ไม่นานหลายคนก็หายแตกตื่นและกลับมามีใบหน้าหลากหลายอารมณ์สองผู้นำตระกูลกวนและหลี่มองหน้ากันในแววตามีจิตสังหารอันแรงกล้าแผ่ออกมาและนอกจากนั้นต้วนหม่าเองก็กำหมัดแน่นในหัวปรากฎแผนการมากมายด้วยพร์ของต้วนเซิ่งตอนนี้ย่อมเป็ภัยคุกคามต่อเขาแน่
“ต่อไปเป็การประลองใครที่อยากจะท้าทายใครสามารถขึ้นไปบนสนามประลองได้เลย”
สิ้นเสียงร่างของต้วนเหรินและต้วนหยูก็พุ่งขึ้นไปบนสนามประลองและมองหน้ากันก่อนจะชี้ไปทางอู๋เซิ่ง
“ต้วนเซิ่งเ้ากล้าประลองกับพวกข้าหรือไม่”ทั้งสองคำราม
“นี่มันออกจะหน้าไม่อายเกินไปไหม”
“เฮ้อด้วยพลังที่แตกต่างแบบนี้สู้ตัวต่อตัวยังไงก็ไม่ชนะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคุยกันมาก่อนแล้ว”
“อยากจะสู้กับข้า2-1 งั้นเหรอ” อู๋เซิ่งยกยิ้ม
“หรือเ้าไม่กล้า”ทั้งสองยั่วยุ
“มันก็ได้อยู่หรอกเพราะข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว” ในฐานะจอมปราชญ์เขาไม่เห็นเด็กน้อยทั้งสองอยู่ในสายตาอยู่แล้วในอดีตแม้อู๋เซิ่งจะไม่ได้ฝึกฝนพลังบ่มเพาะแต่ทุกวิชาเขาแตกฉานมันนานแล้ว
ร่างของอู๋เซิ่งก้าวขึ้นไปบนสนามประลองและเผชิญหน้ากับทั้งสองใบหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปเพราะอยู่ๆกลิ่นอายของอู๋เซิ่งก็แข็งแกร่งและดูน่าเกรงขามราวกับตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่เด็กน้อยคนหนึ่งแต่เป็ตัวตนอันสูงส่งเหมือนกับปู่ของพวกเขา
“เริ่มกันเถอะ”อู๋เซิ่งกล่าว
“ข้าไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเ้าจะเหนือกว่าพวกเรา”ต้วนหยูพุ่งเข้าหาอู๋เซิ่งเป็คนแรกในมือปรากฎหอกและแทงออกไปหลายสิบครั้ง
“ช้าเกินไปแถมการโจมตีนี้ยังมีจุดบอดมากเกินไป”อู๋เซิ่งแค่ขยับร่างกายเล็กน้อยก็หลบการโจมตีได้หมด
“งั้นลองเจอการโจมตีของข้า”ต้วนเหรินยกกระบี่ขึ้นและฟาดฟันใส่ด้านหลังของอู๋เซิ่งทันที
“ข้าบอกแล้วไงพวกเ้าช้าเกินไป” อู๋เซิ่งหลบการโจมตีได้ทั้งหมดราวกับแมวกำลังหยอกหนู
“เฮ้อต่างกันเกินไป ต่อให้ทั้งสองร่วมมือกันก็ยังจับชายเสื้อของนายน้อยอู๋เซิ่งไม่ได้”
“แบบนี้มันยิ่งทำให้ตัวเองอับอายเปล่าๆ”หลายคนพากันส่ายหน้า
ต้วนหม่าโกรธอย่างมากเขาเชิญเมี่ยวจื่อมาเพื่อให้ต้วนหยูแสดงความสามารถเพื่อหาโอกาสเข้าร่วมกับหุบเขาเฟยเซียงแต่ตอนนี้เมี่ยวจื่อกลับสนใจแค่อู๋เซิ่งเท่านั้น
“หยูเอ๋อใช้สิ่งนั้นซะ”เสียงของต้วนหม่าดังขึ้นในหัวของต้วนหยู
ต้วนหยูกัดฟันนำเม็ดยาออกมาและกลืนมันลงไปทันทีใบหน้าของต้วนเหิงกระตุก
“แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยงั้นเหรอถึงกับต้องพึ่งพาเม็ดยาแล้วนี่จะเรียกว่าการประลองได้ยังไง”
“ใช่แล้วแบบนี้น่าไม่อายเกินไป”ผู้าุโตระกูลต้วนคำราม
“แต่มันก็ไม่ผิดกฎ”ต้วนหม่ากล่าว
“ปล่อยไปถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก” ต้วนเฟิงกล่าว
หลังจากที่พอจะรู้ว่าคนทรยศคือใครใจของต้วนเฟิงก็ไม่มองต้วนหม่าเป็พี่น้องอีกเขาในตอนนี้สามารถสังหารต้วนหม่าได้อย่างไม่เสียใจเลยเพราะสำหรับเขาบุตรชายคือคนที่เขารักมากที่สุดและหากเกิดอะไรขึ้นกับบุตรชายของเขาเขาก็คงไม่มีหน้าไปพบกับภรรยาของตัวเองแน่
“อ๊ากกกกกกกกก”
ต้วนหยูคำรามพลังพุ่งขึ้นกลายเป็ระดับหลอมรวมทันทีจากนั้นต้วนหยูก็พุ่งเข้าหาอู๋เซิ่งอีกครั้ง
“ต่อให้เ้าพึ่งพาพลังของเม็ดยาแต่พลังของพวกเราก็ยังต่างกันอยู่ดี”อู๋เซิ่งเคลื่อนไหวพริบตาก็ปรากฎอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่ายฝ่ามือตบออกไปยังกลางอกของต้วนหยูทันที
“ตูม!!!!!!”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก”ต้วนหยูไม่สามารถป้องกันได้และถูกฝ่ามือของอู๋เซิ่งส่งออกไปนอกสนามประลองทันที
“หยูเอ๋อ!!!!!!!!”ต้วนหม่ารีบพุ่งเข้าไปรับร่างของต้วนหยูทันทีและเมื่อตรวจสอบก็พบว่าอวัยวะในร่างได้รับความเสียหายอย่างหนักไม่รู้ว่าจะต้องนอนติดเตียงไปกี่เดือนกว่าจะรักษาหาย
“รนหาที่ตาย”ต้วนหม่าคำราม
“หากเ้ายังไม่หยุดก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”ต้วนเหิงกล่าว
ดวงตาของต้วนหม่าแดงฉานด้วยความโกรธและเกลียดชังเขารีบพาต้วนหยูจากไปพร้อมกับความโกรธ
“แล้วเ้าละยังอยากจะสู้ต่อหรือไม่”อู๋เซิ่งมองไปยังต้วนเหริน
“ทำไมเ้าที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงทำตัวต่ำต้อยให้คนอื่นเหยียดหยามด้วยละ”ต้วนเหรินกล่าว
“สำหรับข้าลมปากของพวกเ้ามันมีค่าให้ใส่ใจงั้นเหรอแน่นอนถ้าเป็คนอื่นพวกเ้าอาจจะตายไปแล้ว ในฐานะคนตระกูลเดียวกันข้าขอเตือนอย่าได้ดูคนที่ภายนอกอย่างเด็กขาดบางทีขอทานในเมืองไม่แน่อาจจะเป็ยอดฝีมือระดับตัดิญญาที่ซ่อนตัวอยู่ก็ได้”อู๋เซิ่งกล่าว
ร่างของต้วนเหรินสั่นเขาเข้าใจแล้วว่าอู๋เซิ่งกำลังสั่งสอนเขาต้วนเหรินก้มหัวลงเพื่อเป็การขอบคุณและขออภัยอู๋เซิ่งก่อนจะลงจากสนามประลองจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าท้าทายอีก อู๋เซิ่งจึงชนะได้อย่างง่ายดาย
“ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้นำที่มีอัจฉริยะมากความสามารถปรากฎหากท่านยินดี ข้าสามารถรับเขาเป็ศิษย์และพาไปฝึกฝนก่อนที่อายุของเขาจะถึงเกณฑ์ได้”เมี่ยวจื่อกล่าว
“เื่นี้ต้องดูว่าเด็กคนนี้ยินยอมหรือเปล่าั้แ่เด็กเขามีความคิดเป็ของตัวเองและไม่มีใครบังคับเขาได้” ต้วนเหิงกล่าว
แม้ต้วนเหิงจะอยากให้หลานชายของตนเข้าร่วมกับหุบเขาเฟยเซียงเพราะที่นั่นมีทักษะและทรัพยากรมากกว่าตระกูลแต่เขาก็ไม่กล้าตัดสินใจแทนอู๋เซิ่งเพราะอีกฝ่ายมักจะไม่เหมือนเด็กราวกับเป็ผู้ใหญ่มากกว่า
“คุณชายต้วนเซิ่งท่านสนใจกราบข้าเป็อาจารย์หรือไม่” เมี่ยวจื่อกล่าวออกไปทันที
สองผู้นำตระกูลต่างพากันอิจฉาหากเมี่ยวจื่อบอกกับบุตรชายของพวกเขาทั้งสองคงจะรีบให้บุตรชายของพวกเขาคุกเข่ากราบไปแล้วถึงอย่างไรเมี่ยวจื่อก็ไม่ใช่แค่ผู้าุโธรรดาแต่นางเป็ถึงน้องสาวของผู้นำหุบเหวเฟยเซียงอำนาจของนางเป็รองเพียงผู้นำเท่านั้น
ดังนั้นการเป็ศิษย์ของนางสถานะย่อมสูงส่งถึงตอนนั้นใครจะกล้าแตะต้องตระกูลต้วนกัน
“ขออภัยข้ายังไม่คิดเื่นั้นด้วยอายุของข้ายังอยากอยู่กับครอบครัวอยู่”อู๋เซิ่นใช้เื่อายุน้อยปฏิเสธอีกฝ่าย
“ปฏิเสธงั้นเหรอ”สองผู้นำตระกูลทั้งแปลกใจและดีใจ
“งั้นเหรอถ้างั้นไว้ข้าจะมาถามเ้าอีกครั้งก็แล้วกัน” เมี่ยวจื่อแปลกใจแต่แววตาของนางยังคงไม่ยอมแพ้เห็นได้ชัดว่านางอยากจะได้อู๋เซิ่งมาเป็ศิษย์
“เอาละการทดสอบจบลงแล้วขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมชมการทดสอบของตระกูลเรา” ต้วนเหิงกล่าว
แขกต่างๆเริ่มจากไปรวมถึงเมี่ยวจื่อด้วยนางได้เตรียมการกลับไปคุยกับหุบเขาเฟยเซียงแล้วนางจะต้องนำอู๋เซิ่งเข้าร่วมกับหุบเขาเฟยเซียงให้ได้ไม่ยอมให้ตกอยู่ในมือของอีกสองสำนักอย่างเด็ดขาด