ระหว่างที่ซูเจินนั่งรอนักเรียนของเธออยู่ที่ล็อบบี้นั้น เธอก็มองเห็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งเดินเข้ามา เธออึ้งไปกับความหล่อมีออร่าของเขาเป็อย่างมาก ซูเจินมองดูชายหนุ่มอย่างไม่วางตา และรู้สึกคุ้นเคยกับบุคลิกของเขาอย่างประหลาด ‘ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณชายรูปหล่อคนนี้ ท่าทางคล้ายๆ กับนายเนิร์ดคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มากเลยนะ’
เย่ชิงเฉินเองก็รู้สึกว่ามีสายตาของคนๆ หนึ่งมองมาที่เขาเช่นกัน เขาหันไปมองรอบๆ ก็เห็น ‘ยายผู้หญิงขี้เหร่’ นั่งมองเขาอยู่ที่ล็อบบี้ (เย่ชิงเฉินเรียกซูเจินว่ายายขี้เหร่ แต่ความจริงเขาคิดว่าซูเจินเป็ผู้หญิงที่สวยและน่ารักมากคนหนึ่ง)
ทุกครั้งที่มีผู้หญิงมองมาที่เขา เย่ชิงเฉินจะรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจ แต่แปลกที่ครั้งนี้เขากลับไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย ทั้งๆ ที่เขาเห็นว่าซูเจินกำลังมองเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะไปคิดหาคำตอบ ดังนั้นเขาจึงเดินไปขึ้นลิฟท์และไม่สนใจเธออีก
ซูเจินสอนพิเศษเสร็จก็รีบไปหาจูจื่อรั่วที่บ้านทันที ก่อนที่ทั้งสองคนจะไปที่บ้านของมู่วั่งเจี๋ยต่อ ซูเจินไม่ได้โทรหาหลิวฟางซิน เพราะรู้ว่าหลิวฟางซินอยู่ระหว่างไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
“วันนี้ฉันไปสอนพิเศษ ฉันเห็นกัวจิ้งหยวนกับหลินจิงจือ ฉันคิดว่าพวกเขาทั้งสองคนคงพักอยู่ที่คอนโดเดียวกัน” ซูเจินบอกกับเพื่อน
“หา! แสดงว่าที่ฉันเคยเขาเดินอยู่กับผู้หญิงคนอื่นก็เป็เื่จริงน่ะสิ” จูจื่อรั่วถามอย่างใ
“ที่แกควรใคือผู้หญิงคนนั้นคือคุณหนูหลินจิงจือต่างหากล่ะ” มู่วั่งเจี๋ยหันไปบอกกับจูจื่อรั่ว
“แล้วคุณหนูหลินจิงจือเป็ใคร” จูจื่อรั่วถาม
“คุณหนูหลินจิงจือก็คือทายาทของหลินกรุ๊ปคนหนึ่งยังไงล่ะ แต่ฉันสงสัยว่ากัวจิ้งหยวนกับคุณหนูหลินไปรู้จักกันได้ยังไง แล้วคนรวยระดับนี้ ทำไมถึงมาชอบผู้ชายธรรมดาๆ อย่างกัวจิ้งหยวนได้” มู่วั่งเจี๋ยบอกความสงสัยของตัวเอง
“ก็เพราะพวกเขาสองคนรักกันไง ถ้าพวกเขาไม่รักกันแล้วจะมาคบกันได้เหรอ” จูจื่อรั่วตอบซื่อ
ซูเจินฟังจูจื่อรั่วแล้วก็พูดสิ่งที่ตัวเองคิด “หรืออาจจะเป็เพราะกัวจิ้งหยวนหน้าตาดีแล้วก็เป็คนช่างเอาใจก็ได้นะ คุณหนูหลินอาจจะชอบคนแบบนี้”
“เหตุผลแค่นี้มันพอเหรอ ถ้าอย่างนั้นที่แกคบกับกัวจิ้งหยวนก็เพราะเขาหน้าตาดีแล้วก็เอาใจเก่งอย่างงั้นสิ ฉันว่ามันไม่น่าจะใช่...อีกอย่างในเมื่อพวกเขาไปอยู่ด้วยกันขนาดนั้น แล้วทำไมกัวจิ้งหยวนถึงยังไม่มาบอกเลิกแกอีกล่ะ” มู่วั่งเจี๋ยหันไปถามซูเจิน
ซูเจินเริ่มคิดถึงเหตุผลที่เธอยอมคบกับกัวจิ้งหยวน วันที่กัวจิ้งหยวนมาสารภาพรักกับเธอ เธอไม่ได้ตอบตกลงในทันที เธอขอเวลาอีกฝ่ายกลับไปตัดสินใจให้ดีเสียก่อน เพราะเธอคิดว่าหากเธอตัดสินใจจะคบกับใคร เธอก็อยากจะคบนานๆ และต้องเป็คนที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้
กัวจิ้งหยวนรับฟังเหตุผล และเห็นด้วยที่จะให้เธอกลับไปคิดทบทวนเื่นี้ให้ดีก่อน เพราะนี่คือเป็การตัดสินใจที่สำคัญ เขาพูดว่าเขาเข้าใจหากซูเจินจะปฏิเสธผู้ชายที่มีแต่ตัวอย่างเขา พอซูเจินได้ยินประโยคนั้น เธอเริ่มตัดเื่ฐานะและความเป็อยู่ของเขาออกไปในทันที เธอคิดว่าเื่ฐานะของเขาไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเธอเลย เพราะเธอก็เป็แค่เด็กที่โตมาในสถานสงเคราะห์และโชคดีที่มีผู้รับอุปการะเท่านั้น หลังจากนั้นซูเจินก็เริ่มพิจารณาและมองเห็นแต่ข้อดีของอีกฝ่าย ซูเจินตกลงคบกับกัวจิ้งหยวนในที่สุด เมื่อคิดถึงการตัดสินใจของตัวเองในเวลานั้นแล้วซูเจินก็ได้แต่โทษตัวเอง ‘ช่างเป็ผู้หญิงที่โง่เง่าอะไรอย่างนี้ ผู้ชายพูดไม่กี่ประโยคก็ยอมทุ่มเทชีวิตทุกอย่างให้กับเขาไปหมด’
เห็นซูเจินเงียบไปนาน มู่วั่งเจี๋ยก็เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองพูดกับเพื่อนแรงไป และกลัวว่าเพื่อนจะคิดมาก จึงพูดกับซูเจินเสียงอ่อนลง “แล้วแกคิดจะทำยังไงต่อไป”
“ยังคิดไม่ออกเลย ฉันกลัวว่ามันจะกระทบกับเื่ทุนการศึกษาของฉัน” ซูเจินตอบ
“มันจะกระทบยังไง” มู่วั่งเจี๋ยยังไม่เข้าใจ
“พวกแกคิดดูสิว่าตอนนี้หลินกรุ๊ปเป็คนรับอุปการะฉัน ทั้งให้ทุนและให้เงินฉันใช้ แล้วต่อไปยังจะให้ทุนฉันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอีก ฉันกลัวว่าถ้าฉันทำให้หลินจิงจือเกิดข่าวลือที่เสียหาย พวกเขาจะพาลโกรธฉัน แล้วก็จะไม่ให้ทุนฉันเรียนอีกต่อไปไง”
“มันก็อาจจะเป็ไปได้นะ แต่ว่า...แกบอกว่าสองคนนั้นเหมือนจะพักอยู่คอนโดเดียวกัน ก็แสดงว่าพวกเขารักกัน ในเมื่อพวกเขาชอบกันจริงๆ ถ้าแกยอมหลีกทางให้ มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือ” จูจื่อรั่วคิดในแง่ดี
“มันก็เหมือนกับที่วั่งเจี๋ยถามขึ้นมาไงว่าคนระดับคุณหนูหลิน ทำไมถึงต้องมาคบกับกัวจิ้งหยวนด้วย และทั้งๆ ที่พวกเขาคบกันแล้ว ทำไมกัวจิ้งหยวนถึงยังไม่มาบอกความจริงกับฉัน ปัญหาข้อนี้ล่ะที่ฉันยังสงสัยอยู่” ซูเจินพูดพร้อมทำท่าคิด
“ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันวุ่นวายหรอกว่าสองคนนั้นคบกันเพราะอะไร เราเป็คนนอกจะไปรู้ความคิดของพวกเขาได้ยังไง แต่เื่ที่เจินเจินกังวลเื่ภาพลักษณ์ของหลินกรุ๊ปก็มีความเป็ไปได้ ฉันว่าเรามาคิดหาทางออกกับเื่นี้กันก่อนจะดีกว่า” มู่วั่งเจี๋ยเสนอความคิด
“จ้างนักสืบดีไหม ให้นักสืบแอบถ่ายรูปให้ เหมือนที่เราดูในละครไง” จูจื่อรั่วเสนอความคิดอย่างตื่นเต้น
“จ้างนักสืบก็ต้องใช้เงินเยอะ อีกอย่างเป้าหมายของเราคือทายาทของหลินกรุ๊ป แกคิดว่าจะมีบริษัทนักสืบกี่แห่งที่กล้ารับงานนี้” มู่วั่งเจี๋ยพูดตัดความหวัง
“จื่อรั่ว น้องชายของแกเรียนอยู่คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เหรอ เราไปขอร้องน้องชายแกให้ช่วยดีไหม” ซูเจินเสนอความคิดบ้าง
“แกจะให้น้องชายฉันช่วยยังไง” จูจื่อรั่วรีบถามกลับ
“เอาน่า...รายละเอียดที่เหลือขอฉันไปคุยกับน้องแกเอง พูดกับพวกแกตอนนี้พวกแกอาจจะไม่เข้าใจ” ซูเจินตอบ
จูจื่อรั่วรับปากว่าจะพาซูเจินไปพบกับน้องชายของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งหมดนัดพบกันที่บ้านของจูจื่อรั่วในวันหยุดครั้งหน้าของซูเจิน