“น่าเสียดายพวกเ้าสองพ่อลูกนักแต่เอาเถอะเื่เจ็บป่วยมันกำหนดได้เสียที่ไหน หากพ่อเ้าหายดีเมื่อไหร่ข้าก็ยินดีให้เขากลับมารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง” ฮ่องเต้ตรัสแล้วก็โบกมือ
“เป็พระมหากรุณาธิคุณพระเ้าข้า”ไป๋จงหมอบคารวะจนติดพื้นแล้วก็รีบถอยไปยืนเข้าแถวในตำแหน่งของตัวเอง
หลังจากเสร็จราชกิจแล้วฮ่องเต้ก็เสด็จกลับพระตำหนักเมื่อพระสนมรู้ข่าวว่าขุนนางไป๋พ่อลูกลาออกไปแล้วก็แสร้งบ่นเสียดายความสามารถแต่อันที่จริงแล้วเสียดายไก่ที่กำลังจะจับมาเชือดให้ลิงดูมากกว่าหรือว่าจะต้องเชือดลิงโง่ให้ลิงดูแทนล่ะมั้ง
10 วันต่อมา ร้านไป๋จงก็ตกแต่งเสร็จ ได้ฤกษ์เปิดร้านเสียทีผู้คนมากมายมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ไม่ถือว่ามากเท่าไหร่เพราะกลุ่มขุนนางหลายกลุ่มที่เห็นว่าสองพ่อลูกไร้ประโยชน์แล้วก็ไม่จำเป็ต้องคบหาสมาคมกันต่อไป
ไป๋จงทำหน้าที่ต้อนรับแขกอย่างดีส่วนฮูหยินไป๋ก็อยู่ที่บ้านคอยดูแลสามีซึ่งเจ็บป่วยหนัก
ไป๋เฟิ่งหวงก็ไม่อาจไปช่วยดูแลร้านได้เพราะร่างกายอ่อนแอภาระต่างๆจึงตกเป็ของไป๋จงทั้งหมดแต่เขาก็ไม่ได้เหนื่อยยากเลยสักนิดเพราะได้ลูกจ้างดีคอยช่วยงานอย่างรู้หน้าที่อย่างเซี่ยหยางและเซี่ยหยูสองพี่น้องที่เถ้าแก่ร้านก็ไม่รู้ว่าจับพลัดจัดผลูได้ตัวลูกจ้างเก่งๆอย่างทั้งสองมาได้อย่างไรจู่ๆพอมีข่าวว่าตระกูลไป๋กำลังจะเปิดร้านสองพี่น้องเซี่ยก็มาคอยสมัครงานอยู่หน้าร้าน ไป๋จงเห็นหน่วยก้านเข้าตาก็เลยจ้างไว้แล้วทั้งสองก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆทั้งสองคอยต้อนรับลูกค้าไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักนิด
ไป๋เฟิ่งหวงนั่งมองดูแเื่ที่มาแสดงความยินดีในวันเปิดร้านอยู่ที่โต๊ะเก็บเงินในร้านนางคอยสังเกตท่าทีของผู้คนอย่างละเอียด
เซี่ยหยางกับเซี่ยหยูวิ่งวุ่นดูแลลูกค้าในร้าน
สินค้าในร้านล้วนเป็ข้าวของที่ได้รับมาเป็ของขวัญของกำนัลจากบรรดาขุนนางมอบให้ตามโอกาสต่างๆของไหนใช้งานก็จะถูกเอาไปใช้แต่พอของชิ้นไหนไม่ใช้งานก็จะถูกเก็บอยู่ในห้องเก็บของจนกองเทินเต็มห้องเก็บของไป๋เฟิ่งหวงไปเห็นเข้าจึงมีความคิดที่จะขายของพวกนี้ออกไปให้หมด
เมื่อคุณชายเปิดร้านข้าวของในห้องเก็บของจึงถูกรื้อออกมาปัดกวาดทำความสะอาดแล้วถูกขนมาจัดแสดงในร้านด้วยฝีมือจัดร้านของไป๋เฟิ่งหวงทำให้สินค้าทุกชิ้นดูมีค่ามีราคาขึ้นมาทันที
จนตอนนี้สินค้าหลายชิ้นเกือบครึ่งร้านถูกติดป้ายขายแล้วรอนำส่งลูกค้าเท่านั้น สินค้าค่อยๆทยอยลดลงไปมากลูกค้าก็ยิ้มแย้มหน้าบานที่ได้ของถูกใจราคาสมเหตุสมผล
ไป๋เฟิ่งหวงกำลังมองอย่างครุ่นคิดมันน่าไปเหมาของในห้องเก็บของบรรดาพวกขุนนางมาเติมในร้านเสียจริงว่าแต่จะเริ่มไปเหมาจากจวนขุนนางคนไหนก่อนดีล่ะ?
ไป๋จงโฉบไปหาน้องสาว“คิดอะไรอยู่เหรอเฟิ่งหวง?”
“กำลังคิดว่าข้าควรจะไปเหมาของในห้องเก็บของๆขุนนางคนไหนก่อนดีน่ะซิ?”ไป๋เฟิ่งหวงตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆร้าน
“เ้านี่มีหัวการค้าจริงๆ”ไป๋จงชมแล้วก็รีบไปต้อนรับแขก
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มรับคำชมนางเคาะนิ้วเล่นกับโต๊ะ นั่งมองไปเรื่อยๆ
เซี่ยหยาง เซี่ยหยูได้ยินเสียงเคาะโต๊ะก็หันไปมอง แล้วก็เบือนสายตากลับไปต้อนรับลูกค้า
เซี่ยหยางพอเสร็จจากต้อนรับลูกค้าก็รีบเดินเข้าไปหาคุณหนูน้องสาวเถ้าแก่ “คุณหนู”
ไป๋เฟิ่งหวงหันไปมองแล้วก็กวักมือให้อีกฝ่ายเขยิบเข้าไปใกล้ๆนาง“เซี่ยหยาง” นางเรียก พลางเท้าแขนบนโต๊ะ พัดในมือก็อยู่ระดับใบหน้าบดบังใบหน้าเล็กจากสายตาคนอื่นที่มองเข้าไปในร้าน นางลดเสียงลงสั่งงาน “...............................”
เซี่ยหยางพยักหน้ารับงึกๆแล้วก็เดินไปต้อนรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในร้าน
ไป๋เฟิ่งหวงมองสภาพการค้าแล้วก็เบาใจนางทำให้ร้านของตระกูลกลายเป็แหล่งรับซื้อของเหลือใช้จากตระกูลขุนนางแล้วนำมาขายต่อให้คนชนชั้นล่างที่เห็นคุณค่าของสิ่งของเ่าั้แทนเหลืออีกสิบกว่าวันเท่านั้น ร่างกายของนางก็จะพร้อมแล้วสำหรับการบางอย่างรอข้าก่อนเถอะเย่เฟย! เฉินกงกง!
นับจากวันที่หมอหลวงมาตรวจ ถึงตอนนี้ก็ครบเดือนแล้วไป๋เฟิ่งหวงลุกขึ้นนั่งหลังจากตื่นแต่ย่ำรุ่งมาวิดพื้น 100ครั้งแล้วก็ฝึกกล้ามเนื้อแขนขาให้แข็งแรง นางเริ่มฝึกฝนร่างกายมานับั้แ่วันที่สองหลังจากได้มาอยู่ในร่างนี้แล้วแม้ไม่ต้องให้หมอมาตรวจนางก็รู้ดีว่าตอนนี้สภาพร่างกายของนางพร้อมขนาดไหนครั้งแรกที่ฝึกเหงื่อท่วมตัวไหลเป็สาย แต่ตอนนี้นะหรือเหงื่อสักหยดยังไม่มีให้เห็น
โชคดีที่จวนแห่งนี้ออกแบบให้มีห้องลับในเรือนแต่ละหลังสำหรับใช้เป็ที่หลบภัยของสตรีในจวน คนที่รู้ความลับก็มีเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้นนางค้นพบห้องลับโดยบังเอิญแล้วก็หลอกถามพี่ชายซึ่งไป๋จนก็ยอมบอกความลับเพราะเห็นว่าน้องสาวเริ่มโตเป็สาวแล้วอีกทั้งรู้ว่าอะไรควรไม่ควรมากกว่าแต่ก่อนจึงควรจะรู้เื่ห้องลับที่มีในจวนเสียทีเผื่อวันหน้ามีเหตุเภทภัยใดๆนางจะได้อาศัยห้องลับหลบซ่อนจากศัตรูได้แล้วนางก็เปลี่ยนห้องลับให้กลายเป็ห้องฝึกวรยุทธ์
ความทรงจำจากชาติที่แล้วฝังแน่นอยู่ในิญญานางจึงนำความทรงจำในการฝึกวรยุทธ์นั้นมาฝึกฝนกับร่างใหม่ จนตอนนี้ทั้งร่างกายและวรยุทธ์ที่มีรวมเป็หนึ่งเดียวแล้วแต่นางก็ยังแสร้งทำเป็อ่อนแอเพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าสังหารคุณหนูผู้อ่อนแอย่อมจะตายช้ากว่าคนแข็งแกร่งเพราะศัตรูมักจะพุ่งเป้าไปยังคนที่แข็งแกร่งก่อนเสมอแล้วเลือกที่จะสังหารคนอ่อนแอทีหลัง
นางเดินไปหยิบมีดสั้นขึ้นมาจากชั้นวางของแล้วก็หมุนกลับไปปาใส่เป้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เฟี๊ยวๆๆๆๆ
ฉึก!ๆๆๆๆ มีดปักเข้าเป้าทั้งหมดอย่างแม่นยำและรวดเร็วริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มอย่างพอใจ สายตาลุกวาวด้วยเพลิงแค้นที่สุมในอกนางหันไปลูบเสื้อผ้าชุดดำที่วางอยู่บนชั้นแล้วก็หันไปมองนาฬิกาทรายที่วางอยู่ใกล้ๆกันใกล้จะได้เวลาที่เซี่ยวซินจะเข้ามาในห้องแล้วซินะ
นางเดินไปมองช่องลับเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องจึงเปิดประตูออกไปนางก้าวไปในความมืดมิดเหมือนมองเห็นสิ่งต่างๆแจ่มชัดแต่ไม่ใช่หรอกเป็เพราะนางคุ้นเคยกับตำแหน่งสิ่งของที่อยู่ในห้องแล้วต่างหากข้าวของในห้องนางจะถูกวางไว้ตำแหน่งเดิมทุกครั้งหากมีการเปลี่ยนตำแหน่งแม้เพียงคืบบ่าวที่เข้ามาทำความสะอาดจะถูกลงโทษทั้งหมดจนใครๆต่างก็ขยาดที่จะเข้ามาทำความสะอาดในเรือนคุณหนูกันทั้งนั้นเซี่ยวซินจึงจำต้องรับภาระปัดกวาดเช็ดถูเรือนเพียงลำพัง
วันที่แสนจะธรรมดาผ่านไปอีกวันเป็วันที่คุณหนูหลับแทบจะทั้งวัน ตื่นอีกครั้งก็เกือบเย็นเซี่ยวซินมองคุณหนูปิดปากหาวอย่างเอ็นดู เห็นคุณหนูแข็งแรงขึ้นมากก็ดีใจตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาคุณหนูของนางนอนหลับแทบจะตลอดทั้งวันซึ่งท่านหมอหลวงแวะมาตรวจอาการนายท่านและคุณหนูได้บอกกับฮูหยินว่าไม่ต้องเป็กังวลไปร่างกายคุณหนูอ่อนแอจึง้านอนหลับพักผ่อนมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปท่านหมอหลวงก็ได้จัดยาบำรุงไว้ให้แล้วก็ลากลับไป
พอคุณหนูลุกขึ้นนั่งนางก็รีบไปเทน้ำอุ่นใส่อ่างให้คุณหนูล้างหน้า แล้วก็รีบไปเตรียมน้ำอาบให้คุณหนูหลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วคุณหนูก็เดินไปกินข้าวที่เรือนใหญ่กับนายท่านและฮูหยินนางดีใจที่คุณหนูแข็งแรงขึ้นมากเมื่อก่อนคุณหนูของนางแค่เดินไปนั่งชมนกชมไม้หน้าเรือนก็เหนื่อยแล้ววันๆได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่ในเรือนตัวเอง
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วไป๋เฟิ่งหวงก็เดินไปเรือนพี่ชาย หยิบบัญชีร้านมาตรวจดู การค้าเป็ไปอย่างราบรื่นค้าขายได้เรื่อยๆ ไม่โดดเด่นอะไรมาก จนตอนนี้ร้านค้าตระกูลไป๋ก็มีสถานะใกล้เคียงกับโรงรับจำนำเพียงแต่ว่าเป็การซื้อขายขาด ขายแล้วขายเลย ซื้อแล้วซื้อเลยชาวบ้านร้านตลาดต่างก็ชอบมาซื้อสินค้าจากร้านไป๋จง เพราะได้ของดีราคาไม่แพงไป๋จงก็คอยไปตีราคาของจากจวนขุนนางมาเติมเข้าร้านอยู่เรื่อยๆแม้จะไม่ได้รับราชการแล้วแต่ก็ยังมีสัมพันธ์อันดีกับเหล่าขุนนางในฐานะคนค้าขายเรียกได้ว่าเป็เถ้าแก่ร่ำรวยกว่าตอนเป็ขุนนางเสียอีกแม่สื่อแม่ชักทั้งหลายต่างก็ส่งเทียบเชิญให้คุณชายตระกูลไป๋ไปเลือกคู่จนธรณีประตูเรือนสึกไปโข
ขุนนางที่เคยตีตัวออกห่างต่างก็เริ่มกลับมาสานสัมพันธ์กับคุณชายตระกูลไป๋มากขึ้นเพราะคบหาสหายรวยย่อมดีกว่าคบสหายยาจก ไปกินข้าวกินสุราร้านไหน เถ้าแก่ร้านก็ให้การต้อนรับขับสู้ดีเสียยิ่งกว่าตอนเป็ขุนนางตำแหน่งเล็กๆเสียอีกแต่คุณชายไป๋ก็ฉลาดในการเลือกคบคนแล้ว เขาจำได้แม่นยำวันที่ตกต่ำลาออกจากราชการ เพื่อนฝูงตีตัวออกห่างเหลือมิตรแท้อยู่ไม่กี่คนเท่านั้น มาวันนี้เขาร่ำรวยขึ้นกว่าตอนเป็ขุนนาง คนที่เคยตีตัวออกห่างกลับทำสนิทอยากคบหาเหมือนดังแต่ก่อนเมินซะเถอะพวกสหายจอมปลอม! เขาจะไม่โง่อีกแล้ว
ไป๋จื่อฮัวนั่งคุยกับฮูหยิน
“หมู่นี้ท่านหมอหลวงมาบ้านเราถี่เหลือเกิน”ฮูหยินเอ่ยขึ้น
“ก็คงจะมาจับผิดข้าน่ะซิว่าป่วยจริงหรือไม่”ไป๋จื่อฮัวยกชาขึ้นจิบ
“จับผิดท่านพี่ข้าก็พอจะดูออกแต่ดูเหมือนเขาจะใส่ใจเฟิ่งหวงเป็พิเศษ”
“ข้ารู้แล้ว”ไป๋จื่อฮัวพยักหน้า“คงต้องจับตาดูต่อไปว่าจุดประสงค์ที่เขาใส่ใจลูกสาวเราเป็เพราะเหตุใด”
ฮูหยินพยักหน้าอย่างไม่ค่อยสบายใจนักกังวลว่าหมอหลวงจะรู้เื่อาการป่วยจอมปลอมของสามีแล้วนำไปกราบทูลฮ่องเต้โทษหลอกลวงเบื้องสูง ตายสถานเดียว!
ไป๋เฟิ่งหวงวางบัญชีลงแล้วก็เก็บลูกคิด“ข้าไปล่ะท่านพี่”
“อืมพักผ่อนให้มากๆล่ะ” ไป๋จงพยักหน้าแล้วก็ลูบหัวน้อง ยิ้มอ่อนๆนี่ถ้าไม่ใช่ความคิดของเฟิ่งหวงไม่รู้ว่าป่านนี้ตระกูลไป๋จะเป็อย่างไรบ้างน้องเขาเป็เด็กฉลาดยิ่งนักเสียแต่ยังอ่อนแอมีโรคประจำตัวมาั้แ่กำเนิดนี่แหละที่จะเป็ตัวขัดขวางทำให้นางเสียโอกาสในการเลือกคู่ครองที่ดีๆก็ใครจะอยากได้หญิงสาวอ่อนแอขี้โรคแต่งเข้าตระกูลด้วยล่ะ แต่ไม่เป็ไรนะเฟิ่งหวงถ้าไม่มีใครแต่งด้วยพี่ก็พร้อมจะเลี้ยงดูเ้าไปจนวันตาย
ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มตอบแล้วก็ลุกกลับเรือนตัวเอง
เมื่อราตรีกาลครอบคลุมท้องฟ้าจนทุกแห่งหนมืดสนิทร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทสวมผ้าโพกหัวปิดบังใบหน้าก็พลิ้วไหวกลืนหายไปกับความมืด
ณ วังหลวง ซึ่งสว่างไสวไปด้วยแสงจากโคมไฟจุดเป็ระยะๆ ภายในตำหนักที่ประทับองค์ฮ่องเต้นางระบำกำลังฟ้อนรำไปตามจังหวะเสียงดนตรีบรรเลง ข้างกายฮ่องเต้พระสนมเย่เฟยคอยรินสุราถวายครั้นสำเริงสำราญจนพอพระทัยแล้วก็กลับห้องบรรทมพร้อมพระสนม
“ฝ่าาจะทรงจัดการกับพวกขุนนางที่ยังแข็งข้อต่อไปอย่างไรหรือเพคะ?” พระสนมถามน้ำเสียงหวานออดอ้อน
“กำจัดตระกูลหลิวไปได้เ้ามีความชอบไม่น้อย ข้าไม่ลืมสัญญาที่จะแต่งตั้งเ้าเป็ฮองเฮาหรอกเพียงแต่ต้องรอเวลาสักหน่อย เ้าก็อดทนสักนิดนะเย่เฟย” ฮ่องเต้ตรัสลูบหัวพระสนม
ในห้องลับซึ่งเป็เส้นทางสำหรับหลบหนีภัยคนชุดดำยืนฟังถ้อยคำนั้นอย่างเงียบกริบ นี่ซินะตัวตนของเ้า หลงถัง! ข้าคิดอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใดเ้าจึงได้เชื่อข้อหาโง่เง่านั้นที่แท้มันก็เป็แผนการที่เ้าวางไว้แต่แรกแล้ว สองมือกำแน่นอย่างแค้นใจ
“ขอเพียงฝ่าาเมตตาหม่อมฉันกับลูกก็พอแล้วเพคะจะให้หม่อมฉันบุกน้ำลุยไฟที่ไหนหม่อมฉันก็พร้อมจะทำเพื่อฝ่าาเพคะ”พระสนมพูดแล้วก็เลื่อนมือไปลูบกึ่งกลางวรกายพระสวามี
“อืม...”ฮ่องเต้คราง ความรู้สึกตรงส่วนนั้นร้อนผ่าว “เย่เฟยไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเ้าก็ทำให้ข้ายัง้าเ้าได้เสมอ มาซิเย่เฟยของข้าทำให้ข้ามีความสุขที”
“เพคะ”พระสนมแหวกผ้าออกจับัออกมาอมรูดดูดเลีย
“อืม...เย่เฟย”ฮ่องเต้คราง
พระสนมสนองความ้าของพระสวามีอย่างถึงพริกถึงขิง
หากเทียบกับฮองเฮาแล้วฮ่องเต้ชอบลีลาของพระสนมมากกว่า นางทำให้พระองค์ร้อนรุ่มได้ตลอดเวลา
“ชอบไหมเพคะ?หากเทียบกับฮองเฮาฝ่าาทรงรักใครมากกว่ากันเพคะ” พระสนมถามนางชอบให้พระสวามีพูดชื่นชมนาง
“ข้าก็ต้องรักเ้ามากกว่าฮองเฮาซิอันที่จริงข้าก็ไม่เคยรักนางเลย ที่ข้าแต่งกับนางก็เพราะนางเป็ลูกสาวแม่ทัพหลิวข้าก็แค่้ากองทหารในอำนาจของตระกูลนาง หากไม่มีสิ่งนั้นเ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมแต่งกับนางแต่กับเ้า ข้ารักเ้านะเย่เฟย เราอย่าได้พูดถึงคนที่ตายไปแล้วเลยดีกว่าน่าตอนนี้เ้าก็เป็หนึ่งแล้ว” ฮ่องเต้ประคองใบหน้างดงามไว้ในอุ้งหัตถ์รู้ว่านางชอบให้ยกยอก็ตรัสเอาอกเอาใจนางเสียหน่อยนางและตระกูลนางยังมีประโยชน์กับพระองค์อยู่
มือภายใต้ถุงมือหนังกำแน่นอย่างเจ็บใจตัวเองที่ถูกคำลวงนั้นลวงหลอกจนตายคนในตระกูลต้องมาตายไปเพราะนางด้วยเพียงเพราะคำว่าอำนาจตัวเดียวเท่านั้น
ดี! วันนี้ข้าได้รับรู้ความในใจเ้าแล้วหลงถังต่อไปนี้เยื่อใยที่เคยมีให้เ้าได้ขาดสะบั้นหมดแล้วเช่นนั้นเ้าก็คอยดูต่อไปเถอะว่านังคนโง่งมคนนั้นจะสนองคืนให้เ้าอย่างไรบ้างหึๆๆๆๆ เดิมทีข้าคิดว่ามีเพียงเย่เฟยกับเฉินกงกงเท่านั้นที่เป็ศัตรูกับข้าแต่ตอนนี้ข้าได้รู้แล้วว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งของข้าก็คือเ้า หลงถัง! ข้าขอสาบานว่าข้าจะกระชากเ้าลงจากบัลลังก์ทองมากระทืบให้จมดินให้ได้!
พระสนมค่อยๆเปลื้องผ้าออกทีละชิ้นอย่างช้าๆอวดทรวดทรงองค์เอวให้พระสวามีได้ชื่นชม “แต่ว่าฝ่าาเพคะแล้วเื่แต่งตั้งองค์รัชทายาทล่ะเพคะ?” นางถามมือก็เลื่อนไปกำรูดั
“ข้าก็ต้องแต่งตั้งหลงเทียนอยู่แล้วล่ะเ้าอย่ามัวแต่เล่นอยู่เลยน่า” ฮองเต้ตรัสแล้วก็จับสะโพกอวบอัดขึ้นคล่อมพระองค์เอง
พระสนมหย่อนสะโพกลงไปกลืนกินัเข้าไปในร่าง
“อืม...เย่เฟยเ้าทำให้ข้ามีความสุขเสียจริง” ฮ่องเต้ครางอย่างสุขล้น
พระสนมขยับโยกอย่างช้าๆแล้วก็ค่อยๆเร่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“โอ้...เย่เฟย”ฮ่องเต้ครางยาวได้ปลดปล่อยความสุขจนหลั่งล้นออกไปแล้วก็นอนแผ่เหยียดยาวผล๊อยหลับไปอย่างง่ายดาย
พระสนมมองอย่างหงุดหงิดนกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำเลยสักนิด นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็ฮ่องเต้นางคงถีบตกเตียงไปแล้ว นางลุกออกจากตัวพระสวามีแล้วก็จับผ้าห่มคลี่คลุมพระสวามีรอให้แต่งตั้งหลงเทียนเป็รัชทายาทก่อนเถอะ ข้าไม่เก็บเ้าไว้แน่หลงถัง
แล้วนางหยิบเสื้อผ้ามาสวมจากนั้นก็เดินออกไปเรียกขันทีคนสนิท “เกากงกง”
“พะย่ะค่ะ”เกากงกงรีบเดินไปค้อมตัวรอรับคำสั่ง
“มานวดให้ข้าที”พระสนมสั่งแล้วก็เดินเข้าห้องไป
เกากงกงรีบก้าวตามเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง
พระสนมเดินไปนอนตะแคงบนตั่งยาว
เกากงกงรีบดึงม่านมาปิดแล้วก็จัดแจงนวดให้พระสนม เขาเดินเข้าไปนั่งด้านหลังพระสนม มือหนึ่งนวดต้นขาอีกมือก็ล้วงแหวกผ้าเข้าไปส่งนิ้วกระแทกกระทุ้งในร่องนุ่มที่มีน้ำเยิ้มฉ่ำ
พระสนมเม้มปากสองมือกำหมอนที่นอนอิงตะแคง หน้าแดงระเรื่อด้วยอารมณ์ปรารถนา
เสียงกรนของฮ่องเต้ดังเป็ระยะๆเมื่อก่อนก็ไม่กรนดังขนาดนี้ แต่ยิ่งพระชนม์มายุมากขึ้นเสียงกรนก็ยิ่งดังตามอายุ
พระสนมเลื่อนมือไปคลำลูบกลางตัวเกากงกงที่นูนดันผ้าที่รัดพันเอาไว้“ข้า้ามัน” นางกระซิบบอก
“แต่ว่า...”เกากงกงแย้งกลัวใครจะเข้ามาเห็น
“เร็วซิข้า้ามันเดี๋ยวนี้” พระสนมกระซิบดุ
เกากงกงดึงมือออกจากร่องนุ่มแล้วก็ใช้สองมือแกะผ้าที่พันรัดแก่นกายออกมันดีดผึ่งออกมาทันที ทั้งใหญ่ทั้งยาวขนาดเท่าข้อมือพระสนม
พระสนมรีบลุกขึ้นยันตัวโก้งก้นให้เหมือนม้าตัวเมียรอผสมพันธุ์
เกากงกงรีบแหวกผ้าขยับตัวสอดใส่แล้วก็โยกตัวเข้าใส่อย่างถึงพริกถึงขิง
พระสนมโก้งก้นรับการกระแทกเม้มปากกลั้นเสียงคราง
เกากงกงกระแทกกระทั้นจนร่างบางสั่นระริกเสร็จสมเขายังกระแทกต่อไปจนตัวเองก็เสร็จสมเช่นกัน
พอเสร็จแล้วก็รีบถอนแก่นกายออกมาเก็บให้มิดชิด
พระสนมนอนให้เกากงกงนวดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนชุดดำเห็นพฤติกรรมทั้งหมดเพราะทั้งสองคนมาร่วมรักกันอยู่ตรงหน้าประตูห้องลับพอดีเสียงหัวเราะในใจดังขึ้นจนต้องขบริมฝีปากแน่น โถๆๆๆๆ หลงถังนี่ถ้าเ้าได้เห็นแบบข้าเ้าจะยังรักนางอยู่หรือเปล่า?หรือว่าจะเจ็บแค้นเจียนตายกันแน่? ฮ่าๆๆๆๆ
พอนวดเสร็จพระสนมก็ลุกกลับไปที่เตียง
เกากงกงก็รีบออกไปยืนเฝ้าหน้าห้องตามปกติ
คนชุดดำลอบออกจากห้องลับไปตามทางลับเส้นทางที่มีคนรู้เพียงสองคนเท่านั้น นั่นก็คือฮ่องเต้และฮองเฮา
แล้วคนชุดดำก็ลอบไปที่สุสานหลวงบรรยากาศภายในสุสานเงียบสงัด คนชุดดำนั่งลงข้างป้ายสุสานองค์หญิงหลงหลิว มือเลื่อนไปลูบตามรอยแกะสลักชื่อบนป้ายหิน“หลงหลิวแม่จะต้องส่งคนที่ลอบสังหารเ้าตามไปยมโลกให้ได้ แม่สัญญา”
แล้วคนชุดดำก็ลุกไปนั่งข้างป้ายสุสานอ๋องหลงซัน“หลงซันไม่ต้องกลัวจะว้าเหว่นานหรอกนะลูกแม่จะส่งพวกมันตามลูกไปให้หมดทุกคนรวมทั้งพ่อเ้าด้วย”
หลังกลับจากวังหลวงแล้วไป๋เฟิ่งหวงก็เริ่มวางแผนการโค่นอำนาจฮ่องเต้อย่างเงียบๆ
เมื่อหมอหลวงมาตรวจคุณหนูไป๋
ไป๋เฟิ่งหวงก็บอกเขาว่า“เ้าต้องบอกพ่อแม่ข้าว่า เ้ามีทางที่อาจจะรักษาข้าให้หายแต่ต้องให้ข้าไปหาอาจารย์ที่เร้นกายอยู่ในหุบเขา”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ