“ถึงประมาณกี่โมง ... เย็นๆ โอเค ผมโทรมาถามเฉยๆ ตอนนี้ผมอยู่บ้านน้านุ่ม”
เขาพูดโต้ตอบกับปลายสายโดยเหล่ตามองลงมาสบตากับเธอ“น้ำเหรอ สบายดีครับ ผมแวะมาทักทายปีใหม่แล้วเอาของขวัญมาให้ ... โอเคครับได้ เดี๋ยวตอนเย็นผมกลับเลย อืม”
ธารทิพย์กลั้นใจ รอจนเขาวางสาย
“พี่อาร์มโทรหาน้านุชทำไม”
“ก็น้ำอยากรู้ว่าพ่อแม่จะกลับกันตอนไหนพี่เลยโทรไปถามให้ กว่าจะกลับก็คงเย็นๆ”
“แล้วพี่อาร์มบอกน้านุชทำไมว่าอยู่ที่นี่”
“ก็พี่ซื้อโทรศัพท์มาให้ถ้าไม่บอกไว้ก่อน อยู่ๆ น้ำก็ใช้โทรศัพท์ราคาแพง ไม่ดูน่าสงสัยกว่าเหรอ”
“พี่อาร์มซื้อของราคาแพงขนาดนี้ให้น้ำอันนั้นไม่น่าสงสัยกว่ารึไง”
“ไม่หรอก อย่าคิดมากสิ พี่มีวิธีหรือไม่เราก็บอกพ่อแม่กันเถอะ”
“ไม่เอา”
จากนั้นเขาก็พยายามโน้มน้าวให้เธอยอมบอกพวกพ่อแม่แต่จนแล้วจนรอดธารทิพย์ก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่ายังไม่อยากบอก
“ทำไม” เขาถามเธออย่างไม่เข้าใจ
เขาคิดว่าเด็กสาวที่เสียตัวครั้งแรกตามปกติก็ต้องอยากได้ความมั่นคงว่าจะไม่ถูกทิ้งไม่ใช่เหรอเขา้ารับผิดชอบแต่เธอกลับเหมือนจะผลักไสเขา ทำท่าจะเป็ฝ่ายทิ้งเขาเองซะอย่างนั้น
เขาเป็ผู้ชายอกสามศอกกลับต้องเป็ฝ่ายมานั่งกังวลว่าเธอจะได้เขาแล้วทิ้ง นี่มันกลับตาลปัตรกันไปหมดแล้ว
“แม่ของพวกเราเป็เพื่อนกันมานานแล้วถ้าหากว่ามีปัญหากันเพราะพวกเราคงไม่ดีเท่าไรนะคะ”
“เราคบกัน ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวมีแต่จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นจะมีปัญหาได้ยังไง ถ้าพ่อแม่น้ำไม่สบายใจเราก็หมั้นกันไว้ก่อนได้”
“พี่อาร์มเคยได้ยินเื่่เวลาโปรโมชั่นของความรักไหมคะ”
เขาไม่ตอบแต่ฟังเธออย่างตั้งใจ
ธารทิพย์จึงเอ่ยต่อ “เวลาคนเราเกิดความรู้สึกชอบใครสักคนหนึ่งในระยะแรกๆ เราจะทำดีกับเขา ตามใจเขาทุกอย่าง อะไรก็ดีงามไปหมด เหมือนที่โบราณบอกว่ายามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน พวกเรายังไม่พ้น่ระยะเวลานี้เลยนะถ้าเกิดว่าเวลาผ่านไปแล้วเราเลิกกันขึ้นมา พ่อแม่จะมองหน้ากันติดเหรอคะ”
“พี่ไม่ได้เพิ่งจะมารักชอบน้ำซะหน่อย”
“แล้วพี่อาร์มชอบน้ำมาั้แ่ตอนไหน”
พอถูกถามแบบนี้อัคนีก็ได้แต่นิ่งเงียบในหัวกำลังคิดใคร่ครวญว่าเขาจะบอกเธอยังไงดี จะบอกเธอว่าเขาเริ่มมีเธออยู่ในหัวั้แ่เธออายุสิบสี่เหรอแบบนั้นเขาก็ไม่พ้นถูกหาว่าเป็พวกบ้าตัณหาใคร่เด็กสิ ประวัติแสนดีของเขาจะมาด่างพร้อยเพราะเื่นี้ไม่ได้ในเมื่อเขาไม่ได้เป็พวกใคร่เด็กซะหน่อย ที่เขาชอบก็มีแค่เธอคนเดียว
“ก็นานแล้วนะ”
“พี่อาร์มก็ไม่รู้ใช่ไหมว่าชอบน้ำั้แ่ตอนไหน”
ไม่ใช่ว่าไม่รู้ เขารู้สิ เขารู้อัคนีได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจอย่างไม่ยินยอม แต่ปากกลับเอ่ยออกมาไม่ได้
“งั้นก็นับั้แ่ตอนนี้ไปแล้วกันค่ะระยะเวลาแห่งความลุ่มหลงคือประมาณหกเดือนแรก ถ้าพ้นหกเดือนนี้ไปก็จะเรียกว่าความรักได้แล้ว”
“งั้นหลังจากนี้อีกหกเดือนพวกเราจะบอกพ่อแม่กัน” เขาพูดอย่างตื่นเต้น
“ไม่ใช่ค่ะ” เธอยังคงดับฝันเขาอีกรอบอย่างไม่ปรานี
“อ้าว ทำไมอีก”
“พอพ้นระยะหกเดือนไปแล้วเรายังต้องมารอดูด้วยว่าพวกเราเข้ากันได้ดีไหม”
“สองสามวันมานี้ พี่ว่าเราเข้ากันได้ดีมากเลยนะ”เขาพูดพร้อมกระชับอ้อมแขน พอได้ยินคำว่าเข้ากัน สมองของเขาก็เริ่มคิดเื่ลามกขึ้นมาอีกแล้ว
ธารทิพย์หยิกเขาหนึ่งทีจนเขาร้องออกมาเบาๆด้วยความเจ็บ
“คิดแต่เื่ไร้สาระน้ำหมายถึงความเข้าใจ การใช้ชีวิต นิสัยใจคอค่ะถ้าหากพวกเราเข้ากันไม่ได้สุดท้ายก็คงต้องเลิกกัน จริงไหมคะแบบนั้นพ่อแม่คงเสียใจและมองหน้ากันไม่ติด”
“พี่ไม่เคยคิดจะเลิกกับน้ำเลยนะ” เขารอมาตั้งหลายปีเพิ่งจะได้กอดเธอแค่สองสามวันจะมาคิดเื่เลิกอะไรกัน
“คู่รักที่เลิกกันก็ไม่มีใครคิดั้แ่แรกว่าจะเลิกกันหรอกค่ะแต่พอคบกันไปถึงเพิ่งรู้ว่าเข้ากันไม่ได้ และสุดท้ายถึงเลือกที่จะเลิกกัน”
อัคนีพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
แฟนสาวของเขาช่างมีเหตุมีผลเกินไปแล้วเขาเคยได้ยินแม่บอกว่าเธอเรียนเก่ง ขยันอ่านหนังสือ แต่ใครจะคิดว่าแค่คบกันเธอก็ยังต้องอิงหลักวิชาการขนาดนี้แต่เขาจะไปเอาความกล้าที่ไหนมาขัดใจเธอ
“งั้นพี่ต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะบอกพ่อแม่ได้”เขาอยากจะบอกซะวันนี้ อยากจะโทรไปบอกซะตอนนี้เลยด้วยซ้ำ จะได้ตีตราจองเธอไว้ก่อน
“อืม ก็ประมาณสามปี ดีไหมคะรอน้ำเรียนจบก่อน พอดีเลย”
“ไม่ดี”
สามปีสำหรับเขามันนานไป แถมต้องรอเธอเรียนจบถ้าบอกพ่อเธอตอนนั้น กว่าจะได้หมั้นกว่าจะได้แต่ง ไม่ใช่ว่าจะต้องรอไปอีกเหรอ
เธอสวยสะพรั่งน่ารักขนาดนี้หากรอจนเธอเรียนจบเข้าสู่วัยทำงาน เจอหนุ่มๆ ในที่ทำงานทุกวัน วัยทำงานเป็วัยที่เริ่มแต่งงานสร้างครอบครัวได้แล้วหนุ่มแต่ละคนคงมองเธอตาเป็มัน แล้วเขาจะทนใจเย็นอยู่ได้ยังไง
“สองปีแล้วกันนะครับ พอน้ำขึ้นปีสี่พี่จะบอกพ่อแม่ แล้วเราหมั้นกันไว้ก่อน พอน้ำเรียนจบก็แต่งเลย”อัคนีคิดว่าแบบนี้ค่อนข้างจะรัดกุมที่สุดแล้ว เขาถอยให้เธอได้เท่านี้
ธารทิพย์รู้สึกเหมือนกำลังถูกมัดมือชกแต่ในเมื่อเธอกับเขามีอะไรกันแล้ว เธอเองก็ชอบเขาและชอบในความสุขสมที่เขามอบให้หากเขาไม่ใช่ผู้ชายเลวร้ายอะไร เธอก็ไม่รังเกียจที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่กับเขาในใจลึกๆ เธอยังคง้ามีผู้ชายแค่คนเดียวในชีวิต
“นะครับ”เขาถามย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยัน
“ก็ได้ค่ะ”
เขาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก้มหน้าลงมาจุมพิตที่เรือนผมนุ่มสลวยของเธออย่างรักใคร่ อีกแค่สองปีเท่านั้นเขารอมาตั้งห้าปีแล้ว รออีกสองปีแค่นั้นเอง ทำไมจะไม่ได้กันล่ะ
“ไปที่เตียงกันนะ”
“ไปที่เตียงทำไมคะ”
“เดี๋ยวพี่จะต้องกลับแล้ว”
“แล้ว?”
“ขออีกรอบนะ ครั้งเดียว”
“พี่อาร์ม ไม่เอาแล้วค่ะไม่มีถุงยางแล้วนะ” แค่นี้เธอก็ขัดยอกไปทั้งตัว เขายังจะมาขอ อีกรอบ
“พี่ปล่อยข้างนอก นะครับ” คำพูดคำจาฟังดูอ่อนโยนหวานหูแต่ว่าการกระทำกลับตรงข้าม เขาไม่ได้รอให้เธอตกลง กลับอุ้มเธอขึ้นแล้วพาไปที่เตียง
จากนั้นก็เริ่มวาดลวดลายกลืนเธอลงท้องอีกรอบ
ธารทิพย์พยายามจะห้ามเขา แต่ก็ห้ามไม่ได้เขาทำเป็เชื่อฟังเธอ แต่สำหรับเื่นี้แล้วเขากลับไม่ยอม จะทำตามใจตัวเองให้ได้เธอไม่ได้รังเกียจเขาแต่ว่าการปล่อยข้างนอกไม่ได้เป็การป้องกันการตั้งท้องเขายังหนุ่มอายุน้อยน่าจะมีเื่ที่เข้าใจผิด
เขายังคงทำตามใจต่อไปจนใกล้จะถึงฝั่งฝันก็ชักสิ่งนั้นออกมาแล้วพ่นน้ำสีขุ่นข้นลงที่หน้าท้องของเธอ
“อี๋” ธารทิพย์ที่กำลังสุขสมร้องออกมาขณะที่เขาทำแบบนั้น
เธอไม่ชินกับเ้าสิ่งข้นขาวนั้นเลยแน่ล่ะว่าเธอเคยกลืนสิ่งนี้ไปแล้ว แต่กลืนก็ส่วนกลืน การััที่ิัภายนอกแบบนี้เธอเพิ่งจะเคยเป็ครั้งแรก
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี “เดี๋ยวก็ชิน”
“น่าเกลียด” เธอบ่นอู้อี้อย่างขัดใจ
“อืม พี่น่าเกลียดแต่แฟนพี่น่ารักที่สุดเลย”
เขาจุ๊บหน้าผากเธอด้วยความเอ็นดูแล้วหยิบทิชชู่มาเช็ดเ้าสิ่งนั้นออกจากหน้าท้องของเธอ
หลังจากถูกเขากลืนลงท้องไปเรียบร้อยธารทิพย์ก็เริ่มเลคเชอร์เื่ป้องกันการตั้งครรภ์โดยการปล่อยนอกนั้นมันใช้ไม่ได้ผลเพราะในระหว่างที่กระแทกกระทั้นกันอยู่ ต่อให้ยังไม่สุขสมแต่อาจจะมีน้ำเชื้อไหลออกมาและสามารถทำให้เกิดการปฏิสนธิได้เธอห้ามเด็ดขาดไม่ให้เขาทำแบบนี้อีก
อัคนีฟังธารทิพย์แล้วสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเขาไม่คิดว่าเธอจะรู้เยอะขนาดนี้ และเขายังคิดอีกว่าถ้าหากว่าที่เธอพูดมาเป็ความจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“น้ำ”เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าไม่มีแววของการหยอกล้อ
“คะ?”
“รับปากพี่นะ ไม่สิ สัญญากับพี่นะ”
“ว่า?”
“อย่าไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน”
ธารทิพย์มองเขาอย่างมีพิรุธ เขาถึงกับรู้ทันเธอและมาพูดดักเธอไว้ซะด้วยเธอคิดเอาไว้ว่าพอเขากลับจะไปซื้อมากินจริงๆ นั่นแหละ
“อย่ากินเลยนะ มันมีผลข้างเคียงอันตราย”
“แต่ว่าถ้าท้อง..”
“พี่บอกแล้วว่าจะรับผิดชอบ นะครับสัญญากับพี่นะ” เขามองเธออย่างจริงจังกับเื่ที่พูด “พี่สัญญาจะไม่ทำอีกแล้วนะครับ”
ธารทิพย์ไม่อยากตั้งท้องในวัยเรียนเธอยังมีเื่หลายอย่างที่อยากทำ ยังไม่อยากเป็คุณแม่ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ เธอคิดว่าผู้หญิงควรมีอนาคตมีงาน มีเงินของตัวเองถึงจะสบายใจได้ดีที่สุด
“ไม่งั้นพี่จะบอกพ่อน้ำแล้วเราหมั้นกันไว้เลย”
“พี่อาร์มใจเย็นๆ นะคะ”
“น้ำรับปากพี่มาสิ” น้ำเสียงเขาคาดคั้น
“ได้ค่ะ น้ำไม่กินยาคุมฉุกเฉิน”
“ถ้าน้ำแอบกิน ขอให้พี่ไม่ตายดี”
ธารทิพย์ใรีบเอามือปิดปากเขา “พี่อาร์มพูดอะไรน่ะ”
“พี่จริงจังมากพี่ไม่อยากให้น้ำเสี่ยงอันตรายเพราะพี่”
“ก็อาจจะไม่ได้อันตรายขนาดนั้น”
“อันตรายครับ พี่ศึกษามาแล้วอย่าดื้อนะ รับปากพี่แล้ว”
ธารทิพย์พยักหน้า “แล้วพี่อาร์มทำไมถึงศึกษาเื่พวกนี้เหรอคะ”
อัคนีเบนสายตาหลบสายตาของเธอที่จ้องมาอย่างจับผิดถ้าเขาพูดความจริงไปเธอคงจะว่าเขาหมกมุ่นอีก
ตอนที่เขาคิดว่าจะทำเื่ลามกกับเธอเขาก็คิดหาวิธีป้องกัน ทั้งยาคุมปกติ ยาคุมฉุกเฉิน การฝังยาคุม การฉีดยาคุม การใช้ถุงยางอนามัยวิธีการทั้งหลายแหล่เขาไปศึกษามาหมดถึงเขาจะหื่นแค่ไหนก็ไม่ได้อยากจะทำลายอนาคตของเธอ
“พี่เคยอ่านผ่านๆ น่ะ”
ความจริงเขายังคิดว่าจะพาเธอไปฝังยาคุมเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ถุงยางในใจยังคิดหาโอกาสจะพูดเื่นี้อยู่ แต่พูดตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเพราะเธอเพิ่งจะบ่นเื่ที่เขาปล่อยนอกไป
โชคดีที่ธารทิพย์เหนื่อยเกินกว่าจะมาเล่นโคนันยอดนักสืบกับเขาเธอจึงเลิกถามเื่นี้
อัคนีกลับไปตอนบ่ายๆเพราะธารทิพย์เร่งให้เขารีบกลับ เธอกลัวว่าเผื่อพ่อแม่กลับมาถึงเร็วกว่าปกติแล้วจะมาเจอเขาเข้าถึงตอนนั้นจะอธิบายลำบาก
อัคนีจึงยอมกลับไปแต่โดยดี
พอเขากลับออกมาได้ไม่ถึงชั่วโมงธารทิพย์ก็โทรหาเขา
“ว่าไงครับ คิดถึงพี่แล้วเหรอ” ดูสิ เพิ่งห่างกันไม่ทันไรเธอก็รีบโทรหาเขาแล้ว
ธารทิพย์ที่อยู่ปลายสายกลอกตามองบน “เปล่าค่ะพี่อาร์มเอาถุงยางอนามัยไปไว้ไหนแล้ว”
“ถุงยางอนามัย?”
“ที่พี่อาร์มเอาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือน้ำไง”
“พี่เอาออกมาทิ้งแล้วน้ำอยากเก็บไว้เป็ที่ระลึกเหรอ พี่เดี๋ยวทำให้ใหม่ก็ได้”
“บ้าน้ำถามเพราะกลัวพี่อาร์มเอาทิ้งขยะในบ้าน เดี๋ยวพ่อแม่เห็นน้ำจะเอามาเก็บไว้ทำไมล่ะคะ” แล้วเขายังจะมาทำให้ใหม่อีก
“เก็บเป็ความทรงจำไง”
“พี่อาร์มเก็บไว้คนเดียวเถอะค่ะแค่นี้นะคะ”
ธารทิพย์รีบวางสายก่อนที่จะะเิอารมณ์ใส่เขาเขากำลังขับรถอยู่ไม่ควรทะเลาะหรือเถียงกัน เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุ
หลังจากเขากลับไปแล้ว เธอเก็บกวาดบ้านอีกรอบเพื่อความไม่ประมาทเธอกลัวจะทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้พ่อแม่จับได้
พอเก็บไปเธอก็นึกได้ว่ามีถุงยางอนามัยใช้แล้วที่ต้องทิ้งแต่เธอหาเท่าไรก็หาไม่เจอ กลัวว่าเขาจะเอาไปทิ้งถังขยะในบ้านแล้วพ่อแม่จะมาเห็นเข้าถึงได้รีบโทรมาถามเขา แต่เขากลับคิดว่าเธอจะเก็บของแบบนั้นไว้เป็ที่ระลึก
อีตาพี่อาร์มบ้านี่ใครจะไปโรคจิตแบบเขากัน