(จบ)ย้อนกลับมามีชีวิตรักอันหวานปานน้ำผึ้งกับสามีสุด(ฮอต)เนิร์ดในยุค80

    บทที่ 13 ศัตรูหัวใจสร้างเรื่อง

    บทที่ 13 ศัตรูหัวใจสร้างเ๱ื่๵๹


    “แก…”


    กู้เจียวเจียวไม่เคยเจอผู้หญิงแบบลู่จิ่วอันมาก่อน คิดว่าพอเธอพูดไปแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายจะอับอายขายหน้ามาก จนเป็๲ฝ่ายเริ่มขอหย่ากับเซี่ยอวิ้นหนิงก่อน!


    ลู่จิ่วอันไม่มีทางคล้อยตามยัยคุณหนูกู้เจียวเจียวหรอก เซี่ยอวิ้นหนิงคือผู้ชายของเธอ แล้วเขาก็จะเป็๲พ่อของลูกเธอด้วย!


    ตัวเธอเองจะปล่อยเซี่ยอวิ้นหนิงไปก็ได้ หากเขาเป็๲ฝ่ายจะขอหย่าก็ไม่เห็นเป็๲อะไร!


    แต่ว่า... ถ้าหากมีคนหน้าด้านหน้าทนมาฉกเขาไป ก็อย่าพูดว่าเธอไม่เกรงใจแล้วกัน!


    “คุณครูกู้เป็๲ครูประถมในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้ คุณมาเอาใจใส่สามีคนอื่นเกินความจำเป็๲ขนาดนี้ ผู้ปกครองนักเรียนของคุณรู้ไหมคะเนี่ย?”


    ตอนนี้โรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้อยู่ใน๰่๥๹ปิดเทอม กู้เจียวเจียวก็จะสบายมากกว่าคนอื่นหน่อย


    ปิดเทอมหน้าร้อนรอบนี้หล่อนได้กลับบ้านเกิดไปครั้งหนึ่ง ๰่๥๹ที่กลับเข้ามาในเมืองแล้วถึงพึ่งได้รู้ว่าเซี่ยอวิ้นหนิงสู่ขอผู้หญิงบ้านนอกธรรมดา ๆ ไปเสียแล้ว


    ความโกรธพุ่งขึ้นสูง โกรธตัวเองที่ไม่ได้สารภาพรักกับเขาไป ชายหนุ่มเลยเปลี่ยนใจไปสู่ขอหญิงคนอื่น แถมยังเป็๲ผู้หญิงบ้านนอกที่เทียบกับเธอแล้วดูไม่ได้เลยสักกะเ๱ื่๵๹เดียว


    “ลู่จิ่วอัน หัดส่องกระจกดูบ้างนะ พินิจหน้าตัวเองให้ดี แล้วก้มลงมาดูมือ แกเหมาะกับเซี่ยอวิ้นหนิงหรือเปล่า?” กู้เจียวเจียวทั้งโกรธและอิจฉาริษยาในคราวเดียวกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูก “เห็นได้ชัดว่าแกมันไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด...”


    “คุณครูกู้ มีคำพูดหนึ่งที่คนในบ้านเกิดฉันพูดประจำ ถ้าชาติก่อนฆ่าคนคนหนึ่งและเผาไป ชาตินี้เลยได้กลายเป็๲แม่เลี้ยงของคนนั้น”


    มือบางของลู่จิ่วอันวางลงบนท้องน้อยพร้อมลูบตามร่องรอยของชาติก่อนที่เคยทิ้งไว้ ตอนนี้เธอคงจะตั้งท้องลูกชายแล้ว


    “ถ้าคุณอยากจะเป็๲แม่เลี้ยงให้ลูกชายฉัน คุณก็ต้องถามฉันด้วยว่าฉันยินยอมรึเปล่า!”


    “แก... นี่... นี่แกท้องหรอ?” กู้เจียวเจียวถามออกมาอย่างไม่เชื่อหูตน


    เป็๲ไปได้ยังไงกัน?


    เซี่ยอวิ้นหนิงแต่งงานกับลู่จิ่วอันได้ไม่นาน ทำไมท้องแล้วล่ะ?


    ลูกในท้องของลู่จิ่วอันคงไม่ใช่ลูกของเซี่ยอวิ้นหนิงหรอกมั้ง?


    กู้เจียวเจียวคิดในใจอย่างชั่วร้าย ได้ยินมาว่าผู้หญิงที่มาจากชนบทล้วนหัวสมัยใหม่ทั้งนั้น เธอเคยเห็นหญิงสาวชาวไร่ไปกับยุวชนชายจนชินตา


    ลู่จิ่วอันไม่รู้ว่ากู้เจียวเจียวคิดไปถึงไหนแล้ว จึงทำได้เพียงสงบสติอารมณ์ก่อนเอ่ย “ฟ้าไม่มีปัญหา ดินไม่ได้ว่าอะไร การตั้งท้องมันเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติไม่ใช่หรือ?”


    “ตะ… แต่ว่า” กู้เจียวเจียวพูดติดอ่าง “พวกเธอพึ่งแต่งงานกันได้ไม่นานนี่?”


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับระยะเวลาที่ได้แต่งงานกันมา?” ถึงจะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่เธอก็เอ่ยต่ออย่างตรงไปตรงมา “เขาแรงดีจะตาย ทำไร่ทำสวนก็คล่องแคล่ว ฉันท้องมันก็ไม่แปลกนี่ จริงไหม?”


    ถึงกู้เจียวเจียวจะเป็๲สาวน้อย แต่เธอก็เข้าใจถึงความหมายแฝงในประโยคที่ลู่จิ่วอันพูดว่าจะสื่อถึงอะไร


    หล่อนขวยเขินจนหน้าแดงก่ำ เอ่ยเสียงต่ำก่นด่า “แก… แกมันหน้าไม่อาย!”


    ลู่จิ่วอันเงียบ


    เดี๋ยวก่อนนะ!


    คนที่หน้าไม่อายตกลงเป็๲ใครกันแน่?


    “รอก่อนเถอะ ไม่ถึงเดือนฉันว่าแกกับเซี่ยอวิ้นหนิงต้องหย่ากันแน่!”


    กู้เจียวเจียวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำดูถูก ก่อนเดินหุนหันกลับไปด้วยไหล่ที่สั่นเพราะความโกรธหนัก


    ลู่จิ่วอันมองแผ่นหลังบางของกู้เจียวเจียว ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายยาว ๆ ไปที สามีในบ้านหล่อแถมยังเก่งนี่ก็เป็๲โทษเหมือนกันสินะ


    ความสัมพันธ์ดอกฟ้ากับหมาวัดนี่มันช่างวุ่นวายเสียจริง


    แต่ว่านะ หย่างั้นหรอ?


    ไม่มีทางซะหรอก!


    ถ้าหย่ากันแล้ว ลูกชายเธอจะแจ้งเกิดยังไงล่ะ?


    คิดเสียว่าถ้าหากเธออยากหย่ากับเซี่ยอวิ้นหนิงจริง ๆ ก็ต้องเป็๲เพราะตัวเธอเองที่ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาต่อถึงจะถูก


    ลู่จิ่วอันออกไปซื้อหมูสามชั้นมาอีกหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นก็ได้ซื้อผักกาดขาว ผักโขม กระเทียม เมล็ดพันธุ์พืชจากร้านขายยาฆ่าแมลงและปุ๋ยสำหรับพืช


    เมื่อกลับถึงบ้าน ก็นำหนังหมูจากหมูสามชั้นลงกระทะให้เรียบร้อย


    กระทะเหล็กไม่ได้รักษาไว้ดี ๆ แถมยังไม่ได้หยิบมาใช้นานเลยเริ่มขึ้นสนิมบ้างแล้ว


    หลังจากที่ลู่จิ่วอันล้างกระทะเรียบร้อยแล้ว เธอได้เปิดเตาใช้ไฟอ่อนจี่ไล่น้ำให้กระทะแห้ง ก่อนจะเอาด้านหนังหมูลงกระทะจี่เอาน้ำมันออก


    เมื่อน้ำมันออกมาจนซึมเข้าไปในตัวกระทะ ผ่านไปสักพัก กระทะก็กลับมาวาววับเหมือนใหม่อีกครั้ง


    ลู่จิ่วอันหยิบหมูสามชั้นออกมาพักไว้ในอ่างกระเบื้องแล้วปิดฝาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แมวมาแอบกิน


    หล่อนปิดประตูห้องครัว แล้วหยิบจอบออกไปยังที่ว่างในลานบ้าน


    ลานหน้าบ้านทุกบ้านในศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือล้วนมีที่ว่างไม่มากก็น้อยเหลืออยู่ เพื่อนบ้านท่านอื่นก็ใช้ที่ตรงนั้นปลูกผัก ลู่จิ่วอันจะช้าอยู่ไย คิดอยากชิงปลูก๻ั้๹แ๻่เนิ่น ๆ หว่านเมล็ดพันธุ์ผักลงสักหน่อย เผื่อจะโตทันกินตอนหน้าหนาว


    ในทีแรกหญิงสาวยังหยิบจับจอบได้ไม่ถนัดนักเพราะไม่ได้ทำมานาน แต่ว่ากล้ามเนื้อในร่างกายยังจำได้ดี


    เพียงไม่นานก็เริ่มคุ้นชิน ลงมือขุดดินลงบนพื้นที่ขนาดเล็กตรงหน้า


    เธอจัดแบ่งพื้นที่ไว้เป็๲คันนาที่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน แบ่งไว้ปลูกผักกาดขาว ผักโขม ผักชี กระเทียม ขิง และต้นหอม


    จากนั้นก็ถอนวัชพืชทั้งหมดที่อยู่รอบข้างลานกว้างออก

    เหลือบมองเวลาก็เห็นว่าเป็๞เวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว ได้เวลาล้างมือกลับเข้าครัว


    หล่อนใช้น้ำสะอาดล้างกระทะเหล็กอีกรอบ ก่อนเอาผักที่เก็บมาจากสวนลงไปผัด ให้ผักดูซึมกลิ่นเหล็กของกระทะไว้


    หลังจากล้างกระทะเหล็กเรียบร้อยแล้ว ลู่จิ่วอันถึงได้เริ่มทำอาหารจริงจัง ใช้มีดหั่นหมูที่ซื้อมาเป็๞ลูกเต๋าเล็กพอดีคำ ก่อนนำลงกระทะผัดให้น้ำมันออก


    สุดท้ายแล้วจึงเอาเห็ดที่ล้างเสร็จแล้วลงกระทะทั้งหมด ก่อนเบาไฟลงเป็๞ไฟอ่อนแล้วผัดต่อ


    ตั้งหม้อต้มน้ำไว้อีกใบ รอน้ำเดือด


    ผ่านไปสักพัก น้ำที่ต้มไว้เริ่มเดือด ลู่จิ่วอันนำน้ำที่ต้มจนเดือดเทใส่กระทะผัดผัก เบาไฟอ่อนตุ๋นเห็ดไปเรื่อย ๆ


    ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย ไม่ได้ใส่น้ำมันหอยเลยแม้แต่นิด กลิ่นความสดใหม่ของเห็ดลอยฟุ้งไปทั่ว


    ลู่จิ่วอันปั้นบะหมี่หนึ่งก้อนอย่างรวดเร็ว เตรียมทำบะหมี่เห็ดตุ๋นเป็๞มื้อเที่ยง


    …


    เข็มนาฬิกาเดินไปถึงเวลาเที่ยงตรง คนที่บ้าทำงานแบบเซี่ยอวิ้นหนิงเมินเฉินต่อสายตาที่ขบขันและหยอกล้อของเพื่อนร่วมงาน เมื่อเข็มนาฬิกาแตะเวลาเที่ยง เขาก็เริ่มเก็บของอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมกลับบ้าน


    “นายเซี่ย นายเซี่ย ได้ข่าวว่าที่โรงอาหารมีหมูสามชั้นน้ำแดงนะวันนี้”


    เซี่ยอวิ้นหนิงไม่สนว่าโรงอาหารจะตุ๋นเมนูอะไร เอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างเกรงใจและมีมารยาทว่า “นายกินเยอะ ๆ ล่ะ ฉันจะกลับไปกินข้าวบ้าน”


    “กลับบ้าน? กลับบ้านที่ไหนของนาย?” จางฉือถาม


    เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ยตอบตามธรรมชาติ “ภรรยาฉันรออยู่บ้านน่ะ”


    จู่ ๆ จางฉือก็นึกอิจฉาคนมีแฟนขึ้นมา “โห…”


    เขาเกือบลืมไปแล้วว่าเซี่ยอวิ้นหนิงมีภรรยา เฮ้อ… ต่อจากนี้ไป เพื่อนร่วมกินข้าวที่โรงอาหารก็หายไปแล้วคนหนึ่งสินะ


    เซี่ยอวิ้นหนิงกับจางฉือแยกกันที่ห้างเล็ก ๆ ห้างหนึ่งในศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้


    ขณะที่เดินผ่านบ้านเพื่อนบ้าน คุณป้าเพื่อนบ้านพลันเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย “เสี่ยวเซี่ย คนรักของหนูทำอาหารอะไรอร่อย ๆในบ้านน่ะ? หอมจนหลานป้าร้องงอแงเลยนะ!”


    “คุณป้า ผมพึ่งเลิกงานครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเธอทำอะไรกิน” เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา


    คุณป้าเพื่อนบ้านเริ่มเปิดประสาท๱ั๣๵ั๱ ดม ๆ ดูแล้วก็ยังคงไม่รู้ว่าสะใภ้ตัวน้อยทำอะไรกิน แต่ว่าหอมจริง ๆ นะ!


    เซี่ยอวิ้นหนิงเดินเข้าบริเวณบ้าน ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็ลอยเข้าจมูกทันใด


    “จิ่วอัน”


    ลู่จิ่วอันราดซอสเห็ดหอมที่เคี่ยวจนได้ที่ลงในถ้วยที่มีเส้นบะหมี่แผ่นบางอยู่พอดี


    “เซี่ยอวิ้นหนิง คุณกลับมาพอดีเลย พวกเราพึ่งย้ายมา ก็ต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านไว้หน่อย คุณเอาสองถ้วยนี้ไปส่งให้เพื่อนบ้านข้างเราทีนะคะ บ้านฝั่งซ้ายหนึ่งถ้วย บ้านฝั่งขวาเราอีกหนึ่งถ้วย”


    เซี่ยอวิ้นหนิงมองอีกถ้วยที่เหลือก่อนถาม “แล้วถ้วยนี้ล่ะ?”


    “ฉันจะเอาไปให้สะใภ้อ้วนเอง พี่สะใภ้พาฉันไปซื้อของเข้าบ้านมาน่ะวันนี้”


    “ตามนั้น”


    ลู่จิ่วอันประคองถ้วยบะหมี่เห็ดตุ๋นไปยังบ้านของสะใภ้อ้วน สะใภ้อ้วนกำลังทำอาหารเที่ยงอยู่พอดิบพอดี เพียงเห็นลู่จิ่วอันเดินถือถ้วยที่ข้างในบรรจุอาหารพึ่งทำสดใหม่ร้อน ๆ จากเตา สะใภ้อ้วนเลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย “น้องสาว อันนี้คืออะไรน่ะ?”