และแล้วก็ถึงวันสำคัญที่รอคอย ทางสำนักข่าวติดต่อแม่มาว่าวันนี้จะลงข่าวเพญ่าทั่วโลก แสดงหลักฐานที่ว่า เพญ่าเธอเป็นคนยังไง เรารวมตัวกันนั่งดูข่าว ทุกคนดูเคร่งเครียดกันมาก ยกเว้นเดียร์น่า ที่นั่งเล่นตุ๊กตากับพี่เลี้ยง เพราะเธอไม่เข้าใจว่าข่าวที่เราฟังอยู่ คือเรื่องราวของเธอ
“...จากข่าวบิ๊กกระแส ที่ออกมาว่าซุปตาร์ฮอล์ ตัวแม่ ซุกลูกผัว ดันเจอดี ผัวพาน้อยไปกินข้าวด้วยนั้น วันนี้คดีพลิกแบบช็อคโลก เป็นอย่างไรไปฟัง…”
จากนั้นสื่อก็เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่เธอท้องโย้เข้าโรงพยาบาล และสองวันต่อมา เธอก็เดินออกไปกับผู้จัดการ โดนไร้เงาลูก รวมไปถึงแชทที่ผมเกลี้ยกล่อมให้เธอเก็บเด็กเอาไว้ สิ่งที่ทำให้คนฮือฮา คือคลิปเสียง ที่เธอพูดออกมาเองว่าท้องกับผู้กำกับคนนั้น รวมถึงที่ยุยงให้คนไปทำร้ายเขม
กระแสถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย ถึงฝ่ายฐานแฟนคลับที่คลั่งไคล้เธอก็ยังเลือกเข้าข้างเธอ แต่ฝั่งที่ดูจะมากกว่าในตอนนี้ คือคนที่ยังมีสติและจิตสำนึก เข้ามาขอโทษที่เคยว่าร้ายเขม เชื่อปากเพญ่ามากเกินไป พวกเขาช่วยกันแชร์ข่าวที่ถูกต้อง ร่วมตัวกันลงชื่อแบน #เพญ่าแม่ใจร้ายลวงโลก
“ให้ตายเถอะ ไม่น่าเชื่อเลยว่านางบ้าและลวงโลกได้ขนาดนี้”
“ฉันว่าแล้วมันแปลกๆ แต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวทัวร์ลง ฮ่าๆ”
“จริงรึเปล่า คลิปนั่นก็ตั้ง 5 ปีแล้ว เห็นแค่ไกลๆ อ้างได้ ใครจะรู้”
“เห็นคลิปที่พี่เขมถูกคนที่นางยุไปตบลงใน x น่าสงสารมาก”
“ฉันอยากให้นางไปกราบเท้าน้องเขมกับพี่หมอคนนั้น”
“คลิปเสียงเอามาเป็นหลักฐานได้หรอ สมัยนี้ปลอมเสียงกันได้นะ”
“กล้าทำขนาดนี้ได้ไง OMG มากกกก เด็กน่าสงสารที่สุด”
ผมนั่งอ่านคอมเมนท์จากสื่อใหญ่ที่ตีข่าวเรา จากที่ผมติดตามความเคลื่อนไหวของกระแสมาหลายวัน ด้วยเสียงที่ตีกลับข้างมาก เพญ่าถูกถอดชื่อออกจากทุกรายการ สปอนเซอร์ก็ไม่สนับสนุนเธอ แม้กระทั่งละครที่เธอเล่นก็ถูกงดออกอากาศอย่างไม่มีกำหนด จนล่าสุดที่รู้วันนี้
“ข่าวด่วน เพญ่า ซุปตาร์ ฉายาดาวค้างฟ้า แสงดับแล้ว วันนี้ทางสังกัดได้ออกแถลงว่ายกเลิกสัญญากับเธอ เพราะทนรับกระแสต้านไม่ไหว แต่ขอไม่แถลงว่าหลักฐานที่ได้รับจริงเท็จเช่นไร ส่วนทางอดีตผู้กำกับที่เป็นข่าว ยังปิดบ้านเงียบ และโพสข้อความสั้นๆ ผ่านสื่อส่วนตัวว่า ไม่ทราบ และไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับดาราสาวคนดังกล่าว ……”
“ด๊ะด๊าาาาา..”
ผมรีบปิดทีวี หันมายิ้มรับลูกสาว เดียร์น่ากลับมาอยู่บ้านได้สองวันแล้ว เพราะเธอต้องเรียนออนไลน์ และสอนเสริมจากพี่เลี้ยง ให้อยู่บ้านปู่ย่าเธอติดเล่น แถมมีคนให้ท้ายด้วย เธอยิ่งเริ่มดื้อจนผมปวดหัว
“อ่านหนังสือกับมะม๊าน้าเขมเสร็จแล้วหรอครับ”
“ค่ะ มะม๊าน้าเขมบอกว่าวันนี้จะทำขนมบัวลอยไข่หวานให้เดียร์น่ากินด้วย”
ผมหันมองสาวอีกคนที่เดินลงมาด้วยใบหน้ายิ้มอ่อนโยน
“นั่น น้าเขมบอกให้จุ๊ๆ ไงคะ เดี๋ยวดะด๊าก็ดุน้าเขมหรอก” เธอแกล้งแซว
“ดะด๊าไม่กล้าดุหรอกค่ะ เดียร์น่าอยากกินเอง”
เธอกลับมาอ้อนผม แก้มป่องเหมือนกันไม่มีผิด อยู่ด้วยกันบ่อยก็ถ่ายทอดลูกอ้อนนี้ให้กันซะแล้ว
“กินได้ครับ แต่ห้ามกินเยอะนะ เพราะวันนี้เราจะไปหาปู่กับย่ากัน”
“ค่าาาาา”
เธอกระโดดดีใจ วิ่งเล่นรอบห้องรับแขก เขมมองตามแผ่นหลังน้อยๆ แล้วนั่งขำ ผมเอื้อมไปจับมือเธอเบาๆ
“ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณอะไร” เธอเอียงคอถาม
“ขอบคุณที่มาทำให้พี่กับลูกมีความสุข”
เธอยิ้มเล็กๆ อย่างจริงใจ พยักหน้าเบาแล้วกุมมือผมตอบ
“แล้วนี่วันนี้ไม่มีเวรตรวจหรอ”
“อ่อ…เดี๋ยวจะออกไปแล้ว วันนี้นัดคนไข้ประจำ ส่วนวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พี่ขอทางโรงพยาบาลพักงาน 2 อาทิตย์”
“หืม พี่มีธุระหรอ”
“เปล่า พี่จะจัดการเรื่องเดียร์น่าที่ค้างไว้น่ะ แล้วก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว”
เธอมองหน้าผมด้วยสายตาที่งงงวย ก่อนจะพยักหน้ารับไร้คำถามเพิ่ม
“เขมไปทำขนมให้เดียร์น่าดีกว่า ขับรถปลอดภัยค่ะคุณดะด๊า”
“คร้าบบบ อยู่บ้านเป็นเด็กดีกันนะ บอกทั้งแม่ทั้งลูกเลย”
“หืม เขมด้วยหรอ”
ผมพยักหน้ารับ แล้วหอมฟอดใหญ่ที่แก้มนุ่มๆ ของเธอ โดยไม่ลืมที่จะเดินไปหอมเด็กเล็กอีกคนที่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ ผมหวังว่าวิกฤตของครอบครัวจะจบลงแค่นี้ และถึงเวลาที่เราจะเป็นครอบครัวกันจริงๆ ซะที
ติณณ์ End