ภารกิจพลิกชีวิตไอดอล

    บทที่ 9 ไอดอลชื่อชอนอีเซ (2)

    บทที่ 9 ไอดอลชื่อชอนอีเซ (2)


    ในขณะนี้ อันจองฮี รองประธานบริษัทชอนซูกรุ๊ปผู้ดำรงตำแหน่งเป็๲ซีอีโอคนสำคัญของโรงแรมชอนซู กำลังรู้สึกสบายใจอย่างไม่เคยเป็๲มาก่อน


    ผมนึกอยากจะไปพักผ่อนในโรงแรมนั้นขึ้นมาทันที


    นอกจากที่นั่นจะมีความยิ่งใหญ่อลังการมากมายแล้ว ยังมีภัตตาคารมิชลิน 3 ดาวตั้งอยู่อีกด้วย


    ก่อนผมตายในชีวิตก่อน ผมเคยพยายามจองโต๊ะในภัตตาคารนั้นหลายครั้ง...แต่ทุกครั้งก็จะได้รับข้อความตอบกลับมาว่าโต๊ะถูกจองเต็มหมดแล้วอย่างน่าเสียดาย 


    ถึงตอนนี้ผมจะยังไม่ได้พูดออกไป แต่ในอนาคตผมก็อยากจะใช้เส้นสายของพ่อแม่ในชีวิตใหม่นี้ไปรับประทานอาหารในภัตตาคารนั้นให้ได้สักครั้ง


    เมื่อพูดคุยมาถึงตรงนี้ ผมก็เห็นว่าเวลาพิเศษที่ตัวเองได้รับเหลืออีกแค่ 2 นาที


    "งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ เดี๋ยวผมจะโทรหาแม่บ่อย ๆ นะ แค่นี้นะครับแม่"


    "จ้า ลูกรัก นี่ก็ดึกแล้ว นอนหลับพักผ่อนนะลูก แล้วค่อยโทรมาคุยกันอีก!"


    หลังจากพูดจบแล้ว ผมก็กดวางสาย ผมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยและถอนหายใจ


    หลังจากนั้น ผมก็เงยหน้าจ้องมองหน้าต่างข้อความอย่างผู้ชนะ


    "เห็นไหม สุดท้ายก็คุยเสร็จทันเวลาอยู่แล้ว"


    ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หน้าต่างข้อความก็สั่นไหวอย่างแปลกประหลาด




    [เพื่อให้ภารกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น อย่าทำสิ่งใดนอกเหนือคำสั่งจากระบบ]



    "ถึงยังไงฉันก็ทำเสร็จทันเวลาอยู่ดีน่า"


    แต่แทนที่หน้าต่างข้อความจะตอบโต้ผมต่อไป ข้อความเ๮๣่า๲ั้๲กลับเลื่อนลงไปด้านล่าง แล้วก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาว่า



    [กิจกรรมพิเศษ! คุณได้รับ 20 แต้มเนื่องจากโทรหาแม่ได้สำเร็จ!]

    [นอกจากนี้ เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะชอนอีเซมีความน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เราจึงยินดีมอบแต้มพิเศษให้คุณเพื่อเป็๞กำลังใจอีก 20 แต้ม]



    ให้ตายเถอะ ผมดีใจที่ได้รับการสนับสนุนจากระบบอะไรนี่จนน้ำตาแทบไหลแล้วเนี่ย


    [ภารกิจฝึกสอน 1 ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ในฐานะชอนอีเซ - กิจกรรม : พบเมมเบอร์ในวง]


    [การนับถอยหลังจะเริ่มต่อจากเดิม]


    [6...5...4...]


    [3...2...]


    ครั้งนี้ผมไม่ได้ต่อต้านอะไรอีกแล้ว ผมรอให้การนับถอยหลังผ่านไปในความเงียบ


    [...1!]


    [ข้อกำหนดของกิจกรรม > สามารถทำภารกิจพบเมมเบอร์ในวงได้ในตอนกลางวันเท่านั้น]


    [การปรับเวลาเพื่อความราบรื่นของภารกิจกำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้]


    หลังจากนั้น ผมก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที ร่างกายของผมเดินไปขึ้นเตียงนอนเองโดยอัตโนมัติ


    แล้วผมก็ถูกบังคับให้ปิดตาลง


    "เดี๋ยวสิ...นี่มันอะไรกัน..."



    [เวลาที่เหลือในการปรับเวลา 10...9...8...7...6...5 4 3 2…]


    [...1!]


    เมื่อการนับถอยหลังยุติลง ผมก็ลืมตาโพลง


    ผมลุกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น นาฬิกาบอกว่าเป็๞เวลา 10:00 น. แล้ว ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่ยังเป็๞เวลา 21:00 น. อยู่เลย


    แล้วผมก็หันไปเห็นมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกำลังมีไฟกระพริบ


    "ครืด ครืด ครืด..."


    ร่างกายของผมพุ่งเข้าไปหาโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ


    "ว่าไง นี่ฉันเอง"


    "โอ๊ะ อีเซ ฉันพยายามโทรหานายเมื่อวาน ทุกคนขอให้ฉันมาถามนายว่านายไม่เป็๞ไรใช่ไหม"


    ผมแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็แกล้งตอบกลับไปเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ


    "ไม่เป็๞ไร พี่ผู้จัดการมาหาฉันแล้ว พวกเราเคลียร์กันเรียบร้อย"


    "ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว มารวมตัวให้คนอื่นเห็นหน้าเห็นตาหน่อยสิ ทุกคนเป็๞ห่วงนายมากนะ"


    เมื่อมองไปที่การใช้ชีวิตที่ผ่านมาของชอนอีเซ...ดูเหมือนว่าเขาจะเป็๞พวกที่ชอบปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นโดยสมบูรณ์


    เมื่อเป็๞เช่นนี้ ผมว่าการไปพบปะกับเพื่อนร่วมวงก็เป็๞จุดเริ่มต้นในการปรับตัวกับชีวิตใหม่ที่ดี แล้วผมก็จะได้ไปเก็บข้อมูลด้วยว่าคนอื่น ๆ มีนิสัยเป็๞อย่างไร


    "นัดเจอกันวันนี้เลยดีไหม ฉันว่าจะออกไปข้างนอกอยู่พอดี"


    "ดีเหมือนกัน ๰่๭๫นี้วงเราไม่ค่อยมีงาน ทุกคนกลับบ้านกันหมด เราไม่ได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตามาพักใหญ่แล้ว มาเจอกันที่เดิมนะ"


    "ได้เลย แล้วเจอกัน"


    หลังจากนั้น เราก็วางสายจากกันด้วยการอำลาที่เรียบง่าย


    แต่แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าที่พวกเขานัดให้ผมไปเจอกันที่เดิมนั้น มันคือที่ไหนกันล่ะ? ดังนั้นผมจึงต้องรีบโทรไปถามผู้จัดการทันที


    "พี่ครับ! ขอโทษทีนะ แต่ผมไม่ได้ติดต่อกับคนอื่นมานานแล้ว ผมเลยจำไม่ได้ว่าที่ที่วงของเราชอบนัดรวมตัวกันบ่อย ๆ คือที่ไหน พี่ช่วยส่งโลเคชั่นมาให้ผมหน่อยสิ"


    หัวใจผมเต้นด้วยความลุ้นระทึก หลังจากนั้นเสียงของผู้จัดการหนุ่มก็ตอบกลับมาโดยไม่ลังเล


    ผมรอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ


    "เฮ้อ ต่อให้นายจะเมินเฉยพวกเราขนาดไหน แต่เล่นลืมเ๹ื่๪๫สำคัญแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยไหม? นายเอาสมองไปทำอะไรหมด? เดี๋ยวฉันจะส่งที่อยู่ไปให้ก็แล้วกัน นายก็ขับรถมาซะ"


    ผมแน่ใจว่าชอนอีเซต้องมีรถเป็๞ของตัวเอง...


    พิจารณาดูจากความร่ำรวยของบริษัทชอนซูกรุ๊ป ถ้าเขาไม่มีรถยนต์เป็๞ของตัวเองคงน่าแปลก


    แต่ตอนนี้ ผมจำทะเบียนรถตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมจำเป็๞ต้องเรียกแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่จุดหมายปลายทาง


    "ได้เลยครับ พี่ส่งโลเคชั่นมานะ เดี๋ยวผมจะรีบไป"


    ไม่นานหลังจากกดวางสาย โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดก็แจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามา ผมดูโลเคชั่นและสามารถจดจำได้ขึ้นใจ


    ในชีวิตก่อน ผมใช้แต่โทรศัพท์แอนดรอยด์ในการรับส่งข้อความและมันยังเป็๞โทรศัพท์ที่ตกรุ่นไปแล้ว 5 ปีอีกด้วย...


    ผมจำเป็๞ต้องปรับตัวให้คุ้นเคยกับโทรศัพท์เครื่องนี้ อย่างแรก ผมต้องหาปุ่มที่จะพากลับไปยังหน้าจอหลัก


    แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไร ผมก็หาปุ่มย้อนกลับไม่เจอ


    "โทรศัพท์อะไรใช้ยากใช้เย็นจังวะ"


    ผมคิดด้วยความหงุดหงิดขณะที่งุ่มง่ามกดหาปุ่มย้อนกลับไปหน้าจอหลัก ซึ่งหลังจากที่ลองกดมั่ว ๆ ดูแล้ว ผมก็สามารถกลับไปที่หน้าจอหลักได้สำเร็จ


    และในเวลาเดียวกันนั้น ผมก็เห็นข้อความแจ้งเตือนมากมายที่ไม่เคยได้รับการเปิดดูเลย


    "ทำไมถึงมีแจ้งเตือนเยอะขนาดนี้เนี่ย?"


    ไม่ว่าจะเป็๞การแจ้งเตือนข้อความใหม่ การแจ้งเตือนข้อความโฆษณา การแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับ เรียกได้ว่ามีการแจ้งเตือนอยู่ทุกรูปแบบ


    ปัญหาก็คือ ผมไม่รู้จะรับมือกับข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมามากมายเ๮๧่า๞ั้๞ได้อย่างไร


    ผมพยายามจะลากพวกมันไปด้านข้างของหน้าจอเหมือนโทรศัพท์แอนดรอยด์ แต่กลับมีปุ่มประหลาดโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอและไม่ยอมหายไป


    "นี่มัน...เดี๋ยวค่อยมาดูทีหลังก็ได้"


    ผมตัดสินใจปิดหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง เพื่อจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก


    "... แต่ปิดหน้าจอยังไงหว่า?"


    ดูเหมือนว่าก่อนที่ผมจะปรับตัวกับชีวิตใหม่ในฐานะชอนอีเซให้สำเร็จ ผมคงต้องปรับตัวกับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ได้ก่อนเสียแล้วสิ