วันนี้นางจางตื่นสายกว่าปกตินางได้กลิ่นอาหารที่ถูกเตรียมไว้ให้นางด้วยฝีมือเมียเหล่าจู้ หน้าตาอาหารดูธรรมดา พอนางคีบผัดผักรวมเข้าปากนางคายแทบไม่ทัน ‘อาหารพวกนี้ กินได้หรือ’
นางจางทำอาหารกินเองั้แ่จำความได้อาหารบ้านนางจึงมีรสชาติอร่อยถูกปากนาง นางไม่เคยได้กินอาหารธรรมดาของบ้านอื่นมาก่อนซึ่งจริงๆแล้วฝีมือเมียเหล่าจู้ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป
นางจึงเดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กง่ายๆด้วยวัตถุดิบที่มีในครัวขึ้นมาหม้อหนึ่งกลิ่นหอมของโจ๊กตลบอบอวนไปทั่วทั้งบ้านครอบครัวของเหล่าจู้ทนไม่ไหวต้องเดินตามกลิ่นกันมา
“นายหญิงท่านทำอะไรอาหารที่จัดไว้ไม่ถูกปากท่านหรือขอรับ” เหล่าจู้ถามขึ้นมาพร้อมทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นหน้าตาเก็บอาการอยากกินไม่มิด
“ข้าท้องไส้ไม่ค่อยดีตอนเช้าข้าชอบทานโจ๊กอ่อนๆ ข้าเตรียมไว้หนึ่งหม้อ พวกท่านมาทานด้วยกันเถอะ”
“นายหญิงมันดูจะไม่เหมาะที่จะให้ลูกจ้างกินอาหารร่วมโต๊ะกับเ้านาย” เหล่าจู้ปฏิเสธพอเป็พิธีแต่ท่าทางกลับตรงกันข้าม เหล่าจู้เป็ชายร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์เขามีนิสัยตะกละอยู่แล้วเมื่อเมียเหล่าจู้เห็นท่าทางตะกละของสามีก็อายแทน หยิกแขนเขาไปหนึ่งที
“เหล่าจู้ท่านคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ใช่สตรีสูงศักดิ์หรอก อย่ามากพิธีเลย มานั่งทานพร้อมกันทั้งบ้านนั่นแหละกินคนเดียวข้าเหงาจะตาย”
เหล่าจู้เดินเข้าไปนั่งทันทีและสั่งให้บุตรสาวไปตักโจ๊กมาเสิร์ฟเมื่อทั้งครอบครัวได้ลิ้มรสโจ๊กหมูธรรมดาที่ใช่วัตถุดิบง่ายๆในครัวพวกเขาก็ตกตะลึง ‘นี่ใช่โจ๊กที่ทำจากวัตถุดิบบ้านข้าหรือนี่ ทำไมมันอร่อยอย่างนี้’
เสี่ยวไป๋บุตรสาวของเหล่าจู้กินเข้าไปถึง 3 ชามจนต้องเรอออกมา “นายหญิงท่านทำอาหารอร่อยมาก โจ๊กธรรมดายังเนรมิตให้อร่อยได้ ท่านเป็แม่ครัวมาก่อนหรือ”
“เป็แม่ข้าที่เคยเป็ผู้ช่วยในครัวหลวง ข้าได้รับการถ่ายทอดฝีมือมาจากนางบ้างเท่านั้นเอง” นางจางถ่อมตัว
“นายหญิงท่านช่วยชิมและปรับรสขนมหน้าร้านเราหน่อยได้ไหมข้าปรับรสชาติยังไงมันก็อร่อยสู้ขนมของร้านอื่นไม่ได้” เมียเหล่าจู้รีบขอความเห็นนางเป็คนขยันทำงานและมีความคิดสร้างสรรค์ทางการค้าดีติดตรงฝีมือทำอาหารไม่โดดเด่น
“ได้สิเดี๋ยวกินเสร็จเราไปลองดูกัน” นางจางยิ้มให้ครอบครัวจางอย่างมีความสุขชีวิตนางตอนนี้ก็ไม่ได้เหงาเปล่าเปลี่ยวอย่างที่นางเคยคิด นางจึงยิ้มออก
หลังกินอาหารเช้าเรียบร้อยเหล่าจู้ก็ออกไปติดต่อช่างรับเหมามาดูร้านค้าเพื่อขยายร้าน ส่วนนางจางก็ช่วยเมียเหล่าจู้ปรับสูตรขนมของร้าน
ร้านโชห่วยตอนนี้มีขนมไม่กี่ชนิดที่วางขายหน้าร้านมีข้าวสารอาหารแห้ง ของใช้ประจำวันจิปาถะ การจัดร้านยังไม่ค่อยเป็ระเบียบนางจางวางแผนจัดระเบียบร้านโดยนำพวกขนมและสินค้าราคาพิเศษวางไว้ด้านหน้าเพื่อดึงดูดลูกค้านางเริ่มทำการปรับสูตรขนมก่อน ส่วนสินค้าเก็งกำไรขายค่อยไปหาซื้อในตลาดวันพรุ่งนี้
ขนมที่นางชิมแต่ละอย่างรสชาติต่ำกว่ามาตรฐานนางมากนางจึงจำเป็ต้องปรับสูตรใหม่หมด นางให้เมียเหล่าจู้เริ่มทำทีละอย่างและปรับส่วนผสมจนได้สูตรที่เหมาะสมเมียเหล่าจู้และเสี่ยวไป๋ได้ชิมแล้วก็ต้องชิมอีกอย่างอดไม่ได้ในความอร่อยของมันรสชาติที่นางจางปรับจะกลมกล่อมกำลังดี
ตอนนี้ร้านของนางวางขายขนมง่ายๆอย่างถังหูลู่ (น้ำเต้าเคลือบน้ำตาล), น้ำตาลปั้น, หมาฮัว (แป้งพันเป็เกลียวทอด),เทียนเอ๋อต้าน (ขนมไข่ห่าน) หลังจากการวางขายขนมไม่กี่วัน จากปากต่อปากก็มีคนทยอยมาซื้อขนมทานเล่นพวกนี้มากขึ้น ทำให้ร้านของนางไม่เงียบเหงาจนเกินไป
หลังจากการต่อเติมร้านค้าและทำโกดังเก็บของเป็เวลา2 เดือน งานทั้งหมดก็เสร็จสิ้นร้านที่ปรับปรุงใหม่ใหญ่ขึ้นและสวยงามเป็ระเบียบดูน่าเข้าจัดเป็ร้านโชห่วยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทีเดียว
นางจางมองดูร้านใหม่จากน้ำพักน้ำแรงของนางก็ภูมิใจนางมองดูผืนดินทั้งหมดรอบตัว ผืนดินแห่งนี้จะเป็ดั่ง ‘ูเาทอง’ ของนาง
“นายหญิงท่านจะตั้งชื่อร้านว่าอะไรดีขอรับ”
“จินซาน(ูเาทอง)” นางจางยิ้มอย่างมีความสุข