จ้ายเหว่ยพลิกชีวิตลิขิตชะตา

    บทที่ 9 ของฝาก

    ห้องครัว…


    จ้าวเหว่ยเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารเช้า พ่อไปที่นา๻ั้๹แ๻่เช้ามืดส่วนอ้ายเหรินไปเรียนเรียบร้อยแล้ว


    “อาเล่อจัดกระเป๋าหรือยัง”


    “ไม่เห็นนะคะ ทำไมเหรอคะแม่”


    “แม่จะเอาของไปให้เขากินที่หน่วยด้วยน่ะ”


    จ้าวเหว่ยช่วยแม่สามีทำอาหารเช้าและเตรียมของที่จะเอาให้เฉินเล่อเอาไปกินที่หน่วยมีแต่พวกผักดอง จ้าวเหว่ยคิดอยู่ในใจสักพักก่อนที่จะตัดสินใจได้


    จ้าวเหว่ยจะไปตามสองพ่อลูกมากินอาหารเช้าแต่พวกเขาเดินออกมากันแล้ว พ่อที่กลับมาจากนาก็มานั่งกินอาหารเช้ากับพวกเขาด้วย


    “แม่คะ กินข้าวเสร็จฉันขอยืมจักรยานหน่อยนะคะ”


    “ได้ซิ ให้อาเล่อขี่พาไปก็ได้นะ”


    “ไม่เป็๲ไรค่ะ ฉันไปไม่นานจะกลับไปบ้านหน่อยค่ะ”


    เฉินเล่อมองหน้าจ้าวเหว่ยรอฟังความคิดของเธอแต่เขาไม่ได้ยินอะไรเลย พอกินข้าวเสร็จเขาก็พอซิงซิงกลับห้อง ส่วนจ้าวเหว่ยที่ล้างจานเสร็จก็ปั่นจักรยานออกจากบ้านไป


    ร้านค้า…


    จ้าวเหว่ยปั่นจักรยานมาที่นี่ใช้เวลาประมาณเกือบยี่สิบนาที เธอเข้ามาดูของที่เธอจะซื้อข้างในร้าน เมื่อเช้าพอเห็นหน้าแม่สามีเธอก็อดคิดไม่ได้ เฮ้อ!! ใครใช้ให้แม่สามีดีกับเธอขนาดนี้เล่า


    จ้าวเหว่ยซื้อเนื้อหมู ไส้กรอก กุนเชียง และเส้นหมี่ขาวหนึ่งห่อก่อนที่เธอจะรีบปั่นจักรยานกลับบ้าน


    เฉินเล่อมารออยู่ตรงลานบ้านเขาสงสัยว่าเธอไปที่ไหน ตอนนี้เขาก็ยังอดระแวงเธอไม่ได้หรือเธอจะกลับบ้านไปเพื่อรายงานเ๱ื่๵๹ในบ้านเขากับพ่อของเธอ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงจักรยานเลยไปยืนแอบในมุมที่ไม่มีคนเห็นเพื่อดูจ้าวเหว่ย


    ห้องครัว…


    จ้าวเหว่ยล้างเนื้อหมูที่ซื้อมาเธอเลือกเป็๲ส่วนสันคอก่อนที่จะหั่นเป็๲เส้นยาวๆ ก่อนที่แม่สามีจะเข้ามาดูเธอในครัว


    " แม่คะช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ แม่แบ่งไส้กรอกกับกุนเชียงไว้เป็๲อาหารเย็นหน่อยที่เหลือแม่ช่วยใส่ไว้กับของที่แม่เตรียมไว้ให้พี่เฉินเล่อไปกินที่หน่วยทีค่ะ จ้าวเหว่ยที่หั่นหมูอยู่หันมายิ้มกับแม่สามี


    “นี่ลูกไปซื้อของพวกนี้มาให้พี่เขาเหรอ?”


    “ใช่แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำหมูแดดเดียวให้เขาด้วยคิดว่าน่าจะเสร็จทัน แม่จะแบ่งเนื้อหมูไว้ทำอาหารเย็นไหมคะ ฉันซื้อมาเยอะอยู่นะ”


    จ้าวเหว่ยแบ่งหมูไว้ส่วนหนึ่งให้แม่ก่อนที่เธอจะหั่นหมูต่อไป


    “ให้แม่ช่วยอะไรไหม”


    “แม่ช่วยหาตะแกรงที่ใช้ตากหมูได้ไว้ให้ฉันก็พอค่ะ”


    จ้าวเหว่ยเอาน้ำตาลทราย น้ำมันพืช ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยและงาขาวผสมให้เข้ากัน ก่อนจะเอาเนื้อหมูมาคลุกกับซอสที่เธอที่ผสมไว้


    “เดี๋ยวสักพักฉันค่อยเอาไปตากด้านนอกวันนี้มีแดดอยู่ตอนเย็นก็น่าจะใช้ได้พอดี เราค่อยแพ็กให้พี่เฉินเล่อเขาเอาไปกินที่โน่น ตอนนี้แม่สบายใจได้แล้วใช่ไหมคะ”


    เฉินเล่อที่แอบฟังอยู่ แปลกใจกับการกระทำของเธอในตอนนี้ พอเขาคิดว่าเธอคงใกล้จะออกมาแล้วเลยรีบกลับไปที่ห้อง ซิงซิงเห็นพ่อรีบเข้าห้องมาเขาก็มองพ่อด้วยความมึนงง


    “ที่ไปซื้อมาเพราะแม่งั้นเหรอ? ”


    “ใช่ค่ะ ฉันเห็นแม่สีหน้าไม่ดีฉันเลยคิดเอาเองว่าของฝากคงน้อยไปก็เลยคิดแทนแม่ แม่ไม่โกรธฉันนะ”


    “ไม่เลยจ้ะไม่เลยขอบใจมากนะที่เป็๲ห่วงความรู้สึกแม่” เธอเข้าไปตบหลังมือลูกสะใภ้เบาๆ


    “แม่ไปพักเถอะค่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวพอหมักได้ที่ฉันจะมาทำต่อเอง”


    จ้าวเหว่ยหาฝามาปิดหม้อที่เธอใช้หมักหมูไว้ก่อนจะพาแม่สามีออกจากห้องครัวไปพักผ่อนที่ห้องของพ่อกับแม่


    ห้องนอนเฉินเล่อ…


    เฉินเล่อมองจ้าวเหว่ยที่เขามาในห้อง ก่อนจะยิ้มเหยียด


    ไหนบอกว่าไม่ชอบเขาไงแล้วที่พยายามทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะอยากเอาใจเขาหรอกเหรอ? เสแสร้งไปแล้วนะเธอน่ะ


    จ้าวเหว่ยที่เห็นเขายิ้มเหยียดใส่ก็งงกับท่าทีของเขา เธอพยายามไม่สนใจเพราะพรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกันแล้ว ก่อนที่เธอจะไปหาซิงซิง


    “แม่มาแล้วเหรอฮะ” ซิงซิงเรียกเธออย่างดีใจ ก่อนจะรีบปิดปากตัวเองแล้วหันไปมองพ่อหน้าตาเลิ่กลั่ก


    เฉินเล่อได้ยินแต่เขาทำเป็๲ไม่ได้ยิน เก็บสัมภาระต่อ


    “พี่เก็บของดีๆ ละอย่าลืมอะไรไว้นะ เดี๋ยวจะลำบากถ้าหาไม่เจอ” จ้าวเหว่ยไม่เปิดช่องให้เขาสงสัยเธอรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹


    เรียกแม่กันแล้วเหรอ เด็กนี่ลูกชายเขาจริงๆ หรือเปล่า เวลาเขากลับมาไม่เห็นดีใจเท่านี้เลย


    “ซิงซิงเรามาหัดเขียนอักษรกันดีกว่า เธอเขียนเป็๲หรือเปล่า” จ้าวเหว่ยไม่ตำหนิเขาที่พลาดเรียกแม่


    “ไม่เป็๲ฮะ” เขาตอบแบบอายๆ


    จ้าวเหว่ยเหล่ตามองเฉินเล่อด้วยหางตาเชิงตำหนิ เขาเห็นพอดีก็ยักไหล่ให้เธอก่อนจะพับผ้าต่อ


    ยังจะไม่สำนึกอีกลูกตัวเองสามขวบกว่าแล้วจะสอนเขาตอนไหน อายุยี่สิบเหรอ???


    เฉินเล่อหันมามองหน้าเธอก่อนที่เธอจะทำไม่รู้ไม่ชี้


    “พี่มีดินสอกับสมุดไหม” จ้าวเหว่ยถามเขา


    เฉินเล่อไม่ตอบแต่เดินไปหยิบมาวางไว้ที่โต๊ะ


    “วันนี้เรามาเรียนพินอิน [1] กันก่อนนะ พี่จะเขียนให้เธอดูแล้วเราค่อยมาเรียนทีละตัว”


    จ้าวเหว่ยเขียนพินอินทั้งหมดใส่กระดาษไว้ ก่อนที่จะสอนเขาอ่าน เธอให้เขาท่องทีละตัวแล้วเขียนจนกว่าจะจำได้แล้วสอนตัวต่อไป พอได้เวลาที่เธอต้องตากหมูแล้วเธอก็ให้เขาฝึกท่องไปก่อนเดี๋ยวเธอจะมาสอนใหม่


    เฉินเล่อเดินมาดูลูกชายเขียนตัวอักษร ก่อนที่เขาจะเห็นตัวอักษรของจ้าวเหว่ย เขาขมวดคิ้วทันทีนี่ใช่ตัวหนังสือเธอจริงๆ เหรอเขาเคยเห็นจดหมายสารภาพความในใจของเธอตอนสมัยยังเรียนอยู่ เฟยหลินเอามาให้เขาอ่านแถมยังล้อเขาเ๱ื่๵๹นี้ ถึงเขาจะไม่ได้สนใจมากแต่ลายมือเธอไม่ใช่แบบนี้


    เพราะลายมือตรงหน้าที่เขาเห็นตอนนี้เป็๲ลายมือที่สวยมากไม่มีทางที่เธอจะหัดเขียนได้สวยขนาดนี้ เฉินเล่อวางสมุดลงก่อนที่เขาจะเก็บความสงสัยไว้ในใจ


    จ้าวเหว่ยตากหมูเสร็จแล้วก็มาสอนซิงซิงต่อ


    เฉินเล่อจัดของช้าๆ เพื่ออยู่ในห้องนี้นานๆ เขามองสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก ซิงซิงดูมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเธอ พอกินอาหารเที่ยงเสร็จพวกเขาก็มาเรียนกันต่อโดยมีเฉินเล่อที่คอยสังเกตอยู่ไม่ยอมไปไหนตลอดทั้งบ่าย


    อ้ายเหรินเลิกเรียนแล้วเขามาเรียกพี่ชายที่ห้อง


    ห้องนอนอ้ายเหริน…


    “วันนี้ฉันไปดักรอซีอันที่ใต้ตึก ถามเขาเ๱ื่๵๹จ้าวเหว่ย”


    “ตกลงที่บ้านมีเ๱ื่๵๹อะไรหรือว่าพ่อเธอทำอะไรเธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้”


    “ไม่มีเ๱ื่๵๹อะไรเกิดขึ้นเลย มีแค่ก่อนแต่งงานเธอไม่สบายอยู่หลายวันตาแก่นั่นไม่ยอมให้เธอไปหาหมอ แล้วหนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเธอก็ลุกมาบอกว่าเธอไม่ใช่จ้าวเหว่ย ทุกคนคิดว่าเธอเพ้อเพราะป่วย แต่เธอก็โวยวายไม่เลิกบางคนก็บอกว่าเธอบ้า จนมีคนบอกเธอโดนผีสิงจะแอบตามหมอผีมาปราบเธอ เธอถึงได้สงบลง”


    “ไม่ใช่จ้าวเหว่ยงั้นเหรอ..” เฉินเล่อพึมพำอยู่คนเดียว


    “แล้วฉันก็ถามอีกว่าเธอตัดใจจากพี่ได้ตอนไหนซีอันบอกว่าน้องสาวเขาก็ชอบพี่มาตลอด”


    “แล้วที่เธอบอกคืออะไร...” เฉินเล่อแปลกใจบ่นออกมา


    “หา!? ...พี่พูดว่าอะไรนะ”


    “เปล่า..ไม่มีอะไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านที่เกี่ยวกับเ๱ื่๵๹เธอแกต้องเขียนจดหมายบอกฉันทุกเ๱ื่๵๹ แล้วแกก็ต้องคอยจับตาดูเธอแทนฉัน” เฉินเล่อเสียงเข้ม


    “ได้ไม่มีปัญหา”


    “ฉันขอคิดอะไรคนเดียวสักพัก”


    อ้ายเหรินออกจากห้องให้พี่ชายเขาใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง


    เฉินเล่อคิดเ๱ื่๵๹๻ั้๹แ๻่แต่งงานกันมา เสียงที่เขาได้ยินจากเธอมีบางครั้งที่เธอแทนตัวว่าเธอเป็๲คนอื่น แล้วตอนนี้แววตาเธอไม่มีความชื่นชอบเขาอยู่เลย และถ้าเป็๲จ้าวเหว่ยจริงๆ จะไม่แอบด่าเขาในใจเธอไม่มีความกล้าขนาดนั้นท่าทางคำพูดคำจาเธอก็เปลี่ยนไป ลายมือเธอก็ไม่เหมือนเดิม


    หลินจ้าวเหว่ย เธอใช่หลินจ้าวเหว่ยจริงๆ ใช่ไหม


    ตอนเย็นแม่สามีเรียกจ้าวเหว่ยกับซิงซิงไปกินข้าว ในโต๊ะอาหารมีพวกเธอสองคนและพ่อแม่เท่านั้น จ้าวเหว่ยแปลกใจนิดหน่อยเพราะเฉินเล่ออยู่บ้านทั้งวันแต่กลับออกไปข้างนอกตอนเย็น


    “อาเล่อกับอาเหรินไปบ้านเทียนหยางน่ะ เวลาจะกลับหน่วยพวกเขาก็จะไปเลี้ยงส่งกันแบบนี้ประจำ หนูก็เรียนที่เดียวกับพวกเขานี่คงจำเทียนหยางกับฟางหรงได้นะ” พ่อสามีเห็นหน้าจ้าวเหว่ยสงสัยเลยแก้ตัวแทนลูกชาย


    สองคนนี้เป็๲สนิทกับพระเอกเท่าที่เธอจำได้น่าจะมีบทตอนต้นๆ แต่เธอก็อ่านนิยายแม่แค่ตอนต้นเ๱ื่๵๹เหมือนกัน เ๱ื่๵๹จะเป็๲ยังไงเธอต้องด้นสดนิยายเ๱ื่๵๹นี้เองล่ะ


    “พ่อคะ ใครเป็๲คนตั้งชื่อซิงซิงเหรอคะ” จ้าวเหว่ยสงสัยเ๱ื่๵๹นี้เพราะพอได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทเฉินเล่อเธอก็แปลกใจว่าจะคล้ายชื่อของซิงซิงเกินไปไหม


    “แม่ของเขาเป็๲คนตั้งน่ะ เราเคยให้เกียรติเขาใช้ชื่อนี้ต่อ” พ่อสีหน้าเศร้านิดหน่อย


    “สงสัยกลุ่มนี้จะสนิทกันมากเลยนะคะ ขนาดชื่อลูกยังตั้งคล้ายชื่อเพื่อน” แม่ของซิงซิงก็อยู่กลุ่มนี้เหมือนกัน


    “ใช่แล้วล่ะพวกเขาสนิทกันมากแล้วก็เป็๲แบบนี้มาตั้งนานแล้ว๻ั้๹แ๻่สมัยเด็กๆ ” แม่สามีเสริม


    จ้าวเหว่ยยิ้มให้เขาทั้งคู่ก่อนจะกินข้าวต่อ


    หลังกินข้าวจ้าวเหว่ยเก็บหมูที่ตากไว้ใส่ถุงก่อนจะแบ่งไว้กินที่บ้านด้วย ก่อนจะให้แม่ใส่ในถุงอาหารแห้งของเฉินเล่อ แล้วจ้าวเหว่ยก็เอากระเป๋าของฝากไปวางไว้ที่กระเป๋าสัมภาระของเขาที่เตรียมเอาไปพรุ่งนี้



    [1] พยัญชนะและสระของจีน