บทที่ 11 เข้าร่วมา
ปัง !ปัง !ปัง !
ตอนนี้ที่หน้าจวนเ้าเมืองนอกจากเสี่ยวทันหลางและเจี่ยฮงคนอื่นๆก็เริ่มปะทะกันแล้วสถานการณ์ตอนนี้เริ่มรุนแรงมากขึ้น บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยหลุมตามพื้นที่เกิดจากการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายกำแพงของจวนพังทลายจากการได้รับความเสียหายและฝ่ายเ้าเมืองถูกกดดันอย่างเห็นได้ชัด
เสี่ยวทันหลางตอนนี้มีสีหน้าซีดเซียวแม้จะอยู่ระดับเดียวกับเจี่ยฮงแต่ความต่างของความเข้มข้นในพลังปราณทำให้เสียเปรียบอยู่เล็กน้อยและเมื่อต่อสู้กันนานขึ้นความเหนื่อยหล้าที่ต้องออกแรงมากกว่าในการปะทะกันก็เริ่มส่งผล
“ ฮ่าๆ เป็อะไรไปเสี่ยวทันหลาง เป็ถึงเ้าเมืองเมฆาพยัคฆ์แต่มีน้ำยาแค่นี้รึ? ” เจี่ยฮงพูดออกมาด้วยสีหน้าเยอะเย้ย
“ บัดซบ! เงียบไปเ้าเดรัจฉาน คนที่ถึงกับต้องจ้างผู้ฝึกยุทธ์จากที่อื่นมาอย่างเ้าอย่ามาพ่นน้ำลายให้ข้าขำหน่อยเลย! ” เสี่ยวทันหลางกล่าวสวนกลับมาด้วยความโกรธ“ หากเ้ามีน้ำยาจริงคงมิต้องพึ่งคนอื่นกระมัง? ”
“ ฮ่าๆ แล้วเหตุใดเ้าไม่ทำบ้างเล่า?าย่อมไม่หน่ายอุบาย อย่ามัวพ่นคำไร้สาระ โอกาสสุดท้ายหากไม่ยอมจำนนข้าจะล้างตระกูลเ้ามิให้เหลือซาก! ” เจี่ยฮงกล่าวออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวทันหลางคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดะเิพลังปราณที่เหลืออยู่ออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่เจี่ยฮงอีกครั้ง
“ แม้ตายข้าจะเอาเ้าไปด้วย เ้าตัวบัดซบ! ”
ทางด้านเฟยหลงก็ตึงมือเช่นกัน เมื่อต้องรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐีที่ถูกเชิญมาแม้จะต่อสู้กันอย่างสูสีแต่ความกดดันมันยังคงมีมากกว่าด้วยระดับปฐีอีกคนหนึ่งต้องใช้ผู้าุโตระกูลเสี่ยวระดับก่อตั้งจิตขั้นสูงถึง 3คน ในการรับมือ ทำให้หากฝ่ายตระกูลเจี่ยที่เหลือลงมือกับพวกทหารของจวนเ้าเมืองจนไม่ต่างไปจากการเป็เพียงผักปลาให้มันเข่นฆ่าเท่านั้น
“ท่านจอมยุทธ์เรามิได้มีความแค้นเคืองกันข้าขอให้ท่านลามือจากการต่อสู้นี้ได้หรือไม่ ” เฟยหลงกล่าวออกมา
“ ฮ่าๆ ท่านแม่ทัพ ตัวข้านั้นรักษาสัจจะเห็นทีคงจะทำตามคำขอของท่านมิได้! ” ชายวัยกลางคนที่เผชิญหน้ากับเฟยหลงกล่าวตอบออกมา
“ เช่นนั้นข้ามิขอเกรงใจแล้ว...เตรียมรับมือ! ” เมื่อเห็นว่าการเจรจาล้วนเปล่าประโยชน์เฟยหลงดึงทวนออกมาจากแหวนมิติ ทวนเหล็กขนาดยาวกว่า 3 เมตรใบทวนทำจากเหล็กกล้าเงาเงินคมกริบ อีกฝ่ายก็ไม่น้อยหน้าดึงขวานขนาดใหญ่ออกมาเช่นกัน
“ เชิญ! ”
ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน เฟยหลงจ้วงแทงทวนออกไปอีกฝ่ายตั้งรับด้วยขวานอาวุธทั้งสองที่อัดแน่นไปด้วยปราณปฐีเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
เคร้ง!เคร้ง!เคร้ง !
ไม่ว่าจะโจมตีไปเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ล้วนรับได้หมด เฟยหลงโคจรพลังปราณในร่างส่งผ่านไปยังอาวุธก่อนจะพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างดุดัน
เพลงทวนตระกูลเฟยกระบวนท่าที่ 1 ัผงาดฟ้า!
พลังปราณสีน้ำเงินเข้มทะลักออกมาจากตัวหอกการเคลื่อนไหวของเฟยหลงรวดเร็วหนักแน่นดั่งัพุ่งเข้าสู่ศัตรูอีกฝ่ายยกขวานขึ้นมาตั้งรับในแนวขวางเมื่ออาวุธกำลังจะเข้าปะทะกันปลายทวนกลับเลื้อยผ่านขวานของศัตรูก่อนจะถูกงัดตวัดขึ้น้าราวกับัทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าฝ่ายคู่ต่อสู้เห็นเช่นนั้นได้แต่ตะลึงรู้ตัวว่าพลาดท่าให้แก่เฟยหลงแล้วจะหลบตอนนี้ก็ไม่ทันจึงได้แต่เอนตัวถอยหลังเงยหน้าขึ้นหลบวิถีของหอก แต่ก็มิพ้นระยะ ปลายหอกตวัดเฉียดคางของมัน
ฉับ !
เืสดๆจากปลายคางสาดกระเซ็นขึ้นฟ้าตามวิถีของหอก“ เพลงทวนตระกูลเฟยนับว่าสมคำร่ำลือ!แม้จะระวังตัวก็ยังคงหลบมิพ้น ” มันกล่าวออกมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยแม้จะมีเืจากปลายคางยังคงหยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง
“ มิได้ๆ หากเป็คนอื่นคงสิ้นลมหายใจไปแล้วแต่ข้ารับรองได้ว่ากระบวนท่าต่อไปจะมิง่ายเช่นนี้ ” เฟยหลงกล่าวออกมา
“ เช่นนั้นข้าจะรอดู หากว่าท่านสามารถรอดจะขวานทลายฟ้าของข้าไปได้ละก็นะ ” ชายถือขวานกล่าวออกมาก่อนมันจะรวบรวมลมปราณมันมหาศาลเข้าสู่ขวานเล่มโตเฟยหลงรู้สึกกดดันขึ้นทันทีเมื่อมันพุ่งเข้ามา เฟยหลงแทงทวนออกไปแต่อีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลบก่อนจะง้างขวานแล้วฟาดเข้ามาสุดแรง
เฟยหลงไม่กล้าประมาทการโจมตีนี้มันชักทวนกลับมาก่อนจะถ่ายลมปราณเข้าสู่ทวนใช้ออกด้วยกระบวนท่าตั้งรับของเพลงทวนตระกูลเฟย
เพลงทวนตระกูลเฟยกระบวนท่าที่ 4 ป้อมัฟ้า!
ปัง!
เฟยหลงกระเด็นไปไกลกว่า 5 เมตร รอยลากเท้าที่พื้นมองเห็นเป็ทางยาวมุมปากมีเืสดๆไหลออกมา
“ เป็การโจมตีที่รุนแรงเสียจริงแม้จะตั้งรับเต็มที่แต่ก็ยังได้รับความเสียหายอยู่ 5 ส่วน ” เฟยหลงพึมพำกับตัวเองส่วนอีกฝ่ายตอนนี้หน้าเริ่มถอดสี มันล้วนมั่นใจว่ากระบวนท่าเมื่อครู่นั้นอย่างน้อยย่อมทำให้เฟยหลงาเ็สาหัสเพราะมันใช้ออกด้วยกำลังทั้งหมดที่สามารถทำได้แล้วอีกความหมายหนึ่งคือนี่เป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของมัน
“ เพื่อเป็การตอบแทนอย่างสมเกียรติข้าจะใช้กระบวนท่าที่ดีที่สุดเช่นกัน! ” เฟยหลงกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นก่อนจะโคจรลมปราณในร่างและพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ ด ด เดี๋ยวก่อน ”
เพลงทวนตระกูลเฟยกระบวนท่าที่ 8 ัโหมกระหน่ำ!
อ้าก!
เฟยหลงจ้วงแทงทวนออกไปราวห่าฝนพุ่งเข้าใส่ร่างบุรุษนิรนามฝ่ายตรงข้า มก่อนจะหยุดลงร่างชายคนนั้นมีรูปรากฏขึ้นบนลำตัวไม่ต่ำกว่าสิบรู แต่ละาแนั้นบ่งบอกถึงความรุนแรงในการแทงออกของทวนได้อย่างดี
อ้าก !
เฟยหลงหันกลับไปดูใบหน้าของมันพลันซีดเผือดตอนนี้ร่างของเสี่ยวทันหลางถูกชโลมไปด้วยเื ร่างกายบอบช้ำในมือถือกระบี่สีเงินเล่มหนึ่งเมื่อมองไปยังเจี่ยฮงกลับเห็นเพียงเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเท่านั้น
“ ท่านเ้าเมืองเป็อย่างไรบ้าง ” เฟยหลงเร่งทะยานเข้าไปหาเสี่ยวทันหลาง
“ ไม่เป็ไร แต่ข้าในตอนนี้มิใช่คู่มือของเจี่ยฮงเราต้องร่วมกันต้านมันให้นานที่สุด! ” เสี่ยวทันหลางพูดออกมาอย่างเหนื่อยล้าแต่เมื่อมีเฟยหลงมาช่วยเขาก็เบาแรงลงมิใช่น้อย แม้ระดับจะห่างกันแต่ทั้งสามคนก็เป็ชนชั้นปฐีขั้นต้นเหมือนกันทำให้เจี่ยฮงก็ต้องระวังตัวมากขึ้น
เฟยหลงมองไปยังสามผู้าุโที่ร่างกายก็ไม่ต่างจากเสี่ยวทันหลางมากนักแถมดูเหมือนจะอาการหนักกว่าด้วยซ้ำแต่ก็ยังคงพัวพันระดับปฐีอีกคนไว้ได้
“ ตกลงเราต้องถ่วงเวลามันให้ได้นานที่สุด ”
ทางเจี่ยฮงเมื่อหันกลับไปมองคนของมันก็ได้เห็น 1 คนตกตายไปแล้ว ส่วนอีกหนึ่งก็ยังไม่สามารถจัดการระดับก่อตั้งจิตได้ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
“ บัดซบเ้าพวกขยะไร้น้ำยาข้าจ่ายให้พวกเ้าตั้งมากมายแต่พวกเ้ามีความสามารถแค่นี้รึ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายวัยกลางคนที่กำลังต่อสู้กับสามาุโตระกูลเสี่ยวถึงกลับขมวดคิ้วแม้ฝ่ายตรงข้ามจะระดับต่ำกว่าแต่สามาุโนั้นมีกลยุทธ์ที่สอดประสานงานกันอย่างดีทั้งช่วยกันรับช่วยกันรุกพัวพันมิให้มันทำอะไรได้สะดวก
“ ท่านประมุขอย่าได้มีโทสะ ข้าจะเร่งจัดการพวกมันเดี๋ยวนี้ ” ชายวัยกลางคนพูดออกมาก่อนจะเข้าปะทะกับสาวาุโอีกครั้ง
“ ดี! ลี่เอ๋อร์เ้าจงนำกำลังเราบุกเข้าไปจัดการพวกมันให้หมด! ” เจี่ยฮงะโสั่งบุตรคนรองของมันที่รั้งรออยู่ด้านหลัง
“ ฮี่ๆ ข้ากำลังรออยู่เลยท่านพ่อ ไป!พวกเราจัดการมันให้หมด !” เจี่ยลี่ที่กำลังรอคำสั่งอยู่แย้มยิ้มออกมามันเลียริมฝีปากราวกับกำลังจะได้ลิ้มลองของอร่อยหลังจากนั้นาระหว่างตระกูลก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจังแม้จะกำลังคนมากกว่าแต่ด้วยระดับที่ต่างกันเกินไปทางด้านทหารเริ่มล้มลงอย่างต่อเนื่องเจี่ยลี่เข้าฟาดฟันคร่าชีวิตเหล่าทหารอย่างสนุกมือ
เพียงครู่เดียวทหารฝ่ายเ้าเมืองตกตายไปกว่า 50 คนแล้วเสี่ยวทันหลางและเฟยหลงแม้จะเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรมิได้ตัวเขาทั้งสองต้องรับมือกับเจี่ยฮงหากละมือไปอีกคนที่อยู่คงมิพ้นพลาดท่าให้เจี่ยฮงเป็แน่
ในสนามต่อสู่เจี่ยลี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งมันเป็ชายที่กระหายในการเข่นฆ่ามันเหลือบมองไปยังทหารหนุ่มคนหนึ่งที่ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวมันยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะพุ่งเข้าหาทหารหนุ่มแล้วง้างดาบในมือก่อนจะฟาดฟันออกไปอย่างโเี้
วูบ !เคร้ง !
เงาร่างหนึ่งโฉบเข้ามาเบื้องหน้าเจี่ยลี่อย่างฉับพลันเมื่อมันรู้สึกตัวอีกทีเบื้องหน้าของมันปรากฏร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนถือดาบสีเงินที่ด้ามดาบเป็หัวพยัคฆ์กำลังยืนรับดาบของมันอยู่
“ เ้าเป็ใคร? ”
เจี่ยลี่เผลออุทานถามออกมาแทนคำตอบชายหนุ่มตวัดดาบกลับออกไปทำให้เจี่ยลี่ถอยหลังกลับไปถึง5 ก้าว
“ เ้าเป็อะไรไหม?” หยางอี้ถามทหารยามหนุ่มที่ร่างกายสั่นกลัว
“คุณชายหยางข้าไม่เป็อะไร ขอบคุณมากขอรับ!”เมื่อกล่าวจบทหารยามหนุ่มก็ลุกขึ้นและเร่งไปช่วยเพื่อนรับมือกับศัตรูต่อทันทีส่วนหยางอี้หันกลับมามองไปยังเจี่ยลี่ที่มองมายังเขาด้วยความโกรธมันเป็ถึงคุณชายรองตระกูลเจี่ยแล้วเ้าตัวบัดซบนี่เป็ใครกันถึงกล้ามาขัดขวางมันอีกทั้งยังกล้าเมินเฉยต่อคำพูดมันได้อย่างไร?
“ เ้าหนู! บังอาจมาขัดขวางข้าจงเตรียมใจรับผลที่จะตามมาซะ! ” เมื่อกล่าวจบเจี่ยลี่ปลดปล่อยพลังปราณก่อตั้งจิตขั้นกลางออกมาแล้วพุ่งเข้าหาหยางอี้ทันที
ด้วยดาบในมือของมันฟาดฟันไปยังเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่งครั้นฟาดฟันไปหลายสิบดาบแต่คมดาบนั้นไม่แม้แต่จะเฉียดโดนเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามันแม้แต่น้อยเจี่ยลี่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ความกังวลเริ่มปรากฏบนใบหน้าเห็นได้ชัดว่าเบื้องหน้ามันเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ระดับพลังปราณที่ััได้ก็เพียงก่อกำเนิดขั้นกลางแต่เหตุใดกันมันจึงมิอาจััได้แม้กระทั่งปลายเสื้อ
ด้วยความภาคภูมิใจของมัน มันอายุเพียง 19 ปีแต่ก้าวมาถึงระดับก่อตั้งจิต อีกไม่นานมันจะเข้าร่วมสำนักใหญ่ที่เมืองหลวงและตัวมันนั้นมั่นใจว่ากระทั่งในเมืองหลวงเองด้วยอายุและระดับของมันนั้นกระทั่งอยู่ในแนวหน้าแต่บัดนี้มันกลับไม่แม้กระทั่งสามารถแตะตัวเด็กหนุ่มตรงหน้ามันจะยอมได้อย่างไร
“ ฮึ่ม! เ้าเด็กสารเลวแล้วเ้าจะต้องเสียใจที่กล้ามาท้าทายข้า ”เจี่ยลี่ถอยออกไปหลายก้าว มันรวมสมาธิโคจรพลังปราณปลดปล่อยปราณดาบอันแหลมคมออกมามวลพลังค่อยๆก่อรูปขึ้นเป็รูปดาบลอยอยู่เบื้องหน้ากว่า 10 เล่มเห็นดังนั้นหยางอี้ก็มิได้กังวลแต่อย่างใดใบหน้าชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉยั้แ่ที่ได้เข้าร่วมประชุมในตอนเช้าหยางอี้พอจะคาดเดาได้ว่าบุรุษเบื้องหน้าคือเจี่ยลี่บุตรชายรองของตระกูลเจี่ยเจี่ยลี่นับว่ามีระดับการบ่มเพาะพลังที่สูงสำหรับชายหนุ่มอายุ19 ปี แต่แล้วอย่างไร? ตอนก้าวขึ้นมาในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 1 หยางอี้สามารถต่อกรกับาาหมาป่าทมิฬระดับปรานตั้งจิตขั้นต้นมาแล้วกระทั่งสังหารมันด้วยซ้ำ! แล้วเจี่ยลี่นับเป็อย่างไรเมื่อตอนนี้หยางอี้ใกล้บรรลุปราณก่อกำเนิดขั้นสูงอยู่เต็มที
“ เ้าคงเป็เจี่ยลี่? พี่ชายของเจี่ยส้งสินะ ”หยางอี้กล่าวออกมาอย่างเมินเฉย
“ ฮ่าๆ ทีแรกทำเป็หยิ่งผยอง เมื่อเห็นปราณดาบของข้าเ้าคงจะกลัวจนอยากจะอ้อนวอนขอชีวิตสินะ” เจี่ยลี่กล่าวออกมาด้วยความจองหอง
“ โอ้ นั่นปราณดาบหรอกหรือ? ข้าดันเข้าใจผิดว่าเป็วิชาใหม่ปราณมีดทำครัวเสียอีก” หยางอี้กล่าวออกมาด้วยท่าทีใและเมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี่ยลี่กลายเป็ใบหน้าบิดเบี้ยวแดงก่ำด้วยความอายเพราะด้วยพลังของมันในตอนนี้สามารถสร้างปราณดาบให้มีขนาดเท่าใบมีดเท่านั้น
“ บัดซบ เ้าเด็กเปรต! ข้าจะให้เ้าได้ลิ้มลองปราณดาบของข้า ”หยางอี้ผายมืออกไปข้างหนึ่งมุมปากยกยิ้มก่อนจะพูดออกมาอย่างช้าๆ
“ เชิญ! ”
เจี่ยลี่ปะทุขึ้นด้วยความโกรธมันคำรามก้องในลำคอก่อนจะบังคับปราณดาบ 1เล่มให้พุ่งเข้าหาหยางอี้
ฟี้วว !เจี่ยลี่เห็นหยางอี้ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับมันก็ยิ้มขึ้นอย่างลำพองใจคิดว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าคงจะกลัวจนไม่อาจขยับได้หรือไม่ก็ด้วยความเร็วของปราณดาบมันจึงตอบสนองไม่ทันและพริบตาปราณดาบอันคมกริบพุ่งเข้าปะทะกับหน้าผากของหยางอี้เมื่อเห็นดังนั้นเจี่ยลี่กำลังจะอ้าปากหัวเราะขึ้น
ปัง !เสียงปราณดาบของเจี่ยลี่พุ่งเข้าชนกำแพงด้านหลังหยางอี้จนเป็รูขนาดใหญ่แต่เมื่อมองไปยังหยางอี้กลับไม่มีแม้ร่องรอยของาแทำให้มันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเพราะหยางอี้ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อยแต่ปราณดาบกลับพุ่งทะลุผ่านตัวเขาไป
“ ม ไม่จริง จะเป็ไปได้อย่างไร? ” เจี่ยลี่พึมพำออกมาก่อนจะทุ่มพลังส่งปราณดาบทั้งหมดให้พุ่งตรงไปยังหยางอี้
ย้ากกก !!ฟิ้ว !ฟิ้ว !ฟิ้ว !ปัง !ปัง !ปัง !
เจี่ยลี่กลายเป็ตาเหลือกโปนจนแทบถลนออกจากเบ้า ชัดเจนแล้วว่าปราณดาบทั้งหมดของมันพุ่งผ่านเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไปทั้งหมด
“ เป็ไปไม่ได้ จะเป็ไปได้อย่างไร จ จเ้าไม่ได้ขยับไปแม้แต่น้อยเหตุใด เหตุใดจึงเป็เช่นนี้? ”
เจี่ยลี่พูดออกมาอย่างคนไร้สติมันทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆหยางอี้นั่นใช้ออกด้วยทักษะย่างก้าวมายา์ขั้นที่2 เป็การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนทิ้งภาพมายาเอาไว้ เขาเพียงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบปราณดาบด้วยความเร็วก่อนจะกลับมาอยู่ในท่าเดิมทำให้เจี่ยลี่เห็นว่าตัวเขานั้นยังคงยืนอยู่เฉยๆ
“ ปราณดาบของเ้านั้นถือว่าไม่เลว...แต่ยังไม่ดีพอที่จะัักายข้าหยางอี้พูดออกมาด้วยเสียงเรียบเฉยราวกับว่าการรับมือกับเจี่ยลี่นั้นคือการละเล่นกับเด็กมิอาจนับเป็อันใดได้เลย
เจี่ยลี่มองไปยังหยางอี้ที่ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าในแววตาของมันตอนนี้นั้นเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัวราวกับเด็กหนุ่มเบื้องหน้าคือยมทูตที่มาจากขุมนรกััของจิตสังหารที่หยางอี้จงใจแผ่พุ่งมาหามันนั้นทำให้ขนลุกไปทั้งร่างกาย
วูบ !
ขณะตกอยู่ในความหวาดกลัวเจี่ยลี่พลันััได้ถึงเงาสายหนึ่งมาปากฏที่เื้ัของมันแล้วอยู่ๆร่างของหยางอี้เบื้องหน้าก็ค่อยๆจางหายไป มันมองอย่างงุนงงก่อนจะหันมาและเห็นว่าบัดนี้หยางอี้มาปรากฏอยู่เื้ัมันแล้ว
ฉับ !
หยางอี้ฟันดาบพยัคฆ์เมฆาไปที่แขนซ้ายของเจี่ยลี่จนท่อนแขนปลิวกระเด็นลอยขึ้นกลางอากาศเืสดๆสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปที่พื้น เขาหมุนตัวตวัดขาเตะเข้าไปที่หน้าอกของเจี่ยลี่ส่งให้ร่างมันลอยกระเด็นดังว่าวขาดสายป่าน
ปัง !ร่างของเจี่ยลี่กระเด็นไปไกลราว10 เมตรก่อนกลิ้งไปยังบริเวณที่บิดามันกำลังต่อสู้กับเสี่ยวทันหลางและเฟยหลงอยู่มันกระอักเืออกมาคำโตก่อนจะหมดสติไปเจี่ยฮงเมื่อเห็นบุตรร่างมันกระเด็นมาทำให้มันรีบถอยออกจากการต่อสู้แล้วพุ่งมาหาเจี่ยลี่ทันที
เมื่อเห็นสภาพบุตรชายที่เต็มไปด้วยเืแขนซ้ายถูกตัดขาดมันพลันใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธมองไปยังทิศทางที่เจี่ยลี่กระเด็นมาปรากฏร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนถือดาบอยู่มันะเิพลังออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มเบื้องหน้าทันที
“ ตาย ! ”
เจี่ยฮงะเิพลังปราณด้วยความโกรธพุ่งเข้าหาหยางอี้อย่างรวดเร็วเห็นเช่นนั้นเฟยหลงและเสี่ยวทันหลางพลันตื่นตระหนกรีบทะยานเข้าขวางหน้าทั้งสองต่างซีดเผือดตัวมันทั้งคู่กระทั่งร่วมมือกันรับมือกับเจี่ยฮงยังไม่สามารถโค่นมันลงได้แล้วหยางอี้เล่า? มันนับเป็ใด?เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี แม้จะนับเป็ผู้เยาว์มากความสามารถ ถ้าหากให้เวลาอีก5ปี หรือ 10ปี แน่นอนว่าเขาย่อมสามารถจัดการเจี่ยฮงได้ราวกับบี้มดตัวหนึ่งแต่ตอนนี้.... เขายังเป็เพียงเด็กที่ยังมิได้เติบโตจะสามารถรับมือกับเจี่ยฮงได้อย่างไร?หากเจี่ยฮงลงมือละก็มันได้ตกตายเป็แน่!
"ไม่ดีแล้วไม่ทันการแน่!" เสี่ยวทันหลางพูดออกมาเสี่ยงสั่น ด้วยความเร็วของเจี่ยฮงเพียงสองลมหายใจในระยะ10 เมตร มันก็พุ่งเข้ามาถึงตัวหยางอี้แล้วมันเกร็งนิ้วมือเป็ดั่งกรงเล็บเสียงกระดูกแต่ละนิ้วคำรามลั่นจนผู้ที่ได้ยินขวัญผวา
กร้อบ ! กร้อบ ! กร้อบ !
เจี่ยฮงเหวี่ยงมือออกไปคว้าเข้าที่คอหยางอี้ราวกับ้าฉีกกระชากแยกคอออกจากร่างของชายหนุ่มเพื่อบรรเทาโทสะอันมากล้นของมัน
หมับ!เห็นฉากนี้เพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงที่ซ่อนตัวอยู่ะโออกมาพร้อมกัน
" ไม่ !/ไม่ ! "
เสียงหญิงสาวทั้งสองดังลั่นไปทั่วทั้งสนามรบจนทุกคนหยุดกระทันหันมายังทิศทางของต้นเสียงแม้จะหันมาตามเสียงร้องะโของเด็กสาวแต่ทุกสายตากลับจับจ้องไปยังร่างสองร่างอย่างตกตะลึง
เจี่ยฮงที่คว้าจับไปยังคอของหยางอี้พลันขมวดคิ้วแม้สายตาจะมองเห็นว่ามันนั้นคว้าเข้าที่คอหยางอี้แน่นอนแต่มันกลับััได้เพียงอากาศธาตุเท่านั้นก่อนที่ไม่นานร่างเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามันค่อยๆจางหายไป
ทุกคนกลายเป็ตกตะลึง!ภาพติดตา!
การที่ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งจะสามารถทิ้งภาพติดตาไว้ได้ต้องมีความเร็วเพียงใดกัน? ไม่เว้นแม้แต่เฟยหลงและเสี่ยวทันหลางดูเหมือนเขาทั้งคู่จะใมากกว่าโล่งใจเสียอีก
เจี่ยฮงมองไปยังหยางอี้ที่ปรากฏตัวห่างออกไปกว่า 10 เมตรก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
" ฮึ่ม! เ้าสารเลวน้อยไม่คิดว่าเ้าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ "เจี่ยฮงกล่าวออกมาแม้มันจะประหลาดใจกับความเร็วของหยางอี้แต่ตอนนี้โทสะของมันอยู่เหนือสามัญสำนึกไปเสียแล้ว
หยางอี้นั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด จริงอยู่ว่าด้วยความเร็วของเขานั้นสามารถหลบหนีเจี่ยฮงได้อย่างสบายแต่สถานการณ์ตอนนี้นั้นต่างกันเพราะเขามิอาจหนีไปได้!แม้ความเร็วจะมีเหนือกว่าแล้วอย่างไร? ด้วยระดับลมปราณที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครั้นจะโจมตีกลับไปก็คงไม่แม้ระคายผิวเจี่ยฮงเป็แน่! ทางเจี่ยฮงนั้นมองไปยังเพ่ยเพ่ยและเสี่ยวปิงที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างบิดาของนางทั้งคู่ทำให้มันขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวออกมา
"นังหนูทั้งสองเหตุใดพวกเ้าจึงมาอยู่ที่นี่?"
" เฮอะ ! แผนการต่ำทรามของเ้าบัดซบเจี่ยส้งนั้นล้มเหลวและตัวมันนั้นฮี่ ๆ ข้าว่าท่านควรรีบกลับไปดูแลมันก่อนที่มันจะตกตายไปเสียก่อนจะดีกว่า "เพ่ยเพ่ยกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเย้ยหยัน เมื่อนางอยู่กับบิดาของนางแล้วมีอันใดต้องกลัวกัน
" นังเด็กสารเลวเ้าพ่นไร้สาระอันใด? ส้งเอ๋อร์เป็อย่างไร?ใครกล้าทำร้ายมันข้าจะฉีกมันเป็ชิ้นๆ! " เจี่ยฮงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดตอนนี้โทสะมันพุ่งสูงมากกว่าเดิมหลายเท่า
"เป็ข้าเอง! และนั่นสมควรแล้วที่มันจะได้รับโทษ! "หยางอี้กล่าวออกมาอย่างราบเรียบ
" ดี ดี เ้าสารเลวมาดูกันว่าเ้าจะหนีจากข้าได้นานเท่าไหร่ อาจงเ้าเร่งกลับไปดูที่ตึกตระกูลว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วรีบมารายงานข้า ไป! "เจี่ยฮงสั่งการออกไปก่อนมันจะพุ่งเข้าหาหยางอี้อีกครั้ง
พรึ่บ ! พรึ่บ ! พรึ่บ !
ภาพเบื้องหน้าทำให้ทุกคนอยู่ในความตกตะลึกผู้คนตระกูลเจี่ยและเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกเชิญมาต่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าผู้มีพลังปราณชนชั้นปฐีกำลังไล่ล่าคว้าเงาร่างของเด็กหนุ่มระดับปราณก่อกำเนิดอย่างเอาเป็เอาตายและไม่มีใครรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วภาพฉากที่เจี่ยฮงพุ่งเข้าใส่ภาพติดตาของหยางอี้ยังคงดำเนินไปอย่างซ้ำๆ
เด็กหนุ่มผู้นี้เป็ใครกัน? เหตุใดมันจึงมีความสามารถถึงเพียงนี้เื้ัที่เลี้ยงดูสัตว์ประหลาดเช่นนี้ขึ้นมาได้ต้องยิ่งใหญ่สักเพียงใด?นี่คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของผู้ฝึกยุทธ์ที่เห็นเหตุการณ์เหล่าผู้คนที่ไม่รู้จักหยางอี้ต่างสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ถ้าหาก....ถ้าหากเจี่ยเฮงสังหารมันลงแล้วผู้อยู่เื้ัเด็กหนุ่มผู้นี้จะไม่มาล้างแค้นงั้นหรือ ? เช่นนั้นพวกมันที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับเจี่ยฮงจะซวยไปด้วยไม่ใช่หรือไง?
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกเชิญมาต่างเริ่มเกิดอาการหวาดกลัวและเริ่มลังเลในการเข้าร่วมศึกครั้งนี้ส่วนด้านเ้าเมืองนั้นก็ไม่ต่างกันเขาสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้นั้แ่หยางอี้เข้าร่วมศึกครั้งนี้ความกดดันทั้งหมดล้วนหายไปมากการต่อสู้ต่างหยุดชะงักอีกทั้งดูเหมือนหลายคนฝั่งตระกูลเจี่ยเริ่มไม่มีใจจะสู้ต่อแล้ว
อ้าก!เจี่ยฮงคำรามออกมาก่อนจะหยิบดาบออกมาแล้วฟาดฟันปราณดาบออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ปัง ! ปัง ! ตู้ม ! ตู้ม !
เสียงะเิพร้อมสิ่งก่อสร้างที่พังทลายลงเพราะปราณดาบอันรุนแรงของเจี่ยฮงเดิมทีเจี่ยฮงนั่นเต็มไปด้วยโทสะจากการเห็นเจี่ยลี่ถูกหยางอี้ตัดแขนมันนั้น้าจะสับหยางอี้เป็หมื่นๆชิ้นแล้วยิ่งได้ฟังคำกล่าวของเพ่ยเพ่ยในอกมันยิ่งเต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะะเิออกมาทุกเมื่อหากดูจากความสามารถของหยางอี้แล้วเพียงกระดิกนิ้วมันก็สามารถสังหารบุตรชายสุดที่รักของมันได้อย่างแน่นอนเมื่อคิดเช่นนั้นเจี่ยฮงก็เต็มไปด้วยความ้าสังหารอย่างท่วมท้น ทว่าบัดนี้ไม่ว่ามันจะทำอย่างไรก็ไม่อาจััตัวหยางอี้ได้เลยนั่นยิ่งทำให้มันหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นมันไม่สนใจแล้วว่าบัดนี้มันต้องอับอายกับเื่นี้มากแค่ไหนมันเพียงโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่งเพื่อจะสามารถระบายความโกรธนี้ได้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
ตูม ! ตูม ! ตูม ตูม !
เหล่าผู้คนโดยรอบเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบหลบถอยไปจากบริเวณนี้พลังปราณดาบของเจี่ยฮงแต่ครั้งที่ปล่อยออกมานั้นหากโดนเข้าไม่ต้องสงสัยร่างของพวกมันคงะเิออกทันที
ไม่นานเจี่ยฮงก็หยุดลงพร้อมกับมีอาการหอบเหนื่อยเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วร่าง แต่มันก็สามารถสงบใจลงได้บ้างแล้วมันมองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้าอย่างเ็า ส่วนหยางอี้นั้นปรากฏตัวห่างออกไปราว20เมตรร่างของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อใบหน้าซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด การหลบการโจมตีที่บ้าคลั่งของเจี่ยฮงมากว่าครึ่งชั่วยามทำให้พลังปราณในร่างของเขาเหลือเพียง3 ใน 10 ส่วนเท่านั้นและหากเป็เช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ดีแน่!
ตึก ตึก ตึก
ผู้คนหันไปตามเสียงที่ทำลายความเงียบงันระหว่างที่เจี่ยฮงและหยางอี้จ้องมองกันเป็อาจงวิ่งกลับมาด้วยความตื่นตระหนกใบหน้ามันซีดขาวเสียยิ่งกว่าศพคนตาย
" มีเื่อะไรเกิดขึ้น? แล้วส้งเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง? "หลังจากที่ใจเย็นลงเจี่ยฮงกล่าวถามออกมา หัวใจมันนั้นสั่นระรัวจากที่เห็นอาการอาจงที่แสดงออกมานั้นมันได้แต่ภาวนาในใจมิให้เกิดเื่ร้ายแรงขึ้น
" ท ท่านประมุข เมื่อข้ากลับไปถึงภายในตระกูลปกติดีไม่มีร่องรอยการโจมตี ทุกคนถูกนายน้อยสั่งห้ามเข้าใกล้ตัวตึกที่พักของนายน้อย ล ลแล้วเมื่อข้าเข้าไปยังตึกนายน้อย ภายในมีร่องรอยการต่อสู้เกิดขึ้น ส่วนนายน้อยนั้น นั้น นั้น " อาจงพูดอย่างตะกุกตะกัก เมื่อมันเห็นสภาพเจี่ยส้งนั่นมันแทบจะเป็ลมเสียตรงนั้นเลยทีเดียว
" อะไร พูดมาเดี๋ยวนี้ ! " เจี่ยฮงคำรามออกไปอาจงรวบรวมความกล้ามันพูดทุกอย่างที่มันได้เห็นออกมา เมื่อได้ยินอาจงพูดทุกคนต่างตะลึงงัน 'โหดร้ายโหดร้านเกินไปแล้ว' นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดในใจ
แม้คนของทางฝั่งเ้าเมืองเองเมื่อได้ยินยังอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังเด็กชายผู้นี้โหดร้ายเกินไป!
"เป็เื่จริงหรือเพ่ยเอ๋อร์ " เฟยหลงกระซิบถามเพ่ยเพ่ย
"ฮี่ๆ แน่นอนท่านพ่อข้าเห็นมากับตา! "เพ่ยเพ่ยตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้ยินและเห็นท่าทางของบุตรสาวเฟยหลงพลันคิ้วกระตุกก่อนจะมองไปยังหยางอี้ด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก ส่วนทางด้านเจี่ยฮงเมื่อได้ยินสมองของมันพลันขาวโพลนบุตรชายสุดที่รักของมันที่แม้เพียงสักครั้งมันยังไม่เคยดุด่าแต่บัดนี้กลับถูกกระทำอย่างโหดร้าย!
" พวกเ้า...พวกเ้าทุกคนต้องตาย!ใช่แล้วข้าจะทรมานเ้ายิ่งกว่าที่เ้าทำกับลูกชายข้า ทุกคน ทุกคนต้องตาย! "เจี่ยฮงพึมพำออกมาอย่างเสียสติ มันค่อยๆหยิบบางอย่างออกมาจากแหวนมิติของมัน และเมื่อได้เห็นสิ่งที่มันหยิบออกมาเฟยหลงและเสี่ยวทันหลางพลันหน้าซีดทันทีของที่เจี่ยฮงหยิบออกมามันคือยาเม็ดหนึ่ง เม็ดยากลมๆขนาดเท่าลูกหินก้อนเล็กๆก้อนหนึ่งที่มีสีแดงฉานราวกับโลหิตผู้ฝึกยุทธ์หลายคนมองไปยังเม็ดยาที่เจี่ยฮงนั้นถืออยู่ก่อนที่จะมีบางคนอุทานออกมาอย่าตกตะลึง
" นั่นมัน...เม็ดยากลืนโลหิต! "