บทที่ 2 ต้นหอมผัดไข่
แม่ซ่งเห็นซ่งเส้าเส้าตื่นเต้นมากประกอบกับ้าปลอบขวัญเด็กน้อยที่เพิ่งตกน้ำ จึงไม่ได้ทักท้วงอะไร ปล่อยให้ทำตามใจชอบ
ซ่งเส้าเส้านำฟืนมาเผาจนลุกโชนแล้วก็ดับไฟ วางพักไว้ จากนั้นก็นำไหในบ้านออกมา แล้วทุบก้นไหอย่างไม่ลังเล
“โอ๊ย นั่นลูกทำอะไรน่ะ!”
แม่ซ่งเห็นแล้วก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
“ท่านแม่ ไม่ลงทุนก็ไม่ได้กำไรนะเ้าคะ”
ซ่งเส้าเส้าเทเกลือหยาบใส่ในน้ำ แล้วคนจนเกลือละลายเตรียมรอไว้ จากนั้นก็ฉีกผ้าที่สวมอยู่มาพันรอบปากไห มัดให้แน่น เททรายละเอียดลงไป แล้วใส่ฟืนที่เพิ่งเผาเสร็จลงตาม และสุดท้ายคือเกลือที่ละลายน้ำแล้ว
นางเทน้ำเกลือที่ได้ลงในหม้อ ต้มจนน้ำแห้ง แล้วก็ได้เกลือสีขาวบริสุทธิ์สะอาดตาออกมา
แม่ซ่งเห็นแล้วก็ใมาก หยิบขึ้นมาแตะลิ้นดู พบว่าเป็เกลือจริงๆ
“เส้าเส้า นี่มัน...?”
“ท่านแม่เ้าคะ นี่คือเกลือ ต่อไปนี้เวลาเราผัดผักป่าก็ไม่ต้องใช้เกลือเม็ดใหญ่ๆ อีกแล้ว”
“เส้าเส้า เ้านี่ฉลาดจริงๆ!”
แม่ซ่งเห็นซ่งเส้าเส้าทำอะไรมหัศจรรย์แบบนี้ได้ภายในเวลาสั้นๆ ก็ดีอกดีใจมาก
“ไอ๊ยะ เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย ตะวันสูงเกือบถึงกลางหัวแล้ว ทำไมไม่ยอมทำกับข้าว มัวแต่ปล่อยให้เด็กน้อยเล่นอะไรอยู่?”
หญิงวัยกลางคนที่สวมผ้าโพกศีรษะสีน้ำตาลเดินเข้ามา
ใบหน้าที่เ้าเล่ห์ และสายตาที่กำลังเหน็บแนมนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลยว่าต้องเป็ป้าใหญ่ของซ่งเส้าเส้า ป้าเฉินอย่างแน่นอน
เสียงของนางดังมาก จนไก่ในบ้านของป้าจางที่อยู่ข้างๆ ยังต้องร้องกุ๊กๆ
ซ่งเส้าเส้าเห็นป้าเฉินก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ สีหน้าเหมือนเห็นของสกปรก
“ข้าได้ยินมาว่าบุตรสาวของเ้าลืมตาขึ้นมาแล้ว ก็เลยตั้งใจจะแวะมาเยี่ยม นี่ไง ข้ายังเอาข้าวสารกับแป้งมาฝากด้วยนะ”
ป้าเฉินแกว่งตะกร้าในมือ
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ เหอะ นี่มันหมาป่ามาไหว้ปีใหม่ไก่ชัดๆ มองยังไงก็มาด้วยเจตนาไม่ดีเห็นๆ
ป้าเฉินนั่งลงโดยไม่ได้รับเชิญ สายตามองไปที่ผักป่าที่ซ่งเส้าเส้าเพิ่งเก็บมา
“เส้าเส้า นี่เ้าเพิ่งตกน้ำไปหยกๆ ข้าได้ยินมาว่าเ้าออกไปเที่ยวเล่นอีกแล้ว ยังคิดถึงคุณชายน้อยตระกูลเส้าอยู่หรือไร?”
ซ่งเส้าเส้ามองป้าเฉินด้วยหางตา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ข้ากล้าที่ไหนล่ะเ้าคะป้าใหญ่ แค่ออกไปเก็บผักป่ามาประทังชีวิต หากไม่ออกไปหาของกินเองแล้ว เช่นนั้นวันนี้ครอบครัวใหญ่ของเราคงต้องไปขอข้าวของตัวเองที่ป้าใหญ่เอาไปมากินแล้วเ้าค่ะ”
“เ้า...!” ป้าเฉินใบหน้าแดงก่ำ โกรธแต่ไม่รู้จะหาคำใดมาโต้แย้งดี
แต่แล้ว ป้าเฉินก็เห็นผักป่าที่ซ่งเส้าเส้าเพิ่งเก็บมาอีกครั้ง จึงคว้ามันขึ้นมา
“ผักป่าขมๆ แบบนี้ อย่างมากก็แค่เอาไปเลี้ยงหมู ข้าไม่เข้าใจทำไมพวกเ้าถึงชอบกินมันนัก?”
ถึงปากป้าเฉินจะพูดแบบนั้น แต่มือของนางกลับคว้าผักป่ากำใหญ่ใส่ตะกร้าของตัวเอง
แม่ซ่งั้แ่แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลซ่งก็อดทนมาตลอด ถูกป้าเฉินกดขี่ข่มเหงสารพัด เมื่อป้าเฉินได้เป็ใหญ่ ก็ไล่ครอบครัวของนางออกมา ด้วยอำนาจที่อีกฝ่ายมี แม้เห็นป้าเฉินทำแบบนี้ แม่ซ่งก็ไม่กล้าพูดอะไร
กลับกัน นางยังรินน้ำให้ป้าเฉินอีก “พี่สาว ดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะ”
ป้าเฉินเหลือบมองชามที่ร้าว เบ้ปากด้วยความรังเกียจ
“วันนี้ข้ามา ก็เพราะมีเื่จะบอก ลูกพี่ลูกน้องของเ้าถูกเศรษฐีในเมืองมาสู่ขอ กำลังจะเป็ฝั่งเป็ฝาแล้ว”
“ยินดีกับพี่สาวด้วยนะเ้าคะ” แม่ซ่งกล่าว
ป้าเฉินหันไปยิ้มเยาะให้กับแม่ซ่ง “เส้าเส้าเองก็โตแล้ว อย่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆให้เป็สาวแก่เลยนะ”
ฟังถึงจุดนี้ ซ่งเส้าเส้าอยากจะสาดน้ำบนโต๊ะใส่ป้าเฉินใจจะขาด ทว่าตอนนี้น้ำมีค่า นางจะยอมเสียไปได้ยังไง!
“ไอ๊ยะ เ้าสีขาวๆนี่มันอะไร”
ป้าเฉินเดินไปหน้าเกลือบริสุทธิ์ที่ซ่งเส้าเส้าเพิ่งทำเสร็จ แล้วก็คว้าผักป่าที่เพิ่งเก็บมาห่อเกลือไปหลายห่อ
“ป้าใหญ่ ‘มือสั้นใจสั้น’* นะเ้าค่ะ”
*(เมื่อรับของคนอื่น ควรมีความเกรงใจกันบ้าง)
มือที่กำลังห่อเกลือของป้าเฉินชะงักไป “ข้าไม่ได้เอาไปเฉยๆเสียหน่อย นี่ข้ายังอุตส่าห์เอาแป้งกับข้าวสารมาให้พวกเ้าด้วยนะ”
ป้าเฉินห่อเกลือเสร็จก็รีบร้อนจากไป
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ นังผู้หญิงใจร้าย!
“เอาล่ะเส้าเส้า ไม่ใช่ว่าลูกบอกว่าจะทำมื้อเที่ยงหรอกหรือ พ่อกับพี่ชายของเ้าก็น่าจะใกล้กลับมาแล้วนะ”
“เ้าค่ะท่านแม่ รอสักครู่นะเ้าคะ”
ซ่งเส้าเส้ามองแป้งที่ป้าเฉินเอามาให้ นึกถึงอาหารที่ครอบครัวนางกินเมื่อเช้า เป็หมั่นโถวกับข้าวต้มเหลวๆ ดูท่าทางแล้วก็น่าจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว งั้นวันนี้ทำเนื้อสัตว์ให้กินดีกว่า
“ท่านแม่ ข้าขอแป้งกับข้าวสารนะเ้าคะ”
ซ่งเส้าเส้าหมายตาแป้งพวกนี้เอาไว้แล้ว เมื่อเช้าตอนที่อยู่ในครัวก็เห็นน้ำมันหมูที่ป้าจางเอามาให้ เลยคิดว่าจะต้นหอมผัดไข่กับตันปิ่งผักป่าให้ครอบครัวได้กินอาหารดีๆ บ้าง จะได้เชื่อใจนาง ปล่อยให้นางออกไปค้าขาย
แต่ตอนนี้ซ่งเส้าเส้าไม่ได้บอกว่าจะใช้น้ำมันหมูของแม่ซ่ง เพราะถ้าบอกไป แม่ซ่งคงบ่นเสียดายแน่ๆ
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ซ่งเส้าเส้าก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายน้ำมันหมูในมือเลยแม้แต่น้อย
ซ่งเส้าเส้าเริ่มต้นด้วยการตัดรากและใบเก่าของต้นหอมป่าออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็ท่อนๆ จากนั้นตอกไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมันหมู รอจนร้อน เทไข่ลงไป ใช้ไฟแรง รอจนไข่เริ่มเกาะตัวก็กลับด้าน ทอดจนสุกดี จากนั้นใส่ต้นหอมลงไปผัด คาดคะเนเวลาคร่าวๆ แล้วก็ใส่เกลือที่เพิ่งกรองเสร็จลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วตักใส่จาน
แม่ซ่งที่อยู่ข้างนอก รวมถึงพ่อซ่งและพี่ชายที่เพิ่งกลับมา ต่างก็ได้กลิ่นหอมของต้นหอมผัดไข่ แม้แต่ป้าจางที่อยู่ข้างบ้านก็ยังตามกลิ่นหอมมา
“สะใภ้ซ่ง วันนี้บ้านเ้าทำอะไรกินกัน หอมมาถึงบ้านข้าเลย”
ป้าจางแบกตะกร้าใส่มูลหมูที่สัญญาไว้กับซ่งเส้าเส้า เดินเข้ามา
“วันนี้เส้าเส้าเป็คนทำ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ป้าจางนี่ท่าน...”
แม่ซ่งชี้ไปยังมูลหมูที่ป้าจางแบกมา
“อ๋อ นี่เหรอ เส้าเส้าเป็คนขอให้ข้าเอามาให้”
“เส้าเส้าเป็คนขอ?”
กำลังพูดถึง ซ่งเส้าเส้าก็ยกต้นหอมผัดไข่ออกมาพอดี
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย มาลองชิมดูสิเ้าคะ”
“ลูกสาวบ้านซ่ง มูลหมูที่เ้าขอ ข้าเอามาให้แล้วนะ” ป้าจางชี้ไปที่มูลหมู “เอ๊ะ นี่ไม่ใช่ผักป่าที่เ้าเก็บมาเมื่อครู่หรอกหรือ?”
“ป้าจาง สิ่งนี้เรียกว่าต้นหอมเ้าค่ะ”
“ต้นหอม?”
“...”
ทุกคนได้ยินซ่งเส้าเส้าแนะนำชื่อที่ไม่คุ้นหูก็ใมาก เริ่มกังวลว่านางจะตกน้ำจนสมองกระทบกระเทือน แต่กลิ่นหอมของต้นหอมผัดไข่นี้ก็หอมเกินห้ามใจจริงๆ แม้แต่คนที่เดินผ่านหน้าบ้านตระกูลซ่งก็ยังต้องเหลียวหลังมอง
“ใช่แล้ว อาหารจานนี้เรียกว่าต้นหอมผัดไข่ เป็อาหารขึ้นชื่อของข้าเอง”
ที่บอกว่าเป็อาหารขึ้นชื่อ ก็เพราะตอนที่ซ่งเส้าเส้าเป็บล็อกเกอร์สายอาหาร อาหารจานแรกที่นางฝึกทำก็คือต้นหอมผัดไข่นี่เอง
พ่อซ่ง แม่ซ่ง พี่ชายซ่ง และป้าจางได้ยินซ่งเส้าเส้าแนะนำ ก็พากันมากิน ไข่ที่ทอดกับน้ำมันหมู มีกลิ่นหอมของเนื้อจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมสดชื่นของต้นหอม อร่อยจนทุกคนลืมกล่าววาจาไปเลย!
ป้าจางกินไปไม่กี่คำก็รีบไปเก็บต้นหอมบนเขา แล้วก็กลับบ้านไปเอาไข่ไก่กับน้ำมันหมู มาให้ซ่งเส้าเส้าทำให้ต้นหอมผัดไข่ให้ตัวเองกินบ้าง