ห้องครัว…
จ้าวเหว่ยเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารเช้า พ่อไปที่นาั้แ่เช้ามืดส่วนอ้ายเหรินไปเรียนเรียบร้อยแล้ว
“อาเล่อจัดกระเป๋าหรือยัง”
“ไม่เห็นนะคะ ทำไมเหรอคะแม่”
“แม่จะเอาของไปให้เขากินที่หน่วยด้วยน่ะ”
จ้าวเหว่ยช่วยแม่สามีทำอาหารเช้าและเตรียมของที่จะเอาให้เฉินเล่อเอาไปกินที่หน่วยมีแต่พวกผักดอง จ้าวเหว่ยคิดอยู่ในใจสักพักก่อนที่จะตัดสินใจได้
จ้าวเหว่ยจะไปตามสองพ่อลูกมากินอาหารเช้าแต่พวกเขาเดินออกมากันแล้ว พ่อที่กลับมาจากนาก็มานั่งกินอาหารเช้ากับพวกเขาด้วย
“แม่คะ กินข้าวเสร็จฉันขอยืมจักรยานหน่อยนะคะ”
“ได้ซิ ให้อาเล่อขี่พาไปก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไปไม่นานจะกลับไปบ้านหน่อยค่ะ”
เฉินเล่อมองหน้าจ้าวเหว่ยรอฟังความคิดของเธอแต่เขาไม่ได้ยินอะไรเลย พอกินข้าวเสร็จเขาก็พอซิงซิงกลับห้อง ส่วนจ้าวเหว่ยที่ล้างจานเสร็จก็ปั่นจักรยานออกจากบ้านไป
ร้านค้า…
จ้าวเหว่ยปั่นจักรยานมาที่นี่ใช้เวลาประมาณเกือบยี่สิบนาที เธอเข้ามาดูของที่เธอจะซื้อข้างในร้าน เมื่อเช้าพอเห็นหน้าแม่สามีเธอก็อดคิดไม่ได้ เฮ้อ!! ใครใช้ให้แม่สามีดีกับเธอขนาดนี้เล่า
จ้าวเหว่ยซื้อเนื้อหมู ไส้กรอก กุนเชียง และเส้นหมี่ขาวหนึ่งห่อก่อนที่เธอจะรีบปั่นจักรยานกลับบ้าน
เฉินเล่อมารออยู่ตรงลานบ้านเขาสงสัยว่าเธอไปที่ไหน ตอนนี้เขาก็ยังอดระแวงเธอไม่ได้หรือเธอจะกลับบ้านไปเพื่อรายงานเื่ในบ้านเขากับพ่อของเธอ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงจักรยานเลยไปยืนแอบในมุมที่ไม่มีคนเห็นเพื่อดูจ้าวเหว่ย
ห้องครัว…
จ้าวเหว่ยล้างเนื้อหมูที่ซื้อมาเธอเลือกเป็ส่วนสันคอก่อนที่จะหั่นเป็เส้นยาวๆ ก่อนที่แม่สามีจะเข้ามาดูเธอในครัว
" แม่คะช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ แม่แบ่งไส้กรอกกับกุนเชียงไว้เป็อาหารเย็นหน่อยที่เหลือแม่ช่วยใส่ไว้กับของที่แม่เตรียมไว้ให้พี่เฉินเล่อไปกินที่หน่วยทีค่ะ จ้าวเหว่ยที่หั่นหมูอยู่หันมายิ้มกับแม่สามี
“นี่ลูกไปซื้อของพวกนี้มาให้พี่เขาเหรอ?”
“ใช่แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำหมูแดดเดียวให้เขาด้วยคิดว่าน่าจะเสร็จทัน แม่จะแบ่งเนื้อหมูไว้ทำอาหารเย็นไหมคะ ฉันซื้อมาเยอะอยู่นะ”
จ้าวเหว่ยแบ่งหมูไว้ส่วนหนึ่งให้แม่ก่อนที่เธอจะหั่นหมูต่อไป
“ให้แม่ช่วยอะไรไหม”
“แม่ช่วยหาตะแกรงที่ใช้ตากหมูได้ไว้ให้ฉันก็พอค่ะ”
จ้าวเหว่ยเอาน้ำตาลทราย น้ำมันพืช ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยและงาขาวผสมให้เข้ากัน ก่อนจะเอาเนื้อหมูมาคลุกกับซอสที่เธอที่ผสมไว้
“เดี๋ยวสักพักฉันค่อยเอาไปตากด้านนอกวันนี้มีแดดอยู่ตอนเย็นก็น่าจะใช้ได้พอดี เราค่อยแพ็กให้พี่เฉินเล่อเขาเอาไปกินที่โน่น ตอนนี้แม่สบายใจได้แล้วใช่ไหมคะ”
เฉินเล่อที่แอบฟังอยู่ แปลกใจกับการกระทำของเธอในตอนนี้ พอเขาคิดว่าเธอคงใกล้จะออกมาแล้วเลยรีบกลับไปที่ห้อง ซิงซิงเห็นพ่อรีบเข้าห้องมาเขาก็มองพ่อด้วยความมึนงง
“ที่ไปซื้อมาเพราะแม่งั้นเหรอ? ”
“ใช่ค่ะ ฉันเห็นแม่สีหน้าไม่ดีฉันเลยคิดเอาเองว่าของฝากคงน้อยไปก็เลยคิดแทนแม่ แม่ไม่โกรธฉันนะ”
“ไม่เลยจ้ะไม่เลยขอบใจมากนะที่เป็ห่วงความรู้สึกแม่” เธอเข้าไปตบหลังมือลูกสะใภ้เบาๆ
“แม่ไปพักเถอะค่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวพอหมักได้ที่ฉันจะมาทำต่อเอง”
จ้าวเหว่ยหาฝามาปิดหม้อที่เธอใช้หมักหมูไว้ก่อนจะพาแม่สามีออกจากห้องครัวไปพักผ่อนที่ห้องของพ่อกับแม่
ห้องนอนเฉินเล่อ…
เฉินเล่อมองจ้าวเหว่ยที่เขามาในห้อง ก่อนจะยิ้มเหยียด
ไหนบอกว่าไม่ชอบเขาไงแล้วที่พยายามทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะอยากเอาใจเขาหรอกเหรอ? เสแสร้งไปแล้วนะเธอน่ะ
จ้าวเหว่ยที่เห็นเขายิ้มเหยียดใส่ก็งงกับท่าทีของเขา เธอพยายามไม่สนใจเพราะพรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกันแล้ว ก่อนที่เธอจะไปหาซิงซิง
“แม่มาแล้วเหรอฮะ” ซิงซิงเรียกเธออย่างดีใจ ก่อนจะรีบปิดปากตัวเองแล้วหันไปมองพ่อหน้าตาเลิ่กลั่ก
เฉินเล่อได้ยินแต่เขาทำเป็ไม่ได้ยิน เก็บสัมภาระต่อ
“พี่เก็บของดีๆ ละอย่าลืมอะไรไว้นะ เดี๋ยวจะลำบากถ้าหาไม่เจอ” จ้าวเหว่ยไม่เปิดช่องให้เขาสงสัยเธอรีบเปลี่ยนเื่
เรียกแม่กันแล้วเหรอ เด็กนี่ลูกชายเขาจริงๆ หรือเปล่า เวลาเขากลับมาไม่เห็นดีใจเท่านี้เลย
“ซิงซิงเรามาหัดเขียนอักษรกันดีกว่า เธอเขียนเป็หรือเปล่า” จ้าวเหว่ยไม่ตำหนิเขาที่พลาดเรียกแม่
“ไม่เป็ฮะ” เขาตอบแบบอายๆ
จ้าวเหว่ยเหล่ตามองเฉินเล่อด้วยหางตาเชิงตำหนิ เขาเห็นพอดีก็ยักไหล่ให้เธอก่อนจะพับผ้าต่อ
ยังจะไม่สำนึกอีกลูกตัวเองสามขวบกว่าแล้วจะสอนเขาตอนไหน อายุยี่สิบเหรอ???
เฉินเล่อหันมามองหน้าเธอก่อนที่เธอจะทำไม่รู้ไม่ชี้
“พี่มีดินสอกับสมุดไหม” จ้าวเหว่ยถามเขา
เฉินเล่อไม่ตอบแต่เดินไปหยิบมาวางไว้ที่โต๊ะ
“วันนี้เรามาเรียนพินอิน [1] กันก่อนนะ พี่จะเขียนให้เธอดูแล้วเราค่อยมาเรียนทีละตัว”
จ้าวเหว่ยเขียนพินอินทั้งหมดใส่กระดาษไว้ ก่อนที่จะสอนเขาอ่าน เธอให้เขาท่องทีละตัวแล้วเขียนจนกว่าจะจำได้แล้วสอนตัวต่อไป พอได้เวลาที่เธอต้องตากหมูแล้วเธอก็ให้เขาฝึกท่องไปก่อนเดี๋ยวเธอจะมาสอนใหม่
เฉินเล่อเดินมาดูลูกชายเขียนตัวอักษร ก่อนที่เขาจะเห็นตัวอักษรของจ้าวเหว่ย เขาขมวดคิ้วทันทีนี่ใช่ตัวหนังสือเธอจริงๆ เหรอเขาเคยเห็นจดหมายสารภาพความในใจของเธอตอนสมัยยังเรียนอยู่ เฟยหลินเอามาให้เขาอ่านแถมยังล้อเขาเื่นี้ ถึงเขาจะไม่ได้สนใจมากแต่ลายมือเธอไม่ใช่แบบนี้
เพราะลายมือตรงหน้าที่เขาเห็นตอนนี้เป็ลายมือที่สวยมากไม่มีทางที่เธอจะหัดเขียนได้สวยขนาดนี้ เฉินเล่อวางสมุดลงก่อนที่เขาจะเก็บความสงสัยไว้ในใจ
จ้าวเหว่ยตากหมูเสร็จแล้วก็มาสอนซิงซิงต่อ
เฉินเล่อจัดของช้าๆ เพื่ออยู่ในห้องนี้นานๆ เขามองสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก ซิงซิงดูมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเธอ พอกินอาหารเที่ยงเสร็จพวกเขาก็มาเรียนกันต่อโดยมีเฉินเล่อที่คอยสังเกตอยู่ไม่ยอมไปไหนตลอดทั้งบ่าย
อ้ายเหรินเลิกเรียนแล้วเขามาเรียกพี่ชายที่ห้อง
ห้องนอนอ้ายเหริน…
“วันนี้ฉันไปดักรอซีอันที่ใต้ตึก ถามเขาเื่จ้าวเหว่ย”
“ตกลงที่บ้านมีเื่อะไรหรือว่าพ่อเธอทำอะไรเธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้”
“ไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นเลย มีแค่ก่อนแต่งงานเธอไม่สบายอยู่หลายวันตาแก่นั่นไม่ยอมให้เธอไปหาหมอ แล้วหนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเธอก็ลุกมาบอกว่าเธอไม่ใช่จ้าวเหว่ย ทุกคนคิดว่าเธอเพ้อเพราะป่วย แต่เธอก็โวยวายไม่เลิกบางคนก็บอกว่าเธอบ้า จนมีคนบอกเธอโดนผีสิงจะแอบตามหมอผีมาปราบเธอ เธอถึงได้สงบลง”
“ไม่ใช่จ้าวเหว่ยงั้นเหรอ..” เฉินเล่อพึมพำอยู่คนเดียว
“แล้วฉันก็ถามอีกว่าเธอตัดใจจากพี่ได้ตอนไหนซีอันบอกว่าน้องสาวเขาก็ชอบพี่มาตลอด”
“แล้วที่เธอบอกคืออะไร...” เฉินเล่อแปลกใจบ่นออกมา
“หา!? ...พี่พูดว่าอะไรนะ”
“เปล่า..ไม่มีอะไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านที่เกี่ยวกับเื่เธอแกต้องเขียนจดหมายบอกฉันทุกเื่ แล้วแกก็ต้องคอยจับตาดูเธอแทนฉัน” เฉินเล่อเสียงเข้ม
“ได้ไม่มีปัญหา”
“ฉันขอคิดอะไรคนเดียวสักพัก”
อ้ายเหรินออกจากห้องให้พี่ชายเขาใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง
เฉินเล่อคิดเื่ั้แ่แต่งงานกันมา เสียงที่เขาได้ยินจากเธอมีบางครั้งที่เธอแทนตัวว่าเธอเป็คนอื่น แล้วตอนนี้แววตาเธอไม่มีความชื่นชอบเขาอยู่เลย และถ้าเป็จ้าวเหว่ยจริงๆ จะไม่แอบด่าเขาในใจเธอไม่มีความกล้าขนาดนั้นท่าทางคำพูดคำจาเธอก็เปลี่ยนไป ลายมือเธอก็ไม่เหมือนเดิม
หลินจ้าวเหว่ย เธอใช่หลินจ้าวเหว่ยจริงๆ ใช่ไหม
ตอนเย็นแม่สามีเรียกจ้าวเหว่ยกับซิงซิงไปกินข้าว ในโต๊ะอาหารมีพวกเธอสองคนและพ่อแม่เท่านั้น จ้าวเหว่ยแปลกใจนิดหน่อยเพราะเฉินเล่ออยู่บ้านทั้งวันแต่กลับออกไปข้างนอกตอนเย็น
“อาเล่อกับอาเหรินไปบ้านเทียนหยางน่ะ เวลาจะกลับหน่วยพวกเขาก็จะไปเลี้ยงส่งกันแบบนี้ประจำ หนูก็เรียนที่เดียวกับพวกเขานี่คงจำเทียนหยางกับฟางหรงได้นะ” พ่อสามีเห็นหน้าจ้าวเหว่ยสงสัยเลยแก้ตัวแทนลูกชาย
สองคนนี้เป็สนิทกับพระเอกเท่าที่เธอจำได้น่าจะมีบทตอนต้นๆ แต่เธอก็อ่านนิยายแม่แค่ตอนต้นเื่เหมือนกัน เื่จะเป็ยังไงเธอต้องด้นสดนิยายเื่นี้เองล่ะ
“พ่อคะ ใครเป็คนตั้งชื่อซิงซิงเหรอคะ” จ้าวเหว่ยสงสัยเื่นี้เพราะพอได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทเฉินเล่อเธอก็แปลกใจว่าจะคล้ายชื่อของซิงซิงเกินไปไหม
“แม่ของเขาเป็คนตั้งน่ะ เราเคยให้เกียรติเขาใช้ชื่อนี้ต่อ” พ่อสีหน้าเศร้านิดหน่อย
“สงสัยกลุ่มนี้จะสนิทกันมากเลยนะคะ ขนาดชื่อลูกยังตั้งคล้ายชื่อเพื่อน” แม่ของซิงซิงก็อยู่กลุ่มนี้เหมือนกัน
“ใช่แล้วล่ะพวกเขาสนิทกันมากแล้วก็เป็แบบนี้มาตั้งนานแล้วั้แ่สมัยเด็กๆ ” แม่สามีเสริม
จ้าวเหว่ยยิ้มให้เขาทั้งคู่ก่อนจะกินข้าวต่อ
หลังกินข้าวจ้าวเหว่ยเก็บหมูที่ตากไว้ใส่ถุงก่อนจะแบ่งไว้กินที่บ้านด้วย ก่อนจะให้แม่ใส่ในถุงอาหารแห้งของเฉินเล่อ แล้วจ้าวเหว่ยก็เอากระเป๋าของฝากไปวางไว้ที่กระเป๋าสัมภาระของเขาที่เตรียมเอาไปพรุ่งนี้
[1] พยัญชนะและสระของจีน