เช้าวันรุ่งขึ้น ในตอนที่ฟ้าใกล้สว่าง เยี่ยเฟิงเริ่มยุ่งอีกครั้ง เขาปรุงโอสถติดต่อกันสองครั้ง ชนิดแรกเขาทำให้หลี่เสี้ยวเป็พิเศษ เอาไว้รักษาโรคของหลี่เสี้ยวโดยเฉพาะ มีทั้งหมดสามเม็ด ส่วนชนิดที่สองคือโอสถไขกระดูก
ก่อนหน้านี้สมุนไพรที่ชุนฮวากับชิวเยว่ไปกวาดซื้อมามีเยอะมาก รวมกับความคิดของเยี่ยเฟิง ดังนั้นเขาจึงคิดจะปรุงโอสถไขกระดูกออกมาบางส่วน ยาชนิดนี้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วเป็เพียงยาที่ใช้ล้างไขกระดูก เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ในสายตาของคนทั่วไปกลับมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันออกไป
่เวลาที่ผ่านมาก ชุนฮวากับชิวเยว่สงสัยอย่างมาก โดยปกติเยี่ยเฟิงมักทำตัวลับๆ ล่อๆ ขังตัวเองเอาไว้ในห้องรับรองเป็ประจำ และทุกครั้งที่ออกมาจะต้องลงกลอนห้องนั้นเสมอ ไม่รู้ว่าด้านในซ่อนสิ่งใดเอาไว้
ทั้งสองคนเป็สาวใช้ที่คอยรับใช้เยี่ยเฟิงอย่างใกล้ชิด พวกนางย่อมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา หลังจากครั้งนั้นที่เขาสะสางของสะสมพวกนั้น เขาไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย แม้แต่หนังสือภาพปลุกอารมณ์ที่เคยเป็ของชอบก็ไม่เคยพูดถึงอีก และทุกครั้งที่เจอพวกนาง เยี่ยเฟิงมักจะอารมณ์ดีอยู่ตลอด สีหน้าท่าทางก็ดูปกติ
หลังจากปรุงโอสถไขกระดูกเสร็จแล้ว เยี่ยเฟิงสั่งให้ชุนฮวากับชิวเยว่เข้าไปในห้อง เขามอบโอสถไขกระดูกให้พวกนางคนละหนึ่งเม็ด และสั่งให้พวกนางกินเข้าไป
แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ทั้งสองคนยังจำภาพในเช้าวันนั้นได้ติดตา เมื่อเยี่ยเฟิงนำยาทั้งสองเม็ดมอบให้พวกนาง ชั่วขณะนั้นทั้งสองคนไม่กล้ายื่นมือไปรับ เพราะการวางยาแฝดในหมู่ลูกหลานคนรวยจอมเสเพลพวกนี้ มีให้พบเห็นได้ทั่วไป
แน่นอนว่าเยี่ยเฟิงไม่รู้ว่าสาวใช้ทั้งสองคิดสิ่งใดอยู่ เมื่อเห็นทั้งสองเขินอาย อีกทั้งหน้าแดงไปจนถึงใบหู ทำให้เขายิ่งไม่เข้าใจ นี่มันเื่อะไรกัน หรือว่าของบางอย่างของเขาเผยออกมาหรือ?
เขารีบก้มหน้ามอง แต่ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก อยู่ดีๆ สาวใช้ทั้งสองคนเขินอายเื่อะไร เขาไม่ได้คิดอะไรมากจึงยัดโอสถไขกระดูกทั้งสองเม็ดใส่มือสาวใช้ทั้งสอง
“พวกเ้าลองกินดูสิ ดูว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร”
“พวกเ้าเป็อะไรไป เหตุใดจึงไม่กินเล่า?” เยี่ยเฟิงหงุดหงิด เมื่อเห็นสาวใช้ทั้งสองเอาแต่เขินอาย เขาเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก จากนั้นมองสาวใช้ทั้งสองพร้อมความรู้สึกน่าขัน
“คุณชาย... พวกเรา... ท่าน... ท่านอยากทำอะไรก็ทำเถอะ พวกเราไม่พูดออกไปหรอก”
ชุนฮวาลังเลอยู่นานกว่าจะพูดออกไป เห็นเพียงนางใช้มืออีกข้างจับชายเสื้อ เขินอายเป็พิเศษ
ชิวเยว่เองก็มองเยี่ยเฟิงอย่างเขินอาย จากนั้นพยักหน้าตามเบาๆ
เยี่ยเฟิง “...”
นี่มันอะไรกัน เขามึนงงไปหมด ให้ตายสินี่กำลังให้เขาทายคำใบ้หรือ
“เอ่อ ข้าอยากทำอะไรหรือ?” เยี่ยเฟิงไม่เข้าใจสิ่งที่ชุนฮวาพูดจริงๆ
เมื่อได้ยินเยี่ยเฟิงถามแบบนี้ ทั้งสองคนยิ่งอายหนักกว่าเดิม ชุนฮวาลังเลเล็กน้อย จากนั้นนางยื่นมือไปปลดสายเสื้อ วินาทีนั้นกระโปรงตัวยาวหลุดลงมาทันที
เยี่ยเฟิงชะงักไปครู่ จากนั้นมองชุนฮวาอย่างตกตะลึง ส่วนชิวเยว่ที่ยืนข้างกันก็เริ่มปลดสายเสื้อของตัวเองเช่นกัน ชั่วขณะนั้นลมหายใจของเยี่ยเฟิงหอบถี่ทันที กระทั่งได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นดังออกมา
ให้ตายสิ นี่มันอันตรายถึงชีวิตเลยนะ
เขารีบก้มลงหยิบกระโปรงขึ้นมาคลุมไว้บนตัวสาวใช้ทั้งสอง ในใจนึกอยากจะร้องไห้ แม่นางทั้งสอง...พวกเ้าจงใจล้อข้าเล่นหรืออย่างไร ข้าเกือบจะอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ
ขณะนั้นชุนฮวากับชิวเยว่มองเยี่ยเฟิงอย่างงุนงง คุณชายเป็อะไรไป หรือว่าแค่นี้ยังไม่พอ ยังต้องกินยาแฝดอีกหรือ?
เดิมทีสาวใช้ทั้งสองต้องคอยดูแลรับใช้ความเป็อยู่ของนายอยู่แล้ว เมื่อรอให้นายแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝา สิ่งที่เป็ไปได้มากที่สุดสำหรับพวกนางก็คือตำแหน่งอนุภรรยา ดังนั้นเวลาเลือกสาวใช้คนสนิทมารับใช้ จึงเข้มงวดเป็พิเศษ
เพราะฉะนั้นต่อให้เยี่ยเฟิงมีคำสั่งใดเป็พิเศษ พวกนางก็ไม่คิดต่อต้าน และ่เวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกดีที่ทั้งสองมีต่อเยี่ยเฟิงเพิ่มขึ้นไม่น้อย รวมไปถึงเื่ในเช้าวันนั้น ไม่อย่างนั้นทั้งสองคงไม่เต็มใจถวายตัวเช่นนี้
เยี่ยเฟิงมองทั้งสอง จากนั้นมองโอสถไขกระดูกที่อยู่ในมือ เขาเข้าใจได้ในทันที ก่อนจะทำสีหน้าไม่ถูกขึ้นมา
“นี่ไม่ใช่ยาแฝด และไม่ใช่ยาปลุกกำหนัด แต่คือโอสถไขกระดูก เมื่อกินยาพวกนี้ไปแล้ว จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกในร่างกายออกมา เหมาะสำหรับบำรุงความงามอย่างมาก” เยี่ยเฟิงทำตัวไม่ถูกจริงๆ
หลังจากทั้งสองได้ยินพวกนางชะงักไป จากนั้นหน้าแดงแล้วรีบแต่งตัวให้เรียบร้อย
เมื่อมองดูหญิงสาวทั้งสองตรงหน้า เยี่ยเฟิงได้แต่แอบครุ่นคิด อายุอานามยังไม่มาก แต่รูปร่างดีเหลือเกิน หากรอให้ผ่านไปอีกไม่กี่ปี คาดว่าทั้งสองคนจะต้องกลายเป็หญิงงามหยาดเยิ้มแน่นอน
สำหรับคำพูดของเยี่ยเฟิง พวกนางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ยังอ้าปากแล้วกินโอสถไขกระดูกเข้าไป โอสถไขกระดูกในครั้งนี้ เยี่ยเฟิงได้เพิ่มสมุนไพรที่มีนามว่ารากเชียนซวี่เข้าไป เพื่อให้สรรพคุณของโอสถไขกระดูกออกฤทธิ์ช้าลง ไม่เช่นนั้นชุนฮวากับชิวเยว่คงรับแรงปะทะขนาดนั้นไม่ไหว
เขาหัวเราะและไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ ต่อมาลุกขึ้นแล้วออกไปจากห้อง ก่อนหน้านี้เขาให้หลี่เสี้ยวมารับยาวันนี้ เขารู้นิสัยของหลี่เสี้ยวดี อีกฝ่ายร้อนใจกับเื่นี้มาก แม้ฟ้าจะเพิ่งสางแต่หมอนี่คงมาถึงจวนตระกูลเยี่ยแล้ว
เป็ไปตามที่เยี่ยเฟิงคาดการณ์ไว้ เขาเพิ่งเดินออกมาจากเรือนหลังเล็ก ก็มีแม่บ้านคนหนึ่งพาหลี่เสี้ยวมาหาเขาที่เรือนหลังเล็กแล้ว
ทันทีที่เห็นหลี่เสี้ยว เยี่ยเฟิงก็นึกอยากจะหัวเราะ เขาตัวเล็กจนน่ารักน่าเอ็นดู ในความทรงจำของเยี่ยเฟิง ทั้งตระกูลหลี่มีเพียงหลี่เสี้ยวคนเดียวที่เป็เช่นนี้ ส่วนคนอื่นๆ ก็ดูปกติดี ไม่แน่ใจว่าเกิดเื่ใดขึ้นกับเขา
“คุณชายเยี่ย สิ่งของที่ท่านบอกข้าเมื่อวาน ท่านเตรียมไว้แล้วหรือยัง ท่านจะโกหกข้าไม่ได้นะ เพราะเื่ที่ท่านบอก ทำเอาข้านอนไม่หลับทั้งคืนเชียว” เมื่อหลี่เสี้ยวเห็นเยี่ยเฟิงก็รีบเดินไปหาทันที
เยี่ยเฟิงหยิบขวดหยกออกมาจากหน้าอก จากนั้นโยนให้หลี่เสี้ยว
“ในนี้มีโอสถอยู่ทั้งหมดสามเม็ด แต่นี่ไม่ใช่โอสถธรรมดาทั่วไป ตามอาการของท่านกินเพียงสองเม็ดก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ละครั้งกินได้หนึ่งเม็ดเท่านั้น ไม่เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่รับผิดชอบนะ!”
หลี่เสี้ยวจับขวดที่อยู่ในมือแน่น จากนั้นรีบเปิดฝาลองดม แล้วเอียงขวดมองดูด้านใน เขาเอ่ยปากถามอย่างสงสัย
“คุณชายเยี่ย ทำไมโอสถนี่ถึงดูเหมือนลูกอมนัก ใช้ได้ผลกับที่ตรงนั้นจริงหรือ?”
โอสถมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ ดูคล้ายกับลูกอมที่ขายอยู่ในร้านขายขนมทั่วไป
เยี่ยเฟิงหัวเราะ “สิ่งที่ข้าพูดท่านจำไว้หรือยัง แต่ละครั้งกินได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น หนึ่งวันกินได้เพียงหนึ่งเม็ด หากกินสองวันติดต่อกันอาการของท่านน่าจะหายเป็ปกติ ส่วนจะเป็ลูกอมหรือไม่นั้น ท่านต้องกลับไปทดสอบด้วยตัวเองแล้ว!”
หลังจากได้ยิน หลี่เสี้ยวทำท่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเก็บขวดยาไว้ในอก จากนั้นทำสีหน้าหื่นกามแล้วโน้มตัวไปข้างหูของเยี่ยเฟิง
“คุณชายเยี่ย ท่านรู้หรือไม่ หนังสือปลุกอารมณ์เล่มนั้นเด็ดจริงๆ ไม่ได้ดีกว่าเล่มที่แล้วแค่นิดเดียวนะ ถ้าอย่างไรข้าแอบเอามาให้ท่านดูเป็อย่างไร!”
เยี่ยเฟิงทำหน้าเครียด เมื่อสักครู่เขาเพิ่งถูกสาวใช้สองคนทำให้รวดร้าวไปหมด ตอนนี้เ้าหมอนี่ยังจะมาซ้ำอีกรอบ เขาจึงรีบดันตัวหลี่เสี้ยวออก
“คนตระกูลหลี่ของท่านก็ปกติดี เหตุใดท่านจึงมีส่วนสูงเพียงเท่านี้?”
หลี้เสี้ยวหน้าเศร้าทันที
“คุณชายเยี่ย ท่านอย่าได้พูดเื่นี้อีกเลย ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่า ที่ข้าเป็เช่นนี้เพราะร่างกายอ่อนแอแต่เด็ก ข้าถูกคนอื่นลอบเล่นงานั้แ่อยู่ในท้องท่านแม่ โชคดีที่ข้าดวงแข็ง ไม่เช่นนั้นเกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้พบกับพี่น้องอย่างท่าน”
เยี่ยเฟิงขมวดคิ้ว “แล้วไม่ได้ตามสืบเื่นี้หรือ?”
“สืบสิ สืบแน่นอน แต่ตอนหลังกลับสืบไม่เจอต้นตอใดเลย พ่อข้าสงสัยมาตลอดว่าจะเป็ฝีมือของตระกูลหวัง เพียงแต่ไม่มีหลักฐานเท่านั้นเอง”
“ตระกูลหวังอีกแล้ว... ดูท่าคงต้องระวังพวกเขาเอาไว้ให้มาก” เยี่ยเฟิงขมวดคิ้ว เขามักรู้สึกว่าตระกูลหวังมีบางอย่างผิดปกติ ดูคล้ายมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้
จู่ๆ หลี่เสี้ยวถามกะทันหัน
“ใช่สิ พวกที่ตามสะกดรอยท่านเมื่อวาน คงตามท่านไม่ทันใช่หรือไม่”
เยี่ยเฟิงส่ายหน้า เมื่อเอ่ยถึงเื่นี้ทำให้เขานึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นนอกเมืองอวิ๋นอู่ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังนึกกลัวอยู่
เมื่อได้ยาไปแล้ว หลี่เสี้ยวไม่ได้อยู่ต่อ เขารีบจากไปทันที เห็นได้ชัดว่าเขา้าไปทดสอบประสิทธิภาพของโอสถที่เยี่ยเฟิงให้มา
เยี่ยเฟิงคิดไปคิดมา จึงกลับไปที่เรือนหลังเล็ก เขารู้จักสรรพคุณของโอสถมากมาย สามารถช่วยหลี่เสี้ยวปรุงโอสถรักษาอาการของเขาได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังขาดสมุนไพรที่จะใช้ปรุงโอสถพวกนั้นหลายตัว ตอนนี้จึงไม่สามารถทำได้ชั่วคราว
เขาเข้าไปในห้องรับรอง พร้อมทั้งนำเหล็กเทพฉื้อหยางที่เหลือเข้าไปด้วย
แม้พลังของเขาจะอยู่ในภพเปิดตันเถียนแล้ว แต่เยี่ยเฟิงยังรู้สึกเป็กังวล โดยเฉพาะหลังจากได้เจอหญิงสาวลึกลับผู้นั้น
ภายในพวกเขาทั้งสี่คน หญิงสาวอายุน้อยที่สุด ทว่าพลังยุทธ์ของนางกลับเหนือกว่าภพเปิดตันเถียน เกรงว่าผู้เฒ่าอีกสองคนคงน่ากลัวกว่านั้นมาก
ทว่าหลังจากพลังเข้าสู่ภพเปิดตันเถียนแล้ว เยี่ยเฟิงกลับรู้สึกประหลาด คัมภีร์จักรพรรดิตรงจุดชี่ไห่เหมือนเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่เมื่อเขาััอย่างละเอียดกลับไม่พบสิ่งใด