ตอนที่ 4: ห้างหมื่นล้านกลางจิตใจ
หลินซูเหยานั่งนิ่งอยู่บนคั่งดินขวดน้ำพลาสติกเย็นเฉียบยังอยู่ในมือ หยดน้ำเกาะพราวอยู่รอบขวดก่อนจะไหลผ่านนิ้วของเธอลงบนผ้าห่มเก่า มันไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่ความฝัน และไม่ใช่สิ่งที่ควรปรากฏอยู่ในปี1975
หญิงสาวก้มมองขวดน้ำอีกครั้งฝาสีฟ้าถูกเปิดออกแล้ว ฉลากด้านข้างยังคงเรียบสะอาด ตัวหนังสือพิมพ์คมชัดไม่มีรอยเปื้อนจากเขม่าควันหรือฝุ่นดินแม้แต่น้อย
เธอยกขวดขึ้นจิบอีกอึก
น้ำเย็นไหลผ่านลำคอ ลดความแสบร้อนลงไปมากความคิดที่เคยสับสนเริ่มกลับมาเป็ระเบียบ ความตื่นเต้นยังอยู่ แต่สำหรับหลินซูเหยายิ่งสถานการณ์ผิดปกติมากเท่าไร เธอยิ่งต้องใจเย็นมากขึ้นเท่านั้น เธอวางขวดน้ำไว้ข้างตัวก่อนหันไปมองผนังดินตรงหน้า
ประตูสีขาวบานนั้นหายไปแล้ว มีเพียงผนังแตกร้าวกับเงาสลัวจากเปลวไฟในเตาหลินซูเหยาจ้องอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหลับตาลง
เมื่อครู่นี้เธอคิดอยากกลับมา จากนั้นก็กลับมาอยู่ในกระท่อมทันทีถ้าอย่างนั้น... เธอลองนึกถึงห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นอีกครั้ง ภาพชั้นวางสินค้าแสงไฟสีขาว และพื้นกระเบื้องมันวาวผุดขึ้นในความคิด เพียงพริบตาเดียวความเย็นจากผนังดินก็หายไป กลิ่นเถ้าถ่านถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดจาง ๆของเครื่องปรับอากาศ
หลินซูเหยาลืมตา เธอกลับมายืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อภายในห้างอีกครั้งหญิงสาวไม่ได้เดินต่อทันทีเธอก้มมองตัวเองก่อนเสื้อฝ้ายเก่าขาดตรงข้อศอกผ้าพันเท้าหลุดลุ่ย และขวดน้ำในมือยังอยู่ครบ แปลว่าร่างกายนี้เข้ามาด้วย?
เธอยกมือแตะหน้าอก หัวใจยังเต้นแรงไข้ยังทำให้ศีรษะหนัก แขนขายังอ่อนแรงเหมือนเดิม หลินซูเหยาขมวดคิ้วก่อนหน้านี้ตอนออกไปเธอกลับไปนั่งอยู่บนคั่งในท่าเดิม ไม่ได้ล้มลงหรือขยับไปไหนถ้าร่างเข้ามาทั้งหมดแล้วกระท่อมด้านนอกเหลืออะไรอยู่? เธอหันมองรอบตัวก่อนเลือกเก้าอี้พลาสติกหลังเคาน์เตอร์มาหนึ่งตัว แล้วลากออกมาวางกลางทางเดิน เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแหลมในห้างอันว่างเปล่าหลินซูเหยานั่งลง สูดลมหายใจช้า ๆ จากนั้นคิดถึงกระท่อม
ภาพตรงหน้าพลันเปลี่ยนไป เธอกลับมานั่งอยู่บนคั่งดินขวดน้ำยังอยู่ในมือแต่เก้าอี้พลาสติกไม่ตามออกมา หลินซูเหยามองพื้นที่ว่างข้างตัวสีหน้าไม่เปลี่ยนไปมากนัก เธอกลับเข้าไปอีกครั้ง เก้าอี้ยังอยู่ตรงตำแหน่งเดิม หญิงสาวเอื้อมมือแตะพนักพิงแล้วคิดอยากนำมันออกไปด้วย คราวนี้เมื่อกลับถึงกระท่อมเก้าอี้พลาสติกสีขาวก็ปรากฏอยู่ข้างคั่ง ขาเก้าอี้ข้างหนึ่งกดลงบนพื้นดินเกิดรอยตื้น ๆ อย่างชัดเจน
หลินซูเหยานิ่งไปเล็กน้อย การนำของออกมาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถือเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ เธอทดลองอีกสองครั้ง
ครั้งแรกวางไม้ขีดกล่องเก่าไว้บนชั้นขายของ แล้วกลับออกมาโดยไม่คิดถึงมัน ไม้ขีดยังคงอยู่ในห้าง
ครั้งที่สองเธอหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาและตั้งใจนำออกมาด้วย ผ้าขนหนูจึงตามออกมาปรากฏในกระท่อม
ไม่มีเสียงเตือน
ไม่มีหน้าจอระบบ
ไม่มีตัวเลขลอยขึ้นกลางอากาศ
สถานที่แห่งนี้ไม่อธิบายกฎของมันให้เธอฟังแม้แต่คำเดียว
เธอต้องหาคำตอบเอง
หลินซูเหยากลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองสินค้าเป็อย่างแรกแต่เงยหน้ามองกล้องวงจรปิดบนเพดาน ไฟแสดงสถานะดับสนิทจอมอนิเตอร์หลังเคาน์เตอร์ไม่มีภาพเครื่องคิดเงินเปิดไม่ได้ โทรศัพท์ทุกเครื่องไม่มีสัญญาณและประตูทางออกหลักของห้างถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวขุ่น มองไม่เห็นสิ่งใดด้านนอก เธอเดินไปลองผลักประตูมันไม่ขยับทางหนีไฟก็เช่นกัน ห้างแห่งนี้เหมือนถูกตัดออกจากโลกทั้งใบเหลือเพียงพื้นที่ภายในที่ยังคงสว่างไสว
หลินซูเหยาเดินผ่านโถงกลางอย่างช้า ๆ ยิ่งมองเธอยิ่งแน่ใจ นี่คือห้างที่เธอบริหารในชีวิตเดิม ตำแหน่งบันไดเลื่อนเหมือนเดิม ป้ายประชาสัมพันธ์งานลดราคาฤดูหนาวยังแขวนอยู่ตรงเสากลางร้านเครื่องสำอางฝั่งตะวันออกมีไฟดวงหนึ่งเสียซึ่งฝ่ายอาคารเพิ่งรายงานเข้ามาก่อนวันเกิดเหตุแม้แต่ชั้นวางสินค้าตรงร้านนำเข้าที่เคยจัดผิดแผนผังก็ยังเอียงจากแนวอยู่เล็กน้อย ทุกอย่างหยุดอยู่ในวันที่เธอตาย เธอเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นิ้วแตะขอบโต๊ะอย่างแ่เบา ชีวิตก่อนของเธออยู่ที่นี่แทบทั้งหมด
ยอดขาย
การประชุม
แผนขยายสาขา
ปัญหาค่าเช่า
ข้อร้องเรียนของลูกค้า
เื่มากมายที่ครั้งหนึ่งเคยสำคัญจนเธอยอมทิ้งเวลานอนและวันหยุดทั้งหมดไปกับมันตอนนี้ไม่มีพนักงานคนใดอยู่เลย ไม่มีเสียงประกาศ ไม่มีเสียงรองเท้าของลูกค้า ห้างหมื่นล้านทั้งห้างเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงหายใจของเธอเอง
หลินซูเหยาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ ประตูลิฟต์เปิดค้างไว้แผงปุ่มยังสว่าง แต่เมื่อกดแล้วไม่มีการตอบสนอง เธอจึงเลือกบันไดเลื่อนแทน บันไดไม่ทำงานหญิงสาวจับราวแล้วค่อย ๆ เดินขึ้นทีละขั้น ร่างนี้อ่อนแอเกินกว่าจะเร่งฝีเท้าเพียงขึ้นมาถึงชั้นสอง หัวใจก็เต้นแรงจนต้องหยุดพัก เธอพิงราวกระจกหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ตรงหน้าเป็โซนเสื้อผ้าและของใช้ในบ้าน ชั้นถัดไปมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเหนือขึ้นไปคือคลังสินค้า สำนักงาน และพื้นที่จัดเก็บสินค้าสำรอง ถ้าทุกอย่างยังอยู่ครบทรัพยากรในห้างแห่งนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินง่าย ๆ
อาหาร
ยา
เสื้อผ้า
เครื่องมือ
เมล็ดพันธุ์
เครื่องใช้ประจำวัน
สินค้าหลายอย่างเพียงชิ้นเดียวก็อาจเปลี่ยนชีวิตของคนในยุคนี้ได้แต่ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งอันตราย ขวดน้ำพลาสติกหนึ่งขวดก็อธิบายไม่ได้แล้ว หากเธอนำของสมัยใหม่ออกไปโดยไม่คิดให้รอบคอบไม่ต้องรอให้ญาติสกุลหลินลงมือ คนทั้งหมู่บ้านคงหันมาจับตาเธอก่อน
หลินซูเหยาเดินต่อไปจนถึงร้านขายของใช้ในบ้านเธอหยิบสมุดปกเรียบกับดินสอหนึ่งแท่งจากชั้นวาง แล้วนั่งลงหลังเคาน์เตอร์ หญิงสาวเปิดสมุดหน้าแรกเขียนสิ่งที่ทดลองได้ลงไปด้วยลายมือที่ยังสั่นเล็กน้อย
หนึ่ง เข้าออกได้ด้วยความคิด
สอง สิ่งของนำออกไปได้เมื่อมีเจตนาชัดเจน
สาม ภายในห้างไม่มีบุคคลอื่น
สี่ อุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างใช้ไม่ได้แม้ระบบแสงสว่างยังทำงาน
เธอหยุดปลายดินสอ ก่อนเขียนเพิ่มอีกบรรทัด
ห้ายังไม่ทราบว่าสินค้าจะเติมกลับหรือไม่
หลินซูเหยาปิดสมุดทันที ข้อนี้ยังทดสอบไม่ได้ในตอนนี้หากสินค้าหายแล้วไม่กลับคืน ทุกชิ้นที่นำออกไปย่อมมีจำนวนจำกัด ต่อให้ห้างใหญ่เพียงใดหากใช้โดยไม่วางแผนสักวันก็ต้องหมดและเธอไม่คิดฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับทรัพยากรที่ไม่รู้กฎเกณฑ์ ห้างแห่งนี้ช่วยให้เธอผ่านคืนนี้ได้แต่ไม่ควรกลายเป็ขาที่เธอใช้เดินตลอดไป
หลินซูเหยาลุกขึ้น เก็บสมุดกับดินสอไว้แล้วหยิบนาฬิกาข้อมือดิจิทัลจากแผนกใกล้เคียงมาหนึ่งเรือน หน้าจอยังแสดงเวลา เธอมองตัวเลขอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกลับออกไปยังกระท่อม เปลวไฟในเตาแทบไม่เปลี่ยนไป น้ำในหม้อยังเดือดเบา ๆเหมือนก่อนที่เธอจะเข้าไป หญิงสาวก้มมองนาฬิกาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีทั้งที่เธอใช้เวลาเดินสำรวจในห้างนานกว่านั้นมากเธอกลับเข้าไปอีกครั้งรออยู่ด้านในโดยนับลมหายใจตัวเองจนครบหนึ่งร้อย จากนั้นออกมา
เปลวไฟยังอยู่ในระดับเดิมหลินซูเหยามองนาฬิกาเงียบๆ
เวลาภายในกับภายนอกไม่เท่ากัน หรือบางทีเวลาด้านนอกอาจแทบหยุดนิ่งในขณะที่เธออยู่ข้างในข้อดีชัดเจนมาก
เธอสามารถใช้เวลาในห้างเพื่อพัก ฟื้นตัวหรือวางแผน โดยไม่เสียเวลาภายนอกมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ—
ตอนที่เธอเข้าไปร่างกายภายนอกไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในกระท่อม เธอหายเข้าไปทั้งคน หากมีใครเปิดประตูเข้ามาใน่นั้นพวกเขาจะพบเพียงกระท่อมว่างเปล่า เื่นี้อาจช่วยชีวิตเธอได้และอาจฆ่าเธอได้เช่นกันหากใช้ผิดเวลา
หลินซูเหยากลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง คราวนี้เธอเลือกเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อเรียบถุงเท้า ยาลดไข้ และอาหารอ่อนที่ไม่สะดุดตาเกินไป ก่อนหยุดอยู่หน้าชั้นขายยา เธอไม่ได้หยิบทุกอย่างที่เห็นร่างนี้อ่อนแอและขาดอาหารมาหลายวันการใช้ยาโดยไม่รู้ขนาดหรืออาการแน่ชัดอาจทำให้แย่ลงกว่าเดิมเธอเลือกเพียงปรอทวัดไข้แบบธรรมดาน้ำเกลือแร่ และยาลดไข้ที่เธอคุ้นเคย จากนั้นจึงเดินไปยังห้องน้ำของห้าง ไฟเหนือกระจกสว่างจ้าเกินไปหลินซูเหยาหยุดอยู่หน้าประตู ั้แ่ฟื้นขึ้นมาเธอเคยเห็นเพียงเงาสั่นไหวในผิวน้ำยังไม่เคยมองใบหน้าของร่างนี้ชัด ๆ เลยสักครั้ง
เธอก้าวเข้าไปช้า ๆ พื้นกระเบื้องสะอาดจนสะท้อนเงารองเท้าเก่าของเด็กสาวดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้อย่างรุนแรงหญิงสาวเดินไปถึงอ่างล้างมือก่อนเงยหน้าขึ้น คนในกระจกทำให้เธอนิ่งไป...เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีมีใบหน้าซูบตอบผิวซีดจนแทบไม่มีสี ริมฝีปากแตกเป็แผล ผมยาวยุ่งพันกันและดวงตาคู่ใหญ่ลึกโหลจากความหิว รอยช้ำสีม่วงกระจายอยู่ตามลำคอและข้อมือ เสื้อฝ้ายเก่าหลวมโคร่งคลุมร่างที่ผอมจนแทบเหลือเพียงกระดูก
ภายใต้แสงสว่างของห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่เด็กสาวในกระจกดูเหมือนคนที่หลุดออกมาจากโลกอีกใบ โลกที่หนาวกว่า หิวกว่าและไม่มีใครยื่นมือช่วยหลินซูเหยามองเธออยู่นาน ห้างทั้งห้างอยู่ด้านหลัง ชั้นวางเต็มไปด้วยอาหารเสื้อผ้า ยาและสิ่งของมากพอจะเลี้ยงคนจำนวนมากแต่คนในกระจกกลับอ่อนแอจนแทบยืนไม่ไหว
หญิงสาวยกมือขึ้นแตะกระจกปลายนิ้วของเธอตรงกับปลายนิ้วของเด็กสาวพอดีความจริงหนึ่งชัดเจนขึ้นมาโดยไม่ต้องจดลงสมุดต่อให้เธอมีห้างหมื่นล้านอยู่ในมือ...ถ้าช่วยร่างนี้ไว้ไม่ได้ ทุกอย่างก็ไม่มีความหมายเลย