แสงแดดยามเช้าเริ่มแยงตาทิวทัศน์ด้านล่างมีูเารายล้อมสลับสูงต่ำเรียงรายเต็มไปหมด คงใกล้ถึงฉันเอื้อมมือไปปิดหน้าต่างเครื่องบินเพื่อเตรียมตัวลงจอดในจุดหมายที่กำลังจะถึงข้างหน้า
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉันค่อยๆเดินผ่านฝูงชนนักท่องเที่ยวออกไปข้างนอกในที่ที่ผู้คนไม่เสียงดังมากนัก“ค่ะ ฉันมาถึงแล้ว อืม กำลังรออยู่ที่หน้าประตูด้านซ้ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกันเยอะๆค่ะ” ฉันพูดจบพลางชะเง้อมองดูซ้ายขวาไปมา
“ผมใส่เสื้อสีส้มครับกางเกงขายาวลายทหารโบกมือไปมาครับ” ปลายสายพูดจบฉันเห็นเขาพอดี
ฉันรีบเดินเข้าไปหาเขา“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับไปกันเลยนะครับ เพราะต้องเดินทางไปที่พักอีกไกลมากเลยและคุณ้าแวะซื้ออะไรอีกไหมครับ”
“ไม่ค่ะไปกันเลยค่ะ”
พอฉันพูดจบพนักงานของโฮมสเตย์เดินนำหน้าฉันไปทันทีโฮมสเตย์ที่ฉันจะไปพักเป็โฮมสเตย์เล็กๆอยู่ใจกลางหุบเขาห่างจากหมู่บ้านชาวเขามาพอสมควรถือว่ามาพักผ่อนไปด้วยและชักจูงพวกเลวพวกนั้นออกมาให้ไกลที่สุด
รถเริ่มขับออกห่างจากตัวเมืองเริ่มเขาสู่ถนนคดเคี้ยวสูงชันขึ้นไปทุกทีผ่านหมู่บ้านเล็กๆ3-4หมู่บ้าน และในที่สุดก็ไม่เห็นหมู่บ้านอีกเลยต้นไม้เริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อยๆบวกกับตอนนี้ฤดูฝนมองออกไปเลยมีแต่ความมืดครึมหมอกตรงถนนทำให้รถขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆเพื่อความปลอดภัย มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านที่คงเข้าไปหาของป่าหรือไปไร่สวนของขับผ่านมาแค่คันเดียว
ฉันเปิดหน้าต่างกระจกรถลงพลางยืนมือออกไปนอกหน้าต่างเพื่อรับหยดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาเบาๆตายที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่เพราะถูกโอบล้อมไปด้วยป่าเขาที่สวยงามแต่คงไม่มีใครพบร่างกายที่เน่าเปื่อยของฉันแน่ เพราะไกลมากขนาดนี้ ฉันคิดพลางสบถยิ้มออกมาเบาๆคนเดียว
โฮมสเตย์มันคือโฮมสเตย์เล็ก ที่สร้างขึ้นที่ฉันคิดว่าคงจะเคยเป็ไร่สวนของเ้าของที่นี่
รถขับมาจอดหน้ากระท่อม ซึ่งที่จริงหน้าจะใหญ่กว่าอีกสองหลังที่ไกลออกไป เ้าของโอมสเตย์ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใสพร้อมกับเดินนำไปที่พักซึ่งเป็กระท่อมที่อยู่ห่างออกไกลพอสมควร
“เดี๋ยวสักครู่จะเอาอาหารเครื่องดื่มมาให้นะคะและถ้าคุณ้าอะไรต้องขอให้คุณลูกค้าเดินมาแจ้งกับเราตรงกระท่อมด้านหน้าที่เข้ามานะคะเพราะที่นี่สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีค่ะ” เ้าของของที่นี่พูดพลางก้มหน้าขอโทษตามมารยาท
“ค่ะ”ฉันตอบสั้นๆ จากนั้นเ้าของสถานที่แห่งนี้ก็ขอตัวออกไป ปล่อยให้ฉันได้พักผ่อน
เก้าอี้ถูกจัดวางข้างหน้าต่างพอมองออกไปจะเจอลำธารสายหนึ่งรอบๆก็ทึบไปด้วนต้นไม้มีแปลงดอกไม้สองแปลงที่เ้าของบรรจงตกแต่งให้กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติมากที่สุด
“สวยจัง” ฉันนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสิ้นหวังพวกนั้นคงจะตามมากันแล้ว ฉากจบชีวิตหลังจากนี้จะเป็ยังไงนะ
อาหารเครื่องดื่มได้ถูกนำมาส่งให้เรียบร้อยมือนี้ฉันต้องทานให้อิ่มมากที่สุด เพื่อเตรียมตัวรับเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฉันจัดการกับตัวเองเรียบร้อยเคลียร์ค่าที่พักเรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ “คงไม่พ้นคืนนี้” ฉันพึมพำออกมาเบาๆ เวลาตอนนี้ปาเข้าสี่ทุ่มแล้ว ในขณะที่ฉันเดินออกมาข้างนอกไกลจากที่พักมากพอสมควรแล้ว
แสงไฟจากรถที่เลียบตามถนนด้านล่างขึ้นมาที่นี่หนึ่งคันและตอนนี้มันถูกจอดสนิทอยู่ตรงด้านล่างห่างจากโฮมสเตย์ที่ฉันพักเพียงแค่ตอนนี้ฉันอยู่บนเขา
“เริ่มสักที” ฉันรีบเดินตรงเข้าไปในป่าให้ลึกมากที่สุดไกลจากที่พักนี้ให้มากที่สุด ไม่อยากทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันอีก รอบตัวมืดสนิทเสียงลำธารที่ดังเริ่มเบาลงเรื่อยๆมีเพียงเสียงของแมลงที่แข่งกับเสียงเท้าฉันที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้ง ใจฉันตอนนี้เต้นโครมครามเหมือนจะหลุดกระเด็นออกมาจากหน้าอก
“ใช่เสียงเท้า” แต่ฉันรีบวิ่งไม่ได้ทางมืดเหลือเกิน ฝนเริ่มตกลงปรอยๆไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งนั้น
“ตรงนั้นมันอยู่ตรงนั้น” เสียงพวกนั้นะโบอกพวกที่มาด้วยกัน ว่าพบฉันแล้ว
"ปัง ปัง" เสียงปืนไล่หลังมาแล้ว เฉียดตัวฉันไปโดนต้นไม้ด้านหน้าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ฉันที่คิดว่าจะควบคุมมันได้แต่ไม่เลยตอนนี้มันมีทั้งความกล้า ความหวาดกลัวปนเปกันไปหมด
ฉันก้าวพลาดกลิ้งตกลงไปด้านล่างตลิ่งเจ็บไปทั้งตัวแต่ไม่มีเวลาที่จะมาสำรวจตัวเองได้เลย
"ปัง" เสียงปืนดังอีกครั้ง คราวนี้เฉียดไหล่ความเ็ปเริ่มเพิ่มมากขึ้น น้ำสีแดงอุ่นๆ อุ่นกว่าสายฝนที่ตกกระทบตัวฉันเริ่มไหลลงตามแนวแขนจนถึงปลายนิ้วมือความเ็ปเข้ามาแทนที่ความเหนื่อยล้า
หน้าผาสูงชันอยู่ด้านหน้าฉันเอื้อมมือไปจับมันเพื่อพยุงตังเอง จากนั้นก็เดินเรียบไปเรื่อยๆ และตอนนี้ปากถ้ำอยู่ด้านหน้าตรงด้านหน้าออกไปอีกหน่อยเป็หน้าผา
“กลับหลังตอนนี้ไม่ได้”ฉันตัดสินใจทันทีตรงเข้าไปในถ้ำ เสียงฝีเท้าพวกนั้นยังตามมาติดๆ
ในถ้ำมืดสนิทต้องใช้มือคลำไปด้านหน้าเท่านั้นบุบ “โอ้ย” โดนตรงด้านหน้าคิ้วพอดีคงโดนหินงอกหินย้อยแน่ๆ ตอนนี้แก้มข้างขวาชุ่มไปด้วยเื แขนข้างซ้ายก็ปวด
เสียงฝีเท้าพวกนั้นที่เหยียบย้ำน้ำสะท้อนกังวานในถ้ำเริ่มใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าก็เพิ่มมากขึ้น ไม่รู้ว่าทางมันจะสิ้นสุดตอนไหน
แสงแสงสว่างด้านหน้าที่ริบรี่ เส้นทางเริ่มแคบลง ฉันดันตัวเองไปด้านหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"อีกนิดเดียว" แสงเริ่มใกล้มากขึ้นตอนนี้เริ่มเห็นทางเดินมากขึ้น ฉันรีบมากกว่าเดิม
“อยู่ด้านหน้าอดทนนะเพียงฟ้า” คำปลอบใจมักใช้ได้ผลในตอนที่เราเริ่มสิ้นหวังเสมอ
ในที่สุดก็หลุดออกมาจากในถ้ำที่มืดและหน้ากลัวจนได้ และด้านหน้าคือปากทางเข้าถ้ำอีกด้านหนึ่งที่เป็เหมือนห้องโถงใหญ่ไม่มีเวลาจะเหลียวมองด้านหลังเลย เสียงพวกนั้นตามมาติดๆ
ข้างหน้าฉันตอนนี้แสงจันทร์สาดส่องเห็นแนวไม้ชัดเจนขึ้น ก้าวแรกที่เหยียบเข้าป่าแห่งนี้เหมือนกับว่าตัวเองหลุดเข้าไปอีกมิติหนึ่ง ความเย็นะเืที่หนาวเข้าถึงกระดูก มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่นะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันต้องก้าวเดินต่อไป "เพียงฟ้า"
......................................................................................................