บทที่26 ทวีปทราบทมิฬ
เมื่อมาถึงตำหนักแล้วก็ได้พบกับกุนจวินที่กำลังดื่มชาอย่างสงบที่สวนหลังตำหนัก
“ท่านพ่อ!”
กุนไท่กล่าวเรียกบิดาของตนขึ้นแล้วปลดปล่อยพลังปราณออกมาให้อีกฝ่ายนั้นััได้ก่อนจะเรียกขลุยจักรพรรดิิญญาออกมา
กุนจวินที่ได้ยินเสียงบุตรของตนนั้นก็คิดไว้แล้วว่ากุนไท่คงทะลวงมาได้แล้วแต่เมื่อเขาเห็นอาวุธคู่กายของกุนไท่นั้นเขายืนขึ้นทันทีพร้อมกับมือที่ถือแก้วชานั้นสั่นไหวดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อก่อนจะรีบสงบใจอย่างรวดเร็ว
“ยอดเยียมมากไท่เอ่อร์เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!และยังสามารถปลุกอาวุธคู่กายขึ้นมาได้อีกด้วย ข้ากุนจวินมีบุตรที่ยอดเยียมนักหากข่าวนี้แพร่ออกไปคงทำให้เ้าพวกทวีปทรายทมิฬบัดซบพวกนั้น เกรงกลัวขึ้นมาแน่!”
“ท่านพ่อ ทวีปทรายทมิฬ คือ?...
“เป็ทวีปขนาดใหญ่ และเป็พวกเห็นแก่ตัว!พวกมัน้าดินแดนทั้ง 7 ของทวีปเรา!ตอนนี้เรากำลังทำากับพวกมันอยู่ พวกมันเห็นว่าพวกเราเป็แค่ทวีปขนาดกลางเท่านั้น ถึงจะสามารถคิดจะรังแกได้!”
กุนจวินพูดอย่างโกธรแค้น
“ดินแดนทั้ง 7 ของเรานั้นมีสิ่งใดพิเศษหรือ?นอกจากเจริญรุ่งเื่ด้านเศรษฐกิจแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดเลย”กุนไท่ตอบกลับไปด้วยความสงสัย
“มันไม่ใช่แค่นั้น ดินแดนทั้ง 7 นั้นเป็กุญแจที่เอาไว้เข้าสู่พื้นที่บรรพบุรุษของเรา!” กุนจวินตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“อย่าบอกนะว่า… พวกมัน้าสมบัติสืบทอดของตระกูลเรา!”
กุนจวินไม่ตอบแต่พยักหน้า ก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า “ในาครั้งนี้เ้ายังช่วยข้าไม่ได้ เ้ายังอ่อนแอเกินไปอย่างต่ำเ้าต้องอยู่ระดับผู้เชียวชาญ!ส่วนรางวัลที่ข้าจะให้เ้านั้น ข้าจะให้เ้าไปฝึกอยู่ในพื้นที่บรรพบุรุษของเราเมื่อเสร็จสิ้นแล้วข้าจะส่งเ้าไปสมัครเป็ศิษย์ของนิกายฟ้า์คำรามพิโรธ!เป็นิกายที่อยู่ในทวีปศักดิ์...ทวีปศักดิ์นั้นอยู่ั้แ่สมัยโบราณแล้วมีความแข็งแกร่งที่ยากจะหยั่งถึงเพียงแค่ผู้าุโในนิกายเพียงคนเดียวก็สามารถทำลายล้าง ทวีปขนาดใหญ่ได้! ”
กุนไท่ที่ได้ฟังนั้นรู้สึกใอย่างมากคนๆหนึ่งจะมีพลังมากขนาดนั้นนั่นมันไม่ต่างจากเทพเ้าเลย!
“อีก 3 วัน ข้าจะพาเข้าไปในพื้นที่บรรพบุรุษของเราตระกูลกุน! เ้าก็พักผ่อนและเตรียมตัวให้เรียบร้อย” กุนจวินพูดเสร็จก็หายตัวไป
กุนจวินเรียกผู้นำดินแดนทั้ง 7 มา ได้แก่ ดินแดนปฐีดินแดนวารี ดินแดนวายุ ดินแดนอัคคี ดินแดนอัสนีดินแดนราตรี และดินแดนแสงสว่าง เพียงดินแดนเดียวก็เทียบได้กับทวีปขนาดเล็กทวีปหนึ่งได้เลยทีเดียว
การที่จะเข้าสู้พื้นที่บรรพบุรุษของตระกูลกุนนั้นต้องมีกุญแจทั้ง 7 ดอก โดยผู้นำของแต่ละดินแดน ต้องเก็บไว้คนละดอกและปกป้องมันด้วยชีวิตสาเหตุที่ให้ดินแดนทั้ง 7 ปกป้องนั้นเป็เพราะว่าหากเก็บไว้ที่กุนจวินเพียงผู้เดียวมันจะไม่ปลอดภัยแต่หากเก็บไว้กับผู้นำทั้ง 7 ดินแดน จะปลอดภัยกว่าเพราะผู้นำของแต่ละดินแดนจะสืบทอดวิชาลับของแต่ละคนที่สามารถส่งกุญแจไปให้ผู้ที่ไว้ใจได้โดยไม่คาดฝันและอีกอย่างมันคือความตั้งใจของผู้บรรพบุรุษของตระกูลกุนด้วยไม่มีใครกล้าคิดจะเปลี่ยนมันและเื่นี้ถือเป็ความลับสมบัติส่วนมากจะเก็บไว้กับตัวแต่ใครจะไปคิดว่าเก็บไว้ที่บริวารกัน!
เมื่อผู้นำดินแดนทั้ง 7 ได้มาถึงก็ได้เข้าใจถึงความตั้งใจของเ้าสำนักกุนจวินทันที หลังจากที่ได้กุญแจมาแล้วก็ได้พากุนไท่เข้าสู่เขตหวงห้ามของสำนักเบื่องหน้าของกุนไท่นั้นมีต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่ดูธรรมดาแต่เนื่องจากการนำของกุนจวิน ต้นไม้ต้นนั้นได้ดูดร่างของทั้งสองเข้าไปในต้นไม้ราวกับแม่เหล็ก
กุนไท่รู้สึกตกตะลึงเพราะเขาไม่เคยเห็นค่ายกลที่ซับซ้อนและทรงพลังขนาดนี้มาก่อนข้างในนั้นเป็ห้องโถงที่มีขนาดใหญ่มันดูเก่าแก่และโบราณมากเพียงแค่พื้นหินนั้นยังปล่อยกลิ่นอายที่ลึกลับออกมามันสามารถช่วยให้กุนไท่ฝึกฝนและก้าวหน้าขึ้นได้
ตรงกลางห้องมีศิลาขนาดั์ตั้งตระหง่านอยู่มันสลักชื่อของทุกคนที่ได้ใช้แซ่กุน กุนไท่เดินผ่านศิลานั้นไป และพบประตูบานหนึ่งมันมีรอยเสียบกุญแจ7 ดอก กุนจวินไม่รอช้าเสียบกุญแจทั้งหมดลงไป
กรึกครืนนน!
ประตูบานใหญ่เปิดออกสายตาของกุนไท่สอดส่องเข้าไปแล้วรู้ว่าข้างในเป็ห้องฝึกฝนที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายจากยุคาแต่ทันใดนั้นเมื่อสายตาของกุนไท่ไปตกอยู่ที่เงามนุษย์ร่างหนึ่งที่กำลังนั่งขัดสมาธิเป็ชายชราที่ผอมแห้งหนังติดกระดูก สวมใส่อาภรณ์สีดำผมสีขาวที่กระเซอะกระเซิงสยายราวกับมีสายลม แต่ในห้องที่ปิดตายเช่นนี้มันจะไปมีลมได้อย่างไร! พลังปราณที่ยากจะหยั่งถึงของชายชราผู้นี้นั้นะเิออกมาพร้อมกับเปลือกตาที่เปิดขึ้นมาแล้วจ้องมองกุนจวินกับกุนไท่อย่างแปลกประหลาด
“คาราวะ ท่านพ่อ!” กุนจวินกล่าวขึ้นพลางโค้งคำรับ
“โอ้ จวินเอ่อร์? ไม่ได้พบเ้าตั้งร้อยปีเติบโตขึ้นเยอะ มาถึงระดับนี้ได้แล้วสินะ ฮ่าๆๆ”ชายชรายืนขึ้นพลางกล่าว พร้อมกับเข้าไปกอดกุนจวินอย่างเอ็นดู
กุนไท่ที่ยืนอยู่นั้นรู้สึกเหลือเชื่อรู้สึกว่าบิดาของตนนั้นมีความลับกับเขามากมาย กุนไท่มิอาจทราบได้ว่าชายชราผู้นี้อยู่ในระดับใดแต่เขาััได้ว่าแข็งแกร่งกว่าบิดาของเขามากมายนักและที่สำคัญเมื่อกี้บิดาของเขาเรียกอีกฝ่ายว่าท่านพ่อ? หรือว่า? จะเป็ท่านปู่กัน?
“หลานชายคาราวะท่านปู่” เสียงของกุนไท่ดังขึ้นมันได้ทำให้ชายชราหันมาสนใจทันทีก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นแล้วกล่าวว่า
“อย่าบอกนะว่า นี่คือบุตรชายของเ้า?”
“ใช่แล้วท่านพ่อ นี่คือหลานของท่านไง กุนไท่!ตอนนี้อายุ 15 ปีระดับบ่มเพาะอยู่ที่สร้างรากฐาน ขั้นร่างกาย!” กุนวินชี้ไปที่กุนไท่พลางแนะนำ
ชายชรายิ้มแย้มออกมาแววตาปรากฏความรักและเอ็นดูก่อนจะเข้าไปยกกุนไท่ขึ้นมาพลางตบก้นราวกับเด็กทารกและกล่าวออกมาว่า
“หลานชายข้ายอดเยี่ยมมาก มีพร์มากกว่าข้าและบิดาของเ้าเสียอีกข้าคือปู่ของเ้านามว่า กุนคุน!”
กุนไท่ที่ถูกอุ้มราวกับเด็กน้อยนั้นรู้สึกเขินอายได้แต่ยิ้มแห้งก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า
“ท่านปู่วางข้าลงเถอะ!”
เมื่อสิ้นเสียงกุนคุนหัวเราะดังลั่นก่อนจะหันไปหากุนจวินและถามขึ้นมาว่า
“เ้าพากุนไท่มาที่นี่ เพื่อให้เขาฝึกกับข้าสินะ!”
“ใช่แล้วท่านพ่อตอนนี้ไท่เอ่อร์ต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปเป็ศิษย์ของนิกายฟ้า์คำรามพิโรธ!” กุนจวินตอบกลับไป
“ข้าได้ยินมาว่านิกายนี้จะรับศิษย์ปีหน้า เขื่อนไขคืออายุห้ามเกิน 25ระดับบ่มเพาะอย่างต่ำคือสร้างรากฐาน ขั้น ร่างกาย! แต่เขื่อนไขนี้แค่ศิษย์ระดับต่ำเท่านั้นยังไม่ได้เป็แม้กระทั่งสายนอก ส่วนศิษย์สายนอกอายุห้ามเกิน 25ระดับบ่มเพาะอย่างต่ำระดับสร้างรากฐาน ขั้นจิตใจและขั้นิญญา ศิษย์สายในอายุไม่เกิน 30 อย่างต่ำต้องระดับหลอมรวมพลัง ส่วนศิษย์หลักนั้นไม่มีผู้ใดรู้อย่างว่าแต่ศิษย์สืบทอดที่มีตำแหน่งสูงกว่าศิษย์หลักเลย!” กุนคุนกล่าวออกมาอย่างเคร่งครึม