บทที่ 2
เพราะว่าเธอคิดถึง ฉันก็เลยมาหา
Jin’s part
ตึกๆๆๆ!
ปึ้ง!
ผมเดินกระทืบเท้าเสียงดังเข้าไปในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนเทพวิจิตรหลังจากที่ก้าวเท้าขึ้นไปบนรถก็ปิดประตูเสียงดังปังและเอาหน้าซุกไว้กับแขนของตัวเองที่วางอังไว้เหนือพวงมาลัยรถได้แต่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปก่อนที่จะเดินหนีออกมา
“จะทำให้เธอตกหลุมรักฉันอีกครั้งงั้นเหรอ?บ้าหรือเปล่า? คิดว่าตัวเองเป็พระเอกนิยายหรือไง?”
ผมพูดพึมพำและก็ได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองอยู่ในใจเมื่อนึกถึงสายตาที่ไอรินมองมาที่ตัวเองเหมือนกับคนที่ไม่รู้จักก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้
สัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?ว่าจะไม่ลืมกันเด็ดขาดน่ะ...
“นี่ฉัน...กำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่วะเนี่ย?”
ก๊อกๆ!
แต่ก่อนที่ผมจะได้ทันทำอะไรต่อนั้นเสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้นเสียก่อนผมจึงเลื่อนกระจกลงและเหลือบมองคนที่มาเคาะกระจกรถผมด้วยความงุนงง
“นี่เธอ...? ทำไม?”
“ฉันว่าพี่้าความช่วยเหลือจากฉันนะว่าไงล่ะ? เราลองมาคุยกันเื่ของไอรินดูดีไหม?”
Airin’s part
“กลับมาแล้วค่ะ”
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ? ไอรินวันนี้กลับมาเย็นจังนะ”
“ค่ะพอดีมีเื่ที่โรงเรียนนิดหน่อย แล้วลุงศรล่ะคะ?”
“ลุงศรทำงานอยู่ข้างนอกจ้ะงั้นเดี๋ยวไอรินเอาของไปเก็บก่อนนะ ป้าจะไปเรียกลุงศรมากินข้าวด้วยกัน”
“ค่ะ ป้านี”
หลังจากที่คุยกับป้านีเสร็จฉันก็เดินขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเองบนชั้นสอง ฉันทิ้งตัวนอนลงบนเตียงทั้งชุดนักเรียนพลางนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ภาพของผู้ชายตัวสูงเ้าของชื่อ ‘จิน’ คนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในหัวของฉัน
“ฉัน... จะทำให้เธอกลับมาตกหลุกรักฉันอีกครั้งให้ได้!”
เมื่อคิดถึงคำพูดของเขาหัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผลฉันรีบส่ายหน้าไปมาไล่ความรู้สึกประหลาดๆที่เกิดขึ้นออกไปจากหัวและรีบหันไปสนใจอย่างอื่นแทนฉันลุกขึ้นเดินไปหยิบรูปที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมา มันเป็รูปของฉันที่ถ่ายคู่กับชายหญิงคู่หนึ่ง
ชายหญิงคู่นั้นก็คือ ‘พ่อกับแม่’ ของฉันนั่นเอง
ฉันพยายามจะนึกถึงเื่ราวของทั้งสองคนแต่ไม่ว่ายังไงก็นึกไม่ออก ทั้งเื่ของพ่อ แม่ และเื่ราวทั้งหมดก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อสามปีก่อน
อุบัติเหตุที่ทำให้ฉัน ‘ความจำเสื่อม’...
เพราะอย่างนั้นฉันถึงจำเื่ที่เกิดขึ้นก่อนอุบัติเหตุครั้งนั้นไม่ได้เลยสิ่งที่ฉันรู้มีเพียงแค่พ่อกับแม่ของฉันทั้งคู่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้นปัจจุบันฉันจึงมาอาศัยอยู่กับป้านีที่เป็พี่สาวแท้ๆของแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วและเป็ญาติเพียงคนเดียวของฉันที่ยังเหลืออยู่
ผู้ชายที่ชื่อว่า ‘จิน’ คนนั้น เขารู้จักฉันก่อนที่ฉันจะความจำเสื่อมสินะ?ถ้าอย่างนั้นเขาอาจจะรู้เื่พ่อแม่ของฉันก็ได้...
“ไอริน ลงมากินข้าวได้แล้วจ้ะ!”
“ค่า”
เสียงป้านีเรียกฉันดังมาจากชั้นล่างฉันเลยรีบส่งเสียงตอบรับและวางรูปทิ้งไว้บนโต๊ะ แต่ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องฉันก็หันกลับไปมองรูปใบนั้นพลางนึกถึงเื่ของเขาคนนั้นอีกครั้งแล้วฉันก็เลยตัดสินใจได้ว่าฉันจะต้องไปเจอกับเขาอีกครั้ง
และจะต้องถามเื่ของพ่อกับแม่ของฉันจากเขาให้ได้
สามวันต่อมา
เวลาผ่านมาสามวันแล้วนับจากวันที่ฉันได้เจอกับ ‘เขา’ แต่ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นอีกฉันไม่ได้เจอกับเขาอีกเลยนับั้แ่วันนั้น ฉันนึกโทษความสะเพร่าของตัวเองที่ลืมนึกไปว่าไม่มีวิธีการติดต่อกับเขาก็เลยไม่มีเื่อะไรคืบหน้าแม้แต่น้อยจนเวลาล่วงเลยมาถึง่เย็นวันนั้นซึ่งเป็วันศุกร์พอดี
“ถ้าอย่างนั้นพวกฉันกลับก่อนนะไปกันเถอะ เมสเสจ”
“จ้ะ ไอริน เดียร์เดินทางกลับบ้านดีๆนะ”
“ไอล์กับเมสเสจก็เดินทางกลับบ้านดีๆนะ”
“ไว้เจอกันอาทิตย์หน้านะ!”
หลังจากที่ฉันกับเดียร์บอกลาไอล์กับเมสเสจที่ขอตัวกลับบ้านไปก่อนเสร็จเดียร์ก็หันหน้ามาคุยกับฉันด้วยท่าทีดี๊ด๊ามากเป็พิเศษ
“ในที่สุดก็ถึงวันศุกร์แล้ว... วันที่เราจะได้ลั้นลาอย่างเต็มที่! ไอริน ทำอะไรกันดีล่ะ!? ช็อปปิ้ง กินข้าว หรือนั่งเมาท์ดี!”
“ตื่นเต้นเกินไปแล้วก็แค่วันศุกร์ธรรมดาๆเอง”ฉันหัวเราะคิกคักให้กับท่าทีดี๊ด๊าของเพื่อนสนิทอย่างอดไม่ได้เดียร์เองได้ยินฉันว่าแบบนั้นก็รีบหันมาเถียงทันที
“ธรรมดาที่ไหนกัน? วันนี้เป็วันศุกร์นะ! ก็หมายความว่าพรุ่งนี้คือวันเสาร์เชียวนะ!วันเสาร์ที่จะได้หยุดและนอนอยู่บ้าน! ก็หมายความว่าเราสองคนสามารถไปเที่ยวตามประสาสาวๆและกลับบ้านดึกได้ยังไงล่ะ!”
“ถึงจะว่าแบบนั้นแต่ฉันกลับบ้านดึกไม่ได้นะเดี๋ยวป้านีจะเป็ห่วงเอา”
“ก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลับดึกจริงๆสักหน่อยไอรินจริงจังเกินไปแล้ว” เดียร์ที่ได้ยินฉันว่าแบบนั้นเบ้ปากพูดอย่างเซ็งๆทำเอาคิ้วของฉันกระตุกนิดๆ
“ขอโทษที่จริงจังเกินไปแล้วกันย่ะ”
“ก็แหม ปกติหลังเลิกเรียนไอรินมักจะอยู่กับไคท์ประจำเลยนี่นา”เดียร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงและทำแก้มพองเล็กๆเหมือนจะบอกว่าน้อยใจ “ฉันเองนานๆทีก็อยากจะไปเที่ยวตามประสาสาวๆกับไอรินสองคนใน่หลังเลิกเรียนบ้างนะ”
“เดียร์...”
เพราะว่าปกติสนิทกันมากและเดียร์ก็ยังทำตัวร่าเริงเหมือนปกติฉันก็เลยไม่นึกมาก่อนว่าเดียร์จะคิดแบบนี้
จริงอย่างที่เดียร์ว่า่หลังเลิกเรียนฉันกับไคท์มักจะอยู่ด้วยกันตลอดไม่ฉันไปหาเขาเขาก็มักจะมาหาฉันอยู่เสมอยิ่งมีเหตุการณ์แบบเมื่อสามวันก่อนเกิดขึ้นอีก่หลังๆมานี้ไคท์ก็เลยตัวติดกับฉันมากเป็พิเศษส่วนสาเหตุที่ทำให้วันนี้เขาไม่อยู่กับฉันก็เป็เพราะว่าไคท์สอบวิชาภาษาอังกฤษตกเขาก็เลยต้องไปสอบซ่อมจนกว่าจะผ่าน ฉันก็เลยมีเวลามาเที่ยวกับเดียร์สองคนได้
“เพราะอย่างนั้นวันนี้ไอรินต้องไปช็อปปิ้งกับฉันให้เต็มคราบเลยนะ!”
เจอไม้นี้เข้าไปฉันก็เลยได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“เข้าใจแล้ว แต่ว่าไม่กลับดึกนะ?”
“ไชโย! งั้นไปกันเถอะ!”
ว่าแล้วเดียร์ก็ดึงมือของฉันให้รีบเดินตามเธอไปฉันที่ทำอะไรไม่ได้ก็เลยได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจโดยไม่ทันได้สังเกตว่าเดียร์กำลังพิมพ์ข้อความส่งหาใครคนหนึ่งบนมือถืออยู่
“นี่มันร้านที่ห้าแล้วนะ เดียร์ยังไม่เหนื่อยอีกเหรอ? ( = _ = )”
“เพิ่งจะร้านที่ห้าเองย่ะฉันยังหาเสื้อตัวที่น่ารักๆถูกใจไม่ได้เลยนะ”
“แต่ฉันเหนื่อยแล้วนะ พวกเราไปหาที่นั่งพักกันเถอะเล่นตะลุยร้านเสื้อมาตั้งห้าร้านแล้ว ( = _ = ; )”
“ถ้าเหนื่อยก็ไปนั่งพักที่ม้านั่งหน้าร้านก่อนก็ได้ฉันน่าจะใช้เวลาเลือกอีกนานเชียวล่ะ ไม่อย่างนั้นก็ไปหาอะไรทำรอก่อนแล้วกัน”
“ไหนบอกว่าอยากเที่ยวตามประสาสาวๆกันสองคนไง?”ฉันถอนหายใจและเดินไปนั่งรออยู่บนม้านั่งตรงหน้าร้าน
อันที่จริงฉันเองก็ไม่ได้ชอบการมาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้ามากนักหรอกเพราะฉันคิดแค่ว่าเสื้อผ้าซื้อแค่ที่ตัวเองใส่ได้ก็พอ เวลาอยู่บ้านฉันก็เลยมักจะก็ใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเวลาออกนอกบ้านก็มักจะใส่เสื้อยืดกับยีนส์ไม่ก็กระโปรงยาวจนคนอื่นมักจะบอกว่าแฟชั่นการแต่งตัวของฉันมันเฉิ่มอยู่เสมอ
อีกอย่างหนึ่งก็คือฉันไม่คิดว่าชุดน่ารักๆจะเหมาะกับฉันหรอกชุดน่ารักๆมันต้องเหมาะกับคนหน้าตาน่ารักๆอย่างเมสเสจมากกว่าไม่ใช่กับคนหน้าตาบ้านๆเฉิ่มๆแบบฉัน...
ไม่เอา!เลิกคิดเื่แบบนี้ดีกว่า! คิดเื่อื่นดีกว่า!
แต่ว่าจะคิดเื่อะไรดีนะ?
และพอฉันไม่รู้ว่าจะคิดเื่อะไรจู่ๆเื่ของ ‘เขา’ก็ลอยกลับเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติราวกับถูกเซ็ตโปรแกรมเอาไว้...
เื่ของผู้ชายที่ชื่อว่า ‘จิน’ คนนั้น...
ทำไมเขาถึงไม่โผล่มาอีกเลยล่ะ?ถึงตัวฉันจะเป็คนไล่เขาไปเองก็เถอะ แต่ว่านี่ก็สามวันแล้วนะ ไหนว่าจะทำให้ฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งให้ได้ไงถ้าหายไปแบบนี้แล้วจะทำให้ฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งได้ยังไงกันล่ะ?หรือว่าเขาจะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าฉันแล้วกันนะ?
แบบนั้นฉันก็ถามเื่พ่อแม่จากเขาไม่ได้น่ะสิ...
เพราะงั้นรีบๆโผล่มาเดี๋ยวนี้เลยนะ...
ตาบ้า...!
“ทำหน้าแบบนั้นคิดถึงฉันอยู่หรือไง?”
ระหว่างที่กำลังนั่งคิดเพลินๆนั้นเสียงนุ่มทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง มาพร้อมกับความเย็นที่อังอยู่ข้างแก้มจนฉันสะดุ้ง
“ว้าย!”
ฉันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใก่อนจะรีบผละออกมาจากแก้วชานมไข่มุกที่อังอยู่กับแก้มตัวเองและหันไปตั้งใจจะเอาเื่คนที่เล่นอะไรแผลงๆไม่รู้เื่แต่พอเห็นว่าเป็ ‘เขา’ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็ลอยกลับเข้ามาในหัว เสียงของฉันที่ตั้งใจจะต่อว่าเขามันก็มันก็หายไปจนหมด
เป็ ‘เขา’ นั่นเอง คนที่ฉันอยากเจอมาโดยตลอดใน่สามวันที่ผ่านมา
เขามาในตอนที่ฉันกำลังคิดถึงเขาอยู่พอดีอย่างกับเขารู้ว่าฉันกำลังคิดถึงเขาอยู่...
“ทะ ทำไม...?”
ความรู้สึกในหัวมันปนกันไปหมดจนฉันนึกคำถามไม่ออกสุดท้ายก็เลยได้แต่ถามออกไปว่าทำไม เขามองฉันอย่างขบขันและหัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้มแบบที่สามารถครองใจสาวๆทั้งโลกได้ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงข้างๆฉันโดยไม่แม้แต่จะขออนุญาต
“แน่นอนเหตุผลมันก็มีข้อเดียวไม่ใช่หรือไง?”
เขาพูดก่อนจะมองตาฉันด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมายมากมายก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่ฟังดูน่าฟัง
“เพราะว่าเธอคิดถึงฉันก็เลยมาหาไงล่ะ”
ถึงแม้ว่ามันจะผิดต่อไคท์ที่เป็แฟนของฉัน
แต่ว่าคำพูดของเขาก็ทำให้หัวใจของฉันพองโตขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...