รีสอร์ทสวยงามแห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนสุดชิลที่พี่ชายคนรองร่วมลงทุนกับเพื่อนสนิท บรรยากาศน่าหลงใหล อากาศบริสุทธิ์มีฝายน้ำไหลผ่านด้านหลังรีสอร์ท ด้านหน้าปลูกสวนดอกไม้สลับน้ำตกเทียม ทุกอย่างเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ความใส่ใจในการบริการของพนักงานทุกคน ห้องพักขนาดใหญ่ แยกห้องนั่งเล่น ห้องนอน พร้อมระเบียงเป็นห้องน้ำในที่โล่งอ่างอาบน้ำส่วนตัวตั้งที่ระเบียงด้านนอก
รอบๆบ้านพักแต่ละหลังปลูกต้นมะพร้าว ต้นปาร์ม และไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด ปลูกเป็นแนวระหว่างห้องพักเหมือนกำแพงสูงใหญ่ กลุ่มพวกชายหนุ่มทั้งห้าคนนั่งดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน บางคนเข้านวดเท้าแก้ปวดเมื่อยในห้องนวดสปา ภายในห้องพักของวินนี่ หญิงสาวกำลังนั่งจัดเสื้อผ้า เปลี่ยนชุดใหม่ สวมกางเกงขายาว เสื้อยืดสีเทาขาวของวินนี่แทน ยืนส่องร่างงามที่อวบขึ้น “เราอ้วนขึ้นจริงๆ ต้องลดน้ำหนัก อย่างจริงจัง“ กระจกเงาบานใหญ่ทำให้นิทตี้ถอนหายใจหลายครั้ง ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังแว่วๆจากหลังคา “เหมียว เหมียว“ เสียงดังขึ้นไม่หยุด ทำให้หญิงสาวหยุดฟัง “ทำไมมีเสียงแมวร้องบนหลังคา“ นิทตี้เดินมาที่โทรศัพท์ภายในรีสอร์ท “ ขอพนักงานสักคนมาที่ห้องนะคะมีเสียงแมวร้องดังมากๆบนหลังคาค่ะ “
ไม่นานพนักงานชายวัยรุ่นเดินมาพร้อมกระบอกไฟฉายส่องขึ้นตามหาเสียงร้องของแมวพร้อมกับครูสาว ทั้งคู่ตัดสินใจปีนขึ้นเนินด้านหลัง ฝ่ายพนักงานชายเดินเข้าไปในซอกกำแพงสาดส่องฉายไฟส่องไปทั่วบริเวณอีกรอบ “พี่ครับพวกมันอยู่บนนั้นครับ“ นิ้วมือของพนักงานชี้ขึ้นไปบนหลังคาสีเขียวสด “พี่สาวรอผมที่นี่นะครับ ผมจะไปเอาบันไดมาก่อน “ ร่างของพนักงานชายวิ่งหายไปในอาคารด้านหลังนิทตี้นั่งรอที่ขอบกำแพงเตี้ย เสียงเล็กๆแทรกขึ้นหลายเสียงพร้อมกัน “หรือว่า มันตกอยู่ในอันตราย” ความซนและแก่นแก้วของนิทตี้ในเยาว์วัยพุ่งเข้ามาในกายเธอหญิงสาวมองดูหลังคา กวาดสายตามองซอกกำแพงที่สามารถปีนขึ้นได้ “ โธ่เอ้ย...เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องใช้บันไดเลย “ครูสาวมองหาถุงผ้า “ไม่มีอะไรพอที่จะเอาใส่พวกมันลงมาได้” ในที่สุดเธอเจอเศษผ้าเก่าๆ รีบเกาะขอบกำแพงดันร่างขึ้นเกาะกิ่งไม้ปีนขึ้นอย่างรวดเร็ว “นั่นไงอยู่บนหลังคาจริงด้วย“ สายตาของเธอกวาดมองหาลูกแมว พบว่าเป็นลูกแมวคลอดใหม่ พวกมันทั้งหมดตกลงไปในตาข่ายทั้งหมดที่ใช้ดักลูกมะพร้าว นิทตี้ส่องไฟจากมือถือนั่งมองความน่ารักพวกแมวเหมียวขนปุยอย่างชื่นชม “น่ารักจริงๆ พี่มาแล้ว กำลังจะช่วยค่ะ“ ด้วยจิตใจมีเมตตาธรรมสูงของเธอ
นิทตี้ก้าวที่ละก้าวเข้าไปนั่งริมขอบหลังคา สองมือค่อยๆอุ้มเจ้าลูกแมวที่ละตัว ที่ร้องเสียงหลงพร้อมๆกันนำพวกมันออกมาวางลงบนริมขอบกำแพง ห่อด้วยเศษผ้าที่เอามาด้วย เมื่อช่วยพวกมันหมดเธอมองหาพนักงานหนุ่มคนนั้นหายไปไหนตั้งนาน ร่างของเธอลุกขึ้นเพื่อจะเดินกลับแต่ก้าวพลาดทำให้ร่างของเธอลื่นลงมากจากหลังคาที่มุงด้วยใบหญ้าด้านบนของกระเบื้องไถลร่างลงมา สองมือพยายามคว้ากิ่งไม้ใว้แต่กิ่งไม้อ่อนหักก่อน ความสูงจากพื้นดินด้านล่างเต็มไปด้วยกองเศษหินสำหรับเตรียมก่อสร้าง มือทั้งสองต้องเกาะกิ่งไม้ให้แน่น เธอโยกร่างปลายเท้าไปถึงขอบหลังคาแต่ไม่สำเร็จ ร่างของเธอห้อยค้างบนนั้น ขาทั้งสองแกว่งไปมา นิทตี้ตั้งใจจะกระโดดแต่ข้างล่างคือกองเศษไม้ เศษกองหินหญิงสาวมองโทรศัพท์มือถือที่วางบนขอบหลังคา เธอมองด้านล่าง มองอะไรไม่ชัดเพราะความมืด ทำให้เธอตัดสินใจไม่ถูก “ แย่แล้ว เราโดนวินนี่ด่าแน่ๆเลย “ เธอพูดกับตัวเองเหมือนรู้ชะตากรรม
ริมชายหาดผู้กองเดฟจูงมือครูสาวภาวนาเดินพลอดรักเลาะริมทางเดินชมน้ำตกกัน ส่วนวินนี่ดื่มได้สักพัก ขอตัวไปหานิทตี้ระหว่างวินนี่กำลังเดินกลับห้องพักตามหญิงสาวไปร่วมทานอาหารค่ำด้วยกัน สายตาของนิทตี้พบเดฟซึ่งเดินเข้ามาใกล้ๆห้องพักที่ติดกัน “ เดฟ…ช่วยด้วย “ เสียงของเธอดังขึ้น ผู้กองเดฟได้ยิน หันซ้ายแลขวา “ เสียงของนิทตี้ร้องให้ช่วย” ภาวนาก็ตกใจมองหาตามเสียง ร่างของนิทตี้เริ่มปวดร้าว เธอตัดใจตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง“.วินนี่ เดฟ!!!ช่วยฉันด้วย“ ชายหนุ่มทั้งสี่คนได้ยินพร้อมกัน ทุกคนเริ่มกังวลวิ่งไปที่หน้าห้องพักของเธอวินนี่เปิดประตูเข้าไปในห้องพัก “คุณอยู่ที่ไหนนิตยา“ เธอใช้ปลายเท้าพยายามเกี่ยวกิ่งไว้มัน กิ่งไม้เริ่มหักลงมาที่ละกิ่งสองมือพยายามเกาะให้แน่นมากขึ้น “ อยู่ข้างบนนี้ เดฟ มองไม่เห็นเหรอ “ เดฟมองขึ้นบนหลังคานิ้วมือชี้ขึ้นไปที่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ห้องพัก “คุณขึ้นไปทำอะไรบนนั้น นับดวงดาวเล่นเหรอ “ ร่างสูงขอวินนี่วิ่งออกมจากห้องพัก เงยหน้ามองขึ้น สองมือกุมหัวแล้ว “นิทตี้ คุณขึ้นไปบนนั้นได้ยังไง ลงมาเดียวนี้“
ทุกคนมองยืนมองร่างของเธอที่ห้อยลงมาเธอส่ายหน้าไปมา “ ถ้าฉันลงไปได้ คงไม่ห้อยร่างอยู่เเบบนี้ ช่วยด้วยค่ะ จะตกอยู่แล้ว “ พี่ชายทั้งสองยืนมองน้องสะใภ้ อรวินไม่รู้จะหัวเราะหรือโวยวาย หันไปหาพี่ชายคนโตเพราะเขารู้จักนิสัยของนิทตี้ว่าเป็นคนทะโมนไม่แพ้น้องชาย .”น้องสะใภ้ของพี่ ที่ผมบอกว่า พี่ต้องเจอกับตัวเอง ไม่ใช่แค่แม่ศรีเรือนครับ“ อรวินวิ่งไปตามพนักงาน อนุชคว้ามือถือถ่ายภาพของเธอ แล้วส่ายหน้า"เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้ ถ้าแม่รู้ เธอคงโดนตีแน่ๆ”
วินนี่มองหาทางขึ้นเขาเริ่มปีนกำแพงเดินตามขอบกำแพง แต่กิ่งต้นไม้หักลงมามาก ทำให้นักบินหนุ่มเปลี่ยนใจเดินผ่ากลางหลังคาเข้าไปรับร่างของเธอค่อยๆเดินเข้าไปรับเธอ เขาเม้มริมฝีปาก มองดูเธอในสภาพนี้ด้วยความโกรธ “ ลงมาคราวนี้ ผมจะไม่พาไปเที่ยวที่ไหนอีก คอยดูจะตีก้นให้ลายแม่ตัวแสบ “ เขายื่นมือให้เธอจับ เธอยื่นมือไม่ถึง วินนี่i ก้าวเข้ามาใกล้ๆส่งมือให้ก็ไม่ถึง “ วินนี่ นายเดินไต่ลงมาที่ขอบหลังคาก่อนแล้วโอบร่างเธอไว้ รับรองได้แน่นอน “ เดฟตะโกนบอกเพื่อน นักบินหนุ่มยืดตัวให้เธอจับมืออีกครั้งเขาทำตามคำบอกของผู้กองที่ยืนลุ้นด้านล่าง “ อุ๊ฟฟ !!! ได้แล้ว “ วินนี่ดึงต้นแขนเธอ คว้าเอวเธอไว้แน่นในที่สุดร่างของทั้งคู่ยืนบนหลังคา ทุกคนที่ยืนเฝ้าดูด้านล่างเริ่มหายใจโล่ง เสียงปรบมือให้วินนี่ “ตอนเช้าต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย ตอนเย็นผมเป็นไอ้แมงมุมช่วยเมียรอบดึกจะมีอะไรอีกไหม”