บนเวทีประลอง
อาจารย์จ้าวแห่งคณะประจัญยุทธ์มองหวังเฉินด้วยสายตาที่สั่นสะท้านสุดขีด
ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์เลเวล45ที่ไม่ใช้สัตว์อสูร สามารถเอาชนะนักดาบน้ำแข็งเลเวล 60 ได้อย่างราบคาบ!
แม้แต่อาจารย์จ้าวเองที่แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นหกและสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเหยียนหลงมาหลายปีก็เพิ่งเคยเห็นนักศึกษาที่เก่งกาจขนาดนี้เป็นครั้งแรก
“ไอ้หนูคนนี้สงสัยคงจะติดอันดับในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ของมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่ปีหนึ่งเลยทีเดียว!”
ในชั่วขณะนั้นอาจารย์จ้าวก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องที่ทำให้เขาตกตะลึง
ส่วนหวังเฉินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์จ้าวเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าสงสัย
ให้โจวอู่พูดให้จบ?
หมายความว่าอย่างไร?
เขาลูบจมูกอย่างงงงวยสายตามองข้ามอาจารย์จ้าวไปจับจ้องที่โจวอู่ที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น
ในตอนนี้มือข้างหนึ่งของโจวอู่ก็ค่อยๆ ยื่นออกไปอย่างสั่นเทา
“ฉัน... ขอยอมแพ้!”
สิ้นเสียงของเขาพละกำลังทั้งหมดก็ดูเหมือนจะถูกสูบออกจากร่างของเขาไปในทันทีร่างทั้งร่างก็ทรุดลงนอนหมดเรี่ยวแรงบนพื้น
นี่...
เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
โจวอู่...
“เขาอยากจะยอมแพ้ตั้งนานแล้ว น่าเสียดายที่นายไม่ให้โอกาสเขา!”
ขณะที่หวังเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอาจารย์จ้าวก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นจากข้างเวทีว่าโจวอู่หมดสิ้นแล้วซึ่งความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และพยายามที่จะยอมแพ้หลายครั้งแล้ว
แต่...
หวังเฉินเข้าใจผิดไป
เขาไม่ให้โอกาสโจวอู่ได้เอ่ยปากเลยแม้แต่น้อย
“นายเตรียมตัวให้พร้อม รอผู้ท้าชิงคนต่อไปขึ้นมา”
อาจารย์จ้าวเตือนหวังเฉินจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปช่วยประคองโจวอู่ที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา
เมื่อเห็นโจวอู่ที่เบิกตากว้างอย่างเหม่อลอยเขาก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
เด็กคนนี้...ไม่มีประกายในแววตาแล้ว!
คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการต่อสู้ในวันนี้จะกลายเป็นเงามืดที่ตามหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต
ในใจคิดเช่นนั้นอาจารย์จ้าวก็ส่งโจวอู่ให้กับทีมแพทย์ที่รออยู่ใต้เวที
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเขาก็หันไปมองเหล่านักศึกษาใหม่ที่อยู่ด้านล่าง
“โจวอู่ท้าทายหวังเฉินล้มเหลว ตอนนี้ใครอยากท้าทายต่อไป เชิญขึ้นเวทีประลอง”
สิ้นเสียงคำพูดนักศึกษาใหม่ใต้เวทีก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วพากันถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว เพื่อรักษาระยะห่างจากเวที
ล้อเล่นหรือไง!
โจวอู่ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นักศึกษาใหม่ยังถูกซ้อมจนหมดสภาพ
ส่วนพวกเขาก็แค่มีพละกำลังเท่ากับโจวอู่หรืออาจจะอ่อนแอกว่าด้วยซ้ำไป
จะให้ขึ้นเวทีประลองท้าทายหวังเฉินน่ะเหรอ?
นั่นมันไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรือไงกัน!
ในชั่วขณะนั้นนักศึกษาใหม่ต่างก็เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าก้าวออกมายืนเลยแม้แต่คนเดียวแถมไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองหวังเฉินด้วยซ้ำไป
เมื่อเห็นฉากนี้อาจารย์จ้าวบนเวทีก็ถอนหายใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะตำหนินักศึกษาใหม่เหล่านี้ที่ไม่มีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
แต่ตอนนี้เมื่อนึกถึงพละกำลังอันน่าเกรงขามที่หวังเฉินแสดงออกมาเขาก็หมดอารมณ์ที่จะสั่งสอนแล้ว
โทษนักศึกษาใหม่ที่ขี้ขลาดไม่ได้ต้องโทษหวังเฉินที่เก่งกาจเกินไป!
“ในเมื่อไม่มีใครท้าทายดังนั้นอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่ก็ตกเป็นของหวังเฉินไป”
“ต่อไป พวกคุณสามารถเริ่มแย่งชิงอันดับอื่นๆ กันได้เลย”
อาจารย์จ้าวประกาศด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก
พูดจบเขาก็มองหวังเฉินด้วยสายตาเร่าร้อน
“หวังเฉิน ตอนนี้การประลองจัดอันดับนักศึกษาใหม่สำหรับนายสิ้นสุดลงแล้วต่อไปลองพิจารณาการเข้าคณะดูไหม?”
“ฉันเห็นแนวทางการต่อสู้ของนายเมื่อกี้แล้วมันช่างเหมาะกับคณะประจัญยุทธ์ของเราจริงๆ”
“อาจารย์จ้าว...”
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็ลูบจมูก ไม่ได้ตอบรับอาจารย์จ้าว แต่กลับถามด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
“ผมสามารถแย่งชิงอันดับให้คนอื่นได้ไหม?”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฉินอาจารย์จ้าวก็สงสัยเล็กน้อย แต่เขาก็นึกอะไรบางอย่างออกอย่างรวดเร็วสีหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มขบขัน
สายตาของเขากวาดมองร่างหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาใหม่อย่างเงียบๆก่อนจะตบไหล่หวังเฉินแล้วกล่าวว่า
“ไอ้หนู”
“ในการประลองจัดอันดับ ไม่มีกฎระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“แต่ทำได้แค่ครั้งเดียวนะ นายอย่าทำอะไรเกินเหตุไปเล่า”
“ขอบคุณครับอาจารย์จ้าว!”
หวังเฉินยิ้มอย่างเขินอายเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“น่าอิจฉาพวกคนหนุ่มสาวจริงๆแต่จำไว้ว่าตอนนี้พวกคุณยังควรเน้นเรื่องพละกำลังให้มาก”
อาจารย์จ้าวส่ายหน้าและมองหวังเฉินอย่างมีความหมายจากนั้นก็ก้าวลงจากเวทีประลองไป
หลังจากที่เขาจากไปหวังเฉินก็หันกลับมาโบกมือเรียกซือถูอวี้
“มีอะไรเหรอ?”
ซือถูอวี้เดินไปที่ขอบเวทีประลองด้วยสีหน้าตื่นตกใจและท่าทางขัดเขินเล็กน้อย
เจ้าบ้านี่มีเลือดนักเลงซ่อนอยู่ในตัวหรือเปล่าเนี่ย?
ต่อไปฉันจะไม่ปลอดภัยแล้วสินะ?
การโจมตีอันดุดันของหวังเฉินบนเวทีประลองเมื่อครู่ทำให้แม้แต่ซือถูอวี้ผู้ห้าวหาญยังรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกเธอว่าจะมีรางวัลให้สำหรับการดูแลเจ้าตัวเล็กสองตัวใช่ไหมตอนนี้ฉันจะให้รางวัลแล้วนะ”
ขณะพูดสายตาของหวังเฉินก็กวาดมองร่างกำยำในหมู่นักศึกษาใหม่
“จ้าวลี่ ฉันขอท้าทายนายในนามของซือถูอวี้!”
เขากล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาซือถูอวี้ที่ยังไม่ทันได้ตอบโต้ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ส่วนจ้าวลี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งร่างก็ราวกับถูกฟ้าผ่า ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวในทันที
บ้าเอ๊ย!
เล่นแบบนี้เหรอเนี่ย?
เขามองหวังเฉินด้วยสายตาที่สั่นเทา
ในตอนนี้เขามีคำด่าหยาบคายมากมายที่อยากจะพ่นออกมาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดดีไหม!
อยากจะพุ่งเข้าไปอัดหวังเฉินสักทีจริงๆ
แต่เมื่อนึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของโจวอู่จ้าวลี่ก็ข่มใจดับความคิดอันเป็นไปไม่ได้ของตน
หากเขาขึ้นไปจริงๆละก็ คนที่จะถูกซ้อมจนสภาพไม่เหลือซากก็คงเป็นเขาเอง
นี่ฉันไปยั่วโมโหใครเข้ากัน?
อันดับสามก็อันดับสามเถอะอย่างน้อยก็ดีกว่าโดนซ้อมจนน่วม
ในใจคิดอย่างขุ่นเคืองจ้าวลี่มองหวังเฉินที่ยืนอยู่บนเวทีด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแล้วก็ก้มหน้าลงอย่างอึดอัดใจ
“ฉันขอยอมแพ้!”
วูบ!
เมื่อสิ้นเสียงคำพูดของจ้าวลี่อันดับของซือถูอวี้บนกระดานจัดอันดับที่ลอยอยู่บนฟ้าก็พุ่งพรวดจากอันดับสิบขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สองในทันที
หวังเฉินยืนอยู่บนเวทีประลองและกวาดมองไปรอบๆเมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านผลลัพธ์นี้ เขาก็กระโดดลงจากเวทีประลองทันทีเพื่อปล่อยให้เวทีเป็นของคนอื่นๆ
“หวังเฉิน นายทำแบบนี้มันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ?”
“ฉัน... จริงๆ อยู่อันดับสิบก็ดีอยู่แล้วนะ”
เมื่อถูกลากไปข้างๆซือถูอวี้ก็หน้าแดงก่ำ และพูดติดๆ ขัดๆ
“โหดร้ายงั้นเหรอ?”
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็เหลือบมองเธออย่างไม่พอใจ
“เธอโง่หรือเปล่า?”
“อันดับสิบได้หน่วยกิตแค่ 5,000 แต้มแต่อันดับสองได้ถึง 9,000 แต้ม แถมยังมีวัสดุเวทมนตร์ระดับ Aอีกหนึ่งชิ้น!”
เขาจ้องมองซือถูอวี้ด้วยสายตาที่เจ็บแค้นใจ
“ฮิฮิ”
“อืม ฉันรู้แล้ว”
ซือถูอวี้หัวเราะอย่างเขินอาย
ตาบ้านี่ก็ยังห่วงฉันเหมือนเดิมสินะ
เธอนึกในใจด้วยความรู้สึกหวานชื่นราวกับได้กินน้ำผึ้ง
แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา...
“ใช่แล้ว พอได้รางวัลจัดอันดับแล้ว เธออย่าลืมโอนหน่วยกิตที่เกินมา 4,000แต้ม และวัสดุเวทมนตร์ระดับ A ให้ฉันด้วยนะ”
หวังเฉินมองเด็กสาวที่หน้าแดงก่ำแล้วแสร้งทำสีหน้าจริงจัง
“หา?”
ได้ยินดังนั้นซือถูอวี้ก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ สีหน้าของเธอดูเหมือนจะคลุ้มคลั่ง
ไอ้สารเลว!
เอาความซาบซึ้งของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!