ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บของถ้ำศิลาร้างสองหัวใจที่เคยอยู่ห่างไกลกลับเชื่อมโยงถึงกันผ่านไออุ่นอันแ่เบาและรสััที่ช่วยชีวิต
เอวาวิ่งตามร่างสีเงินของเ้าหยกฝ่าพายุฝนทมิฬที่สาดซัดโคลนตมหนาเหนอะหนะรองเท้าบูทหนังของเธอเปียกชุ่มและผ้าคลุมขาวขาดวิ่นจากการเกี่ยวกระชับของกิ่งไม้หนามทว่าเธอไม่สนใจความเ็ปทางกายในหัวของเธอมีเพียงแววตาสั่นระริกเปี่ยมความหวังของเ้าหยก และความทรงจำเกี่ยวกับผู้ช่วยชีวิตลึกลับเ้าของลูกศรออบซิเดียนที่เธอกำลังกุมแน่นอยู่ในมือ
เ้าหยกนำทางเธอเล็ดลอดผ่านโขดหินลาดชันจนมาถึงปากถ้ำศิลาร้างแคบลึกซึ่งแฝงตัวอยู่ใต้แนวหน้าผาชายแดนเอวารีบก้าวเท้าเข้าไปในโพรงหินมืดสลัวที่หนาวเหน็บกลิ่นไอฝนผสมผสานกับกลิ่นคาวเืจางๆและคลื่นเวทมนตร์อัญมณีทมิฬที่เย็นเฉียบและแห้งผากปกคลุมทั่วบริเวณ
"คุณผู้นั้น...อยู่ที่ไหนคะเ้าหยก?" เอวาถามเสียงสั่นระริก
เ้าหยกพุ่งตัวไปนอนหมอบส่งเสียงครางครวญอยู่ข้างร่างหนึ่งที่นอนราบอยู่บนพื้นทรายชื้นแฉะเอวารีบหยิบผลึกพรีไนท์ขึ้นมาส่งเวทมนตร์ธรรมชาติสลัวเพื่อส่องสว่างแสงสีเขียวมรกตอุ่นวาบเผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในเกราะหนังสีดำที่ชุ่มไปด้วยน้ำและโคลนใบหน้าด้านซีกขวาที่มีรอยแผลเป็สีเงินเด่นชัดบัดนี้ขาวซีดดุจหิมะริมฝีปากบางแห้งผากและกลายเป็สีม่วงคล้ำเส้นเืตามลำคอและท่อนแขนซีกซ้ายปูดโป่งเป็สีดำทะมึนเนื่องจากพิษอัญมณีทมิฬที่กำลังบดขยี้ไหลเวียนมุ่งสู่หัวใจ
เอวาทรุดเข่าลงข้างร่างของรินทันทีมือของเธอััได้ถึงความเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งจากผิวเนื้อของอีกฝ่ายหัวใจของรินเต้นแ่ระรัวสั่นไหวและสะดุดจังหวะเป็ระยะๆ
"พิษแล่นเข้าใกล้ขั้วหัวใจแล้ว..."เอวาอุทานเสียงสั่นเครือแววตาของเธอสั่นไหวด้วยความตระหนกและเวทนาเมื่อพบรอยไหม้สีม่วงเข้มปะทุขึ้นบริเวณไหล่ซ้ายที่โดนยิง
เธอรีบแกะกระเป๋ายาเวทมนตร์ออกนำขวดน้ำแก่นมนตราดอกไม้จันทร์และใช้ครกไม้ขนาดเล็กบดขยี้สมุนไพรมอสส์แดดส่องแสงที่เพิ่งเก็บกู้มาผสมรวมกันกลิ่นหอมอุ่นของสมุนไพรเวทมนตร์ลอยอบอวลไปทั่วโพรงถ้ำทว่าเมื่อเอวาประคองศีรษะของรินขึ้นหวังจะกรอกน้ำยารักษาเข้าไป เธอกลับพบอุปสรรคอันเลวร้าย
กรามของรินเกร็งแน่นแข็งทื่อดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ลำคอและเส้นเืใหญ่ถูกกักขังด้วยพิษผลึกแก้วจนแข็งตัวลมหายใจแ่เบาจนแทบไม่ขยับทรวงอกรินไม่อาจกลืนกินหรือเปิดริมฝีปากเพื่อรับการรักษาใดๆ ได้เลยหากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ไม่เกินสิบนาที เส้นเืจะกลายเป็แก้วสีดำบดขยี้หัวใจของเธอจนพังทลาย
"ไม่ได้การ...กรามของเธอเกร็งแน่นเกินไป ยารักษาไม่สามารถไหลลงคอได้เลย"เอวาพูดพรางพยายามใช้นิ้วมือนวดสันกรามของรินอย่างร้อนรนแต่ผิวเนื้อกลับแข็งดุจหินผา
ในตำราการแพทย์พฤกษาศิลาชั้นสูงมีวิธีการรักษาเฉพาะที่เรียกว่า "พันธสัญญาป้อนมนตราส่งไออุ่น"(การส่งผ่านยารักษาและพลังชีวิตผ่านริมฝีปาก)ซึ่งเป็วิธีการป้อนยาขั้นวิกฤตที่ผู้รักษาระดับสูงต้องยอมสละไออุ่นและป้อนตัวยาผ่านช่องปากโดยตรงพร้อมทั้งโคจรเวทมนตร์พฤกษาโอบอุ้มเพื่อช่วยคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อที่ถูกพิษสะกดไว้
เอวาไม่มีเวลาลังเลและอับอายอีกต่อไปชีวิตของผู้ช่วยชีวิตของเธอกำลังจะดับสูญลงต่อหน้าต่อตา
เธอตักน้ำยาสมุนไพรสีทองอุ่นขึ้นมาอมไว้ในช่องปากของตนเองจนเต็มกระพุ้งแก้มความขมและไออุ่นของมนตราพรีไนท์แล่นพล่านในปากของเธอเอวาใช้มือขวาประคองท้ายทอยอันเย็นเยียบของรินขึ้นมาอย่างเบามือส่วนนิ้วโป้งและนิ้วชี้มือซ้ายพยายามบีบเปิดริมฝีปากที่แห้งผากของรินออกทีละน้อย
เอวาก้มหน้าลงไปริมฝีปากนุ่มอุ่นของเธอบรรจงทาบประทับลงบนริมฝีปากที่เย็นเฉียบและแข็งเกร็งของรินทันที
รสััแรกช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงความอุ่นละมุนปะทะความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกเอวาออกแรงเป่าส่งตัวยาสมุนไพรผสมไออุ่นและพลังชีวิตธรรมชาติจากทรวงอกของเธอผ่านริมฝีปากแนบสนิทนำพาของเหลวสีทองไหลเล็ดลอดผ่านไรฟันที่ปิดแน่นของรินลงสู่ลำคออย่างช้าๆ
พร้อมกันนั้นเอวาโคจรเวทพฤกษาคลุมรอบปากและลำคอของรินแสงสีเขียวมรกตและทองสว่างวาบขึ้นในถ้ำสลัวคลื่นมนตราพฤกษาช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อลำคอที่แข็งตัวทำให้รินเริ่มกลืนกินของเหลวสีทองลงสู่กระเพาะได้ทีละนิด
แต่พิษอัญมณีทมิฬในร่างรินต่อต้านอย่างรุนแรงพลังงานสีม่วงเข้มปะทุเป็ประกายแปรปรวนล้อมรอบอกของรินจนส่งเสียงฉี่ๆดุจน้ำร้อนลวก เอวาไม่ยอมแพ้ เธอกดประทับริมฝีปากแแ่ยิ่งขึ้นถ่ายทอดพลังเวทพฤกษาสุทธิและไออุ่นจากดวงจิตของเธอเข้าไปเพื่อชะล้างและละลายผลึกแก้วพิษทมิฬสีดำในอกของรินอย่างไม่ย่อท้อ
ผ่านไปเนิ่นนานเส้นเืดำปูดโป่งที่แก้มและลำคอของรินค่อยๆ ซีดจางลงร่างกายอันหนาวเหน็บสั่นท้านเริ่มเปลี่ยนเป็อุ่นขึ้นลมหายใจของรินเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและทรวงอกเริ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะปกติ
เอวาถอนริมฝีปากออกช้าๆหายใจหอบเหนื่อย ใบหน้าสีน้ำผึ้งของเธอบัดนี้แดงซ่านด้วยความเขินอายปนโล่งอกเธอทรุดร่างลงนอนเคียงข้างรินโอบกอดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเพื่อมอบความอบอุ่นจากร่างกายของเธอทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปท่ามกลางเสียงสายฝนภายนอกที่เริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงตกกระทบแ่เบา
---
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง รินค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในความสลัวของถ้ำความเ็ปบีบคั้นราวกับกระจกทิ่มแทงในเส้นเืบัดนี้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความรู้สึกอุ่นสบายโอบล้อมกายเธอไว้
เธอหันมองรอบตัวและพบว่าตนเองนอนอยู่บนอ้อมกอดอุ่นของเอวาใบหน้าของแพทย์สาวสีทองอยู่ใกล้จนััถึงลมหายใจเข้าออกแ่เบารินใรีบขยับตัวจะถอยหนี ทว่าความอ่อนเพลียทำให้เธอขยับได้เพียงเล็กน้อย
"ตื่นแล้วหรือคะ?"เอวาถามเสียงเบาพรางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายขยับหนี"อย่าเพิ่งขยับเลยค่ะ ร่างกายของคุณยังขับพิษออกไม่หมด"
รินเบิกตากว้างแววตาสีเทาเต็มไปด้วยความตระหนกและสับสน "เธอ... เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?มันอันตรายมากนะ... สภามืดกำลังตามล่าฉัน... ถ้าพวกมันเจอเธอ..."
"ฉันปล่อยให้คนลึกลับที่เฝ้าปกป้องฉันมาตลอดสิบหกปีตายไม่ได้หรอกค่ะ"เอวาเอ่ยพรางยิ้มบาง ชูข้อมือซ้ายที่มีเส้นด้ายถักสีเทาหม่นให้รินดู"ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว... ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้เสมอมา"
รินนิ่งอึ้งหัวใจที่เ็าของเธอพลันอุ่นซ่านเต้นระรัวในอ้อมกอดของหญิงสาวพฤกษาความเงียบสงบในถ้ำหินร้างบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นโอบล้อมดวงใจทั้งสองดวงไว้ด้วยกัน