บ่าวผู้นี้จะชี้นำพวกท่านเอง
บทที่1
ตุบ!
เสียงโยนโทรศัพท์ลงบนที่นอนด้วยความโมโหของชายหนุ่มที่เพิ่งอ่านนิยายจบแต่รู้สึกอารมณ์ไม่จบและเ็ปในหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวละคร
เขาตามอ่านนิยายเื่นี้มาทั้งหมดจนจบสามร้อยห้าสิบตอน ถามว่าติดมั้ยก็ติดสิ ไม่งั้นจะอ่านมาจนจบได้เหรอ แต่ที่รู้สึกปวดใจและหงุดหงิดก็คือบทสรุปของเื่นี้ตามจริงมันไม่ควรจะเป็งี้สิ คือมันไม่ควรมีใครตายเลยทำไมคุณคนเขียนต้องแจกมาม่าตลอดเื่ด้วยหนอ โดยเฉพาะไอ้ตัวละครหลักๆ ที่ดันตายไปตั้งสี่คน แถมสามในสี่คนนั้นเป็ตัวที่เขาชอบด้วย มันน่าโมโหสุดๆ!
ยิ่งปมทั้งหลายที่มาเฉลยท้ายๆ เื่ เนี่ยก็เกิดจากการเข้าใจผิดกันั้แ่ต้นทั้งนั้น บวกกับไม่ยอมคุยกันให้เข้าใจของพวกตัวละครเอง แถมยังโดนหลอกใช้และหักหลังจากไอ้พวกที่คิดฉวยโอกาสด้วย ถ้าเข้าใจกันและสืบเื่ราวให้ดีกว่านี้ก็ไม่ต้องมาตายกันแบบนี้แล้วป่ะวะ โมโหๆ เว้ย!!
และที่รู้สึกเ็ปสุดๆ เลยก็เพราะตัวละครที่ชอบตายนี่แหละ สงสาร…
“แม่ง อุตส่าห์หายปวดหัวเพราะเพิ่งสร่างไข้แล้วแท้ๆ แต่พออ่านจบปุ๊บปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก งี้ต้องหาอะไรกินแก้โมโห โมโหเว้ย!”
ว่าแล้วร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะไปหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลังตู้เย็นที่ซื้อกักตุนเอาไว้มากินแก้หิวยามฉุกเฉิน เพิ่งหายป่วยก็ซัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย…
ตัวเขาชื่อ ต้นน้ำ อายุ25ปี เป็พนักงานออฟฟิศที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าคนหนึ่ง เขาทำหน้าที่เกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลต่างๆ และนำเสนอในโปรเจ็คสำคัญๆ ปัจจุบันอาศัยอยู่คอนโดขนาดกลางในกรุงเทพ ทำงานหาเงินงกๆ ผ่อนค่าคอนโด ค่ารถ เหลือเก็บอีกนิดหน่อย
เขาอยู่ตัวคนเดียวเพราะแม่เพิ่งเสียไปเมื่อปีที่แล้วจากอุบัติเหตุไฟไหม้ส่วนพ่อเสียไปั้แ่เด็กจึงจำอะไรเกี่ยวกับพ่อไม่ค่อยได้นัก ถึงจะมีญาติอย่างลุงหลงเหลืออยู่แต่เขาก็ไม่ได้สนิทอะไรมากเพราะลุงนั้นไม่ค่อยชอบในรสนิยมเื่เพศของเขาสักเท่าไหร่ ที่ชอบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงหรือก็คือไบนั่นแหละ ดังนั้นถ้าจะพูดว่าตัวคนเดียวก็คงถูก
“หือ น้ำนี่มันไหลมาจากไหนวะ?”
ระหว่างที่เขาเพิ่งเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อนจู่ๆ ก็มีน้ำไหลออกมาโดนตรงเท้าเข้าพอดี พอไล่ดูถึงรู้ว่าไหลมาจากกาน้ำร้อนอีกทั้งยังเห็นไฟแล็บแปล๊บๆ กำลังจะรีบถอดปลั๊กก็ดันไม่ทัน เพราะมันมีกระแสไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเขาเสียแล้ว เขาพยายามจะบังคับตัวเองก็ไม่สามารถทำได้ รู้สึกได้ถึงความทรมานไปทั่วร่างกายก่อนที่สติจะดับวูบไปอย่างฉับพลัน
“อึก…เฮือก!”
ทว่ารู้สึกถึงความมืดไปได้ไม่เท่าไหร่เขาก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง ลืมตาขึ้นมาด้วยความหวาดผวาหลังจากที่โดนไฟดูดไป
“บ้าเอ้ย! นึกว่าจะตายซะแล้ว”
ต้นน้ำลูบอกตนเองเพื่อให้ช่วยสงบสติอารมณ์เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ชวนให้น่าหวาดผวาในใจไม่น้อย
ปัง!
“เฮ้ย!!!”
เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างปุบปับและไม่มีมารยาททำให้ต้นน้ำถึงกับสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ
“อาเหอตื่นแล้วก็ออกมาทำงาน อย่ามัวแต่ชักช้านายท่านจะตื่นกันแล้ว”
ชายมีอายุร่างอวบรีบพูดแล้วก็จากไปทันทีพร้อมบานประตูที่ถูกเปิดอ้าออก
“อะ…อะไรอ่ะ…ใครวะ ใหมดเลย!”
ต้นน้ำจำต้องเรียกขวัญกลับมาอีกครั้งพร้อมมองประตูที่เมื่อครู่มีคนมาเรียกแบบรีบๆ แล้วก็ไปแบบงงๆ ก่อนจะเริ่มสังเกตสิ่งที่อยู่ในสายตา ประตูไม้เก่าๆ หือ…? พอไล่มองรอบๆ ห้องก็รู้สึกแปลกใจกับสภาพห้องที่เห็น เพราะมันไม่ใช่โรงพยาบาลหรือห้องของเขา? มันเป็ห้องไม้เล็กๆ แคบๆ ที่แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากที่นอนและของใช้อีกเล็กน้อย แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือ…ทั้งห้องและสิ่งของรอบตัวมันดูโบราณๆ เก่าๆ พูดไม่ถูก
“ไม่ได้อยู่ที่ห้องเหรอวะ?”
เขาค่อยๆ ยืนขึ้นด้วยความสับสนก่อนจะรู้สึกถึงความผิดแปลกของร่างกาย…
ทำไมมุมมองมันดูเตี้ยๆ เขาสูงตั้ง185เชียวนะ
พอก้มลงสำรวจตัวเอง….ชุด? ชุดมันแปลกๆ ไม่ใช่ชุดที่เขาใส่ก่อนหน้านี้ด้วย เหมือนเคยเห็นในหนังจีน แต่ผ้ามันสากๆ เก่าๆ สีทึมๆ แล้วนี่กูขาวขนาดนี้เลยเหรอ? แล้วทำไมมือมันดูเล็กแบบนี้วะ?
ฟิ้วววว~
ลมหนาวเข้ามาภายในห้องจากประตูที่เปิดอ้าพร้อมกับเกล็ดหิมะเบาบางทำให้ต้นน้ำละความสนใจจากตัวเองไปมองที่ประตูห้องแทน
“หือ? …ประเทศไทยมีหิมะตกด้วยเหรอวะ!”
เขารีบวิ่งออกจากห้องไปดูให้เต็มตาว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด
“…..!!!!”
ก่อนจะเห็นภาพประหลาดตาที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็น
“นี่มันที่ไหนเนี่ย!!! แล้วคนพวกนี้…ทำไม!?”
ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นหลังออกมาจากห้องคือบรรยากาศบนท้องฟ้าเริ่มมีหิมะตกลงมาเล็กน้อยให้ได้รู้สึกถึงความหนาวเย็น ผู้คนแต่งกายเหมือนหลุดออกมาจากในหนังจีนกำลังเดินไปมาเหมือนมีหน้าที่ที่ต้องรีบไปทำ สิ่งปลูกสร้างรอบด้านที่เห็นก็เหมือนหลุดออกมาจากในหนังจีนชัดๆ เลย เหมือนพวกจวนของขุนนางหรือคนใหญ่คนโตอะไรเทือกๆ นั้น
“อาเหอเ้าจะรอลุงเฉินมาบ่นอีกหรือไง ทำไมไม่รีบมาช่วยงานข้ามัวมายืนงงอะไรตรงนี้”
“หะ….ห๊ะ เรียกใคร เฮ้ย! ฟังรู้เื่ได้ไงวะ แถมพูดได้ด้วย!”
ต้นน้ำใหันไปมองคนที่อยู่ๆ ก็เข้ามาประชิดตัวเขา พร้อมกับพูดบางอย่างด้วยภาษาจีนซึ่งเขาดันเข้าใจและตอบโต้ได้ด้วย นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย!
“เ้าเป็อะไรเนี่ยยืนพูดอะไรคนเดียว มาเร็วรีบไป! นั่นลุงเฉินกำลังเดินมาทางนี้อีกแล้ว”
เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาอายุราวๆ สิบห้าสิบหกปีพูดต่อก่อนจะรีบวิ่งไปปิดประตูห้องที่เขาเพิ่งออกมา และวิ่งกลับมาฉุดเขาให้ออกวิ่งไปด้วยความเร่งรีบ ส่วนเขาที่กำลังมึนงงก็ไม่ทันได้ขัดขืนอะไร วิ่งตามไปแบบงงๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าถังไม้ใบไม่เล็กไม่ใหญ่หลายใบที่วางเรียงรายกันอยู่
“น้อง…นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องวิ่งด้วย คนเพิ่งป่วยมาจะรีบวิ่งอะไรแบบนี้เนี่ย”
ต้นน้ำพูดไปก็หายใจไป เพราะรีบวิ่งมาแบบไม่ตั้งตัวซ้ำก่อนหน้านี้เพิ่งเสียขวัญจากหลายๆอย่างมา แล้วตอนนี้ทุกอย่างก็รอบตัวก็ชวนให้รู้สึกสับสนมึนงงไปหมดจนจับต้นชนปลายไม่ถูกอีก
“เ้าป่วยงั้นรึ”
เ้าเด็กตรงหน้าเขาเอียงคอถามด้วยสีหน้าเหมือนเป็คนห่วง นี่เขารู้จักกับเด็กคนนี้ด้วยเหรอทำไมทำหน้าเหมือนเป็ห่วงเป็ใยเขาซะขนาดนั้น
“พี่เพิ่งจะสร่างไข้และโดนไฟดูดมามันก็ต้องรู้สึกป่วยมั้ยเล่า แล้วที่นี่มันที่ไหนเนี่ย มันไม่ใช่ห้องพี่และก็ไม่ใช่โรงพยาบาลด้วยนี่”
แม้ตอนนี้จะรู้สึกว่าร่างกายไม่ได้ป่วยเลยก็ตาม แต่เพราะภาพจำมันบอกว่าเขาเพิ่งป่วยมันก็เลยทำให้เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองไม่ได้ป่วยแล้ว
ยิ่งพอมาเห็นคนตรงหน้าเป็ห่วงเขา ต้นน้ำก็ไม่อยากจะบ่นเื่ที่พาเขาวิ่งมาโดยไม่ถามไถ่ และเลือกที่จะถามสิ่งที่ตนสงสัยแทน
“เ้าพูดอะไรของเ้า อะไรคือโรงพยาบาล แล้วไฟดูดคือโรคอะไร”
ทว่าคำพูดคำจากับไอ้ท่าทางสงสัยแบบซื่อๆ นั่นทำให้เขาคิ้วกระตุกเล็กน้อย กวนกันอยู่ป่ะเนี่ย
“นี่น้องถามจริงๆ หรือกวนประสาทพี่ครับ”
สรุปเป็ห่วงเขาหรือตั้งใจจะมาก่อกวนเขาเล่น มันจึงอดทำให้ต้นน้ำต้องถามกลับไปแบบนั้นไม่ได้
“ถามจริงๆ สิ แล้วกวนประสาท? คืออะไร นี่เ้าพูดอะไร ข้างงไปหมดแล้ว”
เด็กหนุ่มยังคงถามกลับด้วยความสับสนปนสงสัยไม่แพ้กัน
“พี่ไม่มีเวลามาเล่นมากนะน้อง นี่ก็ไม่รู้กี่โมงแล้ว ถ้าไม่ช่วยก็ไม่เป็ไรแต่อย่างน้อยพี่ขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหม วันนี้พี่ต้องรีบโทรไปลาที่บริษัทด้วย อ่อ แล้วไอ้วิธีพูดของน้องก็เหมือนกัน ข้าๆ เ้าๆ ทำไมฟังอย่างกับคนโบราณพูด แล้วนี่กูพูดภาษาจีนได้ไงเนี่ย หรือไฟดูดจนกลายเป็อัจฉริยะพูดจีนได้โดยไม่ต้องเรียนวะ”
เพราะเหมือนๆ เคยอ่านมาเหมือนกันที่คนประสบอุบัติเหตุแล้วกลายเป็อัจฉริยะอะไรสักอย่างประมาณนี้
“เ้านั่นแหละเป็อะไร พูดจาไม่รู้เื่ราวแล้วใครเป็น้องเ้ากัน เ้ากับข้าก็อายุสิบห้าปีเท่ากันแถมเ้ายังเตี้ยกว่าข้าอีก เ้าสิน้อง”
“…”
ต้นน้ำชะงักไปเมื่อได้ฟังสิ่งที่เด็กตรงหน้าพูดก่อนจะมองเด็กตรงหน้าขึ้นลงหัวจรดเท้าอยู่หลายรอบ จะว่าไป…ตัวเขามันก็เหมือนไม่ใช่ตัวเขา เขาก้มสำรวจตัวเองอีกครั้งก็ยิ่งรู้สึกขนลุก
ทำไมมุมมองการมองมันระดับใกล้เคียงกันเลยวะ เด็กนี่ก็สูงไม่เกิน170ด้วยซ้ำ…เดี๋ยวนะ ทำไมมันแปลกๆ ไปหมด ตัวเขาก็แปลกๆ ตื่นมาที่แปลกๆ ผู้คนก็แปลกๆ คำพูดก็แปลกๆ …..หรือว่า มะ...ไม่ใช่มั้ง!
“ตะ…ตรงนี้มีกระจกมั้ย”
หลังจากที่มีประสบการณ์อ่านนิยายมาหลายเื่หลายแนว มีอยู่แนวหนึ่งที่ก็เป็กระแสอยู่ไม่น้อย เขากลืนน้ำลายก่อนจะขอเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดมันเพ้อเจ้อ!
“จะไปมีได้อย่างไรเล่า แล้วเ้าจะเอาไปทำอะไร”
“อยากดูหน้าตัวเองเพื่อความแน่ใจบางอย่าง”
ต้นน้ำตอบอย่างลนลาน…คงไม่ใช่หรอก เขาก็แค่อยากจะยืนยันความคิดเพ้อเจ้อของตัวเองเท่านั้น
“ตอนนี้น่ะรึ?”
เด็กหนุ่มเอียงคอถามด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิมว่าสหายตนจะ้ากระจกไปทำไมตอนนี้
“ใช่ ต้องตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย”
เด็กหนุ่มมองซ้ายขวาอีกครั้งก่อนจะชี้ไปที่ถังใส่น้ำที่ตอนนี้ยังคงมีน้ำอยู่เต็มถัง
“อืม นั่น…ถังนั่นไง ไปส่องดูที่น้ำในถังนั่นก็ได้มิใช่รึ”
“….”
ต้นน้ำไม่รอช้ารีบวิ่งไปเปิดฝาถังน้ำที่เด็กคนนั้นชี้ทันที
“ชะ….ชะ….เชี่ยอะไรเนี่ย!!!”
เขาอุทานเสียงหลงทันทีที่มองใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในเงา ส่วนเด็กคนนั้นก็รีบเดินเข้ามาดูด้วยความใกับเสียงร้องของเขา
“อะไร เ้าเป็อะไร!?”
หลุดไปแล้ว…สติเขาหลุดไปเรียบร้อยแล้ว นี่มันไม่ใช่หน้าของเขาเสียหน่อย นี่มันใคร! ไอ้เ้าเด็กหนุ่มหน้ามนในเงาที่เขาเห็นนี่มันเป็ใครกัน?!
____________________
สวัสดีค่ะคนอ่านที่รักทุกๆคน
ไรท์เปิดเื่ใหม่ ซึ่งเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเซ็ตชายาที่ผ่านมานะคะต้องบอกไว้ก่อน
แต่ที่แต่งเื่นี้ขึ้นมาขัดเพราะหัวมันแล่นมากกว่า และไรท์ไม่อยากฝืนแต่งถ้าแต่งไม่ออก เื่ของเย่วชิงจะต่อแต่ต่อจากเื่นี้อีกทีนะคะ ถ้าใครกำลังรอก็ขอโทษด้วยน้าช่วยรออีกนิดแต่รับรองว่าแต่งครบสี่คนแน่นอนค่ะ
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเื่นี้ไว้อีกเื่นะคะทุกคน
รักและคิดถึงคนอ่านทุกคนมากๆเลนค่ะ จุบุน้า^^