ณ บ้านของอรสินี
พันรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้าน มองบ้านของหญิงสาวด้วยความสงสัย
"เอ๊ะ คุณอ้อนครับ นี่บ้านของคุณอ้อนหรอครับ"
"เรียกอ้อน หรือน้องอ้อนก็ได้ค่ะ เหมือนที่พี่ธัน พี่ธนาเรียก"
"ได้ครับ คุณอ้อน"
หญิงสาวทำท่างอนด้วยความน่ารัก
"แหน่ะ อ้อนเพิ่งจะพูดกับพี่พันรบไป บอกว่าให้เรียนว่าน้องอ้อน"
พันรบเห็นดังนั้นจึงไม่อยากทำให้หญิงสาวโกรธ แต่เวลาอรสินีโกรธท่าทางก็ดูน่ารักใช่ย่อยนะ เขาจึงปรับคำพูดทันที
"ได้ครับ น้องอ้อนก็น้องอ้อน น้องอ้อนครับนี่บ้านของน้องอ้อนจริงๆ หรอครับ"
"ใช่ค่ะ พี่พันรบมีอะไรหรือเปล่าคะ"
พลันอริสินีนึกขึ้นได้ว่า เมื่อดาริกาทำงานดูแลคุณหญิงเฟื่องทองเสร็จในทุกๆ วัน หญิงสาวจะกลับบ้านของตนเอง โดยมีพันรบเป็นคนขับ เรื่องนี้ลัลลภัสแอบบอกเธอตอนเจอกัน
"อ่อ ที่พี่พันรบสงสัยก็เพราะทำไมบ้านของอ้อนถึงเป็นบ้านหลังเดียวกับที่พี่พันรบคอยขับรถมาส่งยัยคุณดาริกาใช่มั้ยคะ"
พันรบทำหน้าแปลกใจ
"น้องอ้อนรู้ได้ยังไงครับ"
"ก็คุณลูกแพร์เธอเคยบอกน่ะค่ะ เอาอย่างงี้พี่พันรบคะ บ้านนี้เนี่ยคือบ้านของพี่ลิสา"
"มิน่าละ ผมถึงรู้สุกว่าทุกครั้งที่ขับรถมาส่งคุณดาริกา ทางมาบ้านของคุณดาริกาเธอดูคุ้น"
"ใช่แล้วค่ะ ก็ตอนเด็กๆ พี่พันรบก็มาที่นี่อาจจะไม่บ่อย มาแบบนับครั้งได้ แต่อ้อนก็จำได้ว่าพี่พันรบเป็นคนความจำดี จำได้เก่งสุดๆ ขนาดอ้อนมาที่บ้านคุณป้าเฟื่อง แล้วชอบกินอะไร หรือไม่ชอบกินอะไร พี่พันรบก็ยังจำอ้อนได้เลย"
"ขอบคุณที่ชมผมนะครับ" พันรบยิ้มตอบรับด้วยความเขินแต่ท่าทางที่แสดงออกมากลับนิ่ง
เขารู้ตัวว่าเขาเป็นคนที่ชอบใจตามอรสินีเป็นอย่างมาก อีกทั้งเขาก็แอบชอบเธอมาตั้งแต่เด็กโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเธอก็แอบชอบกลับเหมือนกัน แต่ด้วยความที่พันรบเป็นลูกของคนขับรถในบ้านคุณหญิงเฟื่องทอง ตอนเด็กๆ สามารถคุยเล่นสนิทสนมกันได้ แต่เมื่อโตระยะห่างก็มีเพิ่มมากขึ้น เขาไม่สามารถพูดคุยกับอรสินีแบบสนิทสนมต่อหน้าทุกคนได้อีก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่า เขาลามปาม ตรงนี้เขาก็ตระหนักดีด้วยไม่อยากทำให้อรสินีเกิดข้อครหาตามมาทีหลัง หรืออาจเกิดความเสียหาย พันรบอยากให้อรสินีได้คบกับผู้ชายที่มีฐานะดี และเหมาะสมกว่าเขา เขาจึงพยายามเลี่ยงห่างเธอมาตลอด
แต่ด้วยความที่เขารูปร่างหน้าตาดี จึงทำให้มีหญิงสาวภายนอกมาชอบพอ เขาเองก็ไม่ได้เปิดใจให้ เพียงอยากทำความรู้จักกับพวกเธอแบบเพื่อน แต่พอพวกเธอรู้ว่า เขามีหน้าที่เป็นคนขับรถ กลายเป็นว่าพวกเธอพยายามเลี่ยงหนีเขาไป ยกเว้นก็เพียงแค่อรสินีที่ยังคงยืนยันที่จะพูดคุยกับเขาแบบเดิม ให้เรียกว่าน้องอ้อน เหมือนที่เคยเรียกกันตอนสมัยเด็ก เขาจึงยอมเรียกตาม เพราะเหมือนว่าได้ย้อนเวลากลับไป ย้อนไปช่วงที่ความรัก ความชอบกำลังผลิบาน
อรสินีรู้ว่าพันรบเขิน ก็ไม่รู้ชายหนุ่มจะแสร้งทำหน้านิ่งไปทำไมกับคำชม ทั้งๆ ที่อาการของเขาแสดงออกมาแบบหูแดง เขินอายแบบปิดไม่มิด ผู้ชายแต่ละคนอยู่ในบ้านตระกูลของคุณหญิงเฟื่องทอง มักชอบทำหน้านิ่งกับคนนอก เก๊กขรึม แต่พอเวลาเขินทีไร หน้านิ่งแต่หูแดงตลอดเวลา
อรสินีเล่าเรื่องดาริกาได้แล้ว หญิงสาวควรรู้สึกว่าพอ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะชวนพันรบเข้าไปในบ้าน แต่เมื่อพันรบจะกลับ
"โอ๊ย แล้วพี่พันรบจะกลับยังไงคะ ขับรถของอ้อนมาซะอีก"
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมนั่งรถแดงกลับไป"
"รถแดงเชียงใหม่น่ะหรอคะ"
"ใช่ครับ"
"อ้อนไม่ได้มานานแล้ว แต่ตัวพี่พันรบเองก็เหมือนกันนะคะ จะนั่งรถแดงกลับจริงๆ หรอ เอางี้ดีกว่า อ้อนทำให้พี่พันรบกลับไปสะดวก เดี๋ยวอ้อนเรียกแกร๊ปดีกว่านะคะ พี่พันรบรออยู่นี่แหล่ะๆ"
"ไม่เป็นไรครับน้องอ้อน"
"เอาเถอะค่ะ เชื่ออ้อนดีกว่า อ้อนไม่อยากให้พี่พันรบลำบาก มีอะไรช่วยเหลือกันได้ก็ต้องช่วย พี่พันรบเองก็เหมือนคนในครอบครัวของอ้อน เรารู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก"
อรสินีได้แต่คิดว่า "ยัยอ้อนนะยัยอ้อน เวลามีน้อยๆ แทนที่จะรีบสารภาพรักดันปากหนัก"
แต่เธอไม่กล้าหรอก เธอกลัวพันรบไม่ได้คิดเหมือนกัน จะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ
อรสินีจึงหันไปเรียกแกร๊ป แล้วยืนคุยกับพันรบที่รอรถมารับ จนกระทั่งแกร๊ปมา
"นั่นไงคะรถมาแล้วพี่พันรบกลับดีๆ นะคะ อ้อ! ค่าโดยสารไม่ต้องห่วงนะ เอางี้แล้วกัน ตอนนี้อ้อนโตแล้วมาเที่ยวได้ ไม่ต้องขอเงินคุณพ่อ อ้อนเลี้ยงค่าเดินทางให้พี่พันรบแทนการเลี้ยงข้าวแล้วกันค่ะ แล้วครั้งหน้าถ้าอ้อนมาเชียงใหม่ เดี๋ยวอ้อนมาเลี้ยงข้าวพี่นะคะ บ๊ายบาย"
หญิงสาวพูดคนเดียวแบบน้ำไหลไฟดับ นี่แหล่ะ อรสินี ใจร้อน ปากไว ขี้โมโห พูดเยอะ แต่เป็นคนมีน้ำใจ มีแต่ความจริงใจ ชอบความยุติธรรม
บ้านของคุณหญิงเฟื่องทอง
"เป็นยังไงบ้างหนูดา ดีขึ้นหรือยังลูก" คุณหญิงเฟื่องทองซักถามดาริกาด้วยความเป็นห่วง
"ขอบคุณคุณป้ามากนะคะ สงสัยดาด้าจะเพลียน่ะค่ะ เมื่อวานวิ่งหนีพวกคนร้ายมา ทั้งวัน แดดร้อนก็ร้อน คงเพลียสะสมจริงๆ ค่ะ"
ดาริกาสร้างเรื่องตอบกลับด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย แน่ล่ะ ถ้าเธอไม่แกล้งเป็นลมแล้วโชคเข้าข้างให้ยัยคุณลัลลภัสมีงานเข้า และยัยคุณอรสินีโดนไล่กลับบ้าน ป่านนี้คงโดนแฉแล้วต้องหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้ว เพราะถ้าหากเรื่องราวเปิดเผยออกมา คนนอกแบบเธอที่ถึงจะได้รับความเอ็นดู แต่ก็สร้างเรื่องโกหก จะไปสู้อะไรกับอรสินีที่เป็นหลานสาวของเพื่อนสนิทคุณหญิงเฟื่องทองได้ ดังนั้นแกล้งเป็นลม หนีปัญหาจึงดีที่สุดในเวลานั้น
คุณหญิงเฟื่องทองเห็นดาริกาหน้าซีด นั่นไม่ใช่การเสแสร้ง แต่หน้าที่ซีดของดาริกานั้นซีดจริงๆ คุณหญิงเฟื่องทองจึงตอบกลับด้วยความสงสาร
"เอาล่ะๆ หนูดาพักเถอะวันนี้ ป้าอยากให้หนูดาพักผ่อนเยอะๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง"
"คุณป้าจะให้ดาด้าบำรุงร่างกายทำไมหรอคะ"
"ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ หนูดาพักผ่อนเถอะ ป้าไม่รบกวนแล้ว"
คุณหญิงห่มผ้าให้ดาริกาแล้วเดินออกจากห้องไป โดยไม่รู้ว่าดาริกาบ่น
"โอ๊ย! คุณป้าคะ ฉันร้อนจะแย่ มาห่มผ้าให้ทำไม แต่ก็ดีที่วันนี้ไม่ต้องทำงาน จะได้นอนพัก ตื่นมาจะได้คิดแผนต่อไปได้" ดาริกาจึงพักผ่อนในทันที
ด้านคุณหญิงเฟื่องทองที่อยากให้ดาริกาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ก็เพราะคุณหญิงเฟื่องทองมีแผน ที่อยากจะรับดาริกาเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ และให้ตั้งครรภ์หลานของเธอโดยเร็ว เป็นหลานคนแรกของตระกูล จะผู้ชายผู้หญิงก็ได้ทั้งนั้น เธอแค่อยากให้ดาริกามีลูก ผู้หญิงดีๆ แบบดาริกาในมุมมองของคุณหญิงเฟื่องทองนั้นมียาก หากหลุดมือไปจะน่าเสียดาย
ถ้าดาริกาสามารถมีลูกกับธนาวินทร์ได้ยิ่งเป็นการดี ถึงเธอจะรู้จักดาริกาได้ไม่นานแต่ด้วยความน่ารักที่ดาริกาแสดงออกมานั้นทำให้เธอเอ็นดู ไม่ต่างจากลูกหลาน อีกทั้งดาริกายังเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีใคร หากดาริกาสามารถเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ของเธอได้ย่อมดีที่สุด จะให้ไปเป็นภรรยาของธนินทร์ก็ดูยาก เพราะธนินทร์ตั้งแง่กับดาริกาอย่างมาก ไม่ชื่นชอบในตัวเธอ ดังนั้นเป้าหมายจึงเป็นที่ตัวของธนาวินทร์ดีที่สุด แต่ก่อนจะตั้งครรภ์ได้ยังไงคุณหญิงเฟื่องทองก็ตั้งใจว่าดาริกาต้องแต่งงานกับธนาวินทร์แบบออกหน้าออกตา แล้วมีลูกสักคนไว้เป็นข้อผูกมัด นี่เป็นความคิดแบบรุ่นเก่าๆ ของคุณหญิงเฟื่องทอง
เมื่อคุณหญิงเฟื่องทอง ลงมาถึงชั้นล่าง จึงพบว่าธนินทร์ยังนั่งอยู่ที่เดิม
"อะไรเนี่ยตาธัน แม่บอกให้เราไปส่งหนูอ้อนไง ทำไมถึงไม่ยอมไป ปล่อยให้น้องขับรถกลับคนเดียว ไม่เป็นห่วงน้องรึไง เพิ่งมาเชียงใหม่" คุณหญิงเฟื่องทองตีแขนลูกชายคนเล็กด้วยความหมั่นไส้
"โถ คุณแม่เฟื่องครับ น้องอ้อนโตแล้วนะครับ เธอไปไหนมาไหนได้เอง อีกอย่างผมก็เป็นห่วงเธอเหมือนกันนะ ไม่ได้ปล่อยให้เธอไปคนเดียว"
"แล้วให้ใครกลับเป็นเพื่อนหนูอ้อน คุณลัลลภัสงั้นสิ"
"ป่าวนะครับ คุณลูกแพร์เธอมีธุระ รีบกลับไปแล้ว ผมให้นายพันรบไปส่งน้องอ้อนครับ"
คุณหญิงได้ฟังก็แสดงความตกใจ ถึงแท้เธอจะเอ็นดูพันรบเหมือนลูกหลาน ไม่ได้มองอีกฝ่ายด้อยค่ากว่า แต่ด้วยตำแหน่งคนขับรถเธอคิดว่าคนนอกอาจมองไม่ดี ใครจะรู้สังคมสมัยนี้ บอกเท่าเทียมกัน แต่แท้จริงแล้วอาจจะมีคนที่ตัดสินคนอื่นจากภายนอกอีกก็ได้ ไหนๆ พันรบก็ไม่ต้องขับรถไปส่งดาริกาเพราะหญิงสาวคงไม่สามารถกลับไปอยู่บ้านของเธอได้อีกแล้ว คุณหญิงเฟื่องทองจึงย้ายตำแหน่งให้พันรบไปทำงานที่โรงแรม ช่วยงานธนาวินทร์เพราะเห็นลูกชายคนโตบ่นว่าช่วงนี้โรงแรมมีเรื่องทุจริต ต้องไล่คนออก คนที่ไว้ใจได้อย่างพันรบไปแทนก็คงดี รูปร่างหน้าตา ฐานะการศึกษาก็ไม่แพ้ใคร แต่ที่พันรบยอมทำหน้าที่คนขับรถก็เพราะชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันใจในผู้คนของบ้านคุณหญิงเฟื่องทองที่มีเมตตา ดังนั้นเมื่อมีตำแหน่งอะไรเขาก็ไม่เกี่ยงงอน สามารถทำได้แบบไม่รังเกียจ
"แล้วทำไมเราถึงไม่ไปส่งเอง บอกมานะตาธัน แม่รู้ว่าเรากำลังโกหก"
"คุณแม่เฟื่องรู้ได้ยังไงครับ"
"ก็เราน่ะ โกหกทีไรหูกระดิกตลอด ผู้ชายบ้านนี้เป็นอะไรกัน จะโกหก จะเขินอาย จะโกรธ หูก็แสดงอาการ พวกเก็บไม่มิด นี่เป็นทั้งตาธัน ตาธนา และพันรบเลยนะ ฉันล่ะไม่เข้าใจ"
"แหม่ ปฏิกิริยาตอบสนองมั้งครับคุณแม่เฟื่อง"
คุณหญิงเฟื่องทองส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ
"ตาธันนี่พูดไปเรื่อย แล้วมันเรื่องอะไรถึงไม่ไปส่งหนูอ้อนเธอเอง แม่เห็นว่าเราก็สนิทสนมกันมาตอนเด็กๆ โตมาหนูอ้อนก็สวย หน้าตาฐานะก็ดี อยากให้เราน่ะรู้จักกับหนูอ้อนไว้เยอะๆ เผื่อวันหน้าจะชอบพอกัน"
ธนินทร์ได้ฟังก็เหมือนได้ฟังเรื่องตลก เขาหัวเราะออกมาท้องคัดท้องแข็ง
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
คุณหญิงเฟื่องทองหันไปมองค้อน
"อะไรกันไอ้ลูกคนนี้ ปกติดีรึเปล่าห๊ะ ไหวมั้ยตาธัน แม่พาไปรักษามั้ย อยู่ดีๆ ก็ขำ"
"คุณแม่เฟื่องครับ เหมือนผมได้ฟังเรื่องตลกน่ะสิครับ ผมกับน้องอ้อนเนี่ยนะ จะรักกันแถมอาจจะดูเหมาะสมกันก็จริง แต่เป็นไปไม่ได้เลยครับ ผมกับน้องอ้อนเป็นแค่พี่ชายน้องสาวเท่านั้นครับ แล้วอีกอย่างนะครับ น้องอ้อนเธอมีคนที่เธอชอบแล้ว"
"อ้าว เวรกรรม ใครกัน โถ แม่เสียดายแย่"
"แหม่! คุณแม่เฟื่องครับ ถ้าคุณแม่เฟื่องได้ลองมองดูรอบตัวนะ คอยสังเกตก็จะเห็นเลยว่าน้องอ้อนเธอชอบใคร"
"อะไรกัน อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย อย่าบอกนะตาธันว่าหนูอ้อนเธอชอบตาธนา ไม่ได้นะๆ ต่อให้เป็นหลานสาวที่แม่เจอมาตั้งแต่เด็ก แม่ก็ไม่ยอม แม่จะเก็บตาธนาไว้ให้หนูดาริกา"
ธนินทร์กรอกตามองบน
"พี่ธนาเป็นของคุณพี่เพนนีต่างหากครับ น้องอ้อนเธอไม่ได้ชอบพี่ธนา แต่เธอชอบใคร ผมไม่บอกหรอก แต่ไม่นานคุณแม่เฟื่องก็คงจะรู้"
"อะไรกัน ไอ้ลูกคนนี้ ทำท่ามามีความลับ น่าตีจริงๆ" คุณหญิงเฟื่องทองพูดใส่ลูกชายคนเล็กด้วยความเอ็นดูแกมหมั่นไส้
ธนินทร์ตั้งใจจะปฏิญาณกับตนเองว่า เขาจะไม่แต่งงาน หรือมีคนรัก เขาชอบชีวิตที่เป็นอิสระมีความสุข มีแค่คนในครอบครัวแค่นี้ก็พอแล้วทั้งคุณหญิงเฟื่องทอง คุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกา ธนาวินทร์ เพนนี และภาสพงษ์ เขาไม่ต้องการหาบ่วงของการแต่งงานมารัดคอ ไม่แบบนั้นก็คงไม่ต่างจากธนาวินทร์ที่โดนมารดาอยากจะหาใครมาให้แต่งงานด้วยทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิงที่ปลอมสุดๆ