ค่ำคืนที่อาณาจักรจันทราสว่างยังคงเงียบสงบแสงจันทร์สาดส่องท้องฟ้าอันลึกลับ วิหารแห่งแสงจันทร์ที่สูงสง่าและล้อมรอบด้วยสวนดอกไม้ที่สะอาดตากลับกลายเป็สถานที่ที่ผู้คนมาเคารพกราบไหว้ด้วยความเคารพและศรัทธาทุกการเคลื่อนไหวในที่แห่งนี้ดูเหมือนจะถูกกำหนดด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่และลึกลับเหมือนการเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา
อรัญญาก้มลงคำนับอย่างเคร่งครัดความรู้สึกสงบและเคารพในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความเป็หนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งนี้ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความเคารพเมื่อมองไปที่รูปบั้นพระจันทร์ที่ตั้งอยู่ในวิหารรูปบั้นที่เป็สัญลักษณ์ของความสุขสงบและพลังที่ไร้ขีดจำกัดเทวรูปนั้นสลักไว้อย่างละเอียดประกอบไปด้วยรูปของพระจันทร์ที่มีรัศมีเปล่งประกายจากกลางใจเป็ศิลปะที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของแสงจันทร์ซึ่งอยู่เหนือทุกสิ่ง
เ้าหญิงเอวิน่ายืนเคียงข้างอรัญญาในขณะที่ทั้งคู่มองไปที่เทวรูป พระจันทร์ในรูปบั้นส่องแสงสว่างดั่งดวงดาวประดับไปด้วยสัญลักษณ์โบราณที่บอกเล่าถึงตำนานและความเชื่อของอาณาจักรจันทราสว่างทุกสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับการปกครองและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรนี้อย่างลึกซึ้ง
“ท่านหญิงอรัญญาค่ะ”เ้าหญิงเอวิน่าพูดเสียงเบาอย่างเคารพ “สถานที่นี้เป็จุดที่เราเชื่อกันว่าพลังแห่งแสงจันทร์จะคุ้มครองและนำพาความสงบสุขมาสู่ทุกผู้คนในอาณาจักรทุกปีเราจะมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจและคำขอพรจากพระจันทร์”
อรัญญาพยักหน้าเธอสามารถรู้สึกถึงพลังที่เงียบสงบแต่แข็งแกร่งภายในสถานที่แห่งนี้มันไม่ได้เป็เพียงแค่สิ่งที่คนในอาณาจักรเชื่อแต่มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและมนุษย์การสวดมนต์และความเคารพนี้เป็สิ่งที่ทำให้ทุกคนในอาณาจักรจันทราสว่างมีความมั่นคงและความสุข
อรัญญาหันไปมองเ้าหญิงเอวิน่า“ข้ารู้สึกถึงความสงบในที่แห่งนี้จริงๆ มันเหมือนมีบางสิ่งที่อยู่เหนือกว่าคำบอกเล่ามันไม่สามารถอธิบายเป็คำพูดได้”
เ้าหญิงเอวิน่ายิ้ม“มันเป็สิ่งที่ผู้คนในอาณาจักรเชื่อว่ามาจากพระจันทร์เองค่ะพลังของมันไม่ได้อยู่แค่ในรูปบั้น แต่มันส่องแสงในทุกชีวิตของเรา”
ในขณะที่เสียงพูดคุยของพวกเธอเงียบลงบรรยากาศในวิหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบอีกครั้งราวกับว่าทุกสิ่งในที่แห่งนี้หยุดนิ่งไปตามการเดินทางของแสงจันทร์เมื่ออรัญญายืดตรงขึ้นหลังจากการคำนับสุดท้ายความรู้สึกหนึ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดได้เกิดขึ้นในใจ ความสงบที่เธอััอยู่ที่นี่เริ่มปลุกให้เกิดคำถามที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสิ่งที่เธอ้าจากชีวิตของตัวเอง
ในขณะที่พวกเธอเดินออกจากวิหารอากาศยามค่ำคืนที่เย็นสบายได้ัักับผิวของอรัญญาเธอกลับรู้สึกว่าความสงบที่เคยรู้สึกในที่แห่งนี้กำลังค่อยๆ ทำให้การตัดสินใจต่างๆของเธอในอนาคตกลายเป็เื่ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น บางสิ่งที่ดูเหมือนง่ายอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
หลังจากที่แยกย้ายกับเ้าหญิงเอวิน่าอรัญญาก็เดินออกมาจากวิหารแห่งแสงจันทร์ ความเงียบสงบในวิหารยังคงอยู่ในใจของเธอแม้ว่าตอนนี้จะเป็ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงลมและดอกไม้ที่กระจายกลิ่นหอมในสวนแต่จิตใจของอรัญญากลับไม่สามารถละทิ้งคำถามที่ก่อกวนหัวใจของเธอได้ขณะที่เธอเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้นานาชนิดราวกับความคิดและความรู้สึกทั้งหมดของเธอได้หลุดลอยไปในห้วงแห่งความเงียบงัน
เธอไม่ทันระวังตัวเมื่อก้าวเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าก่อนที่อรัญญาจะทันได้ร้องอุทานหรือตั้งตัวร่างของเ้าชายราธันก็พุ่งเข้ามาจับเธอไว้ทันที
“ระวังตัวหน่อย ท่านหญิง”เสียงของเ้าชายราธันแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบเสียงของเขากลับทำให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจของอรัญญากระจ่างขึ้น
อรัญญาสะท้านเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นไปพบกับดวงตาของเ้าชายร่างของเธออยู่ภายใต้การโอบอุ้มของเขาดวงตาของเ้าชายที่มองมาด้วยความจริงจังทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทว่าไม่ใช่เพียงแค่สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว กลิ่นอ่อนๆที่ลอยมาจากตัวเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปอีก
กลิ่นกายของเ้าชายราธันอบอวลไปด้วยความหอมสดชื่นของมวลไม้ป่าและความอบอุ่นจากแสงแดดในยามเช้ากลิ่นที่เหมือนกับแสงจันทร์ยามคืนเย็นที่อบอุ่นแต่ก็ให้ความรู้สึกลึกลับและหนักแน่นในคราวเดียวกันอรัญญาััได้ถึงกลิ่นสมุนไพรบางชนิดที่แฝงอยู่ในเสื้อคลุมของเขากลิ่นที่บอกถึงตัวตนของนักรบผู้กล้าหาญที่ไม่อาจละสายตาได้
เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัวราวกับ้าจดจำกลิ่นนี้ไว้ในทุกเสี้ยววินาทีของความทรงจำ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอรู้สึกทั้งอึดอัดและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน
“ขะ... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ระวังตัว”อรัญญาตอบด้วยเสียงสั่นเบาๆ เธอพยายามจะถอยห่างจากการเกาะกุมของเ้าชายแต่เ้าชายกลับยืนอยู่อย่างมั่นคงและไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
เ้าชายราธันยิ้มบางๆก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น “ไม่เป็ไรหรอก ท่านหญิง...ดูเหมือนความคิดของท่านจะล่องลอยไปกับความเงียบสงบในที่แห่งนั้นเสียมากกว่าที่จะระวังทางเดิน”
อรัญญารู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังหลอมรวมเข้ากับสายตาของเ้าชายใน่เวลานี้ ความรู้สึกผิดและความตื่นเต้นที่ผสมผสานอยู่ในใจของเธอเหมือนจะกลายเป็เพียงเงาดำมืดที่คลี่คลายไปกับแสงจันทร์ที่สาดส่องมา
“ขอบคุณที่ช่วยค่ะ”อรัญญากล่าวออกมาด้วยเสียงแ่เบา ในขณะที่แก้มของเธอเริ่มร้อนผ่าวเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของเขาที่อยู่ไม่ไกลจากใบหน้าเธอเลย และรู้สึกร้อนผ่าวกับการััของเขาในขณะที่ร่างของเธอยังคงถูกโอบรัดจากเ้าชาย
“ไม่เป็ไร ท่านหญิง”เ้าชายตอบเสียงนุ่มในขณะที่มองเธอด้วยแววตาที่ไม่มีคำพูดใดจะกล่าวแทนความรู้สึกที่แฝงอยู่ในนั้น
หลังจากนั้น เ้าชายค่อยๆปล่อยเธอออกจากการโอบกอด ก่อนที่จะยืดตัวขึ้นและมองไปยังเส้นทางที่อรัญญากำลังเดิน
“เดินต่อไปอย่างระมัดระวังนะค่ะท่านหญิง” เสียงของเ้าชายราธันทุ้มต่ำ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้ง
อรัญญามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซึ้งใจเธอพยักหน้าช้าๆ แต่เมื่อเธอเริ่มก้าวเดินเ้าชายกลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “ให้ข้าเดินไปส่งท่านที่ห้องเถิดข้าจะรู้สึกสบายใจกว่าถ้าแน่ใจว่าท่านปลอดภัย”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของอรัญญาสั่นไหวเล็กน้อยเธอพยายามซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะตอบเบาๆ “ข้ารู้สึกเกรงใจท่านเหลือเกินเพคะแต่ถ้าท่านยินดี... ข้าก็ยอมรับด้วยความขอบคุณ”
รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเ้าชายเขาก้าวเดินเคียงข้างเธอในความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งสองยังไม่อาจเอ่ยออกมา
สวนยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์ที่ทอดตัวลงบนเส้นทางหินราบเรียบกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้ที่ลอยมากับสายลมทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้นระหว่างที่เดินไปด้วยกันอรัญญาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงการปรากฏตัวของเ้าชายข้างกายเขาดูสง่างามในทุกย่างก้าว
“ท่านหญิง” เ้าชายราธันเอ่ยขึ้นเบาๆขณะที่เดินผ่านพุ่มดอกไม้ที่บานสะพรั่ง “สถานที่แห่งนี้... มันงดงามมากยามค่ำคืน แต่ความงามของมันก็ไม่ได้เทียบกับ...ความกล้าหาญและหัวใจของท่าน”
คำพูดนั้นทำให้อรัญญาชะงักเล็กน้อยเธอหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจและไม่รู้จะตอบอย่างไรความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากถ้อยคำของเขาทำให้เธอััถึงความจริงใจที่หลบซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักอรัญญาหยุดยืนหันมาทางเ้าชายอีกครั้ง “ขอบพระทัยที่ทรงกรุณามาส่งเพคะ”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย
“ยินดีเสมอ ท่านหญิง” เ้าชายตอบกลับพร้อมแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น “หากท่าน้าสิ่งใด อย่าลังเลที่จะบอกข้า”
อรัญญาพยักหน้ารับแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เธอเปิดประตูห้องช้าๆก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งและมองเ้าชายราธันเป็ครั้งสุดท้ายในค่ำคืนนั้น“ราตรีสวัสดิ์เพคะ”
“ราตรีสวัสดิ์ ท่านหญิง” เ้าชายตอบกลับก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขาในขณะที่เธอค่อยๆปิดประตูห้อง ความเงียบของค่ำคืนกลับมาอีกครั้งแต่หัวใจของอรัญญากลับยังคงเต้นแรงไม่จางหายไปเลย...