ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 11 สัญญากู้ยืม ฉันจะเขียนให้!

            ความเคลื่อนไหวที่หน่วยจือชิงอึกทึกครึกโครมเกินไปชาวบ้านที่กำลังจำศีลอยู่ในบ้านหลายคนถึงกับทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจนต้องออกมามุงดู

            และพวกเขาก็ได้เห็นเ๹ื่๪๫สนุกๆตามคาด

            ต่อให้กู้จวิ้นหน้าด้านแค่ไหนตอนนี้ก็คงฝืนทนต่อไม่ไหวแล้ว

            เขาไม่เหมือนกับสวีหว่านหนิงครอบครัวของเขาไม่มีอำนาจและไม่มีเส้นสายที่จะทำให้เขาได้กลับเข้าเมืองถ้าอยากใช้ชีวิตในหมู่บ้านต้าเจียงอย่างสงบสุข ก็ไม่ควรทำให้พวกชาวบ้านรังเกียจ

            ทว่าตอนนี้สวีหว่านหนิงเหมือนกำลังจับเขาแขวนประจานอยู่บนกองไฟ

            เ๹ื่๪๫มาถึงขั้นนี้แล้วกู้จวิ้นก็ยังไม่คิดว่าสวีหว่านหนิง ‘เปลี่ยนใจไปรักชายอื่น’เขาแค่รู้สึกว่ามันคือวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกรูปแบบหนึ่งของเธอ

            “สวีหว่านหนิงหยุดงี่เง่าสักที!เธอทำแบบนี้สนุกนักหรือไง”

            “คืนเงิน!”

            “อีกหน่อยฉันจะพูดจาอ่อนโยนกับเธอก็ได้จะไม่เมินเฉยต่อความทุ่มเทที่เธอทำให้ฉันอีกแล้ว”

            “คืนเงิน!”

            “สวีหว่านหนิงอย่าได้คืบจะเอาศอก!”

            “คืนเงิน!”

            ไม่ว่ากู้จวิ้นพูดอะไรสวีหว่านหนิงก็ตอบแค่สองคำนี้

            คืนเงิน!

            “ได้ ฉันจะคืนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด “แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น”

            “มีเท่าไรก็คืนมาเท่านั้น”

            ตามคาดผู้หญิงคนนี้กำลังใช้วิธีการนี้เรียกร้องความสนใจจากเขามิเช่นนั้นทำไมถึงยอมตกลงง่ายๆ?

            กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินหลบมุมไปอีกทางหลังปรึกษากันแล้วทั้งคู่ก็รวมเงินกันมา 500 หยวน

            “ตอนนี้ฉันกับเชี่ยนเชี่ยนมีแค่ห้าร้อยหยวนจะใช้คืนเธอทั้งหมด!”

            ตอนพูดประโยคนี้หยาดโลหิตกำลังไหลรินจากหัวใจของกู้จวิ้น

            เขาเตรียมจะขยายธุรกิจในตลาดมืดแล้วนึกไม่ถึงเลยว่าสวีหว่านหนิงจะไม่ยอมขายลูกสองคนเพื่อเอาเงินมาให้เขา มิหนำซ้ำยังจะขูดรีดเงินเก็บไปจากเขาอีก

            บัดซบจริงๆ!

            สวีหว่านหนิงเมินสีหน้าเคียดแค้นของกู้จวิ้นแล้วรับเงินจากมือของเขามานับซ้ำอยู่สองสามรอบ

            “เธอนับผิดแล้วในนี้มีแค่สี่ร้อยยี่สิบหยวน”

            “อากาศหนาวนิ้วเลยแข็ง”

            สวีหว่านหนิงกลอกตาเธอคร้านจะสนใจความเ๯้าเล่ห์ของเขา ก่อนจะยัดเงินเข้ากระเป๋าเสื้อ

            ขณะที่กู้จวิ้นนึกว่าเ๱ื่๵๹จะจบลงตรงนี้สวีหว่านหนิงกลับหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขา

            “จะทำอะไร?”

            “เขียนสัญญากู้ยืมน่ะสิ!” สวีหว่านหนิงกลอกตาใส่เขา “พวกเธอสองคนยืมเงินฉันไปสองพันกว่าหยวนตอนนี้เพิ่งใช้คืนมาแค่เศษเสี้ยวเดียว จะให้ฉันยกหนี้ทั้งหมดให้หรือยังไงคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน หน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก!”

            “สวีหว่านหนิงเธอ...”

            “อ้าวป้าจูก็อยู่ด้วยหรือคะ!”

            สวีหว่านหนิงเห็นภรรยาผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ในกลุ่มคนจึงรีบเดินไปหาก่อนจะเล่าต้นสายปลายเหตุให้อีกฝ่ายฟังคร่าวๆ

            “ป้าจูป้าเป็๲ผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือของคนในหมู่บ้านต้าเจียงในหมู่บ้านมีใครไม่เคารพคุณป้าบ้างจริงไหมล่ะคะเพราะฉะนั้นฉันเลยอยากขอให้คุณป้าช่วยเป็๲พยานให้ฉันทีค่ะ”

            พูดจบสวีหว่านหนิงก็หยิบเมล็ดแตงโมจากกระเป๋าเสื้อขนาดใหญ่ออกมาหลายกำและแบ่งมันให้กับพวกป้าๆ ที่อยู่รอบข้างป้าจู

            “รบกวนคุณป้าทุกท่านช่วยเป็๲พยานให้ฉันด้วยเ๱ื่๵๹นี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ฉันค่อนข้างกลัวค่ะ”

            “สวีจือชิงวางใจเถิดพวกเรารู้เห็น๻ั้๫แ๻่ต้นจนจบว่าเ๹ื่๪๫ราวเป็๞มาอย่างไร พวกเรารู้ดีกว่าใครรับรองว่าจะไม่ปล่อยให้นำไปลือกันเสียหาย!”

            “ใช่สวีจือชิงไม่ต้องกังวลหรอกนะ!”

            สวีหว่านหนิงยิ้มกว้างก่อนจะหยิบลูกอมรสผลไม้ออกมาจำนวนหนึ่ง แล้ววางลงบนมือของพวกคุณป้าหลายๆ เม็ด “อากาศหนาวขนาดนี้ลำบากพวกคุณป้าแล้วค่ะ ลูกอมพวกนี้เอาไปให้ลูกหลานกินเพิ่มความหวานกันนะคะ!”

            หัวใจของพวกคุณป้าอบอุ่นขึ้นในชั่วพริบตา

            สวีจือชิงสมแล้วที่เป็๞คนเมืองรู้จักวางตัวจริงๆ!

            สวีหว่านหนิงควงแขนป้าจูเดินเข้าไปในหน่วยจือชิงแต่กลับพบว่ากระดาษแผ่นนั้นยังคงว่างเปล่า กู้จวิ้นจ้องหน้าเธออย่างเดือดดาล หลี่เชี่ยนเชี่ยนเองก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

            “กู้จือชิงไม่ชอบกระดาษแผ่นนี้หรือปากกาด้ามนี้งั้นหรือไม่เป็๞ไร ฉันยังมีอีก!”

            พูดจบสวีหว่านหนิงก็หยิบปากกาสองด้ามกับสมุดหนึ่งเล่มออกมา

            อืมนี่คือสมุดที่ต้าชุนเอาไว้หัดเขียนอักษร เธอคงต้องขอยืมใช้ชั่วคราว

            “หว่านหนิงเธอเลิกหาเ๱ื่๵๹กันสักทีจะได้ไหม”

            สวีหว่านหนิงทำตาปริบๆพลางมองหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังทำหน้าสิ้นหวัง

            “เธอคิดว่าการที่ฉันทวงเงินของฉันคืนเป็๲การหาเ๱ื่๵๹กันงั้นหรือ?”

            “เงินสองพันกว่าหยวนเชียวนะ!พ่อแม่และพี่ชายของฉันประหยัดกินประหยัดใช้เพราะกลัวว่าฉันจะตกระกำลำบากในชนบทเงินที่พวกเขาประหยัดอดออมอย่างยากลำบากถูกส่งมาให้ฉันทั้งหมดเงินเดือนของสามีฉันที่ได้จากการรับราชการทหาร เขาก็ยกให้ฉันไม่เคยขาดเช่นกัน แต่สุดท้ายเป็๞อย่างไร?”

            “แม่สามีของฉันเจ็บขาจนทำงานไม่ได้แต่ฉันกลับไม่เอาเงินไปซื้อยามาให้ท่าน! ลูกสองคนของฉันอายุ 4-5ขวบกันหมดแล้ว แต่กลับไม่เคยกินอิ่มสักมื้อ รูปร่างถึงได้เล็กและผ่ายผอมเช่นนั้นใครเห็นแล้วไม่รู้สึกสงสารบ้าง?”

            “พวกเธอสองคนทำทุกวิถีทางเพื่อยืมเงินจากฉันตอนนี้ชีวิตของฉันกำลังลำบาก ฉันจึง๻้๪๫๷า๹ขอเงินคืนแล้วมันผิดด้วยหรือ?”

            “ติดหนี้ก็ต้องใช้หนี้นี่คือสัจธรรมของโลก สวีจือชิงไม่ผิด!”

            “ก็ใช่น่ะสิ!ต้าชุนกับเยาเม่ยตัวเล็กกว่าหลานชายวัยสามขวบของฉันเสียอีก! ฉันนึกว่าสวีจือชิงไม่ใส่ใจลูก ที่แท้ปัญหามันอยู่ตรงนี้!”

            “ตอนนี้อย่าอ้างเ๱ื่๵๹มิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกเลยถ้าพวกเธอเห็นฉันเป็๲เพื่อนจริง ก็คงไม่ปล่อยให้ฉันทรมานลูกตัวเองเพื่อประเคนเงินทั้งหมดให้กับพวกเธอหรอก!ฉันไม่อยากพูดมากไปกว่านี้อีกแล้ว คืนเงินเสียเถอะ!”

            “แต่พวกเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นจริงๆ!”

            สวีหว่านหนิงตบสมุด“ฉันให้ทางรอดกับพวกเธอแล้วมิใช่หรือ เขียนสัญญากู้ยืมเงินเสียสิ!”

            กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนปรึกษากันแล้วทั้งคู่ไม่ยอมขยับมือ คนอื่นเกลี้ยกล่อมกันปากเปียกปากแฉะอย่างไรพวกเขาก็ไม่คิดจะเขียนสัญญากู้ยืมเงิน

            เงินสองพันหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ!

            อีกสิบปีข้างหน้าก็ยังไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะหาเงินมาได้หรือเปล่า!

            แต่สวีหว่านหนิงไม่คิดจะตามใจพวกเขาเธอหันไปพูดกับภรรยาผู้ใหญ่บ้านว่า “ป้าจู ป้าคงเห็นแล้วฉันไม่ได้อยากทำให้เป็๲เ๱ื่๵๹ราวใหญ่โต แต่พวกเขาสองคนทำเกินไปจริงๆ นะคะ”

            “ฉันกำลังรอพวกเขาคืนเงินและตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัว”

            ป้าจูตบหลังมือสวีหว่านหนิงเบาๆเป็๲การปลอบโยน “สวีจือชิง เ๱ื่๵๹นี้ไม่อาจโทษเธอ เท่าที่ฉันเห็น ขอให้เ๽้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นมาช่วยเป็๲พยานให้ดีไหมเงินตั้งสองพันหยวน เหล่าหลิน [1] ของพวกเราคงไม่มีอำนาจขนาดนั้น!”

            “คงต้องเป็๞แบบนั้นแล้วละค่ะ!”

            เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงกับป้าจูคุยกันว่าจะไปที่สำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่นกู้จวิ้นจึงเริ่มตื่นตระหนก

            หากกลายเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่จะส่งผลต่ออนาคตของเขา!

            “สัญญากู้ยืมฉันจะเขียนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด

            “ได้เลย!” สวีหว่านหนิงส่งกระดาษกับปากกาให้เขา “เขียนตามมาตรฐานล่ะมิเช่นนั้นต้องเขียนใหม่”

            “เอ้าเธอเองก็ขยับข้อมือสิ เขียนเอาไว้สักฉบับ!”สวีหว่านหนิงหยิบสมุดอีกเล่มออกมาราวกับกำลังเล่นมายากล แล้วส่งมันให้กับหลี่เชี่ยนเชี่ยน

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนเบิกตากว้าง“ฉันก็ต้องเขียนด้วยหรือ?”

            “ก็ใช่น่ะสิ” สวีหว่านหนิงทำหน้ามึนงง “หรือว่ากู้จวิ้นจะใช้เงินสองพันกว่าหยวนคนเดียว?”

            “ฉันจะเขียน!”

            “นอกจากเขียนสัญญากู้ยืมตามมาตรฐานแล้วอย่าลืมระบุเ๱ื่๵๹ดอกเบี้ยลงไปด้วยล่ะ”

            “มีดอกเบี้ยด้วย?”

            กู้จวิ้นถูกบีบคั้นจนใกล้ร้องไห้เต็มที

            แต่สวีหว่านหนิงกลับไม่สะทกสะท้าน

            อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมื่อเศรษฐกิจเจริญก้าวหน้า เงินจะมีมูลค่าลดน้อยลงเรื่อยๆ

            เงินสองพันหยวนในยุค70 กับเงินสองพันหยวนในยุค 80 มีมูลค่าไม่เท่ากัน

            “เป็๲เ๱ื่๵๹สมควรแล้วมิใช่หรือแต่ดอกเบี้ยควรเป็๲เท่าไร ขอเวลาฉันคิดหน่อย!”

     

    [1]เหล่าหลินในที่นี้หมายถึงผู้ใหญ่บ้าน สามีของป้าจู