
“แล้วเราจะเก็บยังไงล่ะเนี่ย”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความจนใจ เพราะผลท้อแต่ละลูกนั้นอยู่สูงจากพื้นดินหลายเมตรแม้จะเอื้อมมือหรือะโก็ไม่สามารถแตะต้องผลท้อสีทองได้แม้แต่ปลายเล็บ
“ฮึบ! ฮึบ!โอ๊ย! บ้าเอ้ย! ของกินอยู่ตรงหน้าแท้ๆะโก็ไม่ถึงปีนก็ไม่ได้ เอารองเท้าเขวี้ยงขึ้นไปก็ไม่ขยับเขยื้อนอีก”หลังจากพยายามอยู่หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็ะโเอื้อมหวังจะเด็ดผลท้อที่อยู่ต่ำสุดก็ะโไม่ถึงเขวี้ยงรองเท้าขึ้นไปผลท้อขนาดเท่าหัวเด็กก็ไม่ขยับเขยื้อน
หากจะให้ปีนขึ้นไปเก็บก็ไม่ได้ เพราะต้นท้อั์่ห้าหกเมตรแรกนั้นราบเรียบไร้กิ่งก้านสาขาจะให้เตะหรือเขย่าก็ไม่ไหว เพราะขนาดของลำต้นที่ต้องใช้คนถึงสามคนโอบจึงจะครบรอบ สุดท้ายลี่หงก็จนต้องยอมแพ้
“เฮ้อ! ไม่ได้กินก็ขอดมกลิ่นให้อิ่มละกัน”พูดจบเ้าตัวก็ล้มตัวลงนอนใต้ต้นท้อั์ สายตาก็จดจ้องไปยังผลท้อสีทองที่อยู่เหนือหัว
จากนั้นก็สูดกลิ่นอันหอมหวนเข้าไปในร่างกายเฮือกใหญ่แต่ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบบวกกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดพา นำพากลิ่นหอมของผืนป่ามาผสมผสานกับกลิ่นอันหอมหวานของผลท้อสีทองทำให้ลี่หงเคลิบเคลิ้มจนเผลอหลับไป
หลังจากหลับไปไม่นาน รอบตัวของลี่หงก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่วป่าพลันถูกสายลมพัดหอบนำพามาลอยวนเวียนอยู่รอบร่างระหง ก่อนจะค่อยๆลอยหายเข้าไปในจมูกน้อยๆ ที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ทางด้านลี่หง หลังจากเผลอหลับไปไม่นานเ้าตัวก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกดึงดูดให้ลอยเคว้งอยู่บนฟ้า ซึ่งเป็เวลาเดียวกันกับกลิ่นหอมรอบกายที่ลอยเข้ามาในจมูก
เมื่อรู้สึกดังนั้นดวงตาหงที่เคยปิดก็เปิดกว้างพร้อมกับความแปลกใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อพบว่าตอนนี้ตนไม่ได้นอนอยู่ใต้ต้นท้อั์อีกแล้ว แต่ตนกลับนอนอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นท้อที่สูงเพียงครึ่งหนึ่งของต้นท้อั์แต่ไม่ได้มีเพียงต้นเดียวเท่านั้น ตอนนี้รอบตัวลี่หงปรากฏป่าที่มีต้นท้อหลายพันหลายหมื่นต้น
“ทะ ที่นี่ที่ไหนเนี่ยอย่าบอกนะว่าเราฝันไป เหอะ! เหอะ! สงสัยคงอยากกินลูกท้อมากไปสินะ” พูดจบลี่หงก็กวาดสายตามองไปโดยรอบอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าสวนท้อที่ตนฝันถึงนี้อยู่บนยอดเขาสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นท้อมากมายหลายหมื่นต้นทั้งยังเป็ต้นท้อขนาดปกติทั่วไป มีผลสีทองขนาดใหญ่กว่าลูกท้อทั่วไปราวสองเท่าประดับประดาอยู่เต็มไปหมดเห็นดังนั้นสายตาของลี่หงก็เปล่งประกายระยิบระยับออกมาทันที
“เอาวะ! ไม่ได้กินของจริงก็กินในฝันแทนก็ได้”พูดจบลี่หงก็เดินตรงไปยังผลท้อที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ก่อนที่มือน้อยๆ จะเอื้อมถึงผลท้อสีทองก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงลึกลับสายหนึ่งที่ดังขึ้นมาในหัวของตน
“คิก คิก เ้าช่างตะกละตะกลามจริงนะสาวน้อย”ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ชะงักค้างในทันทีทันใด มือน้อยๆ ที่กำลังจะัักับผลท้อสีทองพลันหยุดชะงักกลางคันพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง
“คะ ใครน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”ลี่หงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับมองหาที่มาของเสียงลึกลับ
“คิก คิก เ้าไม่ต้องมองหาข้าหรอกสาวน้อยเ้าคงอยากกินผลท้อพวกนี้มากเลยสินะ” ได้ยินดังนั้นใบหน้าของลี่หงก็แดงซ่านด้วยความอับอายเพราะไม่คิดว่าในฝันของตนจะมีคนอื่นอยู่ด้วย!
“ดะ เดี๋ยวนะ ทะท่านเป็ใครเ้าคะ ละ แล้วท่านเข้ามาในฝันของข้าได้ยังไง”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อคิดได้ว่านี่เป็ความฝันของตน
“คิก คิก นี่เ้ายังคิดว่าเ้ายังฝันอยู่สินะ”ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ยกมือน้อยๆ ขึ้นมาตบหน้าตัวเองเบาๆ
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
“จะ เจ็บ เจ็บเป็บ้าเลยหืม! จะ เจ็บงั้นหรอ นี่เราไม่ได้ฝันไปสินะ ละแล้วที่นี่มันที่ไหนเนี่ย” หลังจากพิสูจน์แล้วว่าตนไม่ได้ฝันไป ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวของลี่หงก็เพิ่มพูนขึ้นมาเป็เท่าตัว
“ที่ไหนไม่สำคัญหรอกสาวน้อยที่สำคัญคือเ้าอยากกินผลท้อพวกนั้นไหมล่ะ”เมื่อได้ยินเสียงลึกลับที่ดูอบอุ่นและเป็มิตร ความหวาดระแวงและความหวาดกลัวของลี่หงก็ลดลงพลางสูดกลิ่นหอมหวนที่ล่องลอยออกมาจากผลท้อตรงหน้า
“จะ เ้าค่ะผลท้อพวกนี้น่ากินมากเลยเ้าค่ะ” ไม่พูดเปล่าลี่หงยังยกมือขึ้นมาปาดน้ำลายที่ไหลย้อยออกมามุมปากเห็นดังนั้นเ้าของเสียงลึกลับก็หัวเราะคิกคักด้วยความขบขัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมากสาวน้อย แต่ว่าตัวเ้าในตอนนี้ไม่สามารถกินมันได้หรอกนะ”ได้ยินดังนั้นดวงตาน้อยๆ ของลี่หงก็เบิกกว้าง
“ละ แล้วข้าจะต้องทำยังไงเ้าคะถะ ถึงจะกินผลท้อพวกนี้ได้” ลี่หงรีบพูดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก พลางคิดว่าเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกับตนอีกทั้งที่ของกินอยู่ตรงหน้ามากมายแต่ตนกลับไม่สามารถกินได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเ้าไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก หากเ้าอยากกินข้าก็มีวิธี” เมื่อได้ยินเสียงลึกลับบอกว่ามีวิธีที่จะทำให้ตนสามารถกินผลท้อตรงหน้าได้ลี่หงก็รีบพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“จะ จริงหรือเ้าคะ”เสียงลึกลับไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด แต่กลับนำแผ่นหยกสีเขียวมรกตขนาดเท่าฝ่าออกมาให้ลี่หงแทน
เมื่อเห็นแผ่นหยกสีเขียวมรกตปรากฏขั้นมาตรงหน้าลี่หงก็จ้องมองด้วยความงุนงง
“หยดเืของเ้าลงบนแผ่นหยกนั่นสิ”ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ไม่รอช้า กัดนิ้วให้เืซึมออกมาแล้วหยดลงไปยังแผ่นหยกตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว
ทันทีที่เืัักับแผ่นหยก แผ่นหยกสีเขียวมรกตที่ลอยอยู่ตรงหน้าก็ส่องแสงสีทองเจิดจ้าออกมาไม่นานแสงสีทองรวมถึงแผ่นหยกก็พุ่งหายเข้าไปในระหว่างคิ้วของลี่หง
หลังจากแสงสีทองหายเข้าไปในหัว ความเ็ปมากมายมหาศาลก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งไม่เพียงแต่ความเ็ปเท่านั้น ยังมีความรู้มากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวน้อยๆ ของลี่หงราวกับน้ำป่าที่เชี่ยวกราก
ความเ็ปที่เกิดขึ้นแม้ไม่อาจเทียบเท่ากับตอนที่หลอมรวมร่างกายกับชิ้นส่วนสัตว์เลี้ยงของท่านมหาเทพแต่ความเ็ปในครั้งนี้กลับส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้ลี่หงไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้
ตอนนี้ร่างระหงทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับมือน้อยๆ ทั้งสองที่ยกขึ้นมากุมขมับและขย้ำผมไว้แน่น แต่ลี่หงก็ไม่ได้กรีดร้องออกมาแม้แต่น้อย
จนเวลาผ่านไปนานกว่าสามชั่วยาม ความรู้มากมายมหาศาลและความเ็ปที่หลั่งไหลเข้าสู่สมองก็หยุดลงพร้อมกับเสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง
“คิก คิก ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเ้าสาวน้อย”หลังจากได้รับถ่ายทอดความรู้และความทรงมากมายมหาศาลจากแผ่นหยก ลี่หงก็นั่งทบทวนสิ่งที่ได้รับรู้อยู่ครู่ใหญ่ทำให้เ้าตัวสามารถรับรู้ถึงตัวตนที่แม้จริงของเสียงลึกลับได้จากความทรงจำ แล้วยังรู้อีกว่าเ้าของเสียงลึกลับที่พูดคุยอยู่กับตนเป็ใคร
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านมหาเทพีแห่งพฤกษา”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความนอบน้อมต่อเ้าของเสียงลึกลับ
“คิก คิก นานมากแล้วสินะที่ไม่ได้ยินชื่อนี้แถมเ้ายังเป็คนแรกที่ผ่านบททดสอบของเรา ทั้งยังผ่านได้อย่างง่ายดาย เ้านี่น่าสนใจจริงๆแม่สาวน้อยจะกละ” ได้ยินดังนั้นใบหน้าของลี่หงก็เห่อร้อนขึ้นมาด้วยความอับอาย
ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่มีใครผ่านบททดสอบของมหาเทพีแห่งพฤกษาแต่ว่าบททดสอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บ้างก็ต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรเพื่อแย่งชิงผลไม้วิเศษบ้างก็มีจิตใจที่ละโมบเกินเยียวยาแม้จะผ่านบททดสอบได้ แต่ก็ไม่มีใครผ่านได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเท่าลี่หงมาก่อน
การทดสอบของมหาเทพีแห่งพฤกษานั้นไม่มีวิธีและสถานที่ที่แน่นอนแต่จะปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้ที่มีร่างกายที่เหมาะสม ที่จะรองรับพลังของมหาเทพีแห่งพฤกษาได้เท่านั้นดังนั้นจึงไม่แปลกที่มหาเทพีแห่งพฤกษาจะแทรกแซงเข้ามาในมิติแห่งนี้
“เอ่อ! ท่านมหาเทพีเ้าคะ ถะ ถ้าหากว่าข้าไม่ผ่านการทดสอบ ขะ ข้าจะเป็ยังไงเ้าคะ”ลี่หงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
จากความรู้และความทรงจำที่ตนได้รับมามีเื่ราวของผู้ทดสอบคนก่อนๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดจบที่แตกต่างกัน บ้างก็ได้รับพลังไปส่วนหนึ่งบ้างก็ตกตายภายใต้บททดสอบที่แสนจะโหดหินตามแต่ท่านมหาเทพีจะคิดขึ้นมา
การทดสอบของลี่หงก็เหมือนกันหากตอนที่ลี่หงได้พบเจอต้นท้อั์แล้วคิดละโมบหรือคิดทำลายต้นท้อเพื่อให้ได้ผลท้อต้นท้อั์ก็จะจางหายไปและนั่นจะทำให้ลี่หงไม่ผ่านการทดสอบในครึ่งแรกแต่เ้าตัวก็ผ่านมาได้อย่างง่ายดาย
ส่วนการทดสอบในครึ่งหลังคือทำให้แผ่นหยกยอมรับสายเืของตนบ้างก็ทันทีที่เืัักับแผ่นหยกร่างกายของคนผู้นั้นก็เหี่ยวแห้งเหมือนต้นไม้ใกล้ตายบ้างก็กลายเป็ปุ๋ยในสถานที่นั้นไป
หากมีคนที่มีสายเืและร่างกายที่เหมาะสมแผ่นหยกก็จะมอบพลังแห่งพฤกษาให้ทั้งยังมอบความรู้บางส่วนให้อีกด้วยแต่จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้และจิตใจของคนผู้นั้นการทดสอบในครึ่งหลังนี้ลี่หงก็สามารถผ่านมาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
“คิก คิก ไม่มีอะไรมากหรอกเ้าก็แค่กลายเป็ปุ๋ยให้ต้นไม้แถวนี้นั่นแหละ แต่เ้าก็ผ่านมันมาได้แล้วนี่จะกลัวไปไยแถมเ้ายังได้รับการยอมรับจากหยกแห่งพฤกษาด้วย”มหาเทพีแห่งพฤกษาพูดขึ้นด้วยความยินดี เนื่องจากตนรอคอยคนที่จะมาสืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษานานแล้ว
เมื่ออายุขัยของตนวนเวียนมาถึงจุดหนึ่งย่อมต้องกลับคืนสู่สายธารแห่งกาลเวลาดังนั้นตนจึงต้องสรรหาผู้ที่มีร่างกายที่เหมาะสมต่อพลังแห่งพฤกษาและคอยส่งถ่ายพลังของตนให้คนเ่าั้ไปแต่หากตนยังไม่สามารถสรรหาหาผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษาได้ทุกสิ่งที่ทำไปย่อมไร้ประโยชน์
หากไม่มีผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษาหลังจากตนกลับคืนสู่สายธารแห่งกาลเวลา หมู่มวลพฤกษาทั่วทั้งเอกภพก็จะตกตายและมลายหายไปจนหมดสิ้นแม้จะมีผู้ที่ได้รับเศษเสี้ยวพลังจากตนไปแต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือหมู่มวลพฤกษาได้ทั้งหมดดังนั้นการหาผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษาจึงสำคัญยิ่งยวด
แต่ตอนนี้ตนได้เด็กน้อยจะกละตรงหน้ามาสืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษาแล้วมหาเทพีแห่งพฤกษาอย่างตนก็หมดห่วง จากนี้ตนจะได้ท่องเที่ยว แค่ก! แค่ก!ตนจะได้กลับคืนสู่สายธารแห่งกาลเวลาอย่างเงียบสงบ
“จะ เ้าค่ะ วะ ว่าแต่บททดสอบของข้ามะ หมดแล้วหรอเ้าคะ” ลี่หงพูดขึ้นด้วยความสงสัย เพราะตนรับรู้ได้จากความทรงจำว่าบททดสอบของผู้คนหลายหมื่นหลายแสนคนที่ผ่านมาล้วนยากเย็นแสนเข็ญมีผู้คนกว่าครึ่งที่ต้องตกตายภายใต้บททดสอบ
“บททดสอบนี้มีเพียงเ้าเท่านั้นที่ผ่านมาได้อย่างง่ายดายด้วยจิตใจที่แน่วแน่ถึงแม้จะแปลกประหลาดไปบ้างก็เถอะ แต่ก็ยังดีกว่าทุกคนที่ผ่านมาอีกอย่างเราตามดูเ้าั้แ่เ้าหนูมหาเทพฝืนกฎเอกภพ นำพาเ้าเข้ามายังโลกแห่งนี้แล้วคิก คิก ดูทำหน้าเข้า เ้านี่น่าสนใจจริงๆ” มหาเทพีแห่งพฤกษาะเิเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของลี่หง
“ตอนนี้หมดหน้าที่ของข้าแล้ว ส่วนพลังที่ได้รับไปจะใช้ยังไงก็ขึ้นอยู่กับเ้าแต่จงจำไว้ให้ดีพลังแห่งพฤกษาไม่ได้มีไว้สำหรับทำร้ายใคร แต่ถ้าใครมากวนใจก็ไม่ต้องยั้งมือนะคิก คิก อ้อ!ข้าฝากเ้าช่วยดูแลเหล่าลูกๆ ของข้าด้วยล่ะ จากนี้ไปต้องรบกวนเ้าแล้วผู้เป็ที่รักของเหล่าพฤกษาคนใหม่ผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งข้า ผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งพฤกษา” ทันทีที่เสียงของมหาเทพีแห่งพฤกษาหายไปลูกท้อสีทองทั้งหมดก็ส่องแสงเจิดจ้าออกมาจนลี่หงต้องหลับตาลง
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ลี่หงก็พบว่าตนกลับมาอยู่ในป่าต้นไม้ั์แล้วทว่าสิ่งที่ทำให้ลี่หงใก็คือต้นท้อั์หายไป
“มะ ไม่มี!หายไปแล้ว มันหายไปแล้ว ไหนท่านมหาเทพีบอกว่าข้าจะได้กินลูกท้อไง ละ แล้ว แล้วตอนนี้มันหายไปไหนหายไปได้ยังไงกัน มะ ไม่นะ! ลูกท้อของข้า” เมื่อได้สติคืนมาลี่หงก็แทบจะลมจับเพราะลูกท้อสีทองทั้งหลายมลายหายไปจนหมดสิ้น แต่ในระหว่างที่ลี่หงโวยวายอยู่ก็มีกลิ่นหอมหวนที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก
“หืม! กะ กลิ่นนี้มัน”เมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคยลี่หงก็กวาดสายตาไปรอบตัวไม่นานสายตาของลี่หงก็ไปหยุดอยู่ในจุดที่เคยปรากฏต้นท้อั์
แม้ต้นท้อั์จะหายไปหลงเหลือไว้เพียงเนินดินเล็กๆกับผลท้อสีทองขนาดเท่าฝ่ามือหนึ่งลูกและยังมีผลไม้รูปร่างแปลกประหลาดขนาดเท่ากับผลท้อมีลักษณะคล้ายกับน้ำเต้ามีทั้งสีน้ำตาลสีฟ้า สีเขียว สีแดง สีม่วง สีขาว สีทองและสีดำอย่างละลูกอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีผลไม้รูปร่างคล้ายกับแอปเปิลสีฟ้าอยู่อีกหนึ่งลูก
เห็นดังนั้นลี่หงก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจจากความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดมาทำให้เ้าตัวสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า ผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายกับน้ำเต้านั้นคือผลไม้ธาตุเป็ผลไม้ที่ใช้บ่มเพาะลมปราณในแต่ละธาตุ สีน้ำตาลคือผลไม้ธาตุดิน สีฟ้าคือผลไม้ธาตุน้ำสีเขียวคือผลไม้ธาตุลม สีแดงคือผลไม้ธาตุไฟ สีม่วงคือผลไม้ธาตุสายฟ้า สีขาวคือผลไม้ธาตุน้ำแข็งสีทองคือผลไม้ธาตุแสงและสีดำก็คือผลไม้ธาตุมืด
ผลไม้ธาตุนั้นเหมาะสำหรับคนที่มีพลังธาตุเดียวกันกับผลไม้ธาตุแต่ละชนิดหากคนไหนกินผลไม้ธาตุที่ไม่ตรงกับพลังธาตุของตนก็จะทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกและได้รับาเ็จากภายในบ้างก็เส้นชีพจรฉีกขาดเพราะรองรับพลังธาตุชนิดอื่นไม่ได้บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิต
ผลไม้ธาตุแม้จะกินเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยยกระดับพลังธาตุนั้นๆให้มีความเข้มข้นและแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยเหตุนี้หากผลไม้ธาตุตรงหน้าหลุดไปอยู่ในโลกภายนอกรับรองได้เลยว่าจะต้องมีาขนาดย่อมเกิดขึ้นแน่นอน
ส่วนผลไม่ที่มีลักษณะคล้ายลูกแอปเปิลสีฟ้านั้นคือผลไม้ปราณหรือผลปัญญาผลไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับสัตว์อสูรมากกว่ามนุษย์ เพราะมันสามารถพัฒนาสติปัญญาและยกระดับพลังของสัตว์อสูรได้อย่างรวดเร็ว
ผู้คนมักนิยมเรียกผลไม้เหล่านี้ว่าผลไม้วิเศษซึ่งก็คือผลไม้ที่มีลมปราณไหลเวียนอยู่ในตัวทั้งยังช่วยในการบ่มเพาะพลังได้
นอกจากผลไม้วิเศษแล้วยังมีพืชผักนานาชนิดที่สามารถดูดซับและสะสมลมปราณจากธรรมชาติได้ทำให้ผู้คนเรียกพืชผักเ่าั้ว่าผักวิเศษเช่นกัน รวมไปถึงพวกสมุนไพรวิเศษนานาชนิดด้วยด้วยเหตุนี้ผลไม้วิเศษพวกนี้จึงมีค่ามหาศาลและหาได้ยากยิ่งในโลกภายนอก