ณ ห้องทำงานแผนกบัญชี/การเงิน 10.10 นาฬิกา
- ไฮระ talk -
ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก
"ค่ะ ขอใบกำกับภาษีด้วยนะคะ"
"อ๋อ...เอกสารนั้นได้รับเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"อา...ใกล้จะถึงวันปิดงบแล้วทำไงดี..."
ความวุ่นวายภายในแผนกบัญชีมีให้เห็นทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี่ เสียงกดแป้นพิมพ์ดังขึ้นจากทั่วทุกมุมห้องพร้อมเสียงพูดคุยของพนักงานบัญชีในแผนกที่กำลังทำหน้าที่อย่างเป็นกำลัง พนักงานแผนกบัญชีมีทั้งหมดห้าชีวิตได้แก่ชายสองและหญิงสาม แบ่งเป็นพนักงานประจำสี่คนและหัวหน้าหรือเรียกอีกชื่อคือออดิทหนึ่งคน ทั้งห้าคนนี้ต่างได้งานที่รับผิดชอบแตกต่างกันไปตามแต่ละวัน แต่วันนี้...หัวหน้าแผนกบัญชีกำลังเจอกับปัญหาร้ายแรง...
"ม๊าว~"
"ซาชิมิอย่ากวนสิ"
เสียงร้องของเจ้าเหมียวตัวกลมขนดำปุกปุยกำลังดึงสมาธิของชายหนุ่มวัยกลางคนที่กำลังนั่งตรวจสอบเอกสารกองใหญ่ด้วยท่าทีขึงขัง ดูเหมือนเจ้าเหมียวอยากช่วยให้เขาทำงานได้ราบรื่นจึงล้มตัวลงนอนข้างๆเอกสารกองนั้นพร้อมใช้อุ๋งเท้านิ่มๆเขี่ยกระดาษจากในกองจนเกือบทำให้เอกสารล้มลงมาแต่ดีที่ชายวัยกลางคนนั้นคว้าเอาไว้ได้ทัน
"เฮ้อ...ซนจริงๆเลย"
แม้ภายในใจอยากดุด่ามากแค่ไหนแต่เมื่อเห็นแววตากลมโต ขนดกปุกปุยก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือได้แม้แต่นิดเดียว เขาจึงตัดสินใจวางเอกสารทั้งหมดและหันมาเล่นกับเจ้าเหมียวจอมป่วนอย่างช่วยไม่ได้ พนักงานคนอื่นภายในห้องได้แต่แอบมองภาพอันน่ารักอยู่เงียบๆขณะทำงานไปด้วยเพื่อไม่ให้หัวหน้าจอมโหดรู้ตัว จากตอนแรกที่ช่วยกันแอบเลี้ยงเพื่อไม่ให้โดนจับได้ก็เปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงแบบเต็มตัวจนสามารถเห็นภาพอันแสนหาดูยากได้จากที่นี่จนกลายเป็นหัวข้อสนทนาของสาวๆทั้งหลาย
"/นี้ ตั้งแต่เจ้าเหมียวเข้ามาคุณไฮระดูอ่อนโยนขึ้นมากเลยนะ/"
"/อื้ม ดูดีใจแถมหน้าตาก็หล่อ เหมาะจะเป็นสามีมากเลยนะแก (><)/"
"/เดี๋ยวเถอะพูดอะไรนะเธอมีแฟนแล้วนะ (-_-)/"
"/แหม...เธอไม่สนใจบ้างหรือไง พวกเราก็ใกล้จะเข้าเลขสามแล้วนะแต่เธอยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตนเลยนะ"
"มะ ไม่เอาหรอกย่ะ! ฉันไม่อยากคบคนในแผนกเดียวกันแถมยังเป็นหัวหน้าอีก น่ากลัวจะตาย (-*-)"
"นี้! คุยเสียงดังมากเลยนะงานเสร็จหรือยัง?"
"ขอโทษค่ะ!/ทำอยู่ค่ะ!"
ด้วยเช่นนั้นทำให้บทสนทนาด้านความรักของสาวๆได้จบลงหลังจากเสียงตะโกนป่นดุเบาๆลอยมาแต่ไกล นั้นทำให้พวกเธอสองคนกลับความคิดที่ว่าเขาอ่อนโยนขึ้นซึ่งมันไม่จริงเลยแม้แต่นิดเดียวเมื่อเจอกับตัวเอง
ก๊อก ก๊อก
"?" จู่ๆเสียงภายในห้องทุกอย่างต่างหยุดชะงักขณะได้ยินเสียงเคาะประตูจากใครบางคนด้านนอก นั้นทำให้พนักงานทุกคนต่างลุกขึ้นจัดโต๊ะที่แสนรกรุงรังให้กลับมาในสภาพเดิมอย่างรีบร้อน เอกสารสำคัญที่วางกระจัดกระจายถูกจัดเรียงใส่แฟ้มเป็นระเบียบอย่างมืออาชีพ โต๊ะเก้าอี้นำกลับมาวางที่เดิมที่ควรจะเป็น ทุกคนต่างตรวจสอบเสื้อผ้าหน้าผมอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าให้หัวหน้าของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน เมื่อหัวหน้าเห็นทุกอย่างกลับมาเรียบร้อยไม่มีที่ติจึงเรียกคนด้านนอกเข้ามาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เชิญ"
แอ๊ด~
"ไง"
เพียงคำพูดทักทายสั้นๆแต่กลับทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงกับการมาเยือนของชายอาวุโสคนนี้ เขาถือไม้เท้าเดินเข้ามาในห้องพร้อมนางพยาบาลหนึ่งคนเดินตามเขามาติดๆ ความสง่างามของเขายังคงทำให้สาวๆหลายๆคนต่างหลงไหลแม้อายุปูนนี้แล้วก็ตามจนบางทีเขาได้รับฉายาแปลกๆ เช่น เจ้าพ่อพันปี ชายผู้เป็นอมตะ ปรมาจารย์ความหล่อ จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่าสมัยยังหนุ่มเขาหน้าตาเป็นยังไง
"คุณโอซุมะ! ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ (0_0)" เมื่อรู้ว่าใครมาทำให้ผมรีบลุกไปรับแขกเชิญเขามานั่งที่โซฟาสีน้ำเงินตัวใหญ่อย่างรีบร้อนใจ ไม่นึกเลยว่าเขาจะมาที่นี่แถมยังเดินได้ปกติอีก ตอนแรกที่ได้ยินว่าเขาขาหักเลยต้องเข้าโรงพยาบาลก็ใจหายจนคิดลบถึงขนาดอาจโดนตัดขาทิ้ง แต่ตอนนี้เขากลับมาเดินได้ปกติแล้วแม้ยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยค้ำอยู่ ดีจริงๆ...
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไม่เห็นนายไปเยี่ยมบ้างเลย"
"ขอโทษนะครับพอดีงานยุ่งมากๆเลยไม่มีเวลาไปหาเลยครับ" ที่จริงผมกะจะหาเวลาไปเยี่ยมเขาแต่พอปล่อยให้เจ้าพวกนี้ทำงานกันเองก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย จึงได้แต่ส่งอีเมลถามไถ่เขาแค่นั้นจนตอนนี้เขาออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปรับด้วย เฮ้อ...แย่จริงๆเลยเรา
"ไม่เป็นไรๆฉันเข้าใจ แล้วตอนนี้ว่างมั้ย?"
"อา..." เมื่อถูกถามแบบนั้นผมจึงหันไปมองเจ้าพวกนั้นว่าทำงานได้ถึงไหนแล้ว ถ้าเกิดปล่อยให้งานค้างเยอะเกินไปจะปิดงบไม่ทันจึงต้องจัดสรรเวลาดีๆ แต่เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นก็รีบทำมือโอเคเป็นการบอกนัยๆว่าไม่ต้องห่วง นั้นทำให้ผมสบายใจได้เล็กน้อยพร้อมหันกลับมาคุยกับคุณโอซุมะอีกครั้ง
"ตอนนี้สะดวกครับ"
"อืม งั้นเริ่มจากเรื่องที่นายแอบเลี้ยงสัตว์ก่อนเป็นไง" จู่ๆคุณโอซุมะก็อุ้มเจ้าซาชิมิขึ้นมาวางไว้บนตักอย่างเบามือ นั้นจึงทำให้ผมและคนอื่นในแผนกต่างตกใจกันพร้อมหันไปกระซิบกระซาบอย่างออกรส อา...เมื่อกี้เจ้าซาชิมิก็อยู่ด้วยนี้น่าลืมไปซะสนิทเลย ตอนแรกตรวจสอบดูเรียบร้อยแล้วว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในห้องเพื่อไม่ให้เสียชื่อแผนกบัญชี แต่ดันไม่ทันสังเกตว่าเจ้าเหมียวหายตัวไปและมาโผล่กับคุณโอซุมะแทนซะได้ ซวยแล้ว!
"ขอโทษครับ คือผมไล่แล้วแต่มันไม่ไปก็เลยให้มาอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหาเจ้าของใหม่ได้ แต่ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็เลย..." ผมค่อยๆอธิบายพร้อมมองเจ้าเหมียวตัวกลมสีดำอย่างเอ็นดู ตอนแรกแค่จะให้อาหารแล้วค่อยปล่อยไปแต่เจ้านี้ดันฉลาดเดินตามต้อยๆจนพามาที่แผนกจนได้ แต่ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีที่ช่วยดูแลเจ้าเหมียวแถมยังทำให้บรรยากาศภายในที่ทำงานผ่อนคลายมากขึ้น ถ้าเกิดต้องปล่อยมันไปจริงๆละก็...ที่นี้คงกลับไปเงียบเหงาเหมือนแต่ก่อนแน่นอน
"แต่เรามีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์นะนายก็รู้นี้"
"ผมรู้ครับแต่ว่า...มันน่าสงสารนี้ครับ"
"กฏต้องเป็นกฏนะ ถ้าเกิดนายไม่มีเวลาดูแลแล้วทำมันตายขึ้นมาจะทำไง"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมกับพนักงานในแผนกทุกคนรักน้องทั้งนั้นเลยช่วยกันดูแลเต็มที่ครับ"
"เฮ้อ...แล้วเรื่องที่นายออกงบให้มั่วๆอีก! ทั้งที่บริษัทเราไม่ได้มีเงินมากพอให้ออกงบบ่อยๆแต่นายยังอนุมัตินี้คิดอะไรอยู่?"
"อ่า เรื่องนั้นเป็นการตัดสินใจของผมเองครับอันนี้ผมยอมรับ เพราะผมมองว่าถ้าเพิ่มงบเข้าไปจะทำให้หนังรอบนี้ออกมาดีกว่าแต่ก่อน ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆและผมไม่มีของแก้ตัวสำหรับเรื่องนี้ครับ" แม้ตอนแรกจะตกตะลึงอยู่เล็กน้อยที่ไอหนุ่มนั้นสามารถทำให้ยอดเข้าชมเยอะมากขนาดนั้นจนผมต้องลองเข้าไปดูว่าเรื่องมันเป็นยังไงถึงทำให้คนอื่นติดตามได้ขนาดนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือความแปลกใหม่ บทบาทเดิมๆที่เป็นที่นิยมมักขายดีอยู่เสมอแต่ความแปลกใหม่ก็สามารถเอาชนะได้เหมือนกัน ผู้ชมแต่ละคนมีความชอบแตกต่างกันและไอหนุ่มนั้นพยายามตอบสนองผู้ชมได้ในหลายๆแบบ ประสบการณ์แค่นี้ถือว่าเก่งจริงๆนะ
"เฮ้อ...ไม่ว่าหน้าไหนก็หัวรั้นกันหมด" คุณโอซุมะยกมือเกยหน้าผากอย่างสิ้นหวัง นั้นทำให้ผมรู้สึกผิดอย่างมากทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ก่อตั้งแต่ผมกลับทำผิดกฏที่ตั้งไว้ซะเอง เฮ้อ...จะโดนไล่ออกก็ไม่แปลกเลย
"เอาเถอะ ถ้าไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร ไว้รอประธานกลับมาค่อยว่ากัน แต่ที่ฉันมาไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ" คุณโอซุมะพูดไปด้วยขณะหยิบนิตยาสารฉบับหนึ่งขึ้นมาให้ผมดู มันคือนิตยาสารVoaที่รวบรวมข่าวในแวดวงการผลิตสื่อลามกที่ทุกๆสัปดาห์จะตีพิมพ์ออกมาครั้งหนึ่ง ถ้าใครได้ลงนิตยาสารฉบับนี้แสดงว่าคนๆนั้นมีชื่อเสียงอย่มากและอาจถูกจับตามองในอนาคตต่อไป
"ดูนี้ เจ้านั้นเอาอีกแล้ว" คุณโอซุมะเปิดนิตยสารมาหยุดหน้าข่าวประเภทรายบุคคล ในหน้านั้นมีรูปของมาซาราดะเด่นหล้าอยู่ด้านซ้ายมือส่วนบนหัวเขียนพาดหัวข่าวไว้ว่า 'แนวคิดต้นแบบความสมจริงในการแสดง โดย มาซาราดะ สุโตมุ' จากนั้นเลื่อนลงมาคอลัมน์ข้างล่างมีบทสัมภาษณ์ของมาซาราดะกับนักข่าวเขียนเอาไว้อยู่
'รู้สึกยังไงที่ได้ฉายานี้คะ?'
'รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับทุกคน หลังจากนี้จะผลิตผลงานออกมามากขึ้นครับ'
'อยากทราบว่าได้ความคิดนี้มาจากไหนช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะ?'
'จริงๆมันเริ่มจากการได้ดูการแสดงของคนๆหนึ่งที่เขาแสดงได้แข็งมากจนหมดอารมณ์ดู ผมเลยศึกษาและทดสอบด้วยตัวเองจนเริ่มจับทางได้จึงเริ่มลงมือปฏิบัติจริงผลปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยครับ หลังจากนั้นก็มีบริษัทเจ้าอื่นมาขอคำปรึกษาเลยอยากถ่ายทอดให้คนอื่นๆได้รู้ครับ'
'แสดงว่าคุณจะใช้ทักษะนี้เพื่อคว้าท็อปส์ทรีมาใช่มั้ยคะ?'
'แน่นอนครับ'
"อา...เขาไม่ล้มเลิกง่ายๆสินะครับ" เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์มาได้ครึ่งทางทำให้ผมเหลือบมองคุณโอซุมะอย่างเป็นกังวลขณะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น ถึงแม้จะผ่านไปนานแค่ไหนแต่เหตุการณ์ในวันนั้นพวกเราไม่มีวันลืมโดยเด็ดขาด...
"ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่เจ้านั้นมีฝีมือเพียงแต่...ความคิดของเจ้านั้นมันสุดโต่งเกินไป ถ้าเกิดเจ้านั้นลดส่วนนั้นลงคงทำงานร่วมกันได้อยู่แต่ตอนนี้...แค่คำพูดฉันยังไม่อยากได้ยินเลย" คุณโอซุมะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะเก็บนิตยสารกลับคืนมา ตั้งแต่เกิดเรื่องในตอนนั้นทำให้ความรู้สึกที่ผมมีต่อมาซาราดะแปลเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังแทน ถ้าในวันนั้นผมมีความมั่นใจมากกว่านี้คงหยุดเรื่องตอนนั้นไว้ได้...
"เจ้านั้นมาขอเด็กจากเราไปสองคนฉันเลยตอบตกลงไปและส่งฮาจิมะไปดูแลพวกนั้นด้วย นายคิดว่า...ฉันทำถูกหรือเปล่า?"
"พวกนั้นไม่เป็นไรหรอกครับพวกเขาไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ"
"ก็จริง พวกนั้นผ่านเรื่องต่างๆมามากมายแต่ที่ฉันห่วงคือฮาจิมะ เขาอ่อนต่อโลกเกินไปจนรู้สึกกังวลขึ้นมา"
"ไอหนุ่มนั้นเหรอครับ? เขาก็ดูเก่งไม่เบานี้ยังกล้าต่อปากต่อคำกับผมอยู่เลย"
"เรื่องคำพูดฉันไม่กังวลหรอกเพราะดูเจ้าตัวมีประสบการณ์พูดคุยมาเยอะแต่บุคลิกภายนอกของเขามันเปิดเผยเกินไปเลยถูกหลอกได้ง่าย เฮ้อ...ฉันรับปากไว้แล้วว่าจะสอนให้แต่ควรสอนเขายังไงดี"
"งั้น...ให้ผมช่วยมั้ยครับ?" ผมเสนอตัวเข้าช่วยอย่างภาคภูมิใจพร้อมมองหน้าคุณโอซุมะอย่างมั่นใจ ถ้าเรื่องการอบรมสั่งสอนเราพอจะทำได้อยู่ ถ้าเราทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคุณโอซุมะอาจได้รับคำชมด้วยก็ได้
"อา...งั้นดีเลย จะได้ช่วยสอนเรื่องมารยาทด้วย ขอบใจนะ"
"ยินดีมากครับ (^^)" ผมยิ้มบางๆออกมาขณะเตรียมเดินไปส่งคุณโอซุมะที่หน้าประตู เขาค่อยๆก้าวเท้าเดินก่อนจะหยุดกึ่งหน้าประตูพร้อมหันมาพูดกับผมอีกครั้ง
"เดี๋ยวพรุ่งนี้จะติดต่อไป เจอกัน"
"ครับ" ผมยืนส่งคุณโอซุมะอยู่หน้าประตูจนลับสายตาไปจึงปิดประตูลงพร้อมเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้า เฮ้อ...พอมาลองคิดดูแล้วเราทำงานที่นี้มานานเท่าๆกับผู่ก่อตั้งเลยนะ ตัวผมถูกทาบทามจากท่านประธานชินจิและได้รู้จักกับผู้บุกเบิกทุกคนในสมัยก่อน แต่พอเวลาผ่านไปอะไรหลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงทำให้ปัจจุบันเหลือผู้บุกเบิกบริษัทนี้แค่สองคนคือ ท่านประธานชินจิกับคุณโอซุมะ คนอื่นๆอย่างมาซาราดะแยกไปทำบริษัทของตัวเองส่วนผู้หญิงคนนั้น...เธอชื่ออะไรนะจำไม่ได้แล้วแต่ที่รู้ๆคือเธอสวยมากๆจนตอนนี้ยังลืมไม่ลง
"หัวหน้าเหม่อใหญ่เชียวนะคะ (^^)"
"(-*-)" ขณะกำลังเพลิดเพลินไปกับความคิดของตัวเองก็ถูกเจ้าพวกนั้นแซวกันยกใหญ่ นั้นจึงทำให้ผมกลับมาสนใจงานของตัวเองอีกครั้งและเตรียมคู่มือการอบรมสั่งสอนให้เจ้าหนุ่มนั้นด้วย
.
.
.