5.30
-เสียงไซเรน-
“ขอให้หน่วยรบแต่ละหน่วยรายงานตัวที่จุดนัดพบภายใน 5 นาทีด้วยคะ”
“ย้ำ ขอให้หน่วยรบแต่ละหน่วยรายงานตัวที่จุดนัดพบภายใน 5 นาที”
ณ ห้องพักของนักพจนภัยกองร้อยที่สามชายคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ห้องพักก่อนที่จะตะโกณปลุก
“ตื่น ตื่นเดียวนี้ ” เมื่อเสียงไซเรนดังลั่นบวกกับเสียงรองของกองร้อยที่สามดังขึ้นนั้นก็ทำให้เอและเพื่อนๆ ซึ่งนอนอยู่ชั้นรับรองของนักพจนภัยได้ตื่นขึ้นมา เขาและหลายคนต่างสะบัดหัวไล่ความง่วงก่อนที่จะลุกขึ้นเดินตามหลังรองไปยังบริเวณจุดนัดพบ พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามทางแคบที่มีผู้คนเดินสวนทางกันไปมา เมื่อเอเดินมาเกือบจะถึงจุดรวมพลของกองร้อยที่สามเขาและเพื่อนๆก็ต้องตาโตเนื่องจากพวกเขาเดินผ่านโรงเก็บ combat walker ในห้องนี้มี combat walker นับ 10ที่ยืนเรียงราย ตัวของหุ่นยนต์ที่เขาเห็นนั้นเป็ตัวหุ่นรูปร่างคลายมนุษย์มีหลายขนาด หลายรูปแบบ ซึ่งตอนนี้ก็มีนักบินหรือที่เรียกว่า pilot กำลังเข้าไปยังตัวเครื่อง หลังจากนั้นเขาก็เดินมายังบริเวณที่อยู่ของโรงเก็บยานขนส่ง เมื่อเข้ามายังตัวโรงเก็บพวกเขาก็ได้พบทั้งทหารและนักพจนภัยที่กำลังยืนเรียงแถวรออย่างเป็ระเบียบอย่างหน้าประหลาดใจ ก่อนหน้านี้มีกรณีที่นักพจนภัยบางคนไม่้าทำตามกฏ เขาคนนั้นโดนลากไปซ้อมก่อนที่จะถูกทำลายอุปกรณ์เชื่อมต่อเกมและตัดหัวทิ้งอย่างรวดเร็วและไม่ใยดีทำให้พวกนักพจนภัยที่เหลือต่างก็หวาดกลัวเป็อย่างมากจนเกือบจะโกลาหลทำให้มีการฆ่าตักเตือนแต่ไม่ทำลายอุปกรณ์เชื่อมต่อแต่ก็ยังต้องถูกขึ้นทันบนและถูกตัดการสนับสนุนจากทางอาณาจักรจากนั้นนักพจนภัยก็ไม่มีกล้าซ่าอีกเลย
“สวัสดีทุกคน นอนหลับสบายดีไหมเอ๋ย!” หัวหน้ากองร้อยเรกิสที่ตอนนี้โบกมือให้พวกเขา ตัวเรกิสนั้นสวมเกราะฟูลเพลทเต็มรูปแบบแต่เปิดส่วนหน้าให้เห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มเหมือนดอกไม้บาน
“ได้เวลาที่พวกเราต้องไปฆ่ากันแล้วตื่นเต้นกันไหมจะ” ในขณะที่เธอพูดเธอกำหมัดเล็กๆของเธอแล้วแสดงออกเหมือนเด็กผู้หญิงที่จะได้ไปช็อปปิ่งซึ่งคำพูดและท่าทางมันขัดกับจิตสังหารและเอสังเกตุเห็นว่าเหมือนจะแสงสีแดงเปล่งประกายอย่างกระหายเืออกมาทำเอาเอขนลุกเลยทีเดียว พวกเขาที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ตัวสั่นและผงกหัวเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“เอาละกองร้อยที่สามขึ้นยานได้จ้า เอาเร็วๆ ขึ้นไปเลย” เมื่อพูดเสร็จเธอก็เดินมาไล่พวกเขาอย่างกับไล่เป็ไล่ไก่เข้าเล้า ก่อนที่รองหัวหน้าเขาจะกระแอ่มและเตือนเธอ
“อะแฮ่ม!!! เรกิสเธอจะไม่อธิบายอะไรซักอย่างหน่อยหรอ”
“อธิบาย???” เรกิสเอียงหัวคิด
“ไม่เห็นต้องมีอะไรเลยนิ เมื่อวานก็บอกแล้วว่าเขาจะไปเกาะทหารโล่ แค่นั้นแหละ ปะ ปะ พร้อมจะลุยกันมานานแล้ว”
ว่าแล้วเธอก็เดินมาไล่พวกเขาต่อโดยไม่สนใจรองหัวหน้ากองร้อยเลยในขณะนั้นเองสัญญาณขึ้นเครื่องก็ดังขึ้น
“ขอให้กองร้อยที่จะไปครั้งแรกขึ้นเครื่องภายใน 1 นาที”
“หัวหน้ากองร้อยทุกท่านกรุณาเปิดช่องสัญญาณการสื่อสารด้วยคะ ย้ำ!!! หัวหน้ากองร้อยทุกท่านกรุณาเปิดช่องสัญญาณการสื่อสารด้วยคะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเรกิสก็ยกมือขึ้นมากดที่ต่างหูของเธอทันทีพร้อมกับพูดทักทายออกไป
“ฮัลโหล สองโหล สามโหล มีใครได้ยินไหมเอ๋ย อิอิ” เมื่อพูดอย่างนั้นเธอก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดีและเดินไล่หลังพวกเอมาเมื่อพวกเขาเข้ามายังที่นั่งก็มีแขนกลเข้ามาล็อกไว้ที่ไหล่และเอวของเอทันที
“ไม่ต้องในะ ท่ามีอันตรายระบบจะอนุญาติให้มีการปลดเซฟตี้จากปุ่มทางซ้ายที่บริเวณหัวไหล่ เห็นไหมง่ายนิดเดียวแบบนี้” เมื่อพวกเขาล็อกต้วเสร็จไม่นานสัญญาณการปล่อยตัวก็ดังขึ้นและยานขนส่งก็ค่อยๆลอยขึ้นในแนวตั้งแล้วค่อยๆออกไปจากยานหลัก
“3 นาทีก่อนลงจอด กรุณาเตรียมตัว” พวกเขาลุ้นกันเยี่ยวแถบเล็ดเนื่องจากพวกเขาจินตนาการการตอบโต้เอาไว้เรียบร้อยแล้วแต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้พวกเขาโล่งใจเป็อย่างมาก และยานกำลังลงจอดเมื่อยานลงจอดเสร็จตัวล็อกก็คลายออก
“เอาละทุกคนลุกขึ้น” เรกิสเดินออกมารอที่ท้ายยานเธอสูดหายใจลึกก่อนจะปล่อยออกมา
“ฮาาาา ได้กลิ่นกันไหมทุกโค่นนน กลิ่นของความตาย อาาา”
‘เธอพูดเหมือนกับว่าไอ้กลิ่นความตายนี้มันเหมือนกลิ่นขนมหวานอย่างนั้นแหละ ให้ตายเถอะ’ พวกเขาได้แต่คิดในใจ