บทที่ 13 ศัตรูหัวใจสร้างเื่
“แก…”
กู้เจียวเจียวไม่เคยเจอผู้หญิงแบบลู่จิ่วอันมาก่อน คิดว่าพอเธอพูดไปแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายจะอับอายขายหน้ามาก จนเป็ฝ่ายเริ่มขอหย่ากับเซี่ยอวิ้นหนิงก่อน!
ลู่จิ่วอันไม่มีทางคล้อยตามยัยคุณหนูกู้เจียวเจียวหรอก เซี่ยอวิ้นหนิงคือผู้ชายของเธอ แล้วเขาก็จะเป็พ่อของลูกเธอด้วย!
ตัวเธอเองจะปล่อยเซี่ยอวิ้นหนิงไปก็ได้ หากเขาเป็ฝ่ายจะขอหย่าก็ไม่เห็นเป็อะไร!
แต่ว่า... ถ้าหากมีคนหน้าด้านหน้าทนมาฉกเขาไป ก็อย่าพูดว่าเธอไม่เกรงใจแล้วกัน!
“คุณครูกู้เป็ครูประถมในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้ คุณมาเอาใจใส่สามีคนอื่นเกินความจำเป็ขนาดนี้ ผู้ปกครองนักเรียนของคุณรู้ไหมคะเนี่ย?”
ตอนนี้โรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้อยู่ใน่ปิดเทอม กู้เจียวเจียวก็จะสบายมากกว่าคนอื่นหน่อย
ปิดเทอมหน้าร้อนรอบนี้หล่อนได้กลับบ้านเกิดไปครั้งหนึ่ง ่ที่กลับเข้ามาในเมืองแล้วถึงพึ่งได้รู้ว่าเซี่ยอวิ้นหนิงสู่ขอผู้หญิงบ้านนอกธรรมดา ๆ ไปเสียแล้ว
ความโกรธพุ่งขึ้นสูง โกรธตัวเองที่ไม่ได้สารภาพรักกับเขาไป ชายหนุ่มเลยเปลี่ยนใจไปสู่ขอหญิงคนอื่น แถมยังเป็ผู้หญิงบ้านนอกที่เทียบกับเธอแล้วดูไม่ได้เลยสักกะเื่เดียว
“ลู่จิ่วอัน หัดส่องกระจกดูบ้างนะ พินิจหน้าตัวเองให้ดี แล้วก้มลงมาดูมือ แกเหมาะกับเซี่ยอวิ้นหนิงหรือเปล่า?” กู้เจียวเจียวทั้งโกรธและอิจฉาริษยาในคราวเดียวกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูก “เห็นได้ชัดว่าแกมันไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด...”
“คุณครูกู้ มีคำพูดหนึ่งที่คนในบ้านเกิดฉันพูดประจำ ถ้าชาติก่อนฆ่าคนคนหนึ่งและเผาไป ชาตินี้เลยได้กลายเป็แม่เลี้ยงของคนนั้น”
มือบางของลู่จิ่วอันวางลงบนท้องน้อยพร้อมลูบตามร่องรอยของชาติก่อนที่เคยทิ้งไว้ ตอนนี้เธอคงจะตั้งท้องลูกชายแล้ว
“ถ้าคุณอยากจะเป็แม่เลี้ยงให้ลูกชายฉัน คุณก็ต้องถามฉันด้วยว่าฉันยินยอมรึเปล่า!”
“แก... นี่... นี่แกท้องหรอ?” กู้เจียวเจียวถามออกมาอย่างไม่เชื่อหูตน
เป็ไปได้ยังไงกัน?
เซี่ยอวิ้นหนิงแต่งงานกับลู่จิ่วอันได้ไม่นาน ทำไมท้องแล้วล่ะ?
ลูกในท้องของลู่จิ่วอันคงไม่ใช่ลูกของเซี่ยอวิ้นหนิงหรอกมั้ง?
กู้เจียวเจียวคิดในใจอย่างชั่วร้าย ได้ยินมาว่าผู้หญิงที่มาจากชนบทล้วนหัวสมัยใหม่ทั้งนั้น เธอเคยเห็นหญิงสาวชาวไร่ไปกับยุวชนชายจนชินตา
ลู่จิ่วอันไม่รู้ว่ากู้เจียวเจียวคิดไปถึงไหนแล้ว จึงทำได้เพียงสงบสติอารมณ์ก่อนเอ่ย “ฟ้าไม่มีปัญหา ดินไม่ได้ว่าอะไร การตั้งท้องมันเป็เื่ปกติไม่ใช่หรือ?”
“ตะ… แต่ว่า” กู้เจียวเจียวพูดติดอ่าง “พวกเธอพึ่งแต่งงานกันได้ไม่นานนี่?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับระยะเวลาที่ได้แต่งงานกันมา?” ถึงจะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่เธอก็เอ่ยต่ออย่างตรงไปตรงมา “เขาแรงดีจะตาย ทำไร่ทำสวนก็คล่องแคล่ว ฉันท้องมันก็ไม่แปลกนี่ จริงไหม?”
ถึงกู้เจียวเจียวจะเป็สาวน้อย แต่เธอก็เข้าใจถึงความหมายแฝงในประโยคที่ลู่จิ่วอันพูดว่าจะสื่อถึงอะไร
หล่อนขวยเขินจนหน้าแดงก่ำ เอ่ยเสียงต่ำก่นด่า “แก… แกมันหน้าไม่อาย!”
ลู่จิ่วอันเงียบ
เดี๋ยวก่อนนะ!
คนที่หน้าไม่อายตกลงเป็ใครกันแน่?
“รอก่อนเถอะ ไม่ถึงเดือนฉันว่าแกกับเซี่ยอวิ้นหนิงต้องหย่ากันแน่!”
กู้เจียวเจียวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำดูถูก ก่อนเดินหุนหันกลับไปด้วยไหล่ที่สั่นเพราะความโกรธหนัก
ลู่จิ่วอันมองแผ่นหลังบางของกู้เจียวเจียว ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายยาว ๆ ไปที สามีในบ้านหล่อแถมยังเก่งนี่ก็เป็โทษเหมือนกันสินะ
ความสัมพันธ์ดอกฟ้ากับหมาวัดนี่มันช่างวุ่นวายเสียจริง
แต่ว่านะ หย่างั้นหรอ?
ไม่มีทางซะหรอก!
ถ้าหย่ากันแล้ว ลูกชายเธอจะแจ้งเกิดยังไงล่ะ?
คิดเสียว่าถ้าหากเธออยากหย่ากับเซี่ยอวิ้นหนิงจริง ๆ ก็ต้องเป็เพราะตัวเธอเองที่ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาต่อถึงจะถูก
ลู่จิ่วอันออกไปซื้อหมูสามชั้นมาอีกหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นก็ได้ซื้อผักกาดขาว ผักโขม กระเทียม เมล็ดพันธุ์พืชจากร้านขายยาฆ่าแมลงและปุ๋ยสำหรับพืช
เมื่อกลับถึงบ้าน ก็นำหนังหมูจากหมูสามชั้นลงกระทะให้เรียบร้อย
กระทะเหล็กไม่ได้รักษาไว้ดี ๆ แถมยังไม่ได้หยิบมาใช้นานเลยเริ่มขึ้นสนิมบ้างแล้ว
หลังจากที่ลู่จิ่วอันล้างกระทะเรียบร้อยแล้ว เธอได้เปิดเตาใช้ไฟอ่อนจี่ไล่น้ำให้กระทะแห้ง ก่อนจะเอาด้านหนังหมูลงกระทะจี่เอาน้ำมันออก
เมื่อน้ำมันออกมาจนซึมเข้าไปในตัวกระทะ ผ่านไปสักพัก กระทะก็กลับมาวาววับเหมือนใหม่อีกครั้ง
ลู่จิ่วอันหยิบหมูสามชั้นออกมาพักไว้ในอ่างกระเบื้องแล้วปิดฝาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แมวมาแอบกิน
หล่อนปิดประตูห้องครัว แล้วหยิบจอบออกไปยังที่ว่างในลานบ้าน
ลานหน้าบ้านทุกบ้านในศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือล้วนมีที่ว่างไม่มากก็น้อยเหลืออยู่ เพื่อนบ้านท่านอื่นก็ใช้ที่ตรงนั้นปลูกผัก ลู่จิ่วอันจะช้าอยู่ไย คิดอยากชิงปลูกั้แ่เนิ่น ๆ หว่านเมล็ดพันธุ์ผักลงสักหน่อย เผื่อจะโตทันกินตอนหน้าหนาว
ในทีแรกหญิงสาวยังหยิบจับจอบได้ไม่ถนัดนักเพราะไม่ได้ทำมานาน แต่ว่ากล้ามเนื้อในร่างกายยังจำได้ดี
เพียงไม่นานก็เริ่มคุ้นชิน ลงมือขุดดินลงบนพื้นที่ขนาดเล็กตรงหน้า
เธอจัดแบ่งพื้นที่ไว้เป็คันนาที่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน แบ่งไว้ปลูกผักกาดขาว ผักโขม ผักชี กระเทียม ขิง และต้นหอม
จากนั้นก็ถอนวัชพืชทั้งหมดที่อยู่รอบข้างลานกว้างออก
เหลือบมองเวลาก็เห็นว่าเป็เวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว ได้เวลาล้างมือกลับเข้าครัว
หล่อนใช้น้ำสะอาดล้างกระทะเหล็กอีกรอบ ก่อนเอาผักที่เก็บมาจากสวนลงไปผัด ให้ผักดูซึมกลิ่นเหล็กของกระทะไว้
หลังจากล้างกระทะเหล็กเรียบร้อยแล้ว ลู่จิ่วอันถึงได้เริ่มทำอาหารจริงจัง ใช้มีดหั่นหมูที่ซื้อมาเป็ลูกเต๋าเล็กพอดีคำ ก่อนนำลงกระทะผัดให้น้ำมันออก
สุดท้ายแล้วจึงเอาเห็ดที่ล้างเสร็จแล้วลงกระทะทั้งหมด ก่อนเบาไฟลงเป็ไฟอ่อนแล้วผัดต่อ
ตั้งหม้อต้มน้ำไว้อีกใบ รอน้ำเดือด
ผ่านไปสักพัก น้ำที่ต้มไว้เริ่มเดือด ลู่จิ่วอันนำน้ำที่ต้มจนเดือดเทใส่กระทะผัดผัก เบาไฟอ่อนตุ๋นเห็ดไปเรื่อย ๆ
ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย ไม่ได้ใส่น้ำมันหอยเลยแม้แต่นิด กลิ่นความสดใหม่ของเห็ดลอยฟุ้งไปทั่ว
ลู่จิ่วอันปั้นบะหมี่หนึ่งก้อนอย่างรวดเร็ว เตรียมทำบะหมี่เห็ดตุ๋นเป็มื้อเที่ยง
…
เข็มนาฬิกาเดินไปถึงเวลาเที่ยงตรง คนที่บ้าทำงานแบบเซี่ยอวิ้นหนิงเมินเฉินต่อสายตาที่ขบขันและหยอกล้อของเพื่อนร่วมงาน เมื่อเข็มนาฬิกาแตะเวลาเที่ยง เขาก็เริ่มเก็บของอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมกลับบ้าน
“นายเซี่ย นายเซี่ย ได้ข่าวว่าที่โรงอาหารมีหมูสามชั้นน้ำแดงนะวันนี้”
เซี่ยอวิ้นหนิงไม่สนว่าโรงอาหารจะตุ๋นเมนูอะไร เอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างเกรงใจและมีมารยาทว่า “นายกินเยอะ ๆ ล่ะ ฉันจะกลับไปกินข้าวบ้าน”
“กลับบ้าน? กลับบ้านที่ไหนของนาย?” จางฉือถาม
เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ยตอบตามธรรมชาติ “ภรรยาฉันรออยู่บ้านน่ะ”
จู่ ๆ จางฉือก็นึกอิจฉาคนมีแฟนขึ้นมา “โห…”
เขาเกือบลืมไปแล้วว่าเซี่ยอวิ้นหนิงมีภรรยา เฮ้อ… ต่อจากนี้ไป เพื่อนร่วมกินข้าวที่โรงอาหารก็หายไปแล้วคนหนึ่งสินะ
เซี่ยอวิ้นหนิงกับจางฉือแยกกันที่ห้างเล็ก ๆ ห้างหนึ่งในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้
ขณะที่เดินผ่านบ้านเพื่อนบ้าน คุณป้าเพื่อนบ้านพลันเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย “เสี่ยวเซี่ย คนรักของหนูทำอาหารอะไรอร่อย ๆในบ้านน่ะ? หอมจนหลานป้าร้องงอแงเลยนะ!”
“คุณป้า ผมพึ่งเลิกงานครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเธอทำอะไรกิน” เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา
คุณป้าเพื่อนบ้านเริ่มเปิดประสาทัั ดม ๆ ดูแล้วก็ยังคงไม่รู้ว่าสะใภ้ตัวน้อยทำอะไรกิน แต่ว่าหอมจริง ๆ นะ!
เซี่ยอวิ้นหนิงเดินเข้าบริเวณบ้าน ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็ลอยเข้าจมูกทันใด
“จิ่วอัน”
ลู่จิ่วอันราดซอสเห็ดหอมที่เคี่ยวจนได้ที่ลงในถ้วยที่มีเส้นบะหมี่แผ่นบางอยู่พอดี
“เซี่ยอวิ้นหนิง คุณกลับมาพอดีเลย พวกเราพึ่งย้ายมา ก็ต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านไว้หน่อย คุณเอาสองถ้วยนี้ไปส่งให้เพื่อนบ้านข้างเราทีนะคะ บ้านฝั่งซ้ายหนึ่งถ้วย บ้านฝั่งขวาเราอีกหนึ่งถ้วย”
เซี่ยอวิ้นหนิงมองอีกถ้วยที่เหลือก่อนถาม “แล้วถ้วยนี้ล่ะ?”
“ฉันจะเอาไปให้สะใภ้อ้วนเอง พี่สะใภ้พาฉันไปซื้อของเข้าบ้านมาน่ะวันนี้”
“ตามนั้น”
ลู่จิ่วอันประคองถ้วยบะหมี่เห็ดตุ๋นไปยังบ้านของสะใภ้อ้วน สะใภ้อ้วนกำลังทำอาหารเที่ยงอยู่พอดิบพอดี เพียงเห็นลู่จิ่วอันเดินถือถ้วยที่ข้างในบรรจุอาหารพึ่งทำสดใหม่ร้อน ๆ จากเตา สะใภ้อ้วนเลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย “น้องสาว อันนี้คืออะไรน่ะ?”